- หน้าแรก
- สมการวิปลาส
- บทที่ 62 ท่องเที่ยว?
บทที่ 62 ท่องเที่ยว?
บทที่ 62 ท่องเที่ยว?
ไล่จางอี้ถิงไปแล้ว อู่เจียงถึงคุยกับหลี่เหยียน
"มีเรื่องรบกวนอีกแล้ว"
"ไม่กลัวรบกวน กลัวไม่มีเรื่องให้ทำมากกว่า" หลี่เหยียนตบบ่าเบาๆ
"ช่วงปิดเทอมหนึ่งอาทิตย์ ฉันมีเรื่องต้องทำ ทำในเมืองมันอันตราย ช่วยวางแผนเที่ยวให้หน่อย ฉันจะพาหม่าอวี่เคอห้องสามไปด้วย วันละที่ ขอที่พักคนน้อยๆ ออกเดินทางหลังเที่ยง ถ้าเป็นไปได้หาเพื่อนไปด้วยอีกสองคน ถ้านายไม่ว่าง ไม่ไปก็ได้นะ"
"จัดทริปเที่ยว? บอกได้ไหมว่าจะทำอะไร?"
"ตำราที่นายให้มาฉันดูแล้ว ก่อนสร้างรากฐาน อาจต้องตื่นรู้พลังสักอย่าง"
"หา?"
หลี่เหยียนงงเป็นไก่ตาแตก บอกจะสร้างรากฐาน แต่ดันจะตื่นรู้พลัง นี่มันตรรกะคนปกติเหรอ? วิธีฝึกสองสายมันไม่เกี่ยวกันเลยนะ
อู่เจียงอธิบาย "ไม่รู้ว่านายเคยอ่าน 'รากฐานแห่งเต๋า' ไหม ในนั้นมีวิธีสร้างรากฐานแบบนึง ต้องใช้กฎเกณฑ์ ซึ่งก็คือคอนเซ็ปต์ที่ฉันเคยบอกนาย คอนเซ็ปต์ที่ฉันมีตอนนี้ไม่ค่อยเหมาะ เลยอยากตื่นรู้อันใหม่เผื่อจะได้ใช้"
"วิธีสร้างรากฐานบ้าอะไร ต้องใช้คอนเซ็ปต์ งั้นก็มีแต่สายหลอมรวมระดับสี่ขึ้นไปถึงจะทำได้สิ?" หลี่เหยียนรู้แค่ว่าระดับสี่ช่วงปลายถึงจะเข้าถึงคอนเซ็ปต์ ไม่นึกว่าจะโยงกับสายบำเพ็ญเพียรได้ด้วย
"เผลอๆ อาจจะออกแบบมาเพื่อคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะก็ได้"
"...ก็เป็นไปได้"
ลองคิดดู ถ้าไม่ใช่ผู้ใช้พลังระดับสูง จะไปหากฎเกณฑ์มาจากไหน อย่างไฮโดรเจนเผาไหม้กลายเป็นน้ำ ก็น่าจะนับเป็นกฎฟิสิกส์ คนที่ยังไม่ทันสร้างรากฐาน จะไปมีผลกระทบหรือดึงของพวกนี้มาใช้ได้ไง?
อู่เจียงไม่เร่ง หลี่เหยียนก็ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว "ฉันไปด้วย แต่ทำไมต้องหาเพื่อนไปด้วยล่ะ?"
เขารู้จักหม่าอวี่เคอ เพราะหม่าอวี่เคอเดินกลับบ้านกับอู่เจียงทุกวัน ก่อนออกโรงเรียนถ้าเจอก็เห็นประจำ แต่ไม่รู้ว่าทำไมต้องมีโควตาอีกสองคน
"เด็กยังไม่บรรลุนิติภาวะสามคน ไปเที่ยวที่คนน้อยๆ ตั้งอาทิตย์นึง สำหรับผู้ปกครองมันอันตรายเกินไป"
"มีเหตุผล งั้นหาผู้ใหญ่ไปด้วยดีกว่า"
อู่เจียงคิดแล้วพยักหน้า "ถ้าผู้ใหญ่ยอมฟังนาย จะลากมาสักคนก็ได้"
"แล้วจางอี้ถิงล่ะ? จะชวนไหม?" ถ้าจะหาเพื่อน ก็ต้องนึกถึงคนคุ้นเคยก่อน
"ได้ เธอมีเพื่อนสนิทอีกคนไม่ใช่เหรอ ให้แยกกันนานๆ เดี๋ยวจะงอแง ถ้าสองคนนั้นยอมไปก็ชวนมาให้หมดเลย" อู่เจียงตกลง แล้วคุยเรื่องเงิน "ฉันให้งบสามพัน ถ้าไม่พอพวกนายออกเองนะ"
เงินสามพันไม่เยอะ แต่จุดประสงค์ไม่ใช่ไปเที่ยวจริงๆ จังๆ ไม่ต้องเสียค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยวหรือของที่ระลึก ความจริงก็เหลือเฟือ คิดซะว่าหกคน รถวิ่งร้อยกิโลเมตรกินน้ำมัน 120 หยวน วิ่งวันละร้อยกิโลเมตรติดกันหนึ่งอาทิตย์ รวมค่าเดินทางไปกลับตามหมู่บ้านภูเขา ก็ไม่เกินพันสอง พักตามที่กันดาร ค่าที่พักค่ากินก็คงไม่แพง
แต่หลี่เหยียนกลับคิดว่าสามพันนี่น่าจะเป็นค่าใช้จ่ายของอู่เจียงกับหม่าอวี่เคอมากกว่า
"พอแล้ว ที่เหลือฉันจัดการเอง ส่วนผู้ใหญ่ ฉันกะจะชวนลุงยาม นายว่าไง?"
