- หน้าแรก
- ส่งด่วนข้ามเวลา เป็นเศรษฐีด้วยของต่างยุค
- บทที่ 621 ร้านเสื้อผ้าเปิดกิจการ
บทที่ 621 ร้านเสื้อผ้าเปิดกิจการ
บทที่ 621 ร้านเสื้อผ้าเปิดกิจการ
การแสดงแฟชั่นโชว์รอบสุดท้ายสิ้นสุดลงในเวลาสามทุ่มตรง แม้ผู้ชมจะตะโกนเรียกร้องให้จัดรอบพิเศษ ยินดีจ่ายค่าตั๋วแพงขึ้นก็ตาม แต่เจียงจิ่นโจวก็ตัดสินใจยุติการแสดงอย่างเด็ดขาด จุดประสงค์ของพวกเขาไม่ใช่การหาเงินจากการขายตั๋ว พรุ่งนี้ต้องเตรียมตัวทั้งวันเพื่อเปิดร้านเสื้อผ้า ซึ่งนั่นต่างหากคืองานหลักของพวกเขา
สุดท้าย พวกเขาตัดสินใจนำรายได้จากการขายตั๋วทั้งหมดบริจาคให้โรงพักท้องที่ เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานและสวัสดิการอาหารให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประชาชนอย่างเหน็ดเหนื่อย ถือเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
สารวัตรโรงพักดีใจมาก กล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า และรับปากว่าจะจัดกำลังเจ้าหน้าที่ไปช่วยดูแลความเรียบร้อยในวันเปิดร้านให้แน่นอน
การกระทำนี้ทำให้ร้านชิงอีฝางได้รับมอบป้ายประกาศเกียรติคุณหน่วยงานสานสัมพันธ์ตำรวจ-ประชาชน
เจียงจิ่นโจวไม่รอช้า สั่งให้โค่วเหวินไปทำป้ายก๊อปปี้เพิ่มอีก 5 ป้าย นำไปติดไว้ในจุดที่เด่นที่สุดของร้านชิงอีฝางทุกสาขา ผู้คนที่สัญจรไปมาต่างพยักหน้าชื่นชม
แม้แต่หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่หลายฉบับก็ยังลงข่าวนี้ ยิ่งทำให้ชื่อเสียงของร้านชิงอีฝางโด่งดังขึ้นไปอีก แถมพวกหัวขโมยก็คงไม่กล้าแหยมเข้ามาในร้านแน่ๆ
หลังการแสดงจบ เจียงจิ่นโจวจัดการหาที่พักให้คนที่กลับบ้านหรือกลับหอพักมหาวิทยาลัยไม่ได้เรียบร้อย แล้วให้เอ้อร์เป่าขับรถไปส่งเขาที่บ้านสี่ประสาน ช่วงหลายวันนี้เอ้อร์เป่ากับเสี่ยวหู่วิ่งวุ่นช่วยงานตลอด เจียงจิ่นโจวตั้งใจว่าหลังเปิดร้านเสร็จ ค่อยให้ทั้งสองคนเดินทางไปเซินเจิ้น
ก่อนแยกย้าย หวังอ้ายกั๋วบอกเจียงจิ่นโจวว่า เขาโทรไปหาพ่อแล้ว พ่อบอกว่าต้องเอาเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคอมมูนก่อน พรุ่งนี้ถึงจะให้คำตอบได้
เจียงจิ่นโจวไม่ซีเรียส เขาตั้งใจจะช่วยหวังต้าซานจากใจจริง แต่ถ้าจะให้ช่วยคนทั้งคอมมูนหงซิงเขาคงรับไม่ไหว
คนเราน่ะ จะปล่อยให้เคยตัวกับการรอรับความช่วยเหลือโดยไม่ลงมือทำตั้งแต่แรกไม่ได้เด็ดขาด
กลับถึงบ้านสี่ประสาน เจียงจิ่นโจวให้เอ้อร์เป่ากับเสี่ยวหู่ไปพักผ่อนที่เรือนหน้า
ส่วนเขากลับเข้าเรือนหลัง หลายวันแล้วที่ไม่มีข่าวคราวจากลู่ชิง ไม่รู้ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน?
เขาหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาจดเรื่องราวที่เกิดขึ้นช่วงนี้อย่างละเอียด และร่างแผนงานสำหรับช่วงต่อไป
ตอนนี้ก็ปาเข้าไปวันที่ 15 เมษายนแล้ว เหลือเวลาอีกแค่ครึ่งเดือนจะถึงวันแรงงาน ไม่รู้ว่าลู่ชิงจะกลับมาทันไหม นี่คือวันสำคัญที่สุดในชีวิตเขาเลยนะ
ขณะที่กำลังเหม่อลอย จู่ๆ หน้าจอของถุงเฉียนคุนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
ลู่ชิงส่งยิ้มหวานมาให้ เจียงจิ่นโจวดีใจจนเนื้อเต้น "พี่ชิง! ในที่สุดก็ติดต่อมาสักที จะกลับเมื่อไหร่ครับเนี่ย?"
ลู่ชิงหัวเราะ "ใกล้แล้วล่ะ อีกสัก 2-3 วัน จัดการธุระที่เซินเจิ้นเสร็จก็จะกลับ นี่อยู่บ้านเหรอ? งานแสดงเป็นไงบ้าง ราบรื่นดีไหม?"
เจียงจิ่นโจวเล่าเรื่องราวความสำเร็จในช่วงสองวันมานี้ให้ลู่ชิงฟังอย่างภาคภูมิใจ
ลู่ชิงตั้งใจฟัง เอ่ยชมเป็นระยะๆ พูดตามตรง เธอทึ่งในฝีมือการจัดงานของเจียงจิ่นโจวและทีมงานจริงๆ
พอเจียงจิ่นโจวเล่าจบ ลู่ชิงก็ยกนิ้วโป้งให้ "สามีเก่งที่สุดเลย ฉันรู้อยู่แล้วว่านายต้องทำได้!"
เจียงจิ่นโจวทำท่าเขินเหมือนเด็กประถมโดนครูชม แต่ก็หุบยิ้มไม่ได้
แต่จู่ๆ เขาก็นึกอะไรขึ้นได้ "เดี๋ยวนะพี่ชิง! เมื่อกี้พี่บอกว่าอยู่เซินเจิ้น เซินเจิ้นยุคไหนครับ?"
ลู่ชิงหัวเราะร่วน "ก็ต้องเซินเจิ้นยุค 80 สิ"
"เอ๊ะ... ถุงเฉียนคุนมันวิดีโอคอลในมิติเวลาเดียวกันไม่ได้ไม่ใช่เหรอครับ?" เจียงจิ่นโจวงงหนัก
ลู่ชิงขำก๊าก "เมื่อก่อนน่ะใช่ แต่ตอนนี้ทำได้แล้วจ้ะ ไม่ใช่แค่วิดีโอคอลนะ แต่วาร์ปข้ามที่ในมิติเดียวกันได้ด้วย!"
เจียงจิ่นโจวถึงบางอ้อ "พี่ชิง! ถุงเฉียนคุนอัปเกรดอีกแล้วเหรอครับ?"
"ฉลาดมาก! ดีใจไหมล่ะ? ตื่นเต้นหรือเปล่า? ต่อไปเราก็วาร์ปไปมาได้สบายๆ ทั้งสองมิติ ลองคิดดูสิว่าจะประหยัดค่าตั๋วเครื่องบินไปได้ตั้งเท่าไหร่?" ลู่ชิงพูดติดตลก
"พี่ชิงนี่ดวงดีสุดๆ ไปเลย! ไปเจอของดีที่ไหนมาทำให้ถุงมันอัปเกรดได้อีกล่ะเนี่ย?"
