เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 269 เทาเที่ยโลหิตมาร

บทที่ 269 เทาเที่ยโลหิตมาร

บทที่ 269 เทาเที่ยโลหิตมาร


หลี่เทียนมิ่งบดขยี้เฉินเซียวจี้อย่างดุเดือด แทบจะเทียบเท่ากับการเหยียบย่ำเฉินเซียวจี้แล้วไล่ตามอวี่เหวินเจิ้นซิงไป ฉากนี้ตัวเขาเองก็คาดไม่ถึงเลยว่า จะก่อให้เกิดคลื่นแห่งความตื่นตะลึงระลอกใหญ่ขึ้นในสมรภูมิตงหวงแห่งที่หนึ่ง

ผู้คนจำนวนมากจิตใจตื่นเต้นระทึกขวัญ ต่างพากันลุกขึ้นยืน บดบังสายตาของผู้คนที่อยู่ด้านหลัง จนเกิดความโกลาหลวุ่นวายขึ้นเป็นระลอกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โลกแห่งวิถียุทธ์ ยกย่องการต่อสู้เป็นใหญ่ การประชันขันแข่งของอัจฉริยะในระดับนี้ เพียงพอที่จะทำให้ศิษย์จำนวนมากเกิดความคลั่งไคล้ภายในใจ

พวกเขาเบิกตากว้าง มองดูเฉินเซียวจี้ผู้นั้นถูกหลี่เทียนมิ่งบดขยี้จนพ่ายแพ้!

ขั้นคืนเดียวระดับแปด กลับต้องล้มลงกระอักเลือดบนพื้นเช่นนี้ แม้แต่สัตว์ประจำตัวของเขา ก็ยังกรีดร้องโหยหวนอย่างน่าสังเวช

นี่มันช่างแตกต่างจากที่ทุกคนคาดการณ์ไว้โดยสิ้นเชิง!

เมื่อมองออกไป ผู้ชมในสมรภูมิตงหวงแห่งที่หนึ่ง ส่วนใหญ่ต่างสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหนาวเหน็บ สีหน้าแข็งค้าง หันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก

"ข้าประเมินว่านายน้อยสำนักน่าจะมีพัฒนาการ สามารถสูสีคู่คี่กับเฉินเซียวจี้ได้ คิดไม่ถึงเลยว่า ยังคงดูถูกเขาต่ำไปอยู่ดี" ทางด้านยอดเขากระบี่มังกรเขียว หยวนฮุนเทียนส่ายหน้ายิ้มขื่น

"น่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว ทุกคนต่างรู้ว่าเขานั้นฝืนลิขิตฟ้า และเตรียมใจไว้แล้วว่าเขาจะสามารถต้านทานเฉินเซียวจี้ได้ แต่ผลลัพธ์คือ เขากลับฝืนลิขิตฟ้าเสียยิ่งกว่าที่พวกเราจินตนาการไว้เสียอีก!" ดวงตาคู่ของกู่ยวี่ เต็มไปด้วยความรู้สึกเลื่อมใสศรัทธาไปแล้ว

การต่อสู้ครั้งนี้ ทำให้เหล่าศิษย์แห่งยอดเขากระบี่มังกรเขียวโห่ร้องด้วยความยินดี ถึงขนาดเริ่มตะโกนเรียกชื่อของหลี่เทียนมิ่ง

เลือดร้อนแห่งการต่อสู้ ก็ทำให้ผู้คนคลั่งไคล้ได้เช่นนี้เอง

ผู้ที่มีความคิดเช่นเดียวกับหยวนฮุนเทียนและกู่ยวี่ ความจริงแล้วมีมากมายนับไม่ถ้วน

พวกเขาไม่มีทางมองหลี่เทียนมิ่งเป็นคนไร้พรสวรรค์ ก่อนเปิดศึก ต่างก็รู้ว่าเขาต้องมีการก้าวล้ำครั้งใหม่แน่นอน เพียงแต่คิดไม่ถึงว่า เขาจะยังคงอยู่เหนือระดับที่ทุกคนคาดการณ์ไว้ในใจขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง!