คราวนี้ตาอู่เจียงร้องบ้าง "หา?"
หลี่เหยียนอธิบาย "ลุงยามแซ่โหยว เป็นทหารปลดประจำการ แขนท่อนล่างซ้ายมีปัญหาหน่อย กล้ามเนื้อบาดเจ็บจนพิการ แต่สภาพร่างกายโดยรวมยังดีอยู่ ล้มคนสักคนสองคนได้สบาย"
เขาคิดค่อนข้างรอบคอบ เขากับลุงโหยวสองคน รับมือพวกอันธพาลกิ๊กก๊อกสักสี่ห้าคนได้ ไม่ถึงขั้นต้องให้อู่เจียงออกโรงหรอก
"อ้อ งั้นก็เอาเถอะ"
เรื่องก็ตกลงตามนี้
หลี่เหยียนออกจากป่าละเมาะ ตรงไปหาลุงโหยวที่ประตูโรงเรียน ลุงยามหน้าตากรำโลกได้ยินข่าวก็อึ้งไปเลย
"ไปเที่ยว? ไม่เสียตังค์?"
"ใช่ครับ แค่รบกวนลุงช่วยดูแลเพื่อนๆ ผมพอมีวิชาหมัดมวยอยู่บ้าง แต่ก็กลัวพวกอันธพาลรุม"
"อ้อ ให้ไปเป็นบอดี้การ์ดนี่เอง"
"ใช่ครับ ประมาณนั้นเลย"
"ได้สิ เดี๋ยวไปเที่ยวเป็นเพื่อน แต่ลุงจะพาเมียไปด้วยนะ ค่าใช้จ่ายของป้าเดี๋ยวลุงออกเอง"
ลุงโหยวคิดแล้วเห็นว่าเข้าที ถึงจะไม่สนิทกับหลี่เหยียน แต่รูปร่างหลี่เหยียนก็สะดุดตาในหมู่นักเรียน ใช่ว่าจะจำไม่ได้ รูปร่างแบบนี้ไม่ได้สร้างกันแค่วันสองวัน ตัวลุงเองก็อายุเยอะแล้ว หุ่นยังสู้หลี่เหยียนไม่ได้เลย ทริปนี้คงไม่มีปัญหาอะไร ประหยัดค่าเที่ยวไปได้ตั้งคนนึง คุ้มจะตาย
เรื่องเวลา ตามหลักการแล้วช่วงปิดเทอมระหว่างสองภาคเรียน วันจันทร์ถึงศุกร์ยามก็ต้องทำงาน แต่ช่วงนั้นลางานง่ายมาก
จัดการเรื่องผู้ใหญ่ที่จะเป็นหัวหน้าทริปเสร็จ ตอนเลิกเรียนหลี่เหยียนก็ไปบอกข่าวอู่เจียง
ทางจางอี้ถิงยังไม่รีบ บอกก่อนกลางเดือนก็ยังทัน ก่อนหน้านั้นหลี่เหยียนต้องวางแผนเส้นทางให้ตรงใจกับอู่เจียงก่อน
เลิกเรียน ระหว่างทางกลับบ้าน อู่เจียงถามหม่าอวี่เคอ "เป็นไงบ้าง? เก็บเงินได้เท่าไหร่แล้ว?"
"พันกว่าหยวนครับ ก่อนเรียนจบน่าจะพอจ่ายค่าเทอมปีนึง"
"อย่าหักโหมนักล่ะ สอบปลายภาคเสร็จเดี๋ยวฉันพาไปเที่ยวสักสองสามวัน มีเพื่อนไปด้วยอีกหลายคน"
"หา? แล้วต้องใช้เงินเท่าไหร่ครับ?"
"ฉันออกสามพัน ไม่พอคนอื่นออกเอง นายไม่ต้องห่วง"
"...จะดีเหรอครับ"
"ตกลงตามนี้แหละ" อู่เจียงไม่ถามความสมัครใจ คุยกับหม่าอวี่เคอต้องทำแบบนี้ ไม่งั้นคุยกันยาว
"งั้น... ขอบคุณครับพี่ห้า"
อู่เจียงวกกลับมาเรื่องบำเพ็ญเพียร "ความคืบหน้าเร็วกว่าเมื่อก่อนไหม?"