ลู่ชิงเดาไว้แล้วว่าเขาต้องถาม เธอเตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้าแล้ว เรื่องไปบุกญี่ปุ่นน่ะเอาไว้บอกวันหลังละกัน
เธอจึงตอบเลี่ยงๆ "พอดีไปเดินดูของเก่าที่ฮ่องกง แล้วบังเอิญเจอของแปลกๆ ชิ้นนึง พอแตะปุ๊บ ถุงเฉียนคุนมันก็ดูดเข้าไปเลย เห็นไหมล่ะว่าฉันดวงดีแค่ไหน?"
"แน่นอนสิครับ ไม่ดูเลยว่าภรรยาใคร? พี่ชิง ในเมื่อถุงมันอัปเกรดแล้ว วาร์ปกลับมาตอนนี้เลยไม่ได้เหรอครับ? ผมคิดถึงพี่จะแย่แล้ว" เจียงจิ่นโจวมองลู่ชิงด้วยสายตาเร่าร้อน
โดนจ้องแบบนั้น ลู่ชิงก็หน้าแดงซ่าน ในหัวมีภาพ 18+ แวบเข้ามา
เธอแกล้งกระแอมกลบเกลื่อนความเขิน "วันนี้ยังไม่ได้จ้ะ ธุระทางนี้ยังไม่เสร็จ ขืนวาร์ปไปมาเดี๋ยวมีคนจับได้พอดี เป็นเด็กดีนะ อีก 2-3 วันฉันกลับแน่นอน ถึงตอนนั้นเราค่อยอยู่ด้วยกันนะ"
แม้จะผิดหวังนิดหน่อย แต่เจียงจิ่นโจวก็เข้าใจ เขาเป็นชายหนุ่มเลือดร้อนวัยฉกรรจ์ ได้เห็นภรรยาคนสวยอยู่ตรงหน้า จะไม่ให้คิดลึกได้ยังไง
เขาจำต้องเปลี่ยนเรื่อง เล่าเรื่องที่เสิ่นเหยามาหาให้ลู่ชิงฟัง
ลู่ชิงดีใจมาก รีบเร่งเจียงจิ่นโจว "จิ่นโจว รีบติดต่อเสิ่นเหยาเลยนะ ถ้าฉันกลับไปไม่ทัน นายก็ไปดูเองเลย มีเท่าไหร่เหมาให้หมด โอกาสทองแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ นะ"
เจียงจิ่นโจวพยักหน้ารับคำ "รู้แล้วครับ อ้อ... วันนี้ลู่เฟิงก็มานะ เขาถามเรื่องงานแต่งด้วย บอกว่าที่บ้านเตรียมของไว้ให้แล้ว ให้หาเวลาแวะไปหาหน่อย แล้วเขาก็บอกว่าจอห์นจะเดินทางจากอเมริกามาถึงช่วงวันแรงงานพอดี เขาอยากให้ผมไปช่วยต้อนรับด้วย"
"ดูท่าทางครอบครัวแม่บุญธรรมจะรักนายจริงๆ นะเนี่ย เดี๋ยวฉันกลับไปเราค่อยแวะไปหาพวกเขากัน ส่วนเรื่องจอห์น นายก็ดูตามความเหมาะสมละกัน ไม่ต้องฝืนใจหรอก ฉันว่าจอห์นก็คงไม่ยอมทำตามคำขอของลู่เฟิงหรอกมั้ง ถ้าลู่เฟิงอยากได้เครื่องจักรความแม่นยำสูงจริงๆ เดี๋ยวฉันจัดการซื้อให้เอง" ลู่ชิงกำชับ
สุดท้ายเจียงจิ่นโจวก็เล่าเรื่องของหวังอ้ายกั๋วให้ฟัง ลู่ชิงคิดว่าเงินไม่กี่บาท ถ้าจำเป็นจริงๆ ซื้อให้หวังต้าซานเลยก็ได้ แต่ให้แค่ครั้งเดียวนะ
