เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 - เวทีที่ลุกเป็นไฟ

บทที่ 28 - เวทีที่ลุกเป็นไฟ

บทที่ 28 - เวทีที่ลุกเป็นไฟ


บทที่ 28 - เวทีที่ลุกเป็นไฟ

หนึ่งนาทีครึ่ง เก้าสิบวินาที

ช่างแสนสั้นทว่ากลับให้ความรู้สึกยาวนานเหลือเกิน

อาจเป็นเพราะเจียงเซี่ยนสร้างจุดสนใจและมอบความรู้สึกตื่นตาตื่นใจให้ผู้ชมได้ในทุกวินาที

ท่วงท่าลื่นไหลสะอาดตา ท่าเต้นที่มีความยากระดับสูงถูกถ่ายทอดออกมาอย่างต่อเนื่อง

ในจังหวะที่ขยับตัวหยุดนิ่งไปพร้อมกับเสียงดนตรี ต่อให้เขาไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ยืนอยู่บนเวทีเฉยๆ ก็สามารถปั่นป่วนหัวใจของทุกคนในฮอลล์ให้สั่นไหวได้อย่างรุนแรง

ตอนโพสท่าจบ ทั้งฮอลล์ตกอยู่ในความเงียบงัน สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่เจียงเซี่ยนเป็นจุดเดียว

เนื่องจากการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงเมื่อครู่ เสื้อเชิ้ตของเขาจึงขยับไปตามท่วงท่า เผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องและรูปร่างที่ไม่ได้ดูผอมบางจนเกินไป

ลำคอระหงและกระดูกไหปลาร้าที่ชัดเจนปรากฏสู่สายตา

แน่นอนว่าตอนเต้นเสื้อเชิ้ตย่อมต้องเลิกขึ้นมาบ้าง

จังหวะที่เสื้อเชิ้ตของเจียงเซี่ยนเลื่อนหลุดลงมา กล้องก็จับภาพกล้ามหน้าท้องที่โผล่พ้นร่มผ้าออกมาให้เห็นวับๆ แวมๆ วินาทีนั้นเสียงกรี๊ดของพวกพี่สาวทีมงานที่เก็บอาการไม่อยู่ก็ดังสนั่นขึ้นมาอีกครั้ง

วินาทีที่เสียงดนตรีหยุดลง การแสดงของเจียงเซี่ยนก็จบลงอย่างสมบูรณ์

จังหวะเป๊ะ ไร้ที่ติ

จบลงอย่างสวยงาม

เงียบสงัด

เงียบสงัดราวกับไร้ผู้คน

ผู้เข้าแข่งขันและทีมงานนับพันชีวิตในฮอลล์ ต่างพากันนิ่งเงียบไปในวินาทีนี้

ริมฝีปากบางของเจียงเซี่ยนเผยอขึ้นเล็กน้อย ลมหายใจเพียงแค่หอบถี่ขึ้นกว่าตอนเริ่มต้นเพียงนิดเดียวเท่านั้น

คอเสื้อเชิ้ตหลุดลุ่ยดูหลวมโพรก มีความไม่เรียบร้อยแฝงอยู่ กระดูกไหปลาร้าเห็นเด่นชัด ทุกสัดส่วนล้วนทำให้ผู้คนใจสั่นได้อย่างรุนแรง

แสดงเสร็จแล้วเจียงเซี่ยนไม่ได้หันไปมองทางกลุ่มเมนเทอร์ด้วยซ้ำ เขากลับเบนสายตาไปทางตำแหน่งที่เวินฉือเยวียนยืนอยู่โดยสัญชาตญาณ

เขาสัมผัสได้ถึงความประหลาดใจในแววตาของคุณเวินอย่างชัดเจน แม้ว่ามันจะเป็นเพียงเสี้ยววินาทีสั้นๆ ก็ตาม

