- หน้าแรก
- มรรคาแห่งการแปลงกาย
- บทที่ 321 - จิ้นอ๋องคือคนของพรรคบัวขาว
บทที่ 321 - จิ้นอ๋องคือคนของพรรคบัวขาว
บทที่ 321 - จิ้นอ๋องคือคนของพรรคบัวขาว
บทที่ 321 - จิ้นอ๋องคือคนของพรรคบัวขาว
ลมหนาวพัดโหยหวน ม้วนฝุ่นควันปลิวว่อนบดบังแสงจันทร์
เงาร่างหนึ่งค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นจากความว่างเปล่า ทันทีที่เท้าแตะพื้นก็หมอบกราบลงแทบเท้าของร่างจำแลงพยัคฆ์เหิน ท่าทีนอบน้อม แววตาเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้
"คารวะนายท่าน!"
มันสวมชุดคลุมสีเขียว ร่างกายผอมแห้ง ปลายนิ้วสีน้ำเงินเข้ม หน้าตาดูเหี้ยมเกรียม ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายเย็นเยือกดุจอสรพิษ
บริวารสมิงเฉียวเสอ!
ตอนมีชีวิตอยู่มันเคยได้รับวาสนาจนมีพลังแข็งแกร่ง แต่เมื่ออยู่ใต้กรงเล็บของร่างจำแลงพยัคฆ์เหิน กลับต้านทานไม่ได้แม้แต่สองกระบวนท่า
ถูกสังหารคาที่ และเปลี่ยนให้กลายเป็นบริวารสมิง
โควตาบริวารสมิงทั้งห้าของร่างจำแลงพยัคฆ์เหินเต็มหมดแล้ว ประกอบไปด้วย ฉินซวง เล่ยจ้ง ซื่อจื่อจวนจิ้นอ๋อง เงาเจ็ด และเฉียวเสอ
"เสียดายที่บริวารสมิงของร่างจำแลงกับร่างต้นไม่สามารถสลับสับเปลี่ยนกันได้..."
ร่างจำแลงพยัคฆ์เหินปรายตามองบริวารสมิงเฉียวเสอที่หมอบกราบอยู่แทบเท้า พลางถอนหายใจในใจ
ตอนนี้บริวารสมิงระดับเข้าสู่มรรคคา หากไม่ได้มีฐานะพิเศษอะไรก็แทบไม่มีประโยชน์กับเขาแล้ว
บริวารสมิงฉินซวงและเล่ยจ้ง ก่อนเข้าไปในโบราณสถานอาจจะยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง
แต่โลกภายนอกผ่านไปถึงสามปีแล้ว ตำแหน่งที่ว่างลงคงมีคนเข้าไปแทนที่นานแล้ว ฐานะของพวกมันจึงไม่ค่อยมีประโยชน์นัก หากมีโอกาสคงต้องเปลี่ยนเป็นบริวารสมิงระดับขอบเขตหวงถิงแทน
จะมีก็แต่ซื่อจื่อจวนจิ้นอ๋องที่มีฐานะสูงส่ง ยังพอหยิบยืมอำนาจได้บ้าง สมควรเก็บไว้
"ลองว่ามาสิ คุณชายหลิงผู้นี้เป็นลูกหลานตระกูลสูงศักดิ์บ้านไหน มาที่ค่ายพยัคฆ์หมอบด้วยจุดประสงค์อะไร และมีความเกี่ยวข้องอันใดกับพรรคบัวขาว"
บริวารสมิงเฉียวเสอหมอบอยู่บนพื้น แจกแจงทุกอย่างตามความจริง
"เรียนนายท่าน คุณชายหลิงเป็นบุตรชายคนที่หกของจิ้นอ๋อง นามว่าเหวินเหรินหลิง มารดาเป็นบุตรสาวพ่อค้า..."
