- หน้าแรก
- ปฐมกาล จ้าวอสรพิษ
- บทที่ 473 เมืองสามทราย บังเอิญพบคนคุ้นเคย
บทที่ 473 เมืองสามทราย บังเอิญพบคนคุ้นเคย
บทที่ 473 เมืองสามทราย บังเอิญพบคนคุ้นเคย
หนึ่งวันต่อมา ร่างสองร่างก็มาถึงซากสำนักเซียนพริ้วไหว
พวกเขามุดลงไปใต้ดิน จนถึงจุดเกิดเหตุ หินวิญญาณถูกเอาไปแล้ว แม้แต่ธงค่ายกลทั้งแปดก็ถูกค่ายกลกระบี่ทำลาย ลูกแก้วรวบรวมวิญญาณที่ล้ำค่าที่สุดก็ถูกทำลายเช่นกัน
"ไอ้สารเลว!"
ผู้บำเพ็ญวัยกลางคนหนึ่งในนั้นโกรธจัด
"หรือว่าจะถูกพวกตาเฒ่าสำนักเหยี่ยนเต้า (สืบมรรค) เจอเข้า?"
ชายหนุ่มหน้าม้าอีกคนตั้งข้อสงสัย
"เราเพิ่งเริ่มแผนการ ต่อให้สำนักเหยี่ยนเต้ารู้เรื่อง ก็ไม่มีทางมาถึงเร็วขนาดนี้ ต้องเป็นคนอื่นแน่!" ผู้บำเพ็ญวัยกลางคนกัดฟันกรอด
สำนักเหยี่ยนเต้าที่พวกเขาพูดถึง คือศัตรูที่พวกเขาคอยระวังมาตลอด
"หินวิญญาณที่อื่น จะให้ไปเก็บมาก่อนกำหนดเลยไหม?" ชายหนุ่มหน้าม้าถาม
จุดรวบรวมพลังวิญญาณของพวกเขาในตงฮวางไม่ได้มีแค่ที่เดียว แต่มีถึงหกแห่ง โดยปกติทุกๆ สิบปี จะผลิตหินวิญญาณระดับสุดยอดได้อย่างสม่ำเสมอสองก้อน
นี่คือทรัพยากรสำหรับฝึกฝนของบรรพชนระดับฮั่วเสินในสำนัก จะสะเพร่าไม่ได้ เป็นสถานที่ที่สำนักให้ความสำคัญที่สุด
"ไม่ได้เด็ดขาด สำนักเหยี่ยนเต้าจับตาดูเรามาหลายปีแล้ว ทุกย่างก้าวของเราต้องระมัดระวัง อย่าให้เสียเรื่องใหญ่เพราะเรื่องเล็ก"
แววตาของผู้บำเพ็ญวัยกลางคนทอประกายเหี้ยมโหด "ในเมื่อหัวขโมยนั่นล่วงรู้ความลับของที่นี่ มันไม่มีทางหยุดแค่นี้แน่ วางเหยื่อล่อไว้หน่อย รอมันมาติดกับก็พอ"
"รับทราบ!" ชายหนุ่มหน้าม้าประสานมือรับคำ
"แล้วก็ ไปสืบมาด้วยว่าค่ายกลกระบี่นี่มีที่มาจากไหน"
"ขอรับ!"
…………
สวี่เฮยวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน คราวนี้ เขาลอบเร้นกายต่อเนื่องถึงเจ็ดวันเต็ม ถึงกล้าหยุดพัก
แม้ความรู้สึกถึงอันตรายในใจจะหายไปนานแล้ว แต่สวี่เฮยไปก่อเรื่องใหญ่ไว้ขนาดนั้น จะไม่ระวังตัวก็คงไม่ได้
"หินวิญญาณระดับสุดยอด ข้าได้หินวิญญาณระดับสุดยอดมาจริงๆ!"
