- หน้าแรก
- ราชันย์นักสร้างเกม จากอินดี้สู่บัลลังก์โลก
- บทที่ 18 ฮอลโลว์ไนต์
บทที่ 18 ฮอลโลว์ไนต์
บทที่ 18 ฮอลโลว์ไนต์
บทที่ 18 ฮอลโลว์ไนต์
"บริษัทกำลังจะเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่เหรอ?"
"เดี๋ยวนะ ไม่ใช่สิ ในที่สุดบริษัทก็รู้วิธีเปิดบัญชีโซเชียลมีเดียแล้วงั้นเหรอ?"
ไม่ว่าจะควรขอบคุณแพลตฟอร์มสำหรับพฤติกรรมประหลาดๆ หรือไม่ก็ตาม แต่ตอนนี้ชื่อบริษัทที่แต่ก่อนแทบไม่มีใครรู้จัก กลับกลายเป็นที่รู้จักกันไปทั่วบ้านทั่วเมืองแล้ว
บัญชีที่เพิ่งเปิดใหม่มียอดผู้ติดตามทะลุหลักหมื่นไปแล้ว และคาดว่าจำนวนผู้ติดตามจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวในอนาคตอันใกล้นี้
ประเด็นสำคัญคือ นอกจากเหล่าเกมเมอร์แล้ว ยังมีคอมเมนต์เข้ามาถามด้วยว่านี่ใช่บริษัทรับทำความสะอาดที่ทำงานได้เนี๊ยบสุดๆ หรือเปล่า ซึ่งนั่นชวนให้งุนงงสับสนเสียจริงๆ
วันรุ่งขึ้น หลินจือเดินเข้ามาในสตูดิโอพร้อมกับหิ้วถุงซาลาเปา ปาท่องโก๋ และน้ำเต้าหู้
เขาปรายตามองไปที่ห้องทำงานของสามลูกทรพี ดีมาก เจ้าลูกทรพีทั้งสามคนนี้นั่งประจำที่อยู่ที่โต๊ะเรียบร้อยแล้ว และกำลังเริ่มผลาญ... เอ้ย ไม่สิ อุทิศชีวิตให้กับอุดมการณ์ของพวกเขา
หลินจือในฐานะกึ่งนายทุนรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง เขาหยิบซาลาเปาสองสามลูกออกจากถุง นำไปวางไว้ที่โต๊ะของทั้งสามคนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ พร้อมกับแจ้งว่าอีกครึ่งชั่วโมงจะมีการประชุม
เมื่อเดินผ่านห้องทำงานของเจ้านาย ซูซินเยว่ก็ยังมาไม่ถึง เขาส่ายหน้า แม้ซูซินเยว่จะเป็นเจ้าของสตูดิโอตามกฎหมาย แต่ท่าทีเฉื่อยแฉะของเธอก็ทำให้เขาไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย
เขาอยากจะบ่นสักสองสามคำ แต่พอคิดถึงส่วนสูง 1.92 เมตรที่สูงตระหง่านและรูปร่างกำยำของคุณลุงซู รวมถึงประสบการณ์วัยเด็กของตัวเองที่เคยถูกผู้ชายสองคนและผู้หญิงสองคนดักซุ่มโจมตี ก็ทำให้แรงกระตุ้นในใจนั้นดับวูบลงไป
หลังจากตัวสั่นเล็กน้อย เขาก็วางปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้ไว้บนโต๊ะของซูซินเยว่ แล้วส่งข้อความทางโทรศัพท์ไปบอกให้เธอรีบมา เพราะจะมีประชุมในอีกครึ่งชั่วโมง
ในที่สุดเขาก็นั่งลงบนเก้าอี้ทำงาน ยืดเส้นยืดสายที่คอ จัดการอาหารเช้าส่วนที่เหลือจนหมด และปริ้นต์เอกสารทั้งหมดที่เคยเก็บไว้ในช่องเก็บของส่วนตัวออกมา
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา มองดูแต้มอิทธิพล 1,320 แต้มที่เพิ่งได้รับมา แล้วกดปุ่มสุ่มกาชาสิบครั้ง... เมื่อพูดถึงเกมอินดี้ระดับท็อป ผู้คนจะนึกถึงอะไรบ้าง อันเดอร์เทล เทอร์ราเรีย ไอแซก และอื่นๆ อีกมากมาย
จำนวนนั้นไม่ใช่น้อยๆ เลย
หากเพิ่มคำขยายเข้าไปสักหน่อยว่า เมทรอยด์เวเนีย
เห็นได้ชัดว่า จะต้องมีผลงานชิ้นหนึ่งที่โดดเด่นทะลุขึ้นมา
ฮอลโลว์ไนต์
คำว่าเมทรอยด์เวเนียมีที่มาจากเกมสองเกม นั่นคือเมทรอยด์และคาสเซิลเวเนีย เกมประเภทนี้จะเพิ่มองค์ประกอบต่างๆ เช่น อุปกรณ์ ความสามารถ และการสำรวจเข้าไปในเกมแนวแพลตฟอร์มเมอร์แบบดั้งเดิม