ทั้งคู่วิดีโอคอลคุยกันต่ออีกพักใหญ่ ก่อนจะวางสายอย่างอาลัยอาวรณ์
วันรุ่งขึ้น เจียงจิ่นโจวนำทีมลุยเตรียมงานเปิดร้านอย่างแข็งขัน
พนักงานช่วยกันจัดเรียงเสื้อผ้าสวยหรูบนชั้นโชว์และในตู้กระจก จัดแต่งร้านให้ดูอบอุ่นและทันสมัย
เจียงจิ่นโจวสั่งให้ทุกสาขาเตรียมสต็อกสินค้าไว้ให้แน่นที่สุด เขามองเห็นภาพความวุ่นวายในวันพรุ่งนี้ลอยมาแต่ไกล
ทีมนางแบบของตู้เสี่ยวเยว่กระจายกำลังไปช่วยงานตามสาขาต่างๆ เจียงจิ่นโจวรู้ว่าพรุ่งนี้คงไม่มีใครมีเวลาออกไปกินข้าวเที่ยงแน่ๆ เลยไปผูกปิ่นโตกับร้านอาหารเล็กๆ แถวนั้น สั่งข้าวกล่องมาส่งให้พนักงานทุกสาขาตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป
เนื่องจากทั้ง 4 สาขาจะเปิดพร้อมกัน เจียงจิ่นโจวเลยจัดทัพใหม่ ให้ตัวเอง ถังเผิง โค่วเหวิน และเมิ่งกัง แยกกันไปคุมคนละสาขา
ตอนบ่าย หวังอ้ายกั๋วกับเถียนฟางฟางก็มาช่วยงาน หวังอ้ายกั๋วคงเล่าเรื่องหุ้นให้ฟางฟางฟังแล้ว เธอเอาแต่ขอบคุณเจียงจิ่นโจวไม่หยุด
พรุ่งนี้เป็นวันอาทิตย์ หวังอ้ายกั๋วกับเถียนฟางฟางว่างมาช่วยงานได้ทั้งวัน เจียงจิ่นโจวเลยตัดสินใจให้ทั้งคู่ รวมกับอ้ายเสวี่ย ไปประจำที่ร้านสาขาใหญ่
วันแห่งการเตรียมงานอันแสนวุ่นวายผ่านพ้นไป วันรุ่งขึ้น เสียงประทัดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้ง 4 สาขา บรรยากาศเปิดร้านคึกคักสุดขีด
ด้วยแรงโปรโมทตลอดสองวันที่ผ่านมา ผู้คนต่างตั้งตารอร้านชิงอีฝางเปิด พอประตูร้านเปิดปุ๊บ คลื่นมหาชนก็ทะลักเข้าร้านราวกับเขื่อนแตก โชคดีที่ตำรวจมาช่วยจัดระเบียบตามสัญญา ไม่งั้นคงรับมือไม่ไหว
ตั้งแต่เช้ายันค่ำ ลูกค้าไหลมาเทมาไม่ขาดสาย ทุกคนต่างชื่นชมในดีไซน์และเนื้อผ้า คิวจ่ายเงินยาวเหยียดทะลุออกไปนอกร้าน ดีที่เจียงจิ่นโจววางแผนรับมือไว้ล่วงหน้า ไม่งั้นระบบคงล่มแน่
พอถึงเวลาปิดร้าน เสื้อผ้าบนชั้นแทบจะเกลี้ยงสต็อก พนักงานทุกคนปวดหลังปวดขาไปตามๆ กัน
เจียงจิ่นโจวใจป้ำ สั่งโค่วเหวินไปกระจายข่าวให้พนักงานทุกคนรู้ว่า คืนนี้มีปาร์ตี้เลี้ยงฉลองเปิดร้าน และทุกคนจะได้รับอั่งเปาซองโตเป็นรางวัลตอบแทนความเหนื่อยยาก