สวี่เฮยหอบหายใจหนักหน่วง เก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ หัวเราะลั่นออกมา
เขาหยิบหินวิญญาณระดับสุดยอดครึ่งก้อนออกมา กัดไปคำเล็กๆ แล้วกลืนลงท้องเพื่อดูดซับและหลอมรวม
พริบตาเดียว กระแสพลังวิญญาณเข้มข้นจากดินแดนเบื้องบน ก็ระเบิดออกในหินวิญญาณ ซึมซาบเข้าสู่ทุกอณูเนื้อหนัง ผ่านการหลอมรวมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไหลมารวมกันที่หยวนอิง
หยวนอิงของสวี่เฮยเป็นงูน้อยตัวหนึ่ง ตอนนี้งูตัวนั้นกำลังค่อยๆ โตขึ้นอย่างช้าๆ
นี่คือการพัฒนาของระดับพลังที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
หินวิญญาณระดับสุดยอดที่สามารถทำให้ระดับฮั่วเสินใช้ฝึกฝนได้ ย่อมประเมินได้เลยว่าความล้ำค่าของมัน ไม่ใช่สิ่งที่หินวิญญาณทั่วไปจะเทียบติด ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอาไปแลกเปลี่ยนด้วยซ้ำ
เพียงแค่วันเดียว สวี่เฮยก็หลอมรวมหินวิญญาณคำนั้นจนหมด ระดับพลังของเขาเพิ่มขึ้นประมาณหนึ่งส่วน
สวี่เฮยไม่ได้อยู่ที่เดิมนาน เขาเปลี่ยนที่ซ่อนตัว ลอบเร้นกายไปอีกสามวัน แล้วกัดหินวิญญาณระดับสุดยอดอีกคำ เพื่อหลอมรวมและดูดซับต่อ
แต่ละที่ สวี่เฮยจะพักอยู่ไม่เกินหนึ่งวัน จากนั้นก็จะลบร่องรอยทั้งหมด แล้วย้ายไปฝึกฝนที่อื่นต่อ
ใช้เวลาถึงหนึ่งเดือนเต็ม สวี่เฮยถึงจะกินหินวิญญาณระดับสุดยอดครึ่งก้อนนั้นจนหมด
ส่วนระดับพลังของสวี่เฮย ก็ก้าวเข้าสู่ระดับหยวนอิงขั้นต้นเจ็ดส่วนแล้ว
หินวิญญาณระดับสุดยอดอีกหนึ่งก้อนที่เหลือ สวี่เฮยสามารถใช้มันเพื่อทะลวงสู่ระดับหยวนอิงขั้นกลางได้อย่างสบายๆ
เพิ่งมาถึงสมรภูมิต่างแดน ก็ได้ของล้ำค่าขนาดนี้ ทำเอาสวี่เฮยรู้สึกเหมือนฝันไป แต่เขาไม่รีบร้อนที่จะใช้มัน เขาเก็บมันไว้อย่างดี แล้วหนีออกไปให้ไกลจากเขตนี้
…………
สวี่เฮยเปลี่ยนรูปลักษณ์ ขับไล่ของเสียออกจากร่างกาย ในที่สุดก็มุดขึ้นมาจากดิน มาปรากฏตัวบนพื้นดิน
สวมชุดคลุมสีดำ รูปร่างปานกลาง หน้าตาธรรมดา นอกจากผิวจะคล้ำไปสักหน่อย สวี่เฮยก็ดูไม่ต่างจากผู้บำเพ็ญอิสระทั่วไปที่เดินสวนกันตามถนน
บนที่ราบเบื้องหน้า ปรากฏเมืองของมนุษย์เมืองหนึ่ง
นี่คือสถานที่ที่ดูสงบสุขที่สุดเท่าที่สวี่เฮยเคยเห็นมาตลอดทาง และเป็นจุดพักผ่อนที่เขาเลือก
แน่นอนว่า ความสงบสุขของที่นี่ เป็นเพียงแค่การเปรียบเทียบกับเมืองอื่นๆ ในสมรภูมิต่างแดน ไม่มีคำว่าสงบสุขอย่างแท้จริงอยู่แล้ว
เมืองนี้ชื่อเมืองซานซา (สามทราย) ตามชื่อเลย คือสร้างด้วยทรายและดินทั้งหมด
เจ้าเมืองเป็นผู้บำเพ็ญระดับหยวนอิงขั้นสมบูรณ์ เข้าเมืองมา แค่จ่ายหินวิญญาณตามที่กำหนด ก็จะได้รับการคุ้มครองจากเจ้าเมือง
ค่าเข้าเมืองไม่แพง แค่หมื่นหินวิญญาณ
แต่ค่าประกันชีวิตนี่สิ แพงหูฉี่ ไม่มีเพดานจำกัด ใครจะฆ่าเจ้า ต้องจ่ายค่าประกันสิบเท่าของที่เจ้าจ่าย ถึงจะลงมือฆ่าได้
สมมติว่า สวี่เฮยจ่ายแสนหินวิญญาณซื้อประกันชีวิตให้ตัวเอง นักฆ่าก็ต้องจ่ายหนึ่งล้านหินวิญญาณ ถึงจะฆ่าสวี่เฮยได้
นี่ทำให้พวกนักโทษหนีคดีหลายคน เลือกมาพักผ่อนกบดานที่เมืองซานซา ขอแค่มีเงินจ่าย ก็ปลอดภัยแน่นอน
"ถ้าข้าจ่ายหินวิญญาณระดับสุดยอดหนึ่งก้อนเป็นค่าประกัน ใครจะฆ่าข้า ก็ต้องจ่ายหินวิญญาณระดับสุดยอดสิบก้อนสินะ" สวี่เฮยคิดในใจ
แต่ความคิดนี้ก็ทำได้แค่คิด ถ้าขืนเขาเอาหินวิญญาณระดับสุดยอดออกมาจริงๆ เจ้าเมืองซานซาคงเป็นคนแรกที่ลงมือฆ่าเขาเองแน่ๆ
หลังจากสวี่เฮยจ่ายค่าเข้าเมืองหมื่นหินวิญญาณเสร็จ
ทหารยามเฝ้าประตูก็ถามว่า "แล้วค่าประกันล่ะ?"