ไม่นานนัก ความประหลาดใจเหล่านั้นก็ถูกแทนที่ด้วยอารมณ์อื่นที่ซ่อนอยู่ในดวงตา

มันคือความรู้สึกแบบไหนกันนะ

คงจะเหมือนกับมหาสมุทรที่แทบจะทนไม่ไหวอยากจะดึงปลาตัวน้อยที่โผล่ขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำให้กลับลงไปใต้ทะเลลึก เพื่อไม่ให้ใครหรือชาวประมงคนไหนมองเห็น

หรืออาจจะเหมือนกับสายลมยามค่ำคืนที่พัดผ่านดอกไม้ซึ่งเบ่งบานอวดความงามเพียงชั่วข้ามคืน ทำให้อยากจะซ่อนความงดงามนั้นไว้ ไม่ให้ใครเด็ดไปหรือบันทึกภาพความงามนั้นไว้ได้

ความรู้สึกที่เวินฉือเยวียนมีต่อเจียงเซี่ยน ก็คงจะเป็นแบบนี้แหละ

อยากจะซ่อนก้อนหยกพันปีชิ้นงามนี้เอาไว้ ไม่ให้ใครค้นพบความงดงามของมัน

แต่ทว่าตอนนี้ เห็นทีคงจะสายเกินไปเสียแล้ว

หลังจากความเงียบสงัดผ่านพ้นไป เสียงโห่ร้องยินดีที่ดังกระหึ่มยิ่งกว่าตอนเริ่มต้นก็ปะทุขึ้น

บนใบหน้าของเด็กหนุ่มทุกคนเต็มไปด้วยความชื่นชมที่มีต่อเจียงเซี่ยน และมีความคาดหวังต่อเวทีการแสดง

ถ้าทุกคนสามารถทำได้แบบเจียงเซี่ยน แบบนี้สิถึงจะเรียกว่ารายการเซอร์ไววัลของจริง

เสียงปรบมือ เสียงโห่ร้อง เสียงกรี๊ด

ดังสนั่นยาวนานและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลย

แม้แต่เมนเทอร์ทั้งสามท่านก็ยังแอบอึ้งไปเหมือนกัน ตั้งแต่เริ่มร้องจนเต้นจบ ใช้เวลาไปแค่สามนาทีครึ่งเท่านั้น

การแสดงของคนก่อนหน้านี้บางคนใช้เวลาเป็นสิบนาทีด้วยซ้ำ แต่พอเอามาเทียบกับเจียงเซี่ยนแล้ว มันเทียบไม่ติดเลยสักนิด

สามนาทีครึ่งนี้ ช่างแสนสั้นและยาวนานเหลือเกิน ทุกวินาทีล้วนมีจุดดึงดูดสายตา ทำให้คนดูดื่มด่ำไปกับการแสดงจนยากจะลืมเลือน

ท่ามกลางฝูงชน ไม่รู้ว่าเด็กฝึกคนไหนตะโกนขึ้นมาว่า เอส

ราวกับเป็นการเปิดสวิตช์ความติ่งในตัวทุกคน เด็กฝึกต่างพากันตะโกนเรียกร้องให้มอบเกรดเอสแก่เจียงเซี่ยน ให้เขาได้เอสไปเลย

ปรากฏการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์รายการเซอร์ไววัล

เมนเทอร์ยังไม่ได้วิจารณ์ ยังไม่ได้ให้คะแนน แถมเด็กฝึกที่เข้าแข่งขันก็ถือเป็นคู่แข่งกันแท้ๆ แต่กลับพร้อมใจกันเรียกร้องให้มอบเกรดเอสแก่ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่ง

เจียงเซี่ยน สุดยอดไปเลย

คนที่น่าสงสารที่สุดก็คือผู้เข้าแข่งขันคนที่หนึ่งร้อย ขนาดผู้กำกับประจำตัวยังลืมเรียกเขาไปสแตนด์บายเพื่อเตรียมขึ้นแสดงโชว์เลย

