เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 - ใครกล้ารังแกหลานข้า!

บทที่ 12 - ใครกล้ารังแกหลานข้า!

บทที่ 12 - ใครกล้ารังแกหลานข้า!


บทที่ 12 - ใครกล้ารังแกหลานข้า!

พูดได้ตรงประเด็นมากยัยกระต่ายยักษ์... ฮวาอี้กวาดเนตรวงแหวนคู่เพียงครั้งเดียวก็รับรู้ถึงอารมณ์ของทั้งสามสาวได้อย่างครบถ้วน

ไป๋ถิงถิงคือตกตะลึง ครุ่นคิด แล้วจึงปล่อยวาง

มู่หนูเจียวตอนแรกคืออับอายและโกรธเคือง จากนั้นก็คิดหนัก และสุดท้ายก็ยอมรับ...

“ถึงแม้ฉันจะอยากตอบตกลงตอนนี้เลยก็เถอะ” ฮวาอี้ดึงแก้มอ้ายถูถู:

“แต่ตอนนี้ เรื่องวุ่นวายนี้ควรจะจบลงได้แล้ว พวกเธอ...”

เขาปล่อยมือจากอ้ายถูถู แล้วไปบีบแก้มไป๋ถิงถิง:

“ตอนนี้ต้องไป...”

แล้วหันไปหามู่หนูเจียว:

“นอน!”

“แล้วพี่ฮวาอี้จะตอบตกลงเมื่อไหร่ล่ะคะ?” อ้ายถูถูถามด้วยสีหน้าทะเล้น

“เมื่อฉันต้องการพวกเธอ ฉันก็จะตอบตกลงเอง”

“...”

มู่หนูเจียวและไป๋ถิงถิงอ้าปากค้างเล็กน้อย

นี่พี่ฮวาอี้ตอบตกลงแบบอ้อมๆ แล้วใช่ไหมนะ?

แม้ว่าคำตอบจะดูคลุมเครือและปัดสอยไปบ้าง แต่เขาก็ให้คำตอบที่ชัดเจนออกมาแล้ว

พวกเราจะมีตัวตนอย่างเป็นทางการแล้ว ดีจริงๆ!

“ไปนอนกันได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องไปจับอสูรเงาอีกนะ”

“ฮิฮิ”

“ค่ะ...”

“พี่ฮวาอี้ ราตรีสวัสดิ์นะคะ!”

เมื่อปิดประตูลง ฮวาอี้ก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้

ที่บ้านมีน้องสาวเยอะเกินไป แต่ละวันไม่มีความสงบเลยจริงๆ...

…………

สำนักงานนักล่าชิงเทียน

หลิงหลิงมองหน้าจอโน้ตบุ๊ก แล้วโทรศัพท์หาฮวาอี้:

“ตำแหน่งของอสูรเงาฉันหาเจอแล้วล่ะ อยู่ในมือของคนที่ชื่อเสิ่นหมิงเสี้ยว นายเปิดมือถือดูสิ ฉันส่งตำแหน่งไปให้แล้ว”

“โอเค”

อีกด้านหนึ่ง

ฮวาอี้วางสาย หลังจากยืนยันตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว

ที่ใต้เท้าของเขาก็พลันปรากฏรองเท้าบูทยาวที่มีประกายโลหะแวววาวออกมา!

【รองเท้าสานไหมบัวเหยียบเมฆา】ปล่อยไอหมอกออกมา รวมตัวกันเป็น 【เมฆสีทอง】 ให้ฮวาอี้เหยียบอยู่ด้านบน

เพียงแค่ฮวาอี้ขยับความคิด 【เมฆสีทอง】 ก็ระเบิดความเร็วระดับจอมพลออกมา พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าทันที...