สวี่เฮยมองซ้ายมองขวา แล้วหยิบของวิเศษระดับสี่ออกมาหนึ่งชิ้น นี่เป็นหนึ่งในของที่ยึดมาได้จากสำนักจับงู แล้วยื่นให้
จากนั้น เขาก็ลงทะเบียนชื่อ รับป้ายประกันชีวิต แล้วเดินเข้าเมืองไป
สิ่งแรกที่สวี่เฮยทำเมื่อเข้าเมือง คือไปที่ร้านขายของชำ ซื้อแผนที่มาหนึ่งแผ่น
แผนที่ไม่ค่อยละเอียด มีแค่พื้นที่บางส่วนของตงฮวาง เทียบไม่ได้กับที่ฟูจื่อให้มา แต่ก็มีบอกจุดอันตรายไว้บ้าง พอใช้ถูไถไปได้ก่อน
"เมืองเลี่ยเฟิง อยู่นี่เอง"
สวี่เฮยมองจุดๆ หนึ่งบนแผนที่
นี่คือเมืองที่หลัวกังบอกเขา ถือเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในรัศมีล้านลี้ ว่ากันว่ามียอดฝีมือระดับหยวนอิงขั้นสมบูรณ์ประจำการอยู่หลายคน ที่แท้ เบื้องหลังของหลัวกังก็ยิ่งใหญ่ไม่เบา
"หึๆ สหายท่านนี้ เพิ่งมาใหม่สินะ?"
เถ้าแก่ร้านขายแผนที่ ยิ้มแป้นมองเขา
"เมืองซานซา เพิ่งเคยมาครั้งแรกจริงๆ"
สวี่เฮยตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก
แววตาของเถ้าแก่ทอประกาย ยิ้มกล่าว "ที่จริงแล้ว ข้ายังมีแผนที่ที่ใหญ่กว่า ละเอียดกว่านี้อีก ไม่ทราบว่าสหายสนใจไหม?"
"แน่นอน" สวี่เฮยไม่มีทางปฏิเสธอยู่แล้ว
เถ้าแก่กวักมือเรียกทันที สวี่เฮยเดินเข้าไปใกล้ เห็นเขาหยิบม้วนหนังแกะออกมา กางแผ่ลงบนเคาน์เตอร์
แผนที่แผ่นนี้ไม่เพียงแต่ใหญ่กว่า แต่ยังละเอียดกว่าด้วย นอกจากจะบอกตำแหน่งเมือง ภูมิประเทศ จุดอันตรายแล้ว ยังวาดซากสำนักยุคโบราณไว้อีกด้วย
เถ้าแก่เริ่มบรรยายให้สวี่เฮยฟังทันที
"ความลับหลายอย่าง ไม่สะดวกจะบอกในแผนที่ แต่ตาเฒ่าอย่างข้ารู้ดี อย่างเช่นเมืองเทียนอวิ่น (อุกกาบาตสวรรค์) แห่งนี้ เกิดจากอุกกาบาตตกลงมาชน พื้นที่เลยยุบตัวลงไป..."
