- หน้าแรก
- ระบบปล้นสะท้านพหุภพ
- บทที่ 44 - แผนลวงทำลายดวงดาว
บทที่ 44 - แผนลวงทำลายดวงดาว
บทที่ 44 - แผนลวงทำลายดวงดาว
บทที่ 44 - แผนลวงทำลายดวงดาว
☆☆☆☆☆
"เฮ้อ... ถึงจะเสียท่าไปอีกครั้ง แต่อย่างน้อยเราก็ได้รู้ไม้ตายของฝ่ายนั้นเพิ่มมาอย่างหนึ่ง นั่นคือพวกเขาสามารถควบคุมสสารมืดได้แล้ว" ผู้บัญชาการถอนหายใจยาว
"แต่ท่านผู้บัญชาการครับ นั่นมันสสารมืดเลยนะครับ! สสารมืดครองมวลสารรวมถึงแปดสิบห้าเปอร์เซ็นต์ของจักรวาลเลยนะ! นี่มันใช่อารยธรรมระดับเดียวกับเราจริงๆ เหรอเนี่ย ต่อให้บอกว่าเป็นอารยธรรมระดับสองจุดแปดผมก็เชื่อครับ!" ทุกคนเริ่มจะมีอาการขวัญเสีย
"มันเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ" ผู้บัญชาการเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ เพราะเรื่องวิทยาศาสตร์เขาก็ไม่ได้รู้ลึกซึ้งไปกว่าจัวหยวนหมิงเท่าไหร่
"เก่งมากครับ!" ทุกคนพยักหน้ายืนยันอย่างจริงจัง "การที่สามารถควบคุมสสารมืดได้หมายความว่าเทคโนโลยีด้านมิติของเขาต้องสูงส่งมาก เราไม่รู้เลยว่าฝ่ายนั้นจะสร้างอาวุธซีรีส์สสารมืดออกมาได้ถึงขั้นไหน ด้วยวิทยาการระดับนี้การสร้างหลุมดำจิ๋วก็นับว่าเป็นเรื่องกล้วยๆ เลยครับ! หากฝ่ายนั้นโยนหลุมดำจิ๋วเข้ามาในโลกของเรา ต่อให้เราจะป้องกันแรงกระแทกจากการระเบิดได้ แต่ดวงอาทิตย์ของเราจะต้องได้รับผลกระทบแน่ ถึงตอนนั้นภัยพิบัติทางธรรมชาติจะตามมาเป็นพรวนและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของเราอย่างแสนสาหัส!"
มนุษย์ฝั่งนี้ไม่ได้มีเคล็ดวิชาฝึกฝนยีนเหมือนกับเจียงฝาน ร่างกายจึงยังเปราะบางมาก เพียงแค่ความผิดปกติเพียงเล็กน้อยก็อาจจะทำให้ล้มตายกันเป็นจำนวนมากได้
เมื่อถึงตอนนั้นพายุสุริยะจะซัดเข้าหาดวงดาวของพวกเขาจนสนามแม่เหล็กปั่นป่วน เครื่องมือสื่อสารจะพังพินาศ และศัตรูจะต้องอาศัยจังหวะนั้นบุกโจมตีแน่นอน
"แย่แล้ว!" ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องตะโกนด้วยความหวาดกลัว
ทุกคนหันไปมองตามเสียง ชายคนหนึ่งกำลังชี้ไปที่หน้าจอมอนิเตอร์ด้วยมือที่สั่นเทา ทุกคนจึงรีบมองไปที่ใจกลางของภาพทันที
ในห้วงอวกาศ หลังจากที่หุ่นรบยักษ์ทำลายปืนใหญ่รางแม่เหล็กไฟฟ้ายาวนับพันเมตรไปแล้ว มันกลับยังไม่หยุดมือ
แต่มันกลับเริ่มบีบอัดพลังงานและชาร์จไฟอีกครั้ง โดยคราวนี้ปากกระบอกปืนเล็งตรงไปยังดวงอาทิตย์ในโลกของพวกเขา
จุดประสงค์ของมันคือ... การทำลายดวงดาว!
