เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 - ฉือยวี่แปลงร่างเป็นคน

บทที่ 5 - ฉือยวี่แปลงร่างเป็นคน

บทที่ 5 - ฉือยวี่แปลงร่างเป็นคน


บทที่ 5 - ฉือยวี่แปลงร่างเป็นคน

เสิ่นเหยี่ยนจือเปรียบเสมือนพวกบ้างาน เขาไม่ยอมเลิกงานจนกระทั่งเวลาสองทุ่ม

ฉือยวี่นั่งปลูกเห็ดเล่นอยู่ในโทรศัพท์อย่างน่าเบื่อ

นับตั้งแต่ตอนอยู่ในห้องประชุมที่ถูกหยิบออกมาเพราะตัวเครื่องร้อนจัด เสิ่นเหยี่ยนจือก็ไม่ได้ใส่เธอไว้ในกระเป๋ากางเกงอีกเลย

จนกระทั่งถึงเวลาเลิกงาน เสิ่นเหยี่ยนจือถึงได้เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า

ข้อความแจ้งเตือน [กำลังชาร์จ] ปรากฏขึ้นบนหน้าจออีกครั้ง ฉือยวี่รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที

เสิ่นเหยี่ยนจือขึ้นลิฟต์สำหรับผู้บริหาร ตรงดิ่งไปยังลานจอดรถชั้นใต้ดินบี 1

ทันทีที่เข้านั่งในรถ ก็มีคนโทรศัพท์มาหาเขา อีกฝ่ายดูเหมือนจะอยู่ที่บาร์หรือร้านคาราโอเกะ เพราะมีเสียงแบ็คกราวด์อึกทึกวุ่นวาย โทรมาเพื่อชวนเสิ่นเหยี่ยนจือออกไปเที่ยวเล่น

หลังจากเสิ่นเหยี่ยนจือปฏิเสธ เขาก็วางสายไปทันที

มื้อค่ำทานที่บริษัทไปแล้ว เสิ่นเหยี่ยนจือจึงขับรถกลับบ้านเงียบๆ

ตั้งแต่ตอนเรียนจบมัธยมปลาย เสิ่นเหยี่ยนจือก็เริ่มเข้ามาสัมผัสกับธุรกิจของครอบครัว และในช่วงเรียนมหาวิทยาลัย เขาก็ก้าวเข้าสู่แกนกลางของการบริหารงานแล้ว

เมื่อเขาเรียนจบมหาวิทยาลัย ผู้เฒ่าเสิ่นก็ตัดสินใจข้ามหน้าพวกอาๆ ของเสิ่นเหยี่ยนจือ และแต่งตั้งให้เสิ่นเหยี่ยนจือเป็นผู้สืบทอดตระกูลเสิ่นคนถัดไปโดยเฉพาะ

ในช่วงสี่ปีที่เสิ่นเหยี่ยนจือกุมอำนาจ ทรัพย์สินของตระกูลเสิ่นเพิ่มพูนขึ้นหลายเท่าตัว พวกอาๆ ที่เดิมทีไม่พอใจที่เขาเข้ามาบริหารบริษัทต่างก็พากันเงียบปากไปสนิท

เสิ่นเหยี่ยนจือซื้อห้องชุดในคอนโดมิเนียมหรูหราแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้บริษัทเพื่อความสะดวกในการเดินทาง ขับรถเพียงยี่สิบนาทีก็ถึงบ้าน

ฉือยวี่ที่อยู่ในโทรศัพท์กำลังจ้องหน้าจอมือถืออย่างจดจ่อ

ในช่วงเวลาที่เสิ่นเหยี่ยนจือเดินทางกลับบ้าน แบตเตอรี่เพิ่มจาก 2% เป็น 4% และเวลาการคงร่างมนุษย์ของเธอก็เพิ่มจาก 0.2 เป็น 0.4 แล้ว

แม้ว่าแถบความคืบหน้าจะเดินช้ามาก แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ที่ดีของฉือยวี่เลย