ทางทิศใต้ของมหาวิทยาลัยหมิงจู ณ โกดังส่งของแห่งหนึ่ง

อาณาเขต 【เจ้าผู้ปกครองมิติ】 ถูกแผ่ออก ฮวาอี้ชิงตัวอสูรเงาที่เสิ่นหมิงเสี้ยวเฝ้าอยู่ไปอย่างเงียบเชียบโดยไม่มีใครรู้ตัว

ภายในโกดัง

เสิ่นหมิงเสี้ยว หลัวซ่ง และคนอื่นๆ ในทีมอีกสามคน ต่างก็ระแวงกันเอง ถึงขั้นด่าทอและลงไม้ลงมือกัน

ฮวาอี้ทำความดีแบบไม่ประสงค์ออกนาม และไม่มีความคิดจะเข้าไปห้ามทัพ

เขาซ่อนอสูรเงาไว้ในอาณาเขตของ 【เจ้าผู้ปกครองมิติ】 แล้วเหยียบ 【เมฆสีทอง】 ชิ่งหนีออกมา...

หลังจากขโมยอสูรเงามาได้แล้ว

ฮวาอี้ก็ได้ไปหาโม่ฟาน

“หลานศิษย์ที่ดี อาอาจารย์ต้องการความช่วยเหลือจากเจ้านะ”

“อาอาจารย์ ผมขอปฏิเสธครับ!”

โม่ฟานปฏิเสธทันควันโดยไม่ต้องคิด

หึ คนระดับปีศาจที่จัดการระดับจอมพลได้อย่างฮวาอี้ยังต้องการความช่วยเหลือ แสดงว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ

“ทีมของฉันรวมฉันด้วยมีแค่สี่คน ยังขาดอีกที่หนึ่ง ช่วยฉันหน่อย แล้วหนึ่งในห้าโควตาหอคอยสามขั้นตอนจะเป็นของนาย” ฮวาอี้กล่าว

โม่ฟานนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมศิโรราบต่อผลประโยชน์ที่ย่อล่อใจ

“ผมต้องทำอะไรบ้างครับ?”

“เป็นเหยื่อล่อ เดี๋ยวฉันจะปล่อยข่าวว่านายจับอสูรเงาได้ให้นักศึกษาที่เข้าสอบทุกคนรู้ พวกเขาจะแห่กันมาหานายเอง”

ฮวาอี้ส่งอสูรเงาให้เขา

“ทำไมล่ะครับ? ในเมื่อหาอสูรเงาเจอแล้ว ทำไมไม่เอาไปรับรางวัลเลยล่ะ?” โม่ฟานไม่เข้าใจ

“ที่ให้นายไปเป็นเหยื่อล่อ เพราะสิ่งที่ฉันจะตกน่ะคือปลาใหญ่... ลัทธิทมิฬ!”

“ลัทธิทมิฬ?!”

เมื่อได้ยินชื่อนี้ สีหน้าของโม่ฟานก็เคร่งขรึมลงทันที

ฮวาอี้เล่าแผนการทั้งหมดให้โม่ฟานฟัง

หลังจากหลานศิษย์ฟังจบ ก็ตอบตกลงอย่างไร้ความลังเล:

“ตกลงครับ ผมจะเป็นเหยื่อตกพวกพวกลัทธิทมิฬเอง อาอาจารย์ต้องตกพวกมันมาให้หมดนะครับ!”

“วางใจเถอะ ความสามารถของอาอาจารย์ เจ้ายยังไม่รู้อีกเหรอ?”

“...”

อาอาจารย์และหลานศิษย์ร่วมมือกันและเริ่มดำเนินการทันที

…………

การทดสอบสุดท้ายเพียงแค่ต้องนำอสูรเงาเข้าไปในกรงเหล็กสยบอสูร ก็สามารถตัดสินผู้ชนะได้แล้ว

กรงเหล็กสยบอสูรตั้งอยู่บริเวณขอบนอกสุดของวิทยาเขตชิง เป็นภูเขาลูกเก่าที่แทบไม่มีใครย่างกรายเข้าไป

เมื่อทุกคนทราบข่าวว่าโม่ฟานจับอสูรเงาได้ สถานการณ์ก็ระเบิดขึ้นทันที

โดยเฉพาะกลุ่มของเสิ่นหมิงเสี้ยว ที่แทบจะกระอักเลือดตายด้วยความโมโห!

ทุกคนเริ่มเคลื่อนไหว เป้าหมายคือการจับตัวโม่ฟานที่เป็นลาภลอยก้อนโต...