ลูกชายของจิ้นอ๋องอีกแล้วหรือ
เพิ่งจะฆ่าซื่อจื่อไปคนหนึ่ง ก็มาเจอลูกเมียน้อยอีกคน ช่างบังเอิญเสียจริง
ที่ฟันธงว่าคุณชายหลิงผู้นี้เป็นลูกเมียน้อย ก็เพราะมารดาเป็นเพียงบุตรสาวพ่อค้า
พ่อค้ามีฐานะต่ำต้อย มารดาของคุณชายหลิงย่อมไม่อาจเป็นพระชายาเอกหรือพระชายารองของจวนอ๋องได้ ฐานะจึงไม่ต่างอะไรกับอนุภรรยา
บริวารสมิงเฉียวเสอเล่าต่อไปไม่หยุด
"...การที่ได้รับคำสั่งให้มาที่ค่ายพยัคฆ์หมอบในครั้งนี้ ก็เพื่อเข้าควบคุมค่ายให้เบ็ดเสร็จและใช้ประโยชน์เพื่อจวนอ๋อง ทำหน้าที่เป็นเสี้ยนหนามฝังลึกในแถบเมืองซานหยาง เพื่อดึงดูดกำลังทหารของราชสำนัก..."
มันไม่มีปิดบัง เล่าเรื่องราวทุกอย่างที่รู้ตอนยังมีชีวิตอยู่อย่างละเอียดลออ
ระหว่างนั้นร่างจำแลงพยัคฆ์เหินเอ่ยถามขึ้นหลายครั้ง มันก็ตอบคำถามทุกข้ออย่างหมดเปลือก ไม่มีปิดบังแม้แต่น้อย
"มิน่าล่ะคุณชายหลิงผู้นี้ถึงมีเส้นสายกว้างขวาง สามารถทำการค้ากับพ่อค้าคหบดีรายใหญ่ได้อย่างง่ายดาย แถมยังมีกองทัพทหารม้าฝีมือดีห้าพันนายคอยคุ้มกัน ที่แท้ก็มีจวนจิ้นอ๋องหนุนหลังอยู่นี่เอง..."
ร่างจำแลงพยัคฆ์เหินตระหนักรู้ในทันที ข้อสงสัยหลายอย่างก่อนหน้านี้กระจ่างแจ้งจนหมดสิ้น
การจะสร้างค่ายพยัคฆ์หมอบขึ้นกลางป่าเขาลำเนาไพรเช่นนี้ได้ ต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล
ไม่รวมถึงวัสดุก่อสร้างต่างๆ แค่เรื่องความปลอดภัยในการขนส่งก็เพียงพอที่จะทำให้ขุมกำลังร้อยละเก้าสิบเก้าในแผ่นดินต้องยอมแพ้แล้ว
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการสำรวจพื้นที่ การออกแบบ การก่อสร้าง และเรื่องยิบย่อยอื่นๆ ของค่าย
แถมระยะเวลาก่อสร้างยังใช้เวลาแค่ปีกว่าเท่านั้น!
ในเขตจิ้นโจว ผู้ที่สามารถแอบทำงานนี้ให้สำเร็จได้ คงมีเพียงราชสำนักกับจวนจิ้นอ๋องเท่านั้น
ส่วนกองทัพสิงห์ดำห้าพันนายที่คุณชายหลิงพาเข้ามาในค่าย ก็ไม่ได้มีไว้เพื่อรับมือกับเฮ่อเยวี่ยเอ๋อ กองกำลังที่เหลือของพรรคบัวขาว หรือพวกพี่น้องตระกูลจางเลย แต่มีไว้เพื่อต่อกรกับราชสำนักต่างหาก
สรุปแล้วค่ายพยัคฆ์หมอบแห่งนี้ ก็คือฐานที่มั่นที่จวนจิ้นอ๋องสนับสนุนขึ้นมา เพื่อใช้เป็นจุดงัดข้อกับราชสำนัก
แบบนี้ทุกอย่างก็สมเหตุสมผลแล้ว
แต่ว่าก่อนหน้านี้เฒ่าเฮ่อเคยบอกเอาไว้ คุณชายหลิงกับพวกใช้ป้ายคำสั่งของธรรมราชาสระทองคำแห่งพรรคบัวขาวลงมาบัญชาการ
ธรรมราชาสระทองคำ คือธรรมราชาทิศตะวันตก หนึ่งในห้าธรรมราชาของพรรคบัวขาว
ธรรมราชาบัวเขียวทิศตะวันออก ธรรมราชาสระทองคำทิศตะวันตก ธรรมราชาเมฆาแดงทิศใต้ ธรรมราชาตะวันทมิฬทิศเหนือ และธรรมราชาสุญญตาทิศกลาง
ธรรมราชาทั้งห้าทิศนี้ คือผู้ยิ่งใหญ่ตัวจริงของพรรคบัวขาว เป็นผู้นำสูงสุดของแต่ละเขต หรือจะเรียกว่าเป็นผู้กุมอำนาจหลักก็ว่าได้ ฐานะของพวกเขาอยู่สูงกว่าหัวหน้าเขตทั้งสามสิบหกคนเสียอีก
โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เจ้าลัทธิเก็บตัวฝึกวิชาไม่ยอมออกมา รองเจ้าลัทธิหายสาบสูญ ส่วนที่ศูนย์กลางเหลือเพียงผู้อาวุโสผู้พิทักษ์กฎและกลุ่มบุตรศักดิ์สิทธิ์ธิดาศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น
อำนาจของธรรมราชาทั้งห้าทิศจึงเทียบเท่ากับเจ้าแคว้น คล้ายกับมีแคว้นซ้อนแคว้น มีลัทธิซ้อนลัทธิ
เหวินเหรินหลิงในฐานะบุตรของเมียน้อยจิ้นอ๋อง กลับสามารถครอบครองป้ายคำสั่งของธรรมราชาสระทองคำได้ เรื่องนี้น่าคิดทีเดียว
หรือว่าจวนจิ้นอ๋องกับพรรคบัวขาว...
