- หน้าแรก
- มหาจักรพรรดิ ข้าผู้มีกายศักดิ์สิทธิ์รกร้างโบราณ จักเป็นจักรพรรดิสวรรค์
- บทที่ 62 เตะตายเหมือนหมาข้างถนน!
บทที่ 62 เตะตายเหมือนหมาข้างถนน!
บทที่ 62 เตะตายเหมือนหมาข้างถนน!
"แตกซะ!"
กร๊อบ!
เสียงแตกละเอียดที่แสนบาดหูดังขึ้น
เห็นเพียงหอกพลังวิญญาณขนาดร้อยจ้าง กลับเริ่มแตกสลายตั้งแต่ส่วนปลายหอก และพังทลายลงทีละนิ้ว!
เพียงชั่วอึดใจเดียว การโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวที่เพียงพอจะทำร้ายยอดฝีมือระดับหลอมนภาช่วงท้ายให้บาดเจ็บสาหัสได้ กลับกลายเป็นจุดแสงสีเขียวปลิวว่อนไปทั่วฟ้าดินภายใต้หมัดเดียวของเยี่ยเทียน
เรียบง่าย หมดจด และไร้รอยขีดข่วน!
"นาย..."
เลือดลมภายในกายของหวังถ่งปั่นป่วนอย่างหนัก เขาพยายามจะถอยหลังเพื่อรักษาระยะห่าง ทว่าเยี่ยเทียนที่อยู่เบื้องล่างกลับค่อยๆ เงยหน้าขึ้น
ดวงตาคู่นั้นแฝงไปด้วยความเย็นชาที่ชวนให้ใจสั่น
"ในเมื่อรุ่นพี่ให้ของขวัญมา ผมก็ต้องตอบแทนตามมารยาท"
"รุ่นพี่ออกหอกมาแล้ว งั้นก็ลองรับหมัดของผมดูบ้าง"
มุมปากของเยี่ยเทียนยกขึ้นเป็นส่วนโค้งที่เย็นเยียบ เลือดลมสีทองที่สงบนิ่งภายในกายเริ่มเดือดพล่านเล็กน้อย เขาไม่ได้ใช้พลังทั้งหมด เพียงแค่โคจรเจตจำนงแห่งหมัดผสานกับพละกำลังกายของกายาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล
เขาลอยตัวขึ้นต่อยออกไปกลางอากาศมุ่งตรงไปที่หวังถ่ง
"หมัดหกวิถีถ้วนทั่ว (ลิ่วเต้าหลุนหุยเฉวียน)!"
ตูมมมม!
เมื่อหมัดนี้พุ่งออกไป ความว่างเปล่าเบื้องหน้าดูเหมือนจะยุบตัวลงในทันที รอยประทับหมัดสีทองที่หอบเอาเจตจำนงอันดุดันราวกับจะบดขยี้ทุกภพภูมิพุ่งทะลวงผ่านมิติ ปรากฏขึ้นตรงหน้าหวังถ่งในพริบตา
หมัดนี้ไม่ได้มีขนาดมหึมาเท่าหอกยักษ์เมื่อครู่ แต่พลังทำลายล้างที่แฝงอยู่ภายในกลับทำให้หวังถ่งรู้สึกหนังหัวชาหนึบ กลิ่นอายแห่งความตายพุ่งเข้าปะทะหน้า!
"ม่านพลังวิญญาณ! ชิงหมั่งคุ้มกาย!"
ในวินาทีเป็นตาย หวังถ่งคำรามสุดเสียง พลังวิญญาณในกายถูกรีดเค้นออกมาอย่างไร้การกักเก็บ ควบแน่นเป็นโล่แสงสีเขียวหนาทึบเบื้องหน้า พร้อมกับมีงูยักษ์พลังวิญญาณพันรอบกาย พยายามจะต้านทานการโจมตีนี้
"นั่นคือ (ชางเทียนชิงหมั่ง - งูเขียวเวหา) อันดับที่ 81 ในทำเนียบปฐพีของคัมภีร์หมื่นอสูร!" ใครบางคนอุทาน
"คงช่วยไม่ได้หรอก รู้สึกว่ามันจะแหลกอยู่ดี"
ทว่าต่อหน้าพลังอันสมบูรณ์แบบ การป้องกันทุกอย่างก็เปราะบางราวกับแผ่นกระดาษ
ปัง!
หมัดสีทองกระแทกเข้ากับโล่แสงสีเขียว มันชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที
เพล้ง!
โล่แสงระเบิดออก งูยักษ์พลังวิญญาณโหยหวนและสลายไป พลังหมัดอันดุดันพุ่งตรงเข้ากระแทกที่ทรวงอกของหวังถ่งอย่างจัง
"อั่ก!"