“พี่ฮวาอี้คะ นี่คือสัตว์อัญเชิญอะไรเหรอคะ หลากสีสันเท่จังเลย!”

อ้ายถูถูดวงตาเป็นประกาย มองดู 【กิเลน】 พลางน้ำลายสอ

นี่คือสัตว์พาหนะในฝันของเธอชัดๆ!

“นี่คือสัตว์อัญเชิญของฉัน 【กิเลน】 ระดับขุนพลขั้นก้าวหน้า เดี๋ยวพวกเธอแค่พาสัตว์อสูรเงาเข้าไปในกรงเหล็กก็พอ เรื่องอื่นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ 【กิเลน】 จัดการเอง” ฮวาอี้กล่าว

หรือพูดอีกอย่างก็คือ: นอนรอกินรางวัลได้เลย

มู่หนูเจียว อ้ายถูถู และไป๋ถิงถิง ต่างพยักหน้าหงึกๆ

เพียงแค่ขอบเขตระดับขุนพลขั้นก้าวหน้า ก็เพียงพอที่จะเอาชนะนักศึกษาทุกคนที่เข้าร่วมการทดสอบในวิทยาเขตชิงได้แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น ระดับขุนพลขั้นก้าวหน้าตัวนี้ยังเป็นถึง 【กิเลน】!

ต้องรู้ก่อนว่า พลังต่อสู้ที่แท้จริงของ 【กิเลน】 นั้น แม้แต่ระดับจอมพลก็ยังทำอะไรมันไม่ได้...

หลังจากสั่งการสามสาวเสร็จ

ฮวาอี้ก็เรียกสัตว์อัญเชิญอีกตัวออกมา

ผีเสื้อปีศาจผ่าสวรรค์!

ท่ามกลางความมืดมิด ผีเสื้อตัวหนึ่งโบยบินอย่างสง่างาม มีแสงสีไหลเวียน สยายปีกร่ายรำ ปล่อยแสงมงคลออกมาดูงดงามยิ่งนัก!

ฮวาอี้ยืนอยู่บนตัวผีเสื้อปีศาจผ่าสวรรค์ และใช้ 【เจ้าผู้ปกครองมิติ】 ซ่อนตัวตนเอาไว้

เขาเปิดใช้งานพลังแห่งเนตรวงแหวนคู่เพื่อมองทะลุความลวงตา

มองภาพรวมทั้งหมดจากมุมมองเบื้องบนเสมือนพระเจ้า...

…………

ทุกคนมารวมตัวกันที่ภูเขาเก่าเพื่อตามหาโม่ฟาน

โม่ฟานเองก็ไม่ได้มีเจตนาจะหลบซ่อนแต่อย่างใด เขาจูงอสูรเงาออกมาต่อหน้าทุกคน

“เจ้าสัตว์ตัวนี้มันกินน้ำพุพิเศษจากบ้านเกิดของผมเข้าไป ผมแค่ต้องการน้ำพุข้างในตัวมันออกมา ถ้าพวกคุณอยากได้อสูรเงา ก็เอาไปเลย!”

เขาจงใจเปิดเผยเรื่องน้ำพุศักดิ์สิทธิ์แห่งปฐพีออกมา

สมาชิกของลัทธิทมิฬที่ซุ่มซ่อนอยู่ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของน้ำพุศักดิ์สิทธิ์แห่งปฐพีที่หลงเหลืออยู่ในตัวอสูรเงา จึงเริ่มเคลื่อนไหว

จากนั้น โม่ฟานก็หาตำแหน่งที่พวกมู่หนูเจียวทั้งสามคนอยู่ แล้วสั่งให้หมาป่าวิญญาณคลั่งโยนอสูรเงาไปทางนั้น

“อสูรเงาอยู่นั่น!”

“มัวอึ้งอยู่ทำไม! ไปแย่งมาเร็ว!”

“นั่นคือโควตาหอคอยสามขั้นตอนนะ ต้องเอามาให้ได้!!!”

เหล่านักศึกษาต่างคลุ้มคลั่งทันที ในตอนนี้นายตาที่พวกเขามองอสูรเงานั้น ดูโลภยิ่งกว่าการมองผู้หญิงที่เปลื้องผ้าเสียอีก

พวกเขาทุ่มสุดตัวเพื่อแย่งชิงและพุ่งเข้าหาอสูรเงา...