"อย่าปล่อยให้มันทำสำเร็จ! รีบสกัดมันไว้เร็วเข้า!" ผู้บัญชาการหน้าถอดสีทันที นึกไม่ถึงเลยว่าฝ่ายตรงข้ามจะเล่นไม้เด็ดแบบนี้ หากเป้าหมายเป็นโลกของพวกเขาเขาก็คงไม่ลนลานขนาดนี้เพราะยังพอจะมีวิธีป้องกันได้ แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือเป้าหมายดันเป็นดวงอาทิตย์นี่สิ!
นี่คือความเจ้าเล่ห์ของจัวหยวนหมิง การป้องกันตัวเองย่อมง่ายกว่าการไปช่วยคนอื่นเสมอ
แผนการถอนฟืนออกจากใต้กระทะครั้งนี้เล่นงานเข้าจุดตายของศัตรูเข้าอย่างจัง ทำให้ฝ่ายนั้นไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องป้องกัน หากดวงอาทิตย์หายไปทรัพยากรของพวกเขาก็จะแห้งเหือด ในช่วงร้อยปีต่อจากนี้พวกเขาก็จะหมดสิทธิ์สู้กับพวกจัวหยวนหมิงทันที ในเมื่อไม่มีพลังงานแล้วจะเอาอะไรไปรบ!
"มหาปุโรหิตครับ แผนนี้ของท่านสุดยอดไปเลยครับ ฝ่ายนั้นต้องอกแตกตายแน่ๆ!" ทุกคนต่างก็รู้สึกขนลุกไปตามๆ กัน ถ้ามีอารยธรรมอื่นคิดจะทำลายดวงอาทิตย์ของพวกเขา พวกเขาก็คงขวัญกระเจิงเหมือนกัน
"ในเมื่อแผนการมันถูกวางไว้ให้เห็นชัดๆ แบบนี้แล้ว ฝ่ายนั้นต่อให้ไม่อยากติดกับก็ต้องจำใจ! ไม่เห็นต้องใช้แผนลึกลับอะไรเลย แผนลวงซึ่งๆ หน้าแบบนี้แหละที่รุนแรงและเรียบง่ายที่สุด!" จัวหยวนหมิงฉีกยิ้มกว้าง ทำเอาคนรอบข้างถึงกับหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ มหาปุโรหิตของเรานี่ใจดำชะมัด
ในอวกาศ หุ่นรบยักษ์เร่งดูดซับและบีบอัดสสารมืดรอบๆ อย่างรวดเร็ว ประกายไฟฟ้าสีดำแลบแปลบปลาบทำเอาหัวใจของฝ่ายตรงข้ามเต้นไม่เป็นจังหวะ
"ท่านผู้บัญชาการครับ!" ทุกคนต่างร้องเรียกด้วยความร้อนใจ ตอนนี้เหลือเพียงวิธีเดียวเท่านั้น
ผู้บัญชาการดูลลังเล การเปิดเผยไพ่ตายเร็วขนาดนี้ถือเป็นเรื่องต้องห้ามในการทำศึกอย่างยิ่ง
"บัดซบ!" เขาตบโต๊ะด้วยความโมโห ความรู้สึกไร้หนทางสู้แบบนี้เพิ่งเคยสัมผัสเป็นครั้งแรก
"เปิดใช้งานปืนใหญ่ทำลายดวงดาว!"
ทันทีที่สิ้นคำสั่ง ทุกคนก็รีบดำเนินการอย่างรวดเร็ว เวลากระชั้นชิดเข้ามาทุกที หากปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตีออกมาได้ก่อนการสกัดกั้นก็จะสายเกินไป เพราะพวกเขายังไม่มีความสามารถที่เหนือกว่าความเร็วแสง
"กำลังชาร์จพลังปืนใหญ่ทำลายดวงดาว... สามสิบเปอร์เซ็นต์... สี่สิบเปอร์เซ็นต์... แปดสิบแปดเปอร์เซ็นต์..."
"ร้อยเปอร์เซ็นต์... ชาร์จพลังสำเร็จ!"
"ยิง!"