เด็กหนุ่มคนนี้ก็คือเด็กหนุ่มขี้อายที่โดนเวินฉือเยวียนแย่งที่นั่งบนเครื่องบินไปนั่นแหละ เขาชื่อซ่งหราน ชื่อก็ดูสุภาพเรียบร้อยเหมือนหน้าตา

บรรยากาศในฮอลล์มันร้อนแรงเกินไป เด็กหนุ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้ ก็เลยขอตัวเดินไปรอที่หลังเวทีก่อน

บังเอิญว่าตอนนั้นทั้งฮอลล์กำลังตะโกนเรียกเกรดเอสกันอยู่พอดี เด็กหนุ่มก็เลยอินจัด แอบชูมือขึ้นเงียบๆ แล้วตะโกนว่า ให้เกรดเอสเขาไปเลย

เสียงตะโกนนี้ทำเอาทีมงานคนอื่นๆ ที่แอบดูการแสดงอยู่หลังเวทีถึงกับสะดุ้งตกใจ

หน้าของเด็กหนุ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเถือกในพริบตา

สุดท้ายซีซีก็ต้องออกโรงมาควบคุมสถานการณ์

"เอาล่ะค่ะ ลำดับต่อไปคือช่วงให้คะแนนของเมนเทอร์ เข้าใจความรู้สึกของทุกคนนะคะ หวังว่าทุกคนจะสงบสติอารมณ์ลงชั่วคราวก่อน แล้วมาฟังความเห็นของเมนเทอร์กันค่ะ"

นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การทำรายการ ที่ต้องถ่ายทำไปพร้อมกับรับมือผู้เข้าแข่งขันที่ตื่นเต้นจนควบคุมไม่อยู่

ทำไมซีซีถึงยังนิ่งอยู่ได้น่ะเหรอ

ก็เพราะเจียงเซี่ยน ไม่ใช่ คนในสังกัดของเธอไงล่ะ

โกรธไอ้บ้าเย่เฉิงนัก ทำไมถึงได้ดวงดีเหยียบขี้หมา ได้ไพ่ตายระดับเทพมาไว้ในมือได้นะ

อวี้เซิงหยิบไมโครโฟนขึ้นมา กำลังจะเอ่ยปากพูด แต่แล้วก็เหมือนนึกเรื่องตลกอะไรขึ้นมาได้ "ผู้เข้าแข่งขันที่นั่งอยู่ตรงนี้ล้วนเป็นคู่แข่งกันแท้ๆ แต่กลับใจตรงกันแบบนี้ ถือว่าเป็นภาพที่หาดูได้ยากจริงๆ ครับ"

เสียงเด็กหนุ่มตะโกนข้ามฮอลล์มาอย่างไม่ห่วงภาพลักษณ์ "เขาคู่ควรครับ"

เสียงแหบเสียงหลงกันไปหมดแล้ว

โคตรจะตลกเลย

เมนเทอร์ไบรอันเป็นคนแรกที่ให้คะแนนและเสนอระดับเกรด "เมนเทอร์อีกสองท่านมีความเห็นว่ายังไงบ้างครับ"

เมิ่งยวนดูคะแนนแล้วก็หลุดหัวเราะออกมา "สามารถทำให้เมนเทอร์ที่เข้มงวดที่สุดอย่างเมนเทอร์ไบรอันให้ผลลัพธ์แบบนี้ได้ ถือว่าเซอร์ไพรส์มากเลยค่ะ"

อวี้เซิงวางไมโครโฟนลงแล้วมองดูผลคะแนนบ้าง "ถึงจะเซอร์ไพรส์ แต่ก็ถือว่าสมเหตุสมผลครับ"

ไม่นานนัก ผลคะแนนก็ถูกรวบรวมส่งให้ทีมผู้กำกับบันทึกไว้ จากนั้นเมนเทอร์อวี้เซิงก็เป็นคนประกาศระดับเกรดและคะแนน

