เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 ตกเป็นเป้าโจมตี

บทที่ 19 ตกเป็นเป้าโจมตี

บทที่ 19 ตกเป็นเป้าโจมตี


บทที่ 19 ตกเป็นเป้าโจมตี

"ทำไมพวกเธอไม่ทำงานกันฮะ ไม่มีอะไรทำกันแล้วหรือไง"

เจิ้งไห่หลินกล่าวด้วยความโมโห แทนที่พนักงานพวกนี้จะตั้งใจทำงาน กลับคอยแต่จะสร้างเรื่องปวดหัวให้เธอไม่เว้นแต่ละวัน

เมื่อเห็นหัวหน้าแผนกเดินเข้ามา หลี่จิ้งก็รีบเปลี่ยนท่าทีในทันที

"หัวหน้าคะ ก็หลินซีหรันน่ะสิคะ ฉันแค่ขอให้เธอช่วยพิมพ์เอกสารให้หน่อย แต่เธอกลับทำกิริยามารยาทแย่ใส่ แถมยังโยนเอกสารลงบนโต๊ะด้วยค่ะ"

หลินซีหรันได้ฟังคำพูดหน้าไม่อายนั้นก็โกรธจนเกือบจะหัวเราะออกมา

"เธอไม่เห็นหรือไงว่าฉันกำลังจัดระเบียบเอกสารตั้งมากมายขนาดนี้ แต่เธอก็ยังจะมาใช้ให้ฉันไปพิมพ์งานให้อีก ทั้งที่ตัวเธอนั่งว่างอยู่แท้ๆ"

หลี่จิ้งเถียงกลับ "ฉันไปนั่งว่างตอนไหน อย่ามาพูดจาเลอะเทอะนะ หัวหน้าลองถามหวังน่าดูก็ได้ค่ะ ว่าเมื่อกี้ฉันยุ่งอยู่หรือเปล่า"

เจิ้งไห่หลินหันไปมองหลินซีหรัน "เพื่อนร่วมงานก็ควรจะช่วยเหลือเกื้อกูลกันสิ เรื่องแค่นี้เอง ถ้าเขาไม่ว่างแล้ววานให้เธอช่วยก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย"

หลินซีหรันจึงแย้งว่า "ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากช่วยนะกะ แต่งานของฉันเองก็ยังค้างอยู่อีกตั้งเยอะ งานส่วนของเธอเธอก็ทำเองได้ชัดๆ แต่กลับมาใช้ฉัน แบบนี้มันจงใจทำให้ฉันเสียเวลาไม่ใช่เหรอคะ"

"แถมพอฉันเดินกลับมา ก็เห็นเธอนั่งคุยเล่นอยู่กับหวังน่า ไม่เห็นจะขยับตัวมาช่วยฉันจัดเอกสารพวกนี้เลยสักนิด"

"หัวหน้าพูดถูกค่ะที่ว่าเพื่อนร่วมงานควรช่วยกัน"

"งั้นในเมื่อฉันช่วยพิมพ์งานให้เธอแล้ว เธอก็ควรจะมาช่วยฉันจัดเอกสารพวกนี้ด้วยสิคะ ถึงจะเรียกว่าช่วยกันจริงๆ"

หลี่จิ้งได้ยินดังนั้นก็เริ่มนั่งไม่ติด เธอไม่ได้อยากจะมานั่งหลังขดหลังแข็งจัดเอกสารพวกนี้เลยสักนิด จึงแหวใส่หลินซีหรันด้วยความโกรธว่า

"แค่ใช้ให้พิมพ์เอกสารสองสามใบ ทำไมต้องทำตัวใจแคบขนาดนี้ด้วย ต่อไปฉันไม่ใช้เธอแล้วก็ได้ ยัยคนขี้งก"

เจิ้งไห่หลินยกมือขึ้นปราม "พอได้แล้ว จะมาส่งเสียงเอะอะโวยวายอะไรกันในออฟฟิศ ถ้าเรื่องนี้รู้ไปถึงหูผู้ช่วยพิเศษหวัง พวกเธอได้โดนไล่ออกทั้งคู่แน่"

"หลี่จิ้ง ไปช่วยหลินซีหรันจัดเอกสารครึ่งหนึ่งซะ อย่าให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะสั่งปรับเงินพวกเธอทันที"

หลี่จิ้งโกรธจนตัวสั่น ฝากไว้ก่อนเถอะหลินซีหรัน สักวันเธอจะเอาคืนให้แสบเลย

เห็นได้ชัดว่าหัวหน้าจงใจแกล้งเธอโดยการให้มาจัดเอกสารพวกนี้ เธอพอดูออกอยู่หรอก

ปกติเอกสารของบริษัทจะถูกจำแนกและจัดเก็บทุกวันอยู่แล้ว จะมีเอกสารที่ยังไม่จัดระเบียบเยอะแยะขนาดนี้ได้ยังไงกัน

เธอไม่น่าหาเรื่องใช้ยัยนั่นไปพิมพ์งานเลยจริงๆ เดิมทีแค่กะจะแกล้งให้ยัยนั่นทำงานไม่เสร็จภายในวันนี้แท้ๆ