เสิ่นเหยี่ยนจืออาศัยอยู่คนเดียว ทันทีที่เปิดไฟ บ้านที่เคยมีแต่มืดมิดก็สว่างไสวขึ้นมาทันตาเห็น

ภายในการตกแต่งเน้นโทนสีอ่อนเป็นหลัก พื้นหินอ่อนสีขาวดุจเกล็ดหิมะปูเต็มพื้นห้อง ผนังกรุด้วยกระเบื้องเงาวับราวกับกระจก โคมไฟระย้าคริสตัลหรูหราแขวนอยู่ด้านบน ห้องครัวแบบเปิดพร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้าครบครัน เมื่อมองไปรอบๆ ห้องรับแขกสะอาดสะอ้านไร้ฝุ่นละออง ทุกสิ่งทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ดูเหมือนจะเข้าที่เข้าทางไปหมด แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วยความรู้สึกเย็นเยียบและอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูก

ทีแรกฉือยวี่ยังไม่ทันสังเกตเห็น จนกระทั่งถูกเสิ่นเหยี่ยนจือพาเข้าไปในห้องนอน และได้สำรวจห้องนอนที่ตกแต่งอย่างเย็นชาไม่ต่างกันของเขา ฉือยวี่ถึงได้รู้สึกตัวว่า เธอไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่กล้องหน้าและกล้องหลังอีกต่อไปแล้ว แต่สามารถมองเห็นทัศนียภาพรอบๆ ได้แบบพาโนรามาเลยหรือ?

หูได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวเล็กน้อย ฉือยวี่ปรายตาไปมอง

เสื้อสูทที่สวมมาทั้งวันถูกถอดออก ชายหนุ่มที่ยืนหันหลังให้เธอมีรูปร่างที่ดูดีมาก ภายใต้เชิ้ตสีดำแผ่นหลังเหยียดตรง ชายเสื้อถูกสอดไว้ในขอบกางเกง

เนื้อผ้าของกางเกงสแล็กนั้นดีเยี่ยม เผยให้เห็นเส้นสายของขาเรียวยาวรำไร ถึงแม้จะมองไม่เห็นหน้าตรงของเขา แต่ก็สามารถสัมผัสได้ถึงความเย็นชาที่มิอาจล่วงเกินได้จากแผ่นหลังที่กว้างและผ่าเผยนั้น

เมื่อเห็นว่ามือทั้งสองข้างของเสิ่นเหยี่ยนจือวางอยู่บนเข็มขัดของตัวเอง เห็นชัดว่ากำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้า ฉือยวี่ที่ไม่เคยเห็นฉากแบบนี้มาก่อนจึงรีบหลับตาลงด้วยความตื่นตระหนก

ฉือยวี่ที่ปิดฟังก์ชันการมองเห็นไปไม่รู้เลยว่า ชายหนุ่มที่วางมือไว้บนเข็มขัดกำลังขมวดคิ้วแน่น และไม่ได้ขยับเขยื้อนอยู่นานครึ่งค่อนวัน

เสิ่นเหยี่ยนจือหลุบตาลง แววตาแฝงไปด้วยความเฉียบคม

เขาหันไปมองรอบๆ รอบหนึ่ง แต่ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ

จนกระทั่งถูกเสิ่นเหยี่ยนจือกุมไว้ในมืออีกครั้ง ฉือยวี่ถึงได้เปิดฟังก์ชันการมองเห็นขึ้นมา

ในตอนนี้ เสิ่นเหยี่ยนจือเปลี่ยนเป็นชุดกีฬาและกำลังเดินไปยังห้องฟิตเนสที่อยู่ติดกัน

หนึ่งชั่วโมงต่อมา ชายหนุ่มมีเหงื่อท่วมตัว

เขาอยู่ในห้องฟิตเนสสักพักก่อนจะออกมา แล้วโยนโทรศัพท์ไว้บนโซฟาในห้องรับแขก ดูเหมือนว่าเขาจะไปอาบน้ำแล้ว

เมื่อมองดูประตูกระจกของห้องน้ำที่ปิดสนิท ฉือยวี่ที่อยู่ในมือก็เริ่มรู้สึกคันไม้คันมือขึ้นมา

ตอนนี้เธอสามารถแลกเปลี่ยนร่างมนุษย์ได้ 0.4 นาที ซึ่งก็คือ 24 วินาทีนั่นเอง

ชายหนุ่มอาบน้ำเร็วแค่ไหน ก็คงไม่สามารถออกมาได้เร็วขนาดนั้นหรอกมั้ง?