ชุดเกราะเครื่องมือวิญญาณระดับยอดเยี่ยมบนร่างของหวังถ่งแตกกระจายทันที ทรวงอกบุบยุบลงไปด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เสียงกระดูกซี่โครงหักสะบัดดังจนน่าเสียวไส้ เขาเหมือนถูกสัตว์ร้ายบรรพกาลพุ่งชนเข้าอย่างจัง เลือดพุ่งออกจากปากจนแม้แต่เสียงกรีดร้องก็ยังติดอยู่ในลำคอ
ฟึ่บ!
ร่างของหวังถ่งกลายเป็นแสงสีเขียวที่น่าสลด พุ่งกระเด็นออกไปเร็วยิ่งกว่าตอนมา เขาปลิวไปไกลหลายร้อยจ้าง ก่อนจะกระแทกเข้ากับรูปปั้นหินขนาดยักษ์อย่างรุนแรง
ตูม!
รูปปั้นหินถล่มทลาย เศษหินทับถมร่างของหวังถ่งจนมิด
ทั่วทั้งบริเวณตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้าอีกครั้ง ทุกคนต่างยืนอึ้งมองไปยังซากปรักหักพังที่หวังถ่งนอนจมกองเลือดไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร ก่อนจะหันมามองเด็กหนุ่มที่ค่อยๆ เก็บหมัดลงด้วยท่าทางสงบนิ่ง
พวกเขารู้สึกได้ถึงไอเย็นที่พุ่งจากฝ่าเท้าตรงขึ้นสู่สมอง
หมัดเดียวต้านทานท่าไม้ตายที่แข็งแกร่งที่สุด
อีกหมัดเดียว ซัดยอดฝีมือบนทำเนียบสวรรค์ชื่อดังอย่างหวังถ่งจนหมดสภาพ!
นี่มันใช่นักศึกษาใหม่ที่ไหนกัน?
นี่มันคือสัตว์ร้ายบรรพกาลในคราบมนุษย์ชัดๆ!
ซี้ด!
เหล่ายอดฝีมือที่ลอบสังเกตการณ์การต่อสู้นี้อยู่ห่างๆ ต่างพากันลอบสูดหายใจเข้าลึกๆ ด้วยความหนาวเหน็บ หวังถ่งถึงกับแพ้? แถมยังแพ้ให้กับนักศึกษาใหม่ระดับเสินพั่วช่วงกลางคนหนึ่งเนี่ยนะ? พวกเขาต่างบิดลำคอที่แข็งทื่อหันมาสบตากัน และต่างก็เงียบงันไปพร้อมกัน
คราวนี้พวกเขาทั้งหมดประเมิน "ตอ" ชิ้นนี้ต่ำเกินไปจริงๆ
"หมอนี่มัน..."
ที่ไกลออกไป เหล่าอันดับหนึ่งของนักศึกษาใหม่คนอื่นๆ ต่างก็เริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียด
......
ความเงียบงันปานป่าช้าดำเนินไปครู่ใหญ่ จนกระทั่งเยี่ยเทียนหันหลังกลับ กวาดสายตามองไปยังมู่เฉิน เยี่ยชิงหลิน และคนอื่นๆ ที่ยังคงยืนอึ้งอยู่
"อึ้งอะไรกันอยู่?"
เยี่ยเทียนเลิกคิ้วเล็กน้อย พูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ ว่า "หลายวันนี้พวกรุ่นพี่มาปิดประตูหน้าเขตนักศึกษาใหม่ ทำให้ทุกคนเสียเวลาฝึกตนไปไม่น้อย ค่าเสียหายทางจิตใจกับค่าเสียเวลาเนี่ย มันก็ต้องคิดบัญชีกันหน่อยจริงไหม?"
เมื่อได้ยินคำนี้ พวกมู่เฉินก็พลันได้สติคืนมา พวกเขามองหน้ากัน ดวงตาเป็นประกายด้วยความรู้สึกประหลาดปนตื่นเต้น
ปกติมีแต่นักศึกษาเก่ารังแกนักศึกษาใหม่ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นกฎที่ไม่ได้เขียนไว้ของวิทยาลัยเหนือเมฆา แต่วันนี้เยี่ยเทียนไม่เพียงแต่ซัดรุ่นพี่จนน่วม แต่ยังจะ "ปล้น" คะแนนวิญญาณของพวกเขาคืนด้วย? นี่มัน... สะใจชะมัด!
"พี่เยี่ยพูดถูก! พวกนี้ทำกร่างจนชินแล้ว ถึงเวลาต้องให้พวกเขากระเป๋าฉีกบ้าง!"