ทั้งหมดเป็นเพราะหลินซีหรันนั่นแหละที่ทำตัวเด่นเกินหน้าเกินตาในบริษัทวันนี้ ตอนเธอไปกินข้าวก็มีแต่คนมาคอยถามเรื่องยัยนี่

ว่าในแผนกมีสาวงามระดับนางฟ้ามาทำงานด้วยเหรอ เธอละรำคาญใจกับคำถามพวกนั้นจริงๆ

หลินซีหรันจัดการแบ่งเอกสารครึ่งหนึ่งไปวางไว้บนโต๊ะของหลี่จิ้งทันที

หลี่จิ้งแผดเสียง "ทำไมเอามาให้ฉันเยอะขนาดนี้"

หลินซีหรันปรายตาหา "หัวหน้าสั่งว่าให้ทำคนละครึ่งค่ะ"

พูดจบเธอก็เลิกสนใจอีกฝ่าย แล้วก้มหน้าก้มตาจัดเอกสารบนโต๊ะของตัวเองต่อ

เธอดูเวลาแล้ว ถ้าทำแบบนี้ก็น่าจะจัดเสร็จทันเวลาก่อนเลิกงานพอดี

ต้องขอบคุณหลี่จิ้งจริงๆ ไม่อย่างนั้นวันนี้เธอคงต้องอยู่ทำงานล่วงเวลาแน่ๆ

หลี่จิ้งไม่คาดคิดว่าเรื่องจะกลายเป็นว่าเธอขุดหลุมฝังตัวเองแบบนี้ เธอจึงหันไปมองหวังน่าที่นั่งข้างๆ หวังจะขอความช่วยเหลือ

แต่หวังน่ากลับเบือนหน้าหนี "เอ่อ จิ้งจิ้งจ๊ะ พอดีฉันต้องโทรนัดลูกค้าพอดีเลยน่ะ"

เมื่อเห็นว่าหวังน่ามีงานด่วนจริงๆ หลี่จิ้งจึงจำใจต้องก้มหน้าจัดเอกสารในมืออย่างเลี่ยงไม่ได้

ระหว่างที่จัดไป เธอก็คอยส่งสายตาอาฆาตไปทางหลินซีหรันเป็นระยะ

หลินซีหรันใช้เวลาสามชั่วโมงเต็ม ในที่สุดก็จัดเอกสารเสร็จเรียบร้อยก่อนถึงเวลาเลิกงานพอดี

ในขณะที่บนโต๊ะของหลี่จิ้งยังเหลือเอกสารเป็นปึกหนา

หลี่จิ้งเห็นหลินซีหรันทำงานเสร็จแล้ว ก็คิดจะโยนงานที่เหลือไปให้

แต่หลินซีหรันกลับหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย แล้วหันไปพูดกับหลี่จิ้งว่า

"ขอบใจมากนะหลี่จิ้ง อย่าลืมจัดให้เสร็จล่ะ หัวหน้าบอกว่าต้องใช้พรุ่งนี้ อ้อ แล้วอย่าลืมด้วยนะว่าตรงนั้นมีกล้องวงจรปิดอยู่"

พูดจบเธอก็ชี้ไปยังจอมอนิเตอร์ที่มีไฟสีแดงกะพริบอยู่ตรงมุมห้อง เพื่อเตือนไม่ให้หลี่จิ้งคิดตุกติก

ตอกบัตรเลิกงานเสียที

หลี่จิ้งมองตามหลังหลินซีหรันที่เดินออกจากออฟฟิศไปด้วยความแค้นใจ แต่กลับหาคำพูดมาโต้แย้งไม่ได้แม้แต่คำเดียว เธอไม่คิดเลยว่าหลินซีหรันจะกลายเป็นคนเจ้าเล่ห์ได้ขนาดนี้

ตอนนี้เธอรู้สึกเสียใจยิ่งกว่าเดิมที่ไปใช้ยัยนั่นพิมพ์เอกสาร

ในช่วงเวลาเลิกงาน ลิฟต์ค่อนข้างแออัด แต่หลินซีหรันก็ตัดสินใจเบียดตัวเข้าไป

พอเธอเข้าไปข้างใน พื้นที่ในลิฟต์ก็เต็มพอดี

เมื่อออกจากบริษัท เธอก็เดินไปที่ป้ายรถเมล์ เป็นช่วงเวลาที่การจราจรติดขัดอย่างหนัก รถเมล์จึงคงยังไม่มาถึงในเร็วๆ นี้

หลินซีหรันยืนรออยู่ริมถนนเกือบครึ่งชั่วโมงกว่ารถเมล์จะมา

เธอเบียดเสียดขึ้นไปบนรถที่แน่นขนัด ไม่มีที่นั่งเหลือแม้แต่อัตราเดียว ทุกคนต่างยืนเบียดเสียดไหล่ชนไหล่

ระหว่างนั้นเธอรู้สึกเหมือนมีคนมาแตะแผ่นหลังอยู่เรื่อยๆ แต่พอหันไปมองก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ

เธอจึงขยับหนีไปทางด้านหลัง พิงเข้ากับราวโหน แล้วยืนโงนเงนไปตามแรงรถอยู่อย่างนั้นถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่งกว่าจะถึงบ้าน

