- หน้าแรก
- ระบบปล้นสะท้านพหุภพ
- บทที่ 52 - เริ่มแผนการกวาดล้างอารยธรรม!
บทที่ 52 - เริ่มแผนการกวาดล้างอารยธรรม!
บทที่ 52 - เริ่มแผนการกวาดล้างอารยธรรม!
บทที่ 52 - เริ่มแผนการกวาดล้างอารยธรรม!
☆☆☆☆☆
"ภารกิจนี้ช่างถูกใจฉันจริงๆ" เฉาเม่าพยักหน้าพลางไม่ได้สงสัยเลยว่าทำไมรางวัลถึงได้มหาศาลขนาดนี้ แต่ระบบในเงามืดกลับเข้าใจถึงความลับที่ซ่อนอยู่แต่ก็ไม่ได้เอ่ยเตือนออกมาเพราะถูกกฎเกณฑ์แห่งระเบียบขวางไว้
ก่อนหน้านี้มันเคยพยายามใบ้ให้รอบหนึ่งแล้วและถูกกฎเกณฑ์แห่งระเบียบเตือนกลับมาอย่างรุนแรง หากยังกล้าทำอีกมันคงจะถูกลบเลือนไปในทันที
...
ภาพตัดกลับมาที่ฝั่งของเจียงฝาน
ทันทีที่ภารกิจระบบถูกประกาศออกมาเขาก็เริ่มวางแผนกวาดล้างอารยธรรมทันที
"ด้วยระดับเทคโนโลยีของมนุษย์ในตอนนี้การเคลื่อนพลข้ามห้วงพหุภพนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ แต่อารยธรรมหลายแห่งต่างก็หลบซ่อนตัวกันอย่างดี ภายใต้ทฤษฎีป่ามืดแห่งนี้ไม่รู้ว่ามีนายพรานถือปืนซุ่มรออยู่กี่คน หากฉันเปิดตัวทำความสะอาดดาราจักรอย่างโจ่งแจ้งเกินไปแล้วถูกอารยธรรมอื่นที่พัฒนามานานแล้วจ้องเล่นงานมันคงจะไม่ดีแน่..." เจียงฝานครุ่นคิดอย่างหนัก ถึงแม้มนุษย์โลกจะแข็งแกร่งแต่ก็ยังห่างไกลจากคำว่าไร้เทียมทาน เขายังคงเข้าใจหลักการที่ว่าสองหมัดยากจะต้านทานสี่มือ
"ให้มนุษย์โลกพักผ่อนฟื้นฟูซักสองสามปีค่อยว่ากัน ตัวฉันเองก็น่าจะหาเวลาพักผ่อนบ้างเหมือนกัน" เจียงฝานเลิกคิดมาก เรื่องพวกนี้ไม่ต้องรีบร้อนอะไร ใครที่อยากจะเป็นเจ้าแห่งอาณาจักรก็ต้องหาทางมาทำลายเขาให้ได้ก่อนอยู่ดี
หลังจากนั้นเขาก็ปรับความเร็วเวลาบนดาวโลกอีกครั้งและตัวเขาก็แอบจุติลงมาเพื่อผ่อนคลายความเครียดในช่วงสองสามปีนี้
ปฐมศักราชแห่งเทวะที่ 211 หนึ่งปีหลังจากสงครามปล้นชิงสิ้นสุดลง ในช่วงนี้เผ่าพันธุ์มนุษย์ไม่มีการค้นพบเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สำคัญ ทุกอย่างดำเนินไปอย่างช้าๆ
ปฐมศักราชแห่งเทวะที่ 215 หลังจากพักฟื้นมาได้ห้าปี เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็กลับมาสู่ความสงบสุขดังเดิมและประชากรก็เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมหาศาล
ปฐมศักราชแห่งเทวะที่ 217 เจียงฝานที่ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยมาหลายปีเห็นว่ามนุษย์โลกพักฟื้นจนเต็มที่แล้วจึงถึงเวลาที่จะมอบหมายภารกิจให้พวกเขาเสียที
ในวันนี้เขาจึงได้ปรากฏตัวขึ้นเหนือวิหารเทพอีกครั้ง
ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่น่าเกรงขามดึงดูดสายตาของทุกคน พวกจัวหยวนหมิงและเหล่าผู้นำต่างพากันเคลื่อนย้ายผ่านห้วงพหุภพมาเพื่อต้อนรับทันที
"ขอน้อมรับการจุติขององค์เทพ!" ทุกคนต่างพากันคุกเข่าลงกราบไหว้
"อืม จงหาพื้นที่ที่เหมาะสม ข้ามีเรื่องสำคัญจะประกาศให้พวกเจ้าได้รับรู้" เจียงฝานเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงพลัง
"รับบัญชาครับ! เชิญองค์เทพทางด้านนี้เลยครับ!" จัวหยวนหมิงลุกขึ้นนำทางเจียงฝานไป ส่วนคนอื่นๆ ก็เดินตามหลังมาอย่างนอบน้อมโดยไม่กล้าส่งเสียงใดๆ