ในยุครุ่งเรืองสูงสุด พวกมันสามารถขับเคี่ยวกับเกมอย่างมาริโอ้ได้อย่างสูสี
และในหมวดหมู่นี้ แม้จะรวมผู้บุกเบิกทั้งสองเกมนั้นเข้าไปด้วย ฮอลโลว์ไนต์ก็ยังคงยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดอย่างไม่ต้องสงสัย
การออกแบบงานศิลป์อันยอดเยี่ยม สไตล์ดนตรีที่เข้ากันอย่างลงตัว สัมผัสการต่อสู้ที่สมบูรณ์แบบ และรูปแบบการเล่าเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์ ได้สร้างสถานะความเป็นเทพเจ้าสูงสุดของเกมแนวเมทรอยด์เวเนียขึ้นมา
แม้จะเป็นเพียงเกมอินดี้ แต่รายได้จากยอดขายของมันกลับแซงหน้าเกมฟอร์มยักษ์ระดับทริปเปิลเอไปไกลลิบลิ่ว และถึงแม้จะมีปัจจัยเรื่องราคาเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ความยอดเยี่ยมของมันก็เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ
จะว่าไปแล้ว ตอนที่เขาสุ่มได้เกมสองเกมนี้มาจากการเปิดกาชาสิบครั้งในวันนั้น หลินจือก็ตกใจไม่น้อย เขาไม่คาดคิดเลยว่าการสุ่มสิบครั้งเพียงรอบเดียวจะได้ระดับ SSR มาถึงสองชิ้น...
ครึ่งชั่วโมงต่อมา หลินจือนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะประชุม เสี่ยวซูเดินขยี้ตาด้วยท่าทางงัวเงียเข้ามาจากทางประตู ในขณะที่อีกสามคนนั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว
"เหล่าหลิน จู่ๆ นายเรียกประชุมทำไมวะเนี่ย พวกเรากำลังนั่งเขียนโค้ดกันอยู่เพลินๆ เลย"
สามลูกทรพีชิงบ่นขึ้นมาก่อนเป็นอันดับแรก โอดครวญว่าคุณพ่อผู้เข้มงวดและแสนดีของพวกเขากำลังทำอะไรตามอำเภอใจ
หลินจือหยิบไม้ชี้ขึ้นมาเคาะโต๊ะแล้วถามว่า "พวกนายไม่ติดตามความเคลื่อนไหวของสตูดิโอเลยหรือไง"
"พวกนายไม่รู้ด้วยซ้ำใช่ไหมว่าฉันเปิดบัญชีโซเชียลมีเดียแล้วน่ะ"
อีกสี่คนทำหน้างง "รู้สิ แล้วมันทำไมล่ะ"
หลินจือยิ่งพูดไม่ออกเข้าไปใหญ่ "พวกนายไม่เห็นเหรอว่าฉันประกาศว่าสตูดิโอเราจะเปิดตัวเกมใหม่ในอีกสองเดือนน่ะ"
ซูซินเยว่ยกมือขึ้น "ฉันเห็นนะ นายไม่ได้หมายถึง พัซเซิลแอนด์ดรากอนส์ หรอกเหรอ ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องรอถึงสองเดือนหรอก ฉันวาดการ์ดไปกว่าห้าสิบใบแล้ว ส่วนที่เหลืออีกสิบกว่าวันก็เสร็จแล้ว!"
"เหล่าหลิน พวกเราก็ไม่ต้องห่วงเหมือนกัน การเขียนโปรแกรมคืบหน้าไปได้สวย ทำไปได้หนึ่งในสี่แล้ว สองเดือนนี่เหลือเฟือ"
ประโยคไม่กี่ประโยคนี้ทำเอาหลินจือแทบใบ้กิน
เขาเคาะโต๊ะอย่างอ่อนใจ "ในสมองพวกนายมีแต่ขี้เลื่อยหรือไง"
"เกมนั้นเขาเริ่มพัฒนากันมาเป็นปีแล้ว มีนักพัฒนาตั้งสามสี่สิบคน แถมยังเป็นเกมยิงฟอร์มยักษ์อีก พวกนายกะจะเอาเกมมือถือกาชาไปสู้กับเขางั้นเหรอ"
โลกใบนี้เองก็มีห่วงโซ่แห่งความดูถูกเหยียดหยามเช่นกัน และไม่ต้องสงสัยเลยว่า เกมมือถือย่อมอยู่รั้งท้ายในห่วงโซ่นั้นอย่างเป็นธรรมชาติ
หากพวกเขาใช้เกมมือถือไปฟาดฟันกับเกมพีซี เกมมือถือย่อมตกเป็นรองตั้งแต่ในมุ้ง
ซูซินเยว่เกาหัว "ถ้าอย่างนั้นโปรเจกต์ใหม่ที่นายพูดถึงเมื่อวาน... อาจือ นายคงไม่ได้หมายความว่าเราต้องสร้างเกมขึ้นมาใหม่ทั้งหมดภายในสองเดือนนี้หรอกนะ..."