ถึงจะตะโกนเชียร์ให้ได้เกรดเอสกันปาวๆ แต่พูดกันตามตรง เด็กฝึกทุกคนก็ไม่ค่อยมั่นใจนักว่าเมนเทอร์จะยอมให้เกรดเอสกับเจียงเซี่ยนจริงๆ ไหม

ขนาดเกรดเอยังมีแทบจะนับหัวได้ เกรดเอสก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่

แต่ว่า

เจียงเซี่ยนคู่ควรกับมันจริงๆ

ทุกคนในฮอลล์กลั้นหายใจรอคอย รอฟังผลลัพธ์สุดท้ายจากปากเมนเทอร์อวี้เซิง

"ลำดับต่อไป ผมขอประกาศผลการประเมินของ เจียงเซี่ยน เด็กฝึกจากค่ายเฉิงเจียมีเดีย"

อวี้เซิงเงียบไปหลายวินาที สุดท้ายก็วางใบให้คะแนนในมือลง "ขออภัยทุกท่านด้วยครับ ผมขอดื่มน้ำสักอึกก่อนนะ"

เด็กฝึกด้านล่างแทบจะพ่นไฟ "เมนเทอร์อวี้ครับ ไม่เอาแบบนี้สิครับ อย่าทรมานใจกันแบบนี้"

"เกินไปแล้วนะครับผู้กำกับไม่จัดการหน่อยเหรอครับ"

"โอ๊ย ผมเตรียมเฮแล้วเนี่ย สรุปได้เอสไหมครับ"

หลังจากดื่มน้ำดับกระหายเสร็จ อวี้เซิงก็ประกาศผลการประเมินท่ามกลางความคาดหวังของทุกคนในที่สุด

"ผลการประเมิน เกรดเอส"

"ทักษะการร้อง หนึ่งร้อยคะแนน ทักษะการเต้น หนึ่งร้อยคะแนน ภาพลักษณ์บนเวทีโดยรวม หนึ่งร้อยคะแนน คะแนนรวมความประทับใจแรก เก้าสิบเก้าคะแนน"

"ความจริงสมควรจะได้ร้อยคะแนนเต็ม แต่กลัวว่าคุณจะเหลิงเกินไป ก็เลยขอหักออกสักหนึ่งคะแนน หวังว่าคุณจะพยายามต่อไปนะ สู้ๆ"

คะแนนสูงสุดของรายการ

เป็นเพียงคนเดียวในรายการที่ได้คะแนนเต็มในเกณฑ์การประเมินทั้งสามด้าน

เป็นเพียงคนเดียวในรายการที่คว้าเกรดเอสไปครอง

หลังจากผู้เข้าแข่งขันทุกคนแสดงจบ ทุกคนก็ยังคงอินกับโชว์เต้นของเจียงเซี่ยนไม่หาย เอาแต่นั่งจับกลุ่มคุยกันเรื่องนี้อย่างออกรส

ช่วงพักเบรกของการถ่ายทำ ผู้เข้าแข่งขันทุกคนได้พักผ่อนสักครู่ และต้องเปลี่ยนชุดฟอร์มตามเกรดที่ตัวเองได้รับ

หลังจากรับชุดฟอร์มมาจากผู้กำกับประจำตัว เจียงเซี่ยนก็เดินไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า

เขาไม่ได้ล็อกประตู เป็นความตั้งใจของเขาเอง

เพิ่งจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตไปได้สองเม็ด ไฟในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ดับพรึบลงกะทันหัน

"ทำไมไฟดับล่ะ"

"ไฟตกหรือเปล่า มืดตึ๊ดตื๋อเลย"

และในจังหวะที่มืดจนมองไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือตัวเองนั่นแหละ ประตูห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าของเจียงเซี่ยนก็ถูกเปิดออก ร่างสูงใหญ่ของผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้าไปข้างในอย่างเปิดเผย

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 28 - เวทีที่ลุกเป็นไฟ

คัดลอกลิงก์แล้ว