ภายในห้องประชุม บรรยากาศเงียบสงัดจนไม่มีใครกล้าหายใจแรง นี่คือการประชุมที่กดดันที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเจอมา
ไม่มีทางเลือกอื่นเพราะเทพเจ้าที่พวกเขาศรัทธานั่งอยู่บนตำแหน่งสูงสุด พลังเทวะที่แผ่ออกมาจางๆ ทำให้พวกเขารู้สึกอึดอัดที่หน้าอก
เจียงฝานจึงรวบรวมรัศมีพลังเก็บไว้ภายในทำให้ทุกคนรู้สึกดีขึ้น ก่อนจะเปิดฉากว่า "ที่ข้ามาในวันนี้เพราะมีเรื่องสำคัญจะประกาศ"
ทุกคนต่างหันมองแต่ก็ไม่กล้าสบตาเจียงฝานและรอฟังอย่างสงบ มีเพียงจัวหยวนหมิงเท่านั้นที่ไม่รู้สึกกดดันมากนักเพราะเขาได้พบเจอและสื่อสารกับเจียงฝานอยู่บ่อยครั้ง
"โปรดบัญชามาเถิดองค์เทพ สิ่งใดที่สาวกสามารถทำได้ สาวกขอยอมถวายชีวิตเพื่อทำให้สำเร็จครับ!" จัวหยวนหมิงเอ่ยด้วยความแน่วแน่
เจียงฝานพยักหน้าอย่างพอใจก่อนจะเริ่มพูด "ปัจจุบันอารยธรรมของพวกเจ้าก้าวเข้าสู่ระดับสองแล้ว บททดสอบต่อไปคือการกวาดล้างอารยธรรมอื่นทั้งหมดในดาราจักรแห่งนี้ นี่คืองานใหญ่ที่ต้องใช้เวลาและไม่อาจสำเร็จได้ในชั่วข้ามคืน ภายในดาราจักรนี้มีอารยธรรมซ่อนตัวอยู่มากมาย ไม่ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอต่างก็กำลังพยายามดิ้นรนเพื่อยกระดับอารยธรรมของตนเอง บางทีตอนนี้พวกเขาอาจจะยังอ่อนแอแต่ก็ไม่มีใครรับประกันได้ว่าในอนาคตพวกเขาจะไม่มีการระเบิดวิทยาการจนแซงหน้าพวกเจ้าไป ภายใต้ทฤษฎีป่ามืดแห่งนี้ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด ผู้อ่อนแอต้องหลบซ่อนตัวขณะที่ผู้แข็งแกร่งจะคอยกวาดล้างอารยธรรมอื่นทิ้ง ข้าอยากให้พวกเจ้าเข้าใจว่าอารยธรรมระดับหนึ่งเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการสัมผัสความมืดมิดของห้วงพหุภพ หากไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกันย่อมต้องมีจิตใจที่แตกต่าง! อารยธรรมอื่นล้วนคือศัตรูของพวกเจ้า มีเพียงการกำจัดหรือทำให้เป็นทาสเท่านั้นที่จะขจัดปัญหาได้ถาวร!"
ห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงัน ทุกคนต่างนิ่งเงียบและเห็นด้วยกับสิ่งที่เจียงฝานพูด
สงครามปล้นชิงที่ผ่านมาเป็นเพียงการละเล่นเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างสองอารยธรรมเท่านั้น แต่ตอนนี้พวกเขากำลังจะต้องเป็นศัตรูกับทุกอารยธรรมในดาราจักร แรงกดดันนี้ทำให้พวกเขาแทบจะหายใจไม่ออก
เจียงฝานขมวดคิ้วแน่นและเอ่ยถามด้วยเสียงทรงพลัง "พวกเจ้าเกรงกลัวงั้นรึ?"
"ไม่กล้าครับ!" ทุกคนรีบตอบรับทันที
เมื่อเห็นว่าองค์เทพเริ่มไม่พอใจ จัวหยวนหมิงจะทนอยู่เฉยได้อย่างไร เขาตวาดก้องทันที "พวกเจ้ามัวแต่กลัวอะไรกัน! หลายปีมานี้ฝึกฝนไปเสียเปล่ารึไง! ความยิ่งใหญ่ขององค์เทพไม่ใช่สิ่งที่เทพกำมะลอองค์อื่นจะมาเทียบเคียงได้!"
"ก็แค่เป็นศัตรูกับทุกอารยธรรมในดาราจักรเดียวแล้วมันจะยังไงล่ะ พวกเราจะไปกลัวอะไร! อย่าว่าแต่แค่ดาราจักรเดียวเลย ต่อให้ทุกดาราจักรเป็นศัตรูกับพวกเรา พวกเราก็จะกำดาบในมือให้แน่นเพื่อฟาดฟันหัวของพวกมันลงมาและให้พวกมันมาสำนึกผิดภายใต้รัศมีแห่งองค์เทพ!"
