- หน้าแรก
- ราชาผู้สยบโลกด้วยเสียงหัวใจ
- บทที่ 26: ศึกแรกบนเวที เผด็จศึกในพริบตา
บทที่ 26: ศึกแรกบนเวที เผด็จศึกในพริบตา
บทที่ 26: ศึกแรกบนเวที เผด็จศึกในพริบตา
เวลาครึ่งเดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก ท่ามกลางความตึงเครียดของการบำเพ็ญเพียรและการเตรียมตัว ในที่สุดวันประลองยุทธ์ย่อยศิษย์สายนอกก็มาถึง
สถานที่จัดการแข่งขันถูกกำหนดไว้ที่ "ลานประลองยุทธ์" ขนาดมหึมา ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างยอดเขางานเบ็ดเตล็ดและยอดเขาหลัก พื้นลานปูด้วยแผ่นหินสีครามเรียบสนิท ล้อมรอบด้วยม่านแสงค่ายกลป้องกันอย่างง่าย ปะรำพิธีถูกยกสูงขึ้นด้านหนึ่ง เป็นที่นั่งของเหล่าผู้ดูแลระดับ "ขอบเขตสร้างรากฐาน" ที่รับหน้าที่ตัดสินและรักษาความเรียบร้อย รอบลานประลองเนืองแน่นไปด้วยคลื่นมนุษย์ศิษย์สายนอก เสียงพูดคุยเซ็งแซ่ บรรยากาศอบอวลไปด้วยความตื่นเต้น ตึงเครียด และความกระหายชัยชนะ
มีผู้ลงสมัครทั้งสิ้นหกสิบสี่คน ส่วนใหญ่เป็นศิษย์ขั้นสามและสี่ มีศิษย์ขั้นสองที่มั่นใจในฝีมือปะปนอยู่บ้าง และศิษย์เก่าขั้นห้าที่ติดค้างอยู่นานอีกจำนวนหนึ่งที่หวังจะเดิมพันเพื่ออนาคต ซูชิงเหยาในชุดฝึกยุทธ์สีเขียวน้ำทะเล รวบผมสูง ยืนเด่นเป็นสง่าท่ามกลางกลุ่มศิษย์ใหม่ราวกับนางพญาหงส์ในฝูงไก่ รายล้อมด้วยลูกสมุน พูดคุยหัวเราะเสียงใส ดึงดูดสายตาผู้คนมากมาย สายตาของนางกวาดมองรายชื่อผู้เข้าแข่งขันเป็นระยะ และหยุดที่ชื่อซูชิงเฉินพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
ซูชิงเฉินมาถึงไม่เร็วไม่ช้า ยังคงสวมชุดศิษย์สายนอกผ้าดิบสีเทาตัวเก่า ยืนเงียบเชียบอยู่ที่ขอบฝูงชน ร่างเล็กจ้อยดูธรรมดาสามัญ นางกดข่มกลิ่นอาย ควบคุมความผันผวนของพลังให้อยู่ในระดับ "จุดสูงสุดของขั้นสอง" อย่างแนบเนียน นี่คือฉากหน้าที่นางจงใจสร้างขึ้น ไม่จำเป็นต้องรีบเผยไต๋ขั้นสามเร็วเกินไป รังแต่จะสร้างความหวาดระแวงโดยใช่เหตุ
การจับฉลากเริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ดูแลหน้าเคร่งขรึมถือกระบอกหยกขานชื่อทีละคน ศิษย์ที่ถูกเรียกก้าวออกไปหยิบไม้ติ้วเพื่อกำหนดคู่ต่อสู้
เมื่อถึงชื่อซูชิงเฉิน มีเพียงสายตาไม่กี่คู่ที่ชำเลืองมองมา ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นหรือเฉยเมย นางก้าวออกไปหยิบไม้ติ้วจากกระบอกหยก บนนั้นสลักตัวเลข "สิบเจ็ด"
คู่ต่อสู้ของนางคือศิษย์ที่จับได้หมายเลข "สิบแปด" นามว่า "จ้าวหู" เด็กหนุ่มผิวคล้ำร่างบึกบึนวัยราวสิบสองสิบสามปี ตบะอยู่ขั้นสอง ว่ากันว่ามาจากสำนักฝึกยุทธ์ของปุถุชน อาศัยใจสู้และความแข็งแกร่งทางกายภาพจนบรรลุการเหนี่ยวนำปราณ ในหมู่ศิษย์ระดับล่างถือเป็นคนดังขาโหดพอตัว
เมื่อรู้ว่าคู่ต่อสู้คือซูชิงเฉิน ดวงตาปูดโปนเหมือนระฆังทองแดงของจ้าวหูก็เบิกกว้างทันที เขากวาดตามองนางหัวจรดเท้า ก่อนจะแสยะยิ้มเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง
"นึกว่าใคร ที่แท้ก็ 'อัจฉริยะรากวิญญาณผสม' ที่เพิ่งโด่งดังนี่เอง!" เขาตะโกนเสียงดัง จงใจให้คนรอบข้างได้ยิน "นังหนู ขนยังไม่ทันขึ้นจะริอาจขึ้นเวที? ตบะที่ได้มาเพราะฟลุ๊ค ระวังจะโดนลมพัดปลิวหายไปนะ ฮ่าๆๆ!"