“โฮก!!!!”

เสียงคำรามสนั่นหวั่นไหวไปทั่วผืนฟ้าดังขึ้นจากในป่า

จากนั้น ก็เห็นสิ่งมีชีวิตที่มีเกล็ดมังกรห้าสีตามลำตัวค่อยๆ เดินออกมา

กลิ่นอายอันทรงพลังของมันสยบทุกคนได้ในทันที!

ส่วนมู่หนูเจียวก็ได้พาอ้ายถูถูและไป๋ถิงถิง จูงอสูรเงาตรงไปยังทิศทางของกรงเหล็กสยบอสูร

ด้วยการคุ้มกันของ 【กิเลน】 ปัญหาทุกอย่างจึงคลี่คลายลงได้อย่างง่ายดาย...

…………

อีกด้านหนึ่ง

หลังจากโม่ฟานโยนอสูรเงาออกไปแล้ว เขาก็ขี่หมาป่าวิญญาณคลั่งมุ่งหน้าไปยังพื้นที่เปลี่ยว

การล่อให้มาติดกับที่ชัดเจนขนาดนี้ แต่ลัทธิทมิฬกลับต้องยอมหลงกล

เพราะเป้าหมายของพวกเขาในครั้งนี้คือน้ำพุศักดิ์สิทธิ์แห่งปฐพี ต่อให้รู้ว่าเป็นแผนการ พวกเขาก็ไม่มีทางปล่อยโม่ฟานไป

ลัทธิทมิฬไม่ได้โง่พอที่จะเชื่อคำพูดของโม่ฟานข้างเดียวแล้วทุ่มกำลังทั้งหมดไปที่อสูรเงา...

ในป่าอันมืดสลัว ร่างคนหลายร่างเดินออกมา

นอกจากสมาชิกของลัทธิทมิฬที่แฝงตัวเป็นนักศึกษาอย่างเจี่ยเหวินชิงและฟู่เทียนหมิงแล้ว ยังมีกลิ่นอายของจอมเวทระดับกลางอีกหลายคน!

การที่โม่ฟานจงใจนำทางพวกเขามายังพื้นที่เปลี่ยวเช่นนี้ เป็นโอกาสลงมือที่ดีที่สุด!!!

“หึๆ โม่ฟาน ในที่สุดฉันก็รอโอกาสนี้จนได้”

เสียงแหบพร่าแหลมสูงดังสะท้อนไปทั่วป่า ชายสวมหน้ากากที่มีผมหน้าม้าสะดุดตาเดินออกมา

หากสังเกตให้ดี จะพบว่าใบหน้าครึ่งหนึ่งของคนผู้นี้แทบจะเน่าเฟะจนดูไม่ได้!

“อวี่อ๋าง?” โม่ฟานหัวเราะเย็น

“ครั้งนี้ ฉันจะรอดูว่าแกจะหนีไปยังไง!” อวี่อ๋างแค้นโม่ฟานเข้ากระดูกดำ

เขาท่องคำสาปประหลาดออกมา

คำสาปสีเทาเหล่านั้นราวกับตัวอักษรสีเทาที่มองเห็นได้ ก่อตัวเป็นริบบิ้นสีเทาหลายสาย

ริบบิ้นพันไขว้กัน ถักทอเป็นประตูสีเทาที่เต็มไปด้วยอักขระสาปแช่ง!

สัตว์ประหลาดร่างสีดำเทาเดินออกมาจากประตูสีเทา ผิวหนังที่ยับย่นมีรอยแผลเป็นประหลาดคล้ายเหล็กประทับไขว้ไปมา ดูราวกับตะขาบที่ไต่เต็มตัว

ระดับขุนพล อสูรทาสคำสาป!

เมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตตัวนี้ โม่ฟานขมวดคิ้ว ดวงตากวาดมองไปรอบๆ ราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง

ทันใดนั้น เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากท้องฟ้า:

“ใครกล้ารังแกหลานข้า!”

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 12 - ใครกล้ารังแกหลานข้า!

คัดลอกลิงก์แล้ว