ฉือยวี่ลังเลอยู่ในใจครู่หนึ่ง สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะแลกเปลี่ยน

หลังจากรอมาทั้งวัน เธออยากจะรู้คำตอบของคำถามนี้ใจจะขาด

ในวินาทีที่ฉือยวี่กดเลือก [ใช่] แสงสีขาวก็วาบขึ้นตรงหน้าจนเธอต้องหลับตาลง

ความรู้สึกที่ล่องลอยและคล่องแคล่วหายวับไปทันที แทนที่ด้วยความรู้สึกที่เท้าสัมผัสถึงพื้นจริงๆ

ฉือยวี่ลืมตาขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือห้องรับแขกที่ตกแต่งอย่างหรูหราเรียบง่าย เหมือนกับที่เธอเห็นในโทรศัพท์เมื่อกี้เปี๊ยบเลย

เธอมาอยู่ที่บ้านของเสิ่นเหยี่ยนจือจริงๆ ด้วย!

ฉือยวี่รีบก้มหน้าลง ยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าของตัวเอง

ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบสัมผัสกับผิวหนังที่นุ่มและอุ่น นี่คือใบหน้าของเธอเอง!

แม้แต่ชุดเดรสที่สวมอยู่บนร่างกาย ก็เป็นชุดเดียวกับที่เธอสวมตอนออกทะเลกับเฉินเจียจือ!

เธอก้มตัวลงลูบโซฟาที่อยู่ข้างๆ นิ้วที่กดลงไปบนโซฟาทำให้โซฟายุบตัวลงไปเล็กน้อย

ฉือยวี่ร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ เธอสัมผัสได้จริงๆ เธอยังมีชีวิตอยู่!

เวลา 24 วินาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ประดุจดอกโบตั๋นที่ผลิบาน ให้ความสุขแก่ฉือยวี่เพียงชั่วครู่ ก่อนที่เธอจะกลับเข้าไปอยู่ในโทรศัพท์ของเสิ่นเหยี่ยนจืออีกครั้งอย่างรวดเร็ว

ประมาณยี่สิบนาทีต่อมา เสิ่นเหยี่ยนจือก็ออกมาจากห้องน้ำ

เขาคงจะเป่าผมในห้องน้ำมาแล้ว ร่างกายดูสะอาดสะอ้าน ชุดนอนผ้าไหมสีดำเนื้อดีที่เขาสวมใส่อยู่ขับให้ผิวบริเวณลำคอดูขาวผ่อง เส้นผมสีดำที่ถูกลมร้อนเป่าจนแห้งสนิทดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย ทำให้เขาในตอนนี้ดูมีความเฉียบคมและน่าเกรงขามน้อยกว่ามาดประธานบริษัทที่เคร่งครัดในตอนกลางวัน แต่กลับดูบริสุทธิ์และไร้พิษภัยมากขึ้นหลายส่วน

เมื่อมองดูใบหน้าที่ขาวเนียนและเย็นชาของเสิ่นเหยี่ยนจือ ฉือยวี่ก็ตระหนักได้ทันทีว่า บางทีอายุจริงๆ ของอีกฝ่ายอาจจะไม่ได้มากขนาดนั้น

ตอนอยู่ที่บริษัทวันนี้ เธอคิดว่าเสิ่นเหยี่ยนจือน่าจะอายุอย่างน้อย 30 ปีขึ้นไป แต่ตอนนี้ดูแล้ว น่าจะอายุแค่ประมาณยี่สิบหกยี่สิบเจ็ดปีเท่านั้นเอง