เสียงหัวเราะครึกครื้นดังขึ้นรอบทิศ คำพูดดูถูกของจ้าวหูเป็นตัวแทนความคิดของคนส่วนใหญ่ที่มีต่อซูชิงเฉิน—เด็กใหม่ที่โชคดีแต่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ
ซูชิงเหยายืนกอดอกมองดูอยู่ไกลๆ รอยยิ้มมุมปากยิ่งชัดเจนขึ้น ราวกับเห็นภาพซูชิงเฉินถูกจ้าวหูสั่งสอนจนดูไม่จืด
ซูชิงเฉินทำหูทวนลมต่อคำเยาะเย้ยของจ้าวหู เพียงก้มมองไม้ติ้วในมืออย่างสงบ แล้วเดินไปรอที่ด้านข้าง
การประลองดำเนินไปตามลำดับหมายเลข บนเวทีมีการต่อสู้หลากหลายรูปแบบ บ้างสูสีคู่คี่ บ้างใช้สมองเอาชนะกำลัง บ้างก็พ่ายแพ้ย่อยยับฝ่ายเดียว เสียงเชียร์ เสียงอุทาน และเสียงถอนหายใจดังสลับกันไปมา
ไม่นาน ก็ถึงคิวคู่สิบเจ็ดและสิบแปด
"คู่ที่สิบเจ็ด ซูชิงเฉิน ปะทะ จ้าวหู! ทั้งสองฝ่ายขึ้นเวที!" เสียงประกาศของผู้ดูแลดังก้อง
จ้าวหูหักคอดังกร๊อบ กระโดดขึ้นเวทีอย่างแรงจนฝุ่นตลบราวกับกระทิงเปลี่ยว เขาชกกำปั้นเข้าหากัน แล้วกระดิกนิ้วเรียกซูชิงเฉินที่อยู่ด้านล่างด้วยท่าทีกวนประสาท
ซูชิงเฉินกลับเดินขึ้นบันไดทีละก้าวอย่างใจเย็น ฝีเท้าสม่ำเสมอจนดูเหมือนเชื่องช้า ตัดกับความดุดันของจ้าวหูอย่างสิ้นเชิง
"ทั้งสองฝ่ายแจ้งชื่อและคารวะ" ผู้ดูแลสั่งการด้วยสีหน้าตายด้าน
"ศิษย์สายนอก จ้าวหู!" เสียงจ้าวหูดังปานระฆัง
"ศิษย์สายนอก ซูชิงเฉิน" เสียงซูชิงเฉินใสกระจ่างแต่ไม่ดังนัก
"เริ่มประลอง!"
สิ้นเสียงประกาศ ประกายดุร้ายวาบผ่านดวงตาจ้าวหู เขาคำรามต่ำ ระเบิดพลังวิญญาณขั้นสองออกมาอย่างไม่กั๊ก พุ่งเข้าใส่ซูชิงเฉินราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่! เขาไม่ใช้คาถายุ่งยาก เพียงอัดพลังวิญญาณใส่กำปั้นแล้วปล่อยหมัด "ทลายขุนเขา" ท่าไม้ตายพื้นฐานของสำนักยุทธ์ปุถุชน ลมหมัดหวีดหวิว พุ่งตรงเข้าใส่ใบหน้าซูชิงเฉิน! ชัดเจนว่าเขาต้องการใช้วิธีที่ดิบเถื่อนที่สุดเพื่อปิดจ๊อบคู่ต่อสู้ที่ดูอ่อนแอผู้นี้ในพริบตา และประกาศศักดาต่อหน้าทุกคน!
คนดูข้างล่างส่ายหน้า ราวกับเห็นภาพซูชิงเฉินปลิวตามแรงหมัดไปแล้ว โดยเฉพาะซูชิงเหยาที่ยืนกอดอกดูด้วยความเพลิดเพลินจนแทบปิดไม่มิด
เผชิญหน้ากับหมัดที่รวดเร็วและหนักหน่วงนี้ ซูชิงเฉินขยับตัว
นางไม่ถอย ไม่หลบ และไม่ตั้งท่าป้องกันด้วยซ้ำ ในเสี้ยววินาทีที่หมัดของจ้าวหูจะถึงตัว นางก้าวเท้าซ้ายถอยหลังครึ่งก้าว ย่อตัวลงต่ำ และยกฝ่ามือขวาขึ้นจากระดับเอวอย่างเงียบเชียบ ฝ่ามือเว้าเข้าหากันเล็กน้อย พลังวิญญาณสีเขียวเข้มข้นแต่ไม่สะดุดตาเคลือบฝ่ามือไว้ในพริบตา
การไหลเวียนของพลังวิญญาณนี้ลื่นไหลและเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง ไร้ซึ่งความติดขัดที่มักพบในการใช้วิชาชิงหยวนทั่วไป ความเร็วของมันแทบจะทะลุขีดจำกัดของผู้ฝึกตนขั้นสอง นี่คือผลลัพธ์ของการ "ขับเคลื่อนพลังวิญญาณอย่างมีประสิทธิภาพ" จากเคล็ดวิชาชิงหยวนฉบับปรับแต่ง!
ฝ่ามือชิงหยวน—วิชาฝ่ามือพื้นฐานที่สุดของเคล็ดวิชาชิงหยวน ศิษย์สายนอกแทบทุกคนรู้จัก อานุภาพธรรมดา ส่วนใหญ่ใช้ฝึกกายบริหารหรือช่วยโคจรพลัง
ทว่าเมื่ออยู่ในมือซูชิงเฉิน มันกลับแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
ฝ่ามือของนางดูเหมือนไร้เสียง ออกทีหลังแต่ถึงก่อน ปะทะเข้ากับหมัดของจ้าวหูอย่างแม่นยำราวจับวาง เสี้ยววินาทีก่อนปะทะ พลังวิญญาณสีเขียวในมือพลันหดตัวเข้าสู่ศูนย์กลาง แล้วระเบิดออกดั่งสปริงที่ถูกกดจนสุด พร้อมแรงสั่นสะเทือนความถี่สูงที่น่าประหลาด!
ไม่ใช่การปะทะด้วยแรงล้วนๆ แต่เป็นการ "ทะลวงผิวสัมผัสด้วยจุดเดียว" และ "สลายแรงปะทะด้วยการสั่นสะเทือน"!
ปึ้ก!
เสียงทึบหนักดังขึ้นไม่ดังมากนัก
แรงพุ่งของจ้าวหูชะงักกึก สีหน้ายโสโอหังแข็งค้าง เปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกและเจ็บปวดสุดขีด เขารู้สึกเหมือนหมัดที่ทรงพลังพอจะทุบหินแตก กลับไปกระแทกเข้ากับแผ่นเหล็กไหลที่ลื่นไหลแต่ภายในอัดแน่นด้วยคลื่นพลังบ้าคลั่ง! แรงสั่นสะเทือนที่คมกริบและทะลุทะลวงไหลย้อนกลับมาตามแขน กระแทกเข้าใส่ร่างกายราวกับคลื่นยักษ์!
พลังวิญญาณที่เขาอัดใส่กำปั้นถูกสลายจนแตกซ่าน แขนขวาทั้งข้างชาหนึบจนแทบไร้ความรู้สึก ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือแรงสั่นสะเทือนนั้นทะลวงผ่านเข้าไปถึงหน้าอกและช่องท้อง ทำให้เลือดลมปั่นป่วน อวัยวะภายในสั่นสะท้าน!
"อึก!" จ้าวหูหลุดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างบึกบึนเสียหลักเซถลาเพราะแรงสะท้อนกลับอันแปลกประหลาดนั้น
ในขณะเดียวกัน เมื่อซูชิงเฉินปัดป้องจ้าวหูได้ด้วยฝ่ามือเดียว ฝีเท้าของนางก็ขยับวูบดุจภูตพราย ร่างเงาติดตามไปติดๆ ฝ่ามือซ้ายยกขึ้นมาทาบเบาๆ ที่หน้าอกของจ้าวหูที่เปิดโล่งเพราะเสียหลัก
คราวนี้นางไม่ได้ใส่พลังวิญญาณมากนัก เพียงอาศัย "แรงส่ง" จากการถอยเซของจ้าวหู ผลักเขาออกไปเบาๆ
จ้าวหูรู้สึกเพียงแรงผลักนุ่มนวลแต่ไม่อาจต้านทานได้ ร่างที่โงนเงนอยู่แล้วจึงลอยละลิ่ว เท้าลอยจากพื้น ปลิวกระเด็นราวกับกระสอบขาดๆ ออกไปนอกเวที!
ตุบ!