ชายชราชี้ไปที่แผนที่ อธิบายสถานที่สำคัญแต่ละแห่งอย่างละเอียด
ทุกจุดอันตราย และผู้บำเพ็ญที่ไปจบชีวิตที่นั่น ชายชราก็เล่าให้ฟังอย่างละเอียดยิบ
"แล้วก็มีซากวิหารเทพราชัน (เสินหวังเตี้ยน) นี่อีก ว่ากันว่าแต่เดิมเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่พลังวิญญาณอุดมสมบูรณ์ มีผู้บำเพ็ญไปฝึกฝนกันมากมาย แต่หลังจากเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ ผู้บำเพ็ญที่นั่นก็ตายกันหมด พลังวิญญาณก็หายวับไปเฉยๆ น่าเสียดายจริงๆ"
เถ้าแก่ร้านแผนที่ถอนหายใจ
สวี่เฮยคิ้วกระตุกทันที ที่นี่มันคล้ายกับสำนักเซียนพริ้วไหวมากๆ ไม่แน่ว่า ใต้ดินนั่นอาจจะมีอุปกรณ์คล้ายๆ กัน ที่ใช้รวบรวมพลังวิญญาณ เพื่อสร้างหินวิญญาณระดับสุดยอด
แต่เขาไม่กล้าไปเยือนเป็นครั้งที่สองหรอกนะ อีกฝ่ายโดนขโมยไปครั้งนึงแล้ว ต้องระวังตัวแจแน่ๆ สวี่เฮยขืนไปตอนนี้ก็เท่ากับรนหาที่ตาย
ระหว่างนี้ เถ้าแก่ร้านแผนที่ก็คอยลอบสังเกตสีหน้าของสวี่เฮยอยู่ตลอด พอเห็นเขาสีหน้าเรียบเฉย ไม่สะทกสะท้าน ก็เปลี่ยนเรื่อง ไปแนะนำของอย่างอื่นแทน
"เล่าเรื่องเมืองเลี่ยเฟิงให้ฟังหน่อยสิ" สวี่เฮยบอก
"เมืองเลี่ยเฟิงเนี่ย ถือเป็นสถานที่ในตำนานของตงฮวางเลยนะ เป็นหนึ่งในสามเมืองใหญ่ของตงฮวาง เป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด ว่ากันว่าข้างในมีผู้บำเพ็ญระดับหยวนอิงขั้นสมบูรณ์ถึงแปดคนเชียวนะ..."
เถ้าแก่เริ่มสาธยายทันที
"ตูม!!"
ทันใดนั้น ก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวมาจากข้างนอก เสียงกึกก้องสะเทือนไปทั่วทิศ
มีคนตีกัน
สวี่เฮยตอนแรกก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่จู่ๆ ป้ายคำสั่งสัมผัสของเขาก็มีปฏิกิริยา ทำให้เขาสะดุดใจ คนที่มาเป็นคนรู้จักเหรอ?
สวี่เฮยรีบเดินออกจากร้านขายแผนที่ ไปที่ถนน
เห็นเด็กสาวผมสีเงินคนหนึ่ง กำลังวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนอยู่บนถนน ร่างกายของนางเดี๋ยวผลุบเดี๋ยวโผล่ เลือนรางไม่ชัดเจน ด้านหลังมีผู้บำเพ็ญชุดเหลืองคนหนึ่ง ในมือมีเปลวไฟลุกโชน กำลังไล่ล่ามาติดๆ
"นางมารผมเงิน?" สวี่เฮยไม่คิดว่าจะมาเจอคนคุ้นเคยที่นี่
อาอิ๋นสวมเสื้อผ้าบางๆ แม้จะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่สภาพก็ดูทุลักทุเลสุดๆ สัมผัสถึงกลิ่นอายไม่ได้เลย ส่วนใหญ่จะอยู่ในสภาพล่องหน
ผู้บำเพ็ญชุดเหลืองคนนั้นความเร็วสูงมาก แค่ดีดนิ้วก็มีมังกรเพลิงพุ่งออกมา แผดเผาแผ่นหลังของอาอิ๋น แต่ร่างของนางก็ล่องหน หลบการโจมตีถึงตายไปได้ แต่ก็ถูกเปลวไฟล้อมรอบไว้อีก สถานการณ์อันตรายสุดๆ
"ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ..."
มีหนามพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน ผู้บำเพ็ญชุดเหลืองเปลี่ยนท่าร่ายคาถา ตาข่ายฟ้าดินก็คลุมลงมาจากทั้งสี่ทิศทาง หมายจะล้อมจับอาอิ๋น
"โอ้โห! ดูละครดีกว่า" สวี่เฮยลากเก้าอี้มานั่งลง ริมถนน นั่งดูอย่างสบายใจ