ลำแสงที่เจิดจ้าที่สุดพุ่งออกมาจากตัวดวงดาว ทุกที่ที่มันพุ่งผ่านมิติถึงกับสั่นสะเทือน เพียงชั่วอึดใจลำแสงขนาดมหึมาก็เข้ากลืนกินหุ่นรบยักษ์ในอวกาศจนมิด
ในหน้าจอเหลือเพียงแสงสีขาวโพลนไปหมด
ผ่านไปเนิ่นนาน เมื่อทุกคนกลับมามองหน้าจออีกครั้ง ในอวกาศก็ไม่มีร่องรอยของหุ่นรบยักษ์หลงเหลืออยู่อีกต่อไป
เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้ คนในศูนย์บัญชาการต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่ยังทันเวลาและไม่ปล่อยให้ฝ่ายนั้นทำสำเร็จ
"เจ็บใจนัก! ต้องมาเสียพลังงานปืนใหญ่ทำลายดวงดาวเพื่อทำลายเศษเหล็กพวกนั้น ขาดทุนย่อยยับเลย!" ทุกคนต่างพากันโมโห เพราะการยิงปืนใหญ่ทำลายดวงดาวครั้งหนึ่งต้องใช้พลังงานมหาศาลจนพวกเขาแทบจะรับไม่ไหว ปกติแล้วจะถูกเก็บไว้เป็นไพ่ตายสุดท้ายเท่านั้น
แต่ตอนนี้เพื่อให้ดวงอาทิตย์ปลอดภัย พวกเขาจึงต้องยอมเปิดเผยความลับออกมาล่วงหน้า คาดว่าหลังจากนี้ฝ่ายตรงข้ามจะต้องระวังปืนใหญ่ทำลายดวงดาวของพวกเขาเป็นพิเศษแน่ และการจะยิงออกมาได้ง่ายๆ อีกครั้งคงไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนเดิมแล้ว
ดาวโลก
"มหาปุโรหิตครับ ดูเหมือนฝ่ายนั้นจะใช้ปืนใหญ่ทำลายดวงดาวจริงๆ ด้วย... ฮ่าๆ..." ทุกคนหัวเราะกันอย่างสะใจ ถึงแม้หุ่นรบทั้งหมดจะพังพินาศไปแล้วแต่พวกเขาก็รู้สึกว่ากำไรมหาศาล
"พื้นฐานของฝ่ายนั้นจะดูแคลนไม่ได้เลยนะ ไม้ตายที่เขาเปิดเผยออกมาแบบส่งเดชก็ยังมีพลังทำลายระดับดวงดาวได้" จัวหยวนหมิงลูบคางพลางวิเคราะห์
"มหาปุโรหิตครับ ไม่เห็นต้องกังวลเลยครับ ในเมื่อเป็นอารยธรรมระดับหนึ่งเหมือนกัน ใครล่ะจะไม่มีพลังทำลายระดับดวงดาว? ในระดับของเราสิ่งสำคัญคือความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจครับ การใช้พลังงานแบบป่าเถื่อนขนาดนั้นมันสิ้นเปลืองเกินไป ทรัพยากรมีจำกัดนะครับ ทำไมถึงต้องมีสงครามหละ ก็เพราะต้องปล้นชิงทรัพยากรยังไงล่ะ อาวุธที่พวกเราวิจัยมาเน้นความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุดครับ!" ทุกคนอธิบายความรู้ใหม่ๆ ให้มหาปุโรหิตฟัง
"หลังจากศึกนี้ ฝ่ายนั้นคงจะสงบเสงี่ยมไปอีกนาน อาศัยช่วงเวลาว่างนี้รีบถอดรหัสเครื่องกำเนิดแรงปฏิสัมพันธ์อย่างเข้มของพวกเขาให้ได้!" จัวหยวนหมิงสั่งการ
"รับทราบครับ!"
การพัฒนาต่อจากนี้เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ ฝ่ายนั้นเงียบหายไปจริงๆ ไม่รู้ว่ากำลังวางแผนอะไรอยู่
แต่พวกจัวหยวนหมิงเองก็ไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า ในเมื่อจะวัดกันว่าใครจะพัฒนาเทคโนโลยีได้เร็วกว่ากัน ภายใต้การทำงานของการ์ดระเบิดวิทยาการของเจียงฝาน
เผ่าพันธุ์มนุษย์จึงเข้าสู่สภาวะเทคโนโลยีระเบิดตัวอีกครั้ง
ปีปฐมศักราชแห่งเทวะที่ 120 หลังจากผ่านไปสิบปี ในที่สุดเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ถอดรหัสเครื่องกำเนิดแรงปฏิสัมพันธ์อย่างเข้มของศัตรูได้สำเร็จ
ความสำเร็จทางเทคโนโลยีนี้ทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์ก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในด้านระดับจุลภาค ถือเป็นการชดเชยสิ่งที่พวกเขาเคยทอดทิ้งไปในอดีตได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้เทคโนโลยีด้านมิติของมนุษย์ยังก้าวหน้าไปเร็วมาก พวกเขาเริ่มเชี่ยวชาญเทคโนโลยีมิติที่สี่มากขึ้นเรื่อยๆ
ปีปฐมศักราชแห่งเทวะที่ 122 เผ่าพันธุ์มนุษย์ประสบความสำเร็จในเทคโนโลยีการขนย้ายมิติ ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายวัตถุขนาดใหญ่ข้ามมิติได้
การสั่งสมความรู้ด้านมิติมาอย่างยาวนานทำให้พวกเขาแสดงศักยภาพในการเติบโตออกมาได้อย่างน่าตกใจ
ปีปฐมศักราชแห่งเทวะที่ 124 เผ่าพันธุ์มนุษย์ประสบความสำเร็จในการข้ามผ่านจักรวาล หรือที่เรียกว่า รูหนอน!
"เยี่ยมไปเลย! ในที่สุดเราก็มีความสำเร็จใหม่ๆ ด้านมิติแล้ว! การมีรูหนอนจะทำให้เราเดินทางในอวกาศได้อย่างรวดเร็ว!"
"ใช่แล้วครับ... ความเร็วแสงในอวกาศมันยังช้าเกินไป... รูหนอนต่างหากที่จะช่วยให้เราข้ามระยะทางไกลๆ ได้" ทุกคนต่างตื่นเต้นกันยกใหญ่ เมื่อมีรูหนอนพวกเขาก็สามารถไปเก็บเกี่ยวพลังงานจากดวงดาวในกาแล็กซีที่อยู่ไกลออกไปเพื่อนำมาเสริมพลังให้กับโลกของตัวเองได้
"น่าเสียดายที่ตอนนี้รูหนอนยังข้ามระยะทางได้ไม่ไกลเท่าไหร่ การบิดเบี้ยวและพับมิติของเราสร้างรูหนอนได้แค่ระยะหนึ่งปีแสงเท่านั้น" ชายคนหนึ่งเอ่ยอย่างเสียดาย
"อย่าเพิ่งท้อสิ แค่นี้ก็ก้าวหน้าไปมากแล้ว รอให้เทคโนโลยีมันเสถียรกว่านี้ ระยะทางก็จะเพิ่มขึ้นเอง ฉันเชื่อว่าภายใต้รัศมีแห่งองค์เทพ ในอนาคตเราอยากจะไปกาแล็กซีไหนก็แค่ชั่วพริบตาเท่านั้น!"
ด้วยเหตุนี้เผ่าพันธุ์มนุษย์จึงเดินหน้าวิจัยด้านมิติต่อไปอย่างมุ่งมั่น ถึงแม้ตอนนี้เทคโนโลยีหลายอย่างจะยังไม่เสถียรและต้องใช้การสั่งสมความรู้ต่อไป แต่อารยธรรมมนุษย์ก็ไม่รีบร้อน เพราะพวกเขามีอายุขัยที่ยาวนานมากจึงสามารถรอได้
นี่คือข้อดีอีกอย่างหนึ่งของพวกเขา เคล็ดวิชายีนช่วยให้นักวิจัยมีอายุขัยที่ยืนยาวจนไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา ทำให้การวิจัยดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดช่องว่างทางความรู้ในรุ่นต่อไป
[จบแล้ว]