หลินจือพยักหน้าอย่างเป็นเรื่องปกติ เขาใช้ไม้ชี้ในมือดันกระดานไวท์บอร์ดด้านหลังให้พลิกกลับมา
"ข้อเสนอโปรเจกต์: ฮอลโลว์ไนต์
ประเภท: RPG + แพลตฟอร์มเมอร์ 2D"
เนื่องจากโลกใบนี้ไม่มีทั้งเกมเมทรอยด์และคาสเซิลเวเนีย จึงไม่มีชื่อเรียกเฉพาะสำหรับแนวเกมนี้ หลินจือเลยทำได้เพียงใช้แนวคิดสองอย่างที่มีความใกล้เคียงกันนี้มาสรุปรวมถึงตัวเกม
"RPG บวกแพลตฟอร์มเมอร์เนี่ยนะ" ทั้งสี่คนทำหน้างงงวย "แพลตฟอร์มเมอร์มันเป็นแนวเกมที่เก่ากึกสุดๆ ไปเลยไม่ใช่เหรอ ตอนนี้มันยังมีตลาดอยู่อีกเหรอ แล้วยังเพิ่ม RPG เข้าไปอีก... ด้วยความเคารพนะ เกมแนวเทิร์นเบสมันแทบจะตายไปจากวงการแล้วนะเว้ย"
หลินจือโยนเอกสารข้อเสนอสี่ชุดให้ทั้งสี่คน ก่อนจะเอ่ยว่า "แน่นอนว่ามันยังมีตลาดรองรับอยู่แล้ว เพียงแต่เกมแพลตฟอร์มเมอร์ยุคดึกดำบรรพ์พวกนั้นมันดึงดูดผู้เล่นไม่ได้อีกต่อไปแล้วต่างหาก อีกอย่าง ใครบอกล่ะว่า RPG ต้องเป็นเทิร์นเบสเสมอไป"
"ผู้ผลิตย่อมแสวงหาผลกำไร ถ้าไม่มีใครเล่น ก็ไม่มีใครสร้าง ดังนั้น ภาพจำของเกมแนวแพลตฟอร์มเมอร์ในหัวผู้เล่น จึงถูกแช่แข็งไว้ที่การออกแบบด่านที่ทั้งจำเจและคุณภาพต่ำเตี้ยเรี่ยดินเมื่อหลายสิบปีก่อน"
"สิ่งที่เราจะทำในครั้งนี้ คือการทำลายภาพจำเหล่านั้นในหัวของผู้เล่น ลองคิดดูสิ นี่คือแนวเกมรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนบนโลก หากมันโด่งดังขึ้นมา คนอื่นที่สร้างเกมคล้ายๆ กันก็จะต้องเรียกว่าเป็นเกมแนว ฮอลโลว์ไลก์ แบบนี้มันไม่น่าตื่นเต้นหรอกเหรอ"
ทั้งสี่คนรีบเปิดอ่านเอกสารข้อเสนออย่างรวดเร็ว
แม้สิ่งที่หลินจือพูดจะฟังดูน่าตื่นเต้นมาก แต่แนวเกมแบบนี้ต่างจากเกมแนวเรียงสามตรงที่มันไม่สามารถแสดงเสน่ห์ออกมาให้เห็นได้บนหน้ากระดาษ ทั้งสี่คนจึงขมวดคิ้วขึ้นมาพร้อมกัน
เมื่อเห็นบรรยากาศเช่นนั้น หลินจือก็เข้าใจถึงปัญหา มันเป็นปัญหาเดิมๆ นั่นแหละ โลกใบนี้ไม่มีเมทรอยด์และไม่มีคาสเซิลเวเนีย ผู้คนจึงไม่มีภาพจำและสัญชาตญาณเกี่ยวกับแนวเกมประเภทนี้
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ "เอาเป็นว่า ทุกคนวางงานที่กำลังทำอยู่ลงก่อน แล้วมาทุ่มเทให้กับการพัฒนาเกมนี้อย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องที่พวกนายกังวล ฉันพอจะเข้าใจอยู่หรอก เดี๋ยวฉันจะสร้างตัวเดโม่เล็กๆ ขึ้นมาให้ พอพวกนายได้ลองเล่น ก็จะรู้ได้ทันทีว่าเกมแนวนี้มันเป็นยังไง"
"แล้ว พัซเซิลแอนด์ดรากอนส์ ล่ะ..."
เมื่อเทียบกับ ฮอลโลว์ไนต์ ที่อนาคตยังลูกผีลูกคนแล้ว พัซเซิลแอนด์ดรากอนส์ ที่สามารถปลุกกระแสเทรนด์ใหม่ได้อย่างแน่นอนนั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาสนใจมากกว่า
หลินจือนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า "พอพวกนายพูดแบบนี้ เราก็ยังขาดคนอยู่ดี..."
เขามองไปที่ไอเทมที่เพิ่งได้มาจากการเปิดกาชาสิบครั้งแล้วเอ่ยขึ้น
"ซูซู พรุ่งนี้ไปตั้งโต๊ะรับสมัครงานที่งานนัดพบแรงงานกันเถอะ"
...