กล่าวโดยสรุปคือ ในใจไม่อยากจะตะลึง ก็ไม่มีทางทำได้

วันนี้ยังมีผู้ชมจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่มากันมากมาย นำทีมโดยหลี่เสวียนอี้้ หลี่เหยียนเซิง หลี่อวิ้นถิง หลี่เสวียนเหอ และคนอื่นๆ พวกเขาหดหัวอยู่ที่มุมหนึ่งของสนามรบ จ้องมองฉากนี้ตาไม่กะพริบ

"เมื่อไม่นานมานี้ เขาเพิ่งจะต่อสู้เสี่ยงตายเพื่อเอาชนะเสวียนเฉิน แต่ตอนนี้กลับบดขยี้เฉินเซียวจี้จนพ่ายแพ้ พัฒนาการนี้!" หลี่เสวียนอี้้ถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหนาวเหน็บ

เมื่อหันกลับไปมอง สีหน้าของคนตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่ส่วนใหญ่ล้วนดูไม่จืดนัก

อย่างไรเสีย พวกเขาก็ไม่ยอมสยบต่อสายเลือดสูงสุดมานานแล้ว

"กายาวัฏสงสารห้ากัลป์ ช่างฝืนลิขิตฟ้าจริงๆ พวกเราทำผิดไปแล้วหรือเปล่า?" หลี่เสวียนเหอหน้าซีดเผือดกล่าว

เขาคือคนที่รู้จักหลี่เทียนมิ่งเร็วที่สุด เขายิ่งรู้ดีที่สุดว่า ตอนที่หลี่เทียนมิ่งเอาชนะหลี่หลิงเหอบุตรชายของเขานั้น ความแข็งแกร่งอยู่ประมาณระดับไหน

นี่ไม่ใช่พัฒนาการของอัจฉริยะ แต่นี่คือการก้าวกระโดดของเทพเจ้า!

"รอให้เขามีชีวิตรอดออกไปจากเจดีย์ไท่อีได้ก่อนค่อยว่ากันเถอะ" หลี่เสวียนอี้้กัดฟันกรอด เขารู้ว่ามีเรื่องหนึ่งต้องเกิดขึ้นแน่นอน แต่เขาไม่กล้าพูดออกมา

"ก็ได้ หากเขาสามารถเป็นศิษย์ไท่อีได้ ไม่ว่าพวกเราจะพูดยังไง ก็ต้องสนับสนุนเขาแล้วล่ะ" หลี่อวิ้นถิงถอนหายใจกล่าว

เขาได้ยอมรับอย่างหมดใจแล้ว

"พวกเจ้าคิดหรือว่า ตระกูลอวี่เหวินจะปล่อยให้เขาเติบโต?" หลี่เสวียนอี้้กล่าวด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

"พูดน่ะมันก็ใช่ แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีตระกูลเย่แห่งมังกรเขียวคอยคุ้มครองเขาอยู่ ทันทีที่เขาได้เป็นศิษย์ไท่อี สถานะและตำแหน่งสูงส่งขึ้น ถึงตอนนั้นก็ไม่ใช่คนที่ตระกูลอวี่เหวินจะฆ่าได้ตามอำเภอใจแล้ว"

"ศิษย์ไท่อี นั่นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น การสังหารศิษย์ไท่อี มีความผิดร้ายแรงยิ่งกว่าสังหารผู้อาวุโส / ท่านผู้อาวุโสสภาเสียอีก" หลี่เหยียนเซิงกล่าว

"ข้ารู้สึกได้เลยกว่าเขาพัฒนาขึ้นมาก แต่จะสามารถรอดชีวิตในมือของอวี่เหวินเจิ้นซิงได้หรือไม่ ก็ยังเป็นข้อกังขาอยู่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะต้องท้าทายศิษย์ไท่อีทั้งสี่คน"

"เขาอยากเป็นศิษย์ไท่อี คงเป็นได้แค่ฝันเฟื่องกระมัง"

หลี่เสวียนอี้้กล่าวด้วยสีหน้าย่ำแย่

มีเพียงการพูดเช่นนี้ ในใจเขาถึงจะรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง

จิตใจส่วนลึกของเขาจะไม่มีทางบอกตัวเองเด็ดขาดว่า การผงาดขึ้นมาของอัจฉริยะอย่างหลี่เทียนมิ่ง ทำให้เขารู้สึกถึงความสิ้นหวังขึ้นมา

"นั่นสินะ รอดูกันต่อไป" หลี่เหยียนเซิงกล่าว

ที่น่าอึดอัดก็คือ ด้านข้างยังมีผู้คนจำนวนไม่น้อยเข้ามาