- หน้าแรก
- คริปโตเนียนคนสุดท้ายในโลกไร้ดวงอาทิตย์
- บทที่ 15 - จ้าวเจิง: เธอเคยได้ยินเรื่องราวของฉันด้วยเหรอ?
บทที่ 15 - จ้าวเจิง: เธอเคยได้ยินเรื่องราวของฉันด้วยเหรอ?
บทที่ 15 - จ้าวเจิง: เธอเคยได้ยินเรื่องราวของฉันด้วยเหรอ?
บทที่ 15 - จ้าวเจิง: เธอเคยได้ยินเรื่องราวของฉันด้วยเหรอ?
วันรุ่งขึ้น
จ้าวเจิงตื่นนอนตั้งแต่ไก่โห่ หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เขาก็รีบแจ้นไปที่ร้านให้บริการอาบแดดเทียมตั้งแต่เช้าตรู่โดยที่ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลยด้วยซ้ำ
การมาเยือนตั้งแต่เช้าตรู่ของจ้าวเจิง ทำให้พนักงานร้านแอบประหลาดใจเล็กน้อย
ก็พวกเธอเพิ่งจะเปิดร้านเองนะ!
โดยปกติแล้ว ช่วงเช้าแทบจะไม่มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเลย ลูกค้าส่วนใหญ่มักจะมาใช้บริการอาบแดดเทียมกันในช่วงบ่ายหรือช่วงค่ำมากกว่า
ใครมันจะบ้ามาอาบแดดกันตั้งแต่เช้าตรู่ล่ะ?
ด้วยเหตุนี้ จ้าวเจิงจึงอธิบายไปว่า "อ๋อ ช่วงนี้ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายน่ะครับ หมอบอกว่าร่างกายผมมีความชื้นสะสมอยู่มาก ก็เลยแนะนำให้ผมมาอาบแดดเทียมเพื่อรักษาน่ะครับ"
ความจริงแล้ว
ต่อให้จ้าวเจิงจะไม่อธิบายอะไรเลย พนักงานก็ต้องต้อนรับเขาอยู่ดี
ก็แหม เปิดร้านทำธุรกิจนี่นา มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไล่ลูกค้าออกไปล่ะ?
แถมรายได้ของพนักงานเหล่านี้ก็มาจากเงินเดือนพื้นฐานบวกกับค่าคอมมิชชัน ยิ่งมีลูกค้ามาใช้บริการมากเท่าไหร่ รายได้ของพวกเธอก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ที่จ้าวเจิงต้องอธิบาย ก็เพราะเขาไม่อยากทำตัวเป็นจุดเด่นจนเกินไปต่างหาก
จากนั้น
พนักงานร้านก็พาจ้าวเจิงเข้าไปในห้องส่วนตัว
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามาใช้บริการ เขาจึงรู้ขั้นตอนทุกอย่างเป็นอย่างดี พอพนักงานเดินออกไป เขาก็รีบถอดเสื้อผ้าออกอย่างรวดเร็ว แล้วล้มตัวลงนอนในเครื่องอาบแดดทันที
[คุณดูดซับแสงอาทิตย์ ความทนทาน +0.01 พลังจิต +0.003 พละกำลัง +0.01 ความว่องไว +0.01...]
[คุณดูดซับแสงอาทิตย์ ความทนทาน +0.01 พลังจิต +0.003 พละกำลัง +0.01 ความว่องไว +0.01...]
[คุณดูดซับแสงอาทิตย์ ความทนทาน +0.01 พลังจิต +0.003 พละกำลัง +0.01 ความว่องไว +0.01...]
ข้อความแจ้งเตือนที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
และเด้งขึ้นมาแทบจะทุกวินาที!
จ้าวเจิงอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มมุมปาก เผยให้เห็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข
เวลาผ่านไปประมาณยี่สิบนาที
ข้อความแจ้งเตือนก็หยุดลง และไม่มีเด้งขึ้นมาอีก
จ้าวเจิงนึกในใจ หน้าต่างสถานะของเขาก็เปิดขึ้นมาในระยะการมองเห็นของตาซ้าย
เผ่าพันธุ์: มนุษย์
ความทนทาน: 30
พลังจิต: 17
พละกำลัง: 30
ความว่องไว: 30
พรสวรรค์: สายเลือดชาวคริปตอน
แต้มพลังวิญญาณ: 0
...
นี่คือค่าสถานะของเขาหลังจากที่ทำอาบแดดเทียมไปหนึ่งรอบ
ก็เหมือนกับเมื่อวานเป๊ะเลย ค่าความทนทาน พละกำลัง และความว่องไว ต่างก็เพิ่มขึ้นมาอย่างละ 10 แต้ม ส่วนค่าพลังจิตก็เพิ่มขึ้นมา 3 แต้ม
จ้าวเจิงรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก
ตอนที่เขาก้าวออกมาจากเครื่องอาบแดดและสัมผัสได้ถึงพละกำลังที่เพิ่มขึ้นในร่างกาย ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความดีใจ
ความรู้สึกของการได้แข็งแกร่งขึ้นนี่มันช่างวิเศษสุดๆ ไปเลย
ดูจากหน้าต่างสถานะ ตอนนี้ความทนทานและพละกำลังของเขา สูงกว่าคนปกติทั่วไปถึงสามเท่าตัวแล้ว
และนี่มันก็แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น!
หลังจากนั้นไม่นาน
จ้าวเจิงก็ออกจากร้านให้บริการอาบแดด แล้วกลับไปที่โรงแรม
เขาจัดการเก็บกระเป๋าสัมภาระที่ฝากไว้ แล้วมุ่งหน้าไปรายงานตัวที่มหาวิทยาลัยสัจธรรมการต่อสู้
มหาวิทยาลัยสัจธรรมการต่อสู้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างโอ่อ่าอลังการ แค่ซุ้มประตูทางเข้าก็มีความสูงเกินกว่าสิบห้าเมตรแล้ว ด้านบนซุ้มประตูมีตัวอักษร "สัจธรรมการต่อสู้" ตวัดลวดลายราวกับมังกรผงาดฟ้า ดูยิ่งใหญ่อลังการและน่าเกรงขามสุดๆ!
เมื่อเดินผ่านประตูทางเข้าเข้าไป
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาก็คือสวนดอกไม้ขนาดมหึมา
และใจกลางสวนดอกไม้นั้น มีรูปปั้นขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่
เมื่ออ่านข้อความบนแผ่นหินที่อยู่ข้างๆ จ้าวเจิงก็ได้รับรู้ว่า บุคคลที่เป็นต้นแบบของรูปปั้นนี้ ก็คืออธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัยสัจธรรมการต่อสู้ ผู้ซึ่งสละชีพในสมรภูมินอกอาณาเขต...
เมื่อได้อ่านประวัติของอธิการบดีท่านนี้ จ้าวเจิงก็รู้สึกเลื่อมใสศรัทธาขึ้นมาจับใจ
นี่แหละคือวีรบุรุษตัวจริง!!
"นาย เป็นนักศึกษาใหม่ที่มารายงานตัวใช่ไหม?"
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านข้าง ดึงสติจ้าวเจิงให้หลุดออกจากภวังค์ความคิด
เขาหันขวับไปมอง ก็เห็นเด็กหนุ่มร่างผอมบางสวมแว่นตาตายืนอยู่ข้างหลังเขา
หมอนี่ก็ลากกระเป๋าเดินทางมาด้วยเหมือนกัน
"ใช่แล้ว!" จ้าวเจิงตอบกลับ "นายก็เป็นนักศึกษาใหม่เหมือนกันเหรอ?"
"ใช่!" เด็กหนุ่มฉีกยิ้มกว้าง "ฉันนึกว่าฉันมาเช้าแล้วนะเนี่ย ไม่คิดเลยว่านายจะมาเช้ากว่าฉันอีก"
ฉันมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเฟ้ย!