"อีกอย่าง ตอนนี้อารยธรรมของเราไม่ได้อ่อนแอเลยนะ นอกจากจะมีอาวุธระดับสูงมากมายแล้วยังมีเคล็ดวิชาอายุวัฒนะที่องค์เทพประทานให้ ทำให้พวกเรามีอายุขัยที่ยาวนานและมีร่างกายที่แข็งแกร่งจนสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้!"
"พวกเราสามารถทะยานขึ้นสู่เก้าชั้นฟ้าเพื่อคว้าจันทราและดวงดารา! พวกเราหาใช่สามัญชนธรรมดาไม่!"
ด้วยคำพูดอันเร่าร้อนของจัวหยวนหมิง สายตาของทุกคนจึงเริ่มกลับมามีประกายอีกครั้ง จัวหยวนหมิงในตอนนี้ดูเหมือนถูกห่อหุ้มด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์จนดูยิ่งใหญ่เหนือใคร
แม้แต่เจียงฝานยังแอบมองค้อนในใจว่าไอ้หมอนี่มันช่างปลุกปั่นเก่งกว่าเขาเสียอีก เกือบจะลืมไปแล้วว่าใครเป็นเทพเจ้าใครเป็นคนกันแน่
"แปะ แปะ แปะ!" เจียงฝานปรบมือด้วยความชื่นชม คนอื่นๆ จึงรีบเออออตาม "มหาปุโรหิตพูดได้ถูกต้องที่สุด พวกเราเขลาไปเอง ความยิ่งใหญ่และพลังเทวะขององค์เทพนั้น แม้แต่ห้วงพหุภพอันกว้างใหญ่ไพศาลก็ไม่อาจเทียบเคียงได้!"
"จริงๆ แล้วพวกเจ้าไม่ต้องกังวลไป เท่าที่ข้ารู้ในดาราจักรแห่งนี้จะไม่มีอารยธรรมที่เกินระดับสามอยู่เลย"
เจียงฝานใช้เหตุผลที่ว่าในดาราจักรนี้ยังไม่มีใครเลื่อนระดับเป็นเจ้าแห่งอาณาเขตเป็นตัวตัดสิน อารยธรรมระดับสามคืออารยธรรมระดับดาราจักรที่สามารถข้ามดาราจักรได้อย่างอิสระ และการหาพลังงานจะไม่จำกัดอยู่แค่ดาวเคราะห์ดวงเดียวแต่สสารมืดและหลุมดำจะกลายเป็นแหล่งพลังงานของพวกเขา
จัวหยวนหมิงยังไม่รู้เลยว่าอารยธรรมระดับหนึ่งของพวกเขาในตอนนี้จริงๆ แล้วสามารถเรียกได้ว่าเป็นระดับสามแบบเก๊ๆ ได้เลย เพราะนอกจากจะยังข้ามดาราจักรไม่ได้และสูบพลังงานจากหลุมดำไม่เป็นแล้ว เรื่องการควบคุมสสารมืดนั้นพวกเขากลับทำได้คล่องแคล่วมากจนน่าเหลือเชื่อ นี่คือผลจากการที่อัปสายเทคโนโลยีมาแบบผิดเพี้ยนไปไกลนั่นเอง!
กลับมาที่ประเด็นสำคัญ
เมื่อเจียงฝานพูดจบ ทุกคนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในเมื่อไม่มีอารยธรรมที่สูงกว่าระดับสามแล้วจะไปกลัวอะไร ในระดับเดียวกันพวกเราไม่เคยเกรงใจใครอยู่แล้ว
"พวกเราทุกคนคือคมดาบขององค์เทพ จะกวาดล้างทุกอุปสรรคและประกาศเกียรติคุณของพระองค์ไปทั่วทุกแห่งในดาราจักรแห่งนี้ ใครก็ตามที่เป็นศัตรูกับองค์เทพคือศัตรูของพวกเรา พวกเราจะใช้เปลวไฟแห่งอารยธรรมและคมดาบเพื่อเหยียบย่ำทุกอารยธรรมให้ราบคาบ!" ทุกคนกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณด้วยความแน่วแน่ เจียงฝานจึงพยักหน้าอย่างพอใจ
"ดีมาก พวกเจ้าไม่ต้องประเมินตัวเองต่ำเกินไป อารยธรรมที่พอจะสู้กับพวกเจ้าได้นั้นมีไม่มากนัก ขอเพียงซ่อนตัวให้ดีและไม่ทำตัวโดดเด่นจนเกินไปจนถูกอารยธรรมที่แข็งแกร่งจ้องเล่นงานเร็วเกินไป หลังจากนี้อีกร้อยปีพวกนั้นก็จะเป็นได้เพียงแค่เศษขยะใต้ฝ่าเท้า! พวกเจ้าจะเข่นฆ่าพวกมันได้ง่ายดายเหมือนเชือดลูกไก่!" เจียงฝานเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงพลัง
"ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ สิ่งที่พวกเจ้าต้องทำคือวางแผนการกวาดล้างดาราจักร และหาวิธีจัดการกับอารยธรรมที่แอบซ่อนตัวอยู่ในเงามืดและไม่ยอมเปิดเผยตัวตนออกมา"
[จบแล้ว]