เสิ่นเหยี่ยนจือไม่รู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในห้องรับแขกเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย เหมือนกับที่ตอนนี้เขาก็ยังไม่พบว่าในโทรศัพท์ของตัวเองมีชุดข้อมูลประหลาดๆ เพิ่มขึ้นมา

เสิ่นเหยี่ยนจือเดินตรงมา แล้วทิ้งตัวนั่งบนโซฟา ท่าทางดูสบายๆ และผ่อนคลายเป็นอย่างมาก

ร่างกายของเขาอยู่ใกล้กับโทรศัพท์มาก ฉือยวี่จึงอยู่ในสภาวะที่สำรวมกิริยาอย่างที่สุด

เสิ่นเหยี่ยนจือหยิบรีโมทคอนโทรลมาเปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้แต่ไม่ดู แต่กลับก้มหน้าเล่นมือถือแทน

ในขณะที่ฉือยวี่กำลังสงสัยว่าชายหนุ่มจะเล่นอะไรแก้เบื่อ ชายหนุ่มก็เลื่อนหน้าจออย่างคล่องแคล่ว แล้วกดเข้าไปในแอปพลิเคชันเกี่ยวกับข้อมูลการเงินแอปหนึ่ง

ฉือยวี่ : ...

เธอนึกขึ้นมาได้แล้ว

ในมือถือของผู้ชายคนนี้มีแอปการเงินอยู่เป็นสิบแอปเลย

นอกจากจะเป็นประธานบริษัทแล้ว เขายังเป็นนักเก็งกำไรอีกด้วย!

ฉือยวี่แอบชำเลืองมองดู พบว่าหุ้นที่ผู้ชายคนนี้ซื้อไว้แทบจะเป็นตัวเลขสีแดง (กำไร) ทั้งหมด มีน้อยมากที่จะขาดทุน

สมกับที่เป็นท่านประธานจริงๆ แม้แต่ความสามารถในการบริหารการเงินก็ยังแข็งแกร่งขนาดนี้

ฉือยวี่แอบเรียนรู้เงียบๆ

ในระหว่างนั้น โทรศัพท์ของเสิ่นเหยี่ยนจือก็ดังขึ้นอีกสองครั้ง ล้วนเป็นคนที่รู้จักมักคุ้นโทรมาชวนเขาออกไปเที่ยวเล่น แต่ก็ถูกเสิ่นเหยี่ยนจือปฏิเสธไปทั้งหมด

เวลาสามทุ่มครึ่ง เสิ่นเหยี่ยนจือปิดโทรทัศน์ และเข้าไปนอนในห้องนอนตรงเวลาเป๊ะ

ฉือยวี่ถูกเขาวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงไม้เนื้อแข็งสีเข้ม เมื่อนึกถึงการใช้ชีวิตในหนึ่งวันของเสิ่นเหยี่ยนจือ ในใจก็รู้สึกชื่นชมขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่มีทั้งเงิน ทั้งหน้าตา ทั้งฐานะทางสังคม แต่กลับใช้ชีวิตที่เรียบง่ายและมีวินัยอย่างเคร่งครัด ผู้ชายแบบนี้มีอยู่จริงบนโลกด้วยเหรอ?

ทว่าฉือยวี่กลับรู้สึกเสียดายเล็กน้อยที่เขาไม่ได้เอาโทรศัพท์วางไว้บนเตียงตอนนอน ถ้าหากเขานอนทับเธอได้ก็คงดี

ช่วงเวลาตลอดทั้งคืนแบบนี้ ถ้าหากสามารถแนบชิดกับเสิ่นเหยี่ยนจือได้ล่ะก็ ถึงแม้จะไม่สามารถชาร์จไฟจนเต็ม 100 อย่างน้อยก็น่าจะชาร์จได้ถึง 50 เลยนะ

ฉือยวี่ไม่เคยคิดเลยว่า วันหนึ่งเธอจะต้องมานั่งหมายปองร่างกายของผู้ชายแปลกหน้าแบบนี้

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 5 - ฉือยวี่แปลงร่างเป็นคน

คัดลอกลิงก์แล้ว