ฝุ่นตลบ
จ้าวหูนอนแผ่หราอยู่บนพื้นหินด้านล่างเวที แม้ไม่บาดเจ็บสาหัส แต่ทั้งร่างชาหนึบจนขยับไม่ได้ชั่วขณะ เขาทำได้เพียงนอนมองท้องฟ้าเหนือลานประลองด้วยสายตาเหม่อลอยและไม่อยากเชื่อ
ทั่วทั้งลานประลองเงียบกริบจนได้ยินเสียงเข็มตก
เสียงพูดคุยและคำเยาะเย้ยทั้งหมดจุกอยู่ที่คอหอยของทุกคน
สายตานับไม่ถ้วนค่อยๆ เคลื่อนจากจ้าวหู ไปจับจ้องที่เด็กสาวชุดเทาผู้ยืนสงบนิ่งอยู่บนเวที ฝ่ามือลดลงข้างลำตัวแล้ว
ตั้งแต่ผู้ดูแลประกาศเริ่มจนถึงจ้าวหูตกเวที กระบวนการทั้งหมดกินเวลาไม่เกินสามลมหายใจ
หลายคนมองไม่ทันด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น เห็นเพียงจ้าวหูพุ่งเข้าไปอย่างดุดัน แล้วก็ปลิวกระเด็นกลับออกมาเร็วกว่าเดิม
กระบวนท่าเดียว? ดูเหมือนนางใช้แค่ฝ่ามือเดียว? แถมยังเป็นฝ่ามือชิงหยวนพื้นฐาน?
เผด็จศึกในพริบตา! ของจริงไม่อิงนิยาย!
ใช้ขั้นสองปะทะขั้นสอง และเอาชนะจ้าวหูจอมพลังได้แบบซึ่งหน้า!
ผู้ดูแลการประลองเองก็ตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนจะตั้งสติได้และประกาศเสียงดัง "ซูชิงเฉิน ชนะ!"
เสียงประกาศก้องกังวานในความเงียบ
หลังความเงียบงันชั่วอึดใจ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ร้อนแรงยิ่งกว่าคู่ไหนๆ ก็ระเบิดขึ้น!
"เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น? จ้าวหูปลิวออกมาได้ไง?"
"ข้ามองไม่ชัด... เหมือนแค่แตะตัวกัน?"
"นั่นฝ่ามือชิงหยวนเหรอ? ฝ่ามือชิงหยวนแรงขนาดนี้เชียว?"
"ซูชิงเฉินคนนี้... ร้ายกาจไม่เบา!"
"นางซ่อนตบะไว้หรือเปล่า?"
สายตาสงสัย ตื่นตะลึง และอยากรู้อยากเห็นพุ่งตรงไปที่ซูชิงเฉินราวกับสปอตไลท์ ความดูถูกเหยียดหยามก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่แปรเปลี่ยนเป็นความไม่เชื่อสายตา
รอยยิ้มบนหน้าซูชิงเหยาเลือนหายไปนานแล้ว แทนที่ด้วยใบหน้าซีดเผือดอมเขียว นางจ้องมองร่างที่สงบนิ่งเกินเหตุบนเวทีเขม็ง เล็บจิกเข้าเนื้อ เป็นไปได้ยังไง? ไอ้ขยะจ้าวหูนั่น! รับมือไม่ได้แม้แต่ท่าเดียว? ไม่สิ จ้าวหูต้องประมาทแน่ๆ! ต้องใช่แน่ๆ!
ซูชิงเฉินไม่สนใจความโกลาหลและสายตาเหล่านั้น นางคารวะผู้ดูแลเล็กน้อย แล้วหันหลังเดินลงจากเวทีทีละก้าว กลับไปยืนที่เดิมอย่างสงบ ราวกับชัยชนะที่สั่นสะเทือนเวทีเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย
มีเพียงนางที่รู้ว่า ฝ่ามือเมื่อครู่อัดแน่นไปด้วยการโคจรพลังที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของเคล็ดวิชาชิงหยวนฉบับปรับแต่ง ผสมผสาน "หลักการทะลวงและสั่นสะเทือน" เล็กน้อยที่ได้แรงบันดาลใจจากต้นกำเนิดเจตจำนงแห่งกระบี่ธุลี และถูกควบคุมทิศทางและแรงกายอย่างแม่นยำที่สุดโดยระบบ
ประหยัดพลัง ได้ผลจริง และชนะในดาบเดียว นี่คือสไตล์การต่อสู้ที่นางเลือก
ศึกแรก เผด็จศึกอย่างรวดเร็ว
นางเงยหน้าขึ้น สายตากวาดผ่านฝูงชน สบตาซูชิงเหยาที่อยู่ไกลๆ แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความริษยา เกลียดชัง และตกตะลึง
หนทางบนเวทียังอีกยาวไกล
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น