ดูท่าว่าเรื่องการสอบใบขับขี่คงต้องรีบจัดการให้เร็วที่สุดเสียแล้ว

เธอกะซื้อผักที่ชอบจากตลาดแถวบ้านแล้วหิ้วกลับเข้าห้อง

หลังจากทานมื้อค่ำเสร็จ เธอก็เปิดโน้ตบุ๊กเพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทสถาปนิกในอินเทอร์เน็ต

เธอต้องการดูว่าบริษัทเหล่านั้นชื่นชอบสไตล์งานออกแบบสถาปัตยกรรมแบบไหนเป็นพิเศษ

ระหว่างที่กำลังสืบค้นอยู่นั้น หน้าต่างลงทะเบียนแข่งขันออกแบบสถาปัตยกรรมระดับนานาชาติก็เด้งขึ้นมา

หลินซีหรันคลิกเข้าไปอ่านรายละเอียดข้อกำหนดต่างๆ อย่างตั้งใจ

หัวข้อของการแข่งขันครั้งนี้คือ "จินตนาการแห่งอนาคต" ซึ่งเป็นการประกวดออกแบบสถาปัตยกรรมที่เน้นเรื่องนวัตกรรมสีเขียวและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

การเปิดรับลงทะเบียนมีมาได้หนึ่งเดือนแล้ว และกำหนดการแข่งขันคือวันที่ 28 ของเดือนหน้า

หากเธอลงทะเบียนตอนนี้ เธอก็จะเหลือเวลาอีกเกือบหนึ่งเดือนเต็ม

ถ้าตัดสินใจลงแข่ง เธอจะต้องเขียนแบบร่างให้เสร็จภายในเดือนนี้ และยังต้องสร้างแบบจำลองเพื่อนำไปจัดแสดงที่สถานที่แข่งขันด้วย

การเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่งสำหรับเธอ แม้จะไม่ได้รับรางวัล แต่มันก็จะช่วยให้เธอมีชื่อเสียงในวงการสถาปัตยกรรม

นี่คือบันไดก้าวสำคัญที่จะพาเธอเข้าสู่อาชีพนี้

ลูกศรเมาส์วางค้างอยู่บนคำว่า "ลงทะเบียน" หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ตัดสินใจกดลงทะเบียนทันที

เธอทำตามขั้นตอนโดยการกรอกข้อมูลส่วนตัวแล้วกดส่ง

ระบบแสดงข้อความว่าลงทะเบียนสำเร็จ และในเวลาต่อมาโทรศัพท์ของเธอก็มีข้อความแจ้งเตือนยืนยันการลงทะเบียนเข้าแข่งขัน

เธอพยายามทำใจให้สงบและเริ่มคิดวางแผนว่าจะทำงานชิ้นนี้ให้สำเร็จได้อย่างไร

ขั้นแรก แบบร่างเริ่มต้นต้องมีความชัดเจนและตรงตามโจทย์ที่การแข่งขันกำหนด จากนั้นก็เป็นเรื่องของการสร้างแบบจำลอง ซึ่งถือเป็นส่วนที่ยากสำหรับเธอไม่น้อย

เธอค้นหาข้อมูลทางออนไลน์มากมายเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับงานสถาปัตยกรรมให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

งานออกแบบสถาปัตยกรรมไม่เหมือนกับเสื้อผ้า กระเป๋า หรือเครื่องประดับ เพราะสถาปัตยกรรมคือโครงสร้างขนาดใหญ่ที่มีรายละเอียดมากมายที่ต้องควบคุมให้ได้

เธอหยิบสมุดร่างภาพออกมา ลองสร้างแบบจำลองในความคิดไปพร้อมกับลงมือวาด เพื่อฝึกฝนทักษะการวาดเขียนของตัวเอง

หลินซีหรันวางแผนว่าจะใช้เวลาวันละสองชั่วโมงหลังเลิกงาน เพื่อฝึกวาดแบบจำลองและศึกษาวัสดุทางสถาปัตยกรรมต่างๆ

ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างคลังความรู้ กระตุ้นแรงบันดาลใจ และสร้างสรรค์ผลงานออกแบบที่ยอดเยี่ยมและเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์

เหนือฟ้ายังมีฟ้าเสมอ โดยเฉพาะในเมื่อเธอเป็นเพียงหน้าใหม่ที่ยังไม่มีผลงานปรากฏสู่สายตาใคร

เธอจมอยู่กับการเรียนรู้ ซึมซับความรู้อย่างขยันขันแข็งโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

รู้ตัวอีกทีเข็มนาฬิกาก็ชี้ไปที่เลขสิบเอ็ดเสียแล้ว เธอใช้เวลาศึกษามานานถึงสามสี่ชั่วโมง

เธอลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจเพื่อคลายความเมื่อยล้า หมุนคอไปมาเล็กน้อย ก่อนจะเก็บข้าวของ ปิดไฟ และเข้านอน

จบบทที่ บทที่ 19 ตกเป็นเป้าโจมตี

คัดลอกลิงก์แล้ว