จ้าวเจิงแอบเถียงในใจ
"ฉันชื่อจางเฉิงเผิง" เด็กหนุ่มถามต่อ "นายชื่ออะไรเหรอ?"
จางเฉิงเผิงคนนี้ ถึงจะดูผอมบางและดูเป็นเด็กเรียน แต่กลับเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดีและคุยเก่งทีเดียว
"จ้าวเจิง"
หลังจากแนะนำตัวกันเสร็จ ทั้งสองคนก็เดินเข้าไปด้วยกัน
พวกเขาเดินไปตามถนนสายหลัก ทะลุผ่านสวนดอกไม้ จนมาถึงสนามหญ้าของมหาวิทยาลัย
ตอนนี้ที่สนามหญ้ามีคนมารวมตัวกันอยู่เยอะพอสมควร แถมยังมีป้ายผ้าใบผืนเบ้อเริ่มแขวนเอาไว้ เขียนตัวหนังสือตัวเบ้อเริ่มว่า "ยินดีต้อนรับนักศึกษาใหม่"!
ดูเหมือนว่าจะมีคนมาเช้ากว่าพวกเขาอีกนะเนี่ย
ทั้งสองคนเดินแทรกตัวเข้าไปในฝูงชน ทันใดนั้นก็มีรุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งเดินตรงดิ่งมาหาพวกเขา
"สวัสดีจ้ะ รุ่นน้องที่เพิ่งเข้ามาใหม่ใช่ไหมจ๊ะ?"
รุ่นพี่สาวรีบแนะนำตัวทันที "พี่ชื่อเฉาจิงจิง เรียนอยู่ปีสอง เป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ต้อนรับนักศึกษาใหม่ประจำปีนี้จ้ะ"
รุ่นพี่คนนี้หน้าตาก็ดูธรรมดาๆ ไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่กลับแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาอย่างบอกไม่ถูก และจุดที่สะดุดตาที่สุดของเธอก็คือ เธอมีแขนแค่ข้างเดียว...
แขนซ้ายของเธอว่างเปล่า ภายใต้แขนเสื้อนั้นไม่มีอะไรอยู่เลย
ดูเหมือนว่าเธอจะสังเกตเห็นสายตาของรุ่นน้องทั้งสองคน เฉาจิงจิงจึงพูดขึ้นมาอย่างตรงไปตรงมาว่า "พี่ไม่ได้พิการมาตั้งแต่เกิดหรอกนะ แขนข้างนี้พี่เป็นคนฟันมันทิ้งเองแหละ ตอนที่ติดพิษศพในมิติวิญญาณชั้นที่สิบเพื่อเอาชีวิตรอดน่ะ"
พอได้ยินแบบนั้น จ้าวเจิงก็มีสีหน้าเลื่อมใสศรัทธาขึ้นมาทันที
การที่ยอมตัดแขนตัวเองเพื่อเอาชีวิตรอด แสดงว่ารุ่นพี่คนนี้ต้องเป็นคนที่มีความเด็ดเดี่ยวและจิตใจเข้มแข็งสุดๆ แน่นอน
พูดง่ายๆ ก็คือ โคตรจะใจเด็ดเลย!
คนทั่วไปทำไม่ได้หรอกนะ!