"จำได้ว่าตระกูลอู๋ในเมืองชั้นในที่เคยเลี้ยงดูปีศาจผีสาง ก็มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ดูแลของจวนจิ้นอ๋อง ในมือนายท่านอู๋ผู้นั้นก็มีป้ายคำสั่งของพรรคบัวขาวอยู่ชิ้นหนึ่ง"
ณ จุดพักพิงกลางหุบเขา หลิวเซิ่งที่ได้รับรู้ข้อมูลผ่านร่างจำแลงก็ลืมตาขึ้นทันที เขาคิดสิ่งหนึ่งขึ้นมาได้ จึงหยิบป้ายคำสั่งชิ้นหนึ่งออกมาจากถุงมิติ
ขนาดเท่าฝ่ามือ หล่อจากทองสัมฤทธิ์ สลักลวดลายดอกบัวสลับซับซ้อน ด้านหน้าสลักตัวอักษร "คำสั่ง" แบบจม ด้านหลังสลักตัวอักษร "สระทองคำ" แบบนูน
ตอนนั้นที่เขาตรวจนับของรางวัล เขาเก็บแต้มไอวิญญาณจากมันได้แค่สิบกว่าแต้ม เลยไม่ได้ใส่ใจนัก
พอมาดูตอนนี้ เขากลับพลาดเบาะแสสำคัญไปเสียได้
โชคดีที่ตอนนี้ยังไม่สายเกินไป
เพียงแค่คิด ร่างจำแลงพยัคฆ์เหินในหุบเขาลึกก็ยื่นมือออกไปขอดูป้ายคำสั่งธรรมราชาสระทองคำจากเฉียวเสอทันที
รูปลักษณ์เหมือนกับที่ค้นเจอจากนายท่านอู๋เป๊ะ แต่งานฝีมือประณีตกว่า ลวดลายดอกบัวซับซ้อนกว่า วัสดุที่ใช้ก็ทำมาจากเงินวิเศษ
เห็นได้ชัดว่าระดับชั้นของมันสูงกว่าระดับหนึ่ง
ถ้าอย่างนั้น...