โจวหลิงเป็นคนแรกที่ตอบสนอง เขายิ้มร่าพลางถูมือแล้ววิ่งตรงไปยังเหล่านักศึกษาเก่าระดับหลอมนภาที่นอนโอดครวญอยู่บนพื้น มู่เฉินเองก็ส่ายหน้าอย่างจนใจ แต่มุมปากกลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ผ่อนคลาย
เขามองไปยังซากปรักหักพังที่หวังถ่งนอนอยู่ ก่อนจะพุ่งร่างตามไป
"ลงมือ ค้นป้ายคะแนนวิญญาณบนตัวพวกมันออกมาให้หมด แล้วโอนคะแนนออกไปให้เกลี้ยง อย่าให้เหลือแม้แต่แต้มเดียว" เยี่ยเทียนสั่งการเรียบๆ
สำหรับ "แกะอ้วน" ที่ส่งมาให้ถึงปากแบบนี้ เขาไม่มีทางเกรงใจแน่นอน ในวิทยาลัยที่นับถือความแข็งแกร่งเป็นใหญ่นี้ ความเมตตาคือสิ่งที่ไร้ค่าที่สุด
"รับทราบ!"
เมื่อมีเยี่ยเทียนคอยหนุนหลัง นักศึกษาใหม่ก็เกิดความกล้าขึ้นมาทันที ภายใต้สายตาตกตะลึงนับไม่ถ้วน มู่เฉิน โจวหลิง และคนอื่นๆ ค้นตัวหวังถ่งและพวกอย่างรวดเร็ว
ครู่ต่อมา ป้ายคะแนนวิญญาณที่ส่องแสงระยิบระยับหลายใบก็ถูกค้นออกมา
"ซี้ด... หวังถ่งนี่สมกับเป็นยอดฝีมือระดับหลอมนภาช่วงท้ายจริงๆ รวยชะมัด!" มู่เฉินมองดูตัวเลขบนป้ายคะแนนของหวังถ่งแล้วถึงกับลอบสูดหายใจ
"เท่าไหร่เหรอ?" เยี่ยชิงหลินเบียดตัวเข้ามาด้วยความอยากรู้
"ตั้งสี่แสนกว่าแต้ม!" มู่เฉินกล่าวด้วยความทึ่ง
ต้องรู้ก่อนว่านักศึกษาใหม่เพิ่งเข้าเรียน แต่ละคนมีแต้มเริ่มต้นแค่ไม่กี่ร้อยแต้ม ต่อให้ติดอันดับต้นๆ ของทำเนียบเสินพั่วก็ได้แค่ไม่กี่พันแต้ม แต่หวังถ่งคนเดียวมีแต้มเท่ากับนักศึกษาใหม่หลายสิบคนรวมกัน!
"รวมกับพวกที่เหลือด้วย ทั้งหมดเกือบเจ็ดแสนแต้มเลย!" โจวหลิงสรุปผลด้วยใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความตื่นเต้น
เจ็ดแสนแต้ม! สำหรับนักศึกษาใหม่ในตอนนี้ มันคือกองเงินกองทองที่เหนือจินตนาการ เพียงพอที่จะไปแลกเคล็ดวิชาระดับสูงหรือเครื่องมือวิญญาณดีๆ ในวิหารแต้มวิญญาณได้เลย
"โอนมา แล้วแบ่งให้พวกนักศึกษาใหม่ที่อยู่ในที่นี่ให้เท่าๆ กัน ถือเป็นค่าทำขวัญให้พวกเขา"
เยี่ยเทียนไม่ได้มองป้ายคะแนนเหล่านั้นเลยแม้แต่นิดเดียว เขาพูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจ แต้มแค่นี้ไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาเลย แตสำหรับนักศึกษาใหม่คนอื่น นี่คือวิธีซื้อใจที่ดีที่สุด
"เอ่อ..."
มู่เฉินอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองเยี่ยเทียนอย่างลึกซึ้งแล้วพยักหน้า "ตกลง!"
เมื่อแสงบนป้ายคะแนนในมือของพวกมู่เฉินกะพริบ คะแนนที่หวังถ่งและพวกพากันสะสมมาอย่างยากลำบากก็กลายเป็นศูนย์ในทันที ส่วนเหล่านักศึกษาใหม่ที่ถูกรุ่นพี่รังแกมาตลอด เมื่อได้รับแต้มต่างพากันตื่นเต้นจนหน้าแดงก่ำ สายตาที่มองเยี่ยเทียนเต็มไปด้วยความเคารพเทิดทูนและซาบซึ้งอย่างถึงที่สุด
หลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ ชื่อเสียงของเยี่ยเทียนในหมู่นักศึกษาใหม่ได้พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างไม่มีใครเทียบได้!
"ไปกันเถอะ"