ผู้บำเพ็ญเพียรฝึกปราณภายใน เอกลักษณ์อนุภาควิญญาณไม่ชัดเจน อู่เจียงเลยประเมินได้แค่คร่าวๆ ถ้าไม่ได้สัมผัสตัวก็กะเกณฑ์ยาก
"ครับ พี่จิ้มผมทีเดียว เหมือนตาสว่างเลย เร็วกว่าเมื่อก่อนเยอะ สัมผัสได้ถึงการไหลเวียนของลมปราณชัดเจน แต่ช่วงนี้เริ่มช้าลง หรือจะถึงคอขวดแล้ว" หม่าอวี่เคอเล่าแล้วถาม "พี่ห้า นั่นวิชาอะไร รบกวนอีกสักทีได้ไหมครับ?"
"วิธีธรรมดาๆ น่ะ มันเป็นพลังภายนอก ยังไงก็มีผลข้างเคียง ถึงคอขวดก็อย่าเพิ่งใจร้อน ฝึกไปตามปกติให้พื้นฐานแน่นก็พอ ที่พาไปเที่ยวก็เพื่อให้นายเปิดหูเปิดตา เจอสภาพแวดล้อมใหม่ๆ อาจจะช่วยเรื่องการฝึกได้"
"อ้อ จำไว้แล้วครับ"
……
......
กลับถึงบ้าน เล่าเรื่องไปเที่ยวให้แม่ฟังตอนกินข้าวเย็น การหาคนไปเยอะๆ ได้ผลจริงๆ ด้วย
ได้ยินว่าไปกันห้าหกคน วังหลิงถามแค่ "ต้องจ่ายเท่าไหร่?"
"ไม่ต้องครับ ผมมีของผมเอง"
วังหลิงขมวดคิ้ว "ลูกยังทำงานพิเศษอยู่เหรอ?"
"เปล่าครับ เงินเก็บเก่า" หลังจากนี้ก็คงไม่ทำงานพิเศษทั่วไปแล้วล่ะ ทำของวิเศษสะสมวิญญาณขายท่าทางจะรุ่งกว่า
"เงินที่ลูกหามาเก็บไว้ใช้เองเถอะ กิจกรรมโรงเรียนเดี๋ยวแม่ออกให้"
พูดมาถึงตรงนี้ชักจะกระอักกระอ่วน เพราะไม่ใช่กิจกรรมโรงเรียนเลย อู่เจียงโกหกไม่เป็น ขืนคุยต่อเดี๋ยวจะเข้าอีหรอบต้องอธิบายความจริงยาวเหยียด
"ไม่ต้องจริงๆ ครับ เงินก็ใช้กับตัวผมเองนั่นแหละ"
วังหลิงมองลูกชาย น้ำตาแทบคลอ
ลูกรู้ความจนน่าสงสาร ถ้าเป็นบ้านอื่นคงเป็นเรื่องดี แต่สำหรับแม่ลูกคู่นี้ ราคาที่ต้องจ่ายมันสูงเกินไป
เห็นแม่เริ่มอารมณ์ไม่ดี อู่เจียงกินข้าวไปสองคำ พยายามเปลี่ยนเรื่อง "แม่ จะปิดร้านสักสองสามวันไปดูลาดเลาที่เฟิงหลินเมื่อไหร่ดีครับ? ขืนไปอัดกันช่วงปีใหม่ คงวุ่นวายน่าดู"
"หืม?" วังหลิงปรับอารมณ์ คิดๆ ดูแล้วพยักหน้า "ถ้าลูกมั่นใจว่าจะไปเรียนที่นั่นจริงๆ เดี๋ยวเดือนตุลาค่อยหาเวลาช่วงสุดสัปดาห์ไปดูกัน"
วันชาติเซิ่งเจ๋ออยู่ช่วงครึ่งปีแรก เดือนตุลาเข้าฤดูใบไม้ร่วง อากาศดี ไม่ร้อนไม่หนาว ความชื้นต่ำสุดในรอบปี สัตว์ไม่ค่อยป่วย คลินิกเลยคนน้อย เป็นช่วงโลว์ซีซั่น ปิดสักสองวันก็เสียแค่ค่าเช่าที่นิดหน่อย
ไม่เลือกช่วงหยุดยาวเทศกาลเก็บเกี่ยวปลายเดือนสิงหา กับเทศกาลไหว้ภูเขาปลายเดือนกันยา เพราะคนเยอะ ไม่เหมาะจะไปดูทำเล เผลอๆ จะโดนโก่งราคาเอาได้
ส่วนจะจองทำเลล่วงหน้าเลยไหม วังหลิงยังไม่ตัดสินใจ ถ้ายังไม่เจอที่ถูกใจก็กะจะรอดูไปก่อน รอโรงเรียนลูกชัวร์แล้วค่อยว่ากัน