"ธรรมราชาสระทองคำก็คือจิ้นอ๋อง จิ้นอ๋องก็คือธรรมราชาสระทองคำ"
บริวารสมิงเฉียวเสอก้มหน้าเอ่ยเสียงเบา พิสูจน์ให้เห็นว่าสิ่งที่หลิวเซิ่งคาดเดานั้นถูกต้อง
ร่างจำแลงพยัคฆ์เหินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองเหวินเหรินหลิงที่ยืนนิ่งค้างเป็นไก่ตาแตกอยู่ด้านข้าง แล้วพูดเป็นนัยว่า
"เรื่องนี้สำคัญมากนัก จะปล่อยให้ผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด"
"นายท่านโปรดวางใจ เรื่องนี้บ่าวกล้าเอาหัวเป็นประกัน"
บริวารสมิงเฉียวเสอแสยะยิ้มชั่วร้าย เผยความจริงออกมา
"หลังจากที่บ่าวเลื่อนขั้นเป็นขอบเขตหวงถิง ประสาทสัมผัสการรับกลิ่นก็แข็งแกร่งขึ้นหลายเท่า สามารถจับกลิ่นเฉพาะเจาะจงได้ในรัศมีห้าร้อยลี้ กลิ่นบนตัวของจิ้นอ๋องเหมือนกับกลิ่นบนตัวของธรรมราชาสระทองคำไม่มีผิดเพี้ยน"
เจ้านี่ตอนมีชีวิตอยู่ก็ช่างคิดไม่เบา ถือว่าฟลุกจับถูกจุดพอดี
"เป็นไปไม่ได้ เสด็จพ่อของข้าเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์ จะกลายเป็นธรรมราชาสระทองคำไปได้อย่างไร"
เหวินเหรินหลิงที่อยู่ด้านข้างกรีดร้องเสียงหลง แววตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
เสด็จพ่อของเขาเป็นถึงพระปิตุลาของโอรสสวรรค์องค์ปัจจุบัน เป็นถึงเจ้าแคว้น มีฐานะสูงส่ง
การร่วมมือกับพรรคบัวขาวก็เป็นเพียงแค่การหลอกใช้พวกกบฏเหล่านี้เท่านั้น จะกลายเป็นหัวหน้ากบฏตัวจริงไปได้อย่างไร
เปรียบเหมือนเจ้าเลี้ยงสุนัขไว้ฝูงหนึ่ง เจ้าใช้งานพวกมันให้เฝ้าบ้าน แต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าอยากจะเป็นจ่าฝูงสุนัขเสียหน่อย!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเป็นลูกของจ่าฝูงสุนัขเลย!
ในสายตาของเหวินเหรินหลิงผู้เป็นลูกเมียน้อยของจิ้นอ๋อง พรรคบัวขาวก็เป็นแค่สุนัขที่บ้านเขาเลี้ยงไว้ เป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้ต่อกรกับราชสำนักเท่านั้น
"จิ้นอ๋องปิดบังแม้กระทั่งลูกชายตัวเอง ดูท่าข่าวนี้คงจะเป็นความจริง"
ร่างจำแลงพยัคฆ์เหินยิ้มบางๆ เชื่อไปแล้วเจ็ดแปดส่วน
หลังจากนั้นเขาก็ถามรายละเอียดอีกมากมาย อย่างเช่น ขุมกำลังภายในจวนจิ้นอ๋อง ความสัมพันธ์กับสำนักใหญ่ต่างๆ ในมณฑล กองทัพที่ควบคุมอยู่ เครือข่ายการค้า และอื่นๆ อีกมากมาย
เมื่อนำไปเทียบกับข้อมูลที่เคยได้จากซื่อจื่อจวนจิ้นอ๋องก่อนหน้านี้ เพื่อคัดกรองความจริงออกจากความเท็จ ก็ถือว่าได้ผลประโยชน์ไม่น้อย
เพียงแต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความลับของจวนอ๋อง ไม่ว่าจะเป็นซื่อจื่อจวนจิ้นอ๋องหรือเฉียวเสอก็มีขีดจำกัดในการรับรู้
ข้อมูลหลายอย่างดูเหมือนจะใช่แต่ก็ไม่ใช่ ไม่สามารถพิสูจน์ได้
อย่างเช่นเรื่องที่จิ้นอ๋องเคยเข้าไปในสุสานโบราณเมื่อสิบกว่าปีก่อน และได้รับวิชาชุบชีวิตคนตายมา
หรือเรื่องที่เล่าลือกันว่าซื่อจื่อจวนจิ้นอ๋องเป็นคนโบราณกลับชาติมาเกิด ล่วงรู้วิชาลับที่สาบสูญไปมากมาย รวมถึงสถานที่ซ่อนของวิเศษล้ำค่า จึงถูกจิ้นอ๋องแต่งตั้งให้เป็นซื่อจื่อ
เรื่องทำนองนี้มีอีกมากมาย เล่าเท่าไรก็ไม่หมด
"ข่าวพวกนี้ยากจะแยกแยะว่าจริงหรือเท็จ ดังนั้น..."
ร่างจำแลงพยัคฆ์เหินนัยน์ตาเป็นประกาย เอื้อมมือไปคว้าตัวเหวินเหรินหลิง ก่อนจะประทับฝ่ามือลงบนจุดตันเถียนของอีกฝ่าย
"อ๊าก"
[จบแล้ว]