อีกอย่าง
การที่เฉาจิงจิงสามารถเอาชีวิตรอดผ่านมิติวิญญาณชั้นที่สิบมาได้ ก็เป็นการพิสูจน์แล้วว่าความแข็งแกร่งของเธอนั้นไม่ธรรมดาเลย
เมื่อคิดได้ดังนั้น ทั้งจ้าวเจิงและจางเฉิงเผิงต่างก็ไม่กล้าประเมินรุ่นพี่แขนเดียวคนนี้ต่ำไปเด็ดขาด
"น้องๆ มาลงทะเบียนประวัติของตัวเองตรงนี้ก่อนนะจ๊ะ"
ทั้งสองคนพยักหน้ารับคำ
จางเฉิงเผิงเดินเข้าไปเป็นคนแรก แล้วบอกว่า "ผมชื่อจางเฉิงเผิง มาจากเมือง XX ครับ นี่ใบตอบรับเข้าศึกษาของผมครับ"
พอได้ยินดังนั้น เฉาจิงจิงก็กวาดสายตามองใบตอบรับเข้าศึกษาของจางเฉิงเผิงแวบหนึ่ง ก่อนจะคีย์ข้อมูลของเขาลงในแท็บเล็ต
จากนั้น เธอก็หันไปหาจ้าวเจิง "ตาของน้องแล้วจ้ะ"
จ้าวเจิงจึงตอบกลับไปว่า "ผมชื่อจ้าวเจิง มาจากเมืองลู่อัน ครับ นี่ใบตอบรับเข้าศึกษาของผมครับ"
พอได้ยินชื่อจ้าวเจิง เฉาจิงจิงก็ชะงักไปชั่วครู่
"จ้าวเจิง มาจากเมืองลู่อัน..."
จู่ๆ เธอก็ทำท่าเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ แล้วโพล่งออกมาว่า "น้องคือจ้าวเจิงเหรอ? คนที่ใจป้ำยกผลเพลิงให้คนอื่นคนนั้นน่ะนะ?"
เสียงร้องอุทานของเธอไม่เบาเลย ทำให้คนที่อยู่รอบๆ หันมามองเป็นตาเดียว
ทุกคนต่างพากันจ้องมองมาที่จ้าวเจิงด้วยความตกใจปนความอยากรู้อยากเห็น
หลังจากที่ข่าวแพร่สะพัดไปตลอดทั้งคืน ตอนนี้แทบจะทุกคนในประเทศต่างก็เคยได้ยินเรื่องราวของจ้าวเจิงกันหมดแล้ว...
เพียงชั่วพริบตา จ้าวเจิงก็ตกเป็นเป้าสายตาของทุกคน
ส่วนจางเฉิงเผิงที่ยืนอยู่ข้างๆ เขามาตลอด ก็ค่อยๆ ถอยห่างออกไปสองสามก้าว ทำท่าเหมือนอยากจะอยู่ให้ห่างจากจ้าวเจิงเข้าไว้
จ้าวเจิงไม่ได้สนใจท่าทีของจางเฉิงเผิงเลยแม้แต่น้อย เขาพูดด้วยน้ำเสียงปลงๆ ว่า "ใช่ครับ ผมนี่แหละไอ้ตัวผลาญสมบัติที่โง่ที่สุดในอินเทอร์เน็ต ไอ้ทาสรักเบอร์หนึ่งที่ยอมยกผลเพลิงเพื่อแลกกับรอยยิ้มของคนสวยน่ะ!"
ความจริงแล้ว เขากะเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วแหละว่าพอมาถึงมหาวิทยาลัยจะต้องเจอกับสถานการณ์แบบนี้ เขาก็เลยเตรียมใจมาพร้อมแล้ว
เขาถึงได้สามารถพูดยอมรับออกมาได้อย่างหน้าตาเฉยแบบนี้
ก็แหงล่ะ เมื่อเทียบกับสายเลือดซูเปอร์แมนอันทรงพลังแล้ว ฉายาไอ้ขยะแค่นี้มันจะไปสลักสำคัญอะไร
"ขอโทษทีนะจ๊ะน้องจ้าวเจิง"
ดูเหมือนว่าเฉาจิงจิงจะรู้ตัวว่าตัวเองเผลอเสียมารยาทไปหน่อย จึงรีบเอ่ยปากขอโทษ "เมื่อเช้าพี่เพิ่งจะไถฟีดเจอข่าวของน้อง พอมาเจอตัวจริงก็เลยแอบตกใจจนเก็บอาการไม่อยู่น่ะ ไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นแบบนี้จริงๆ นะ..."
"อ๋อ ไม่เป็นไรครับ" จ้าวเจิงตอบกลับ "รุ่นพี่ช่วยกรอกประวัติให้ผมก่อนดีกว่าครับ!"
"ได้จ้ะ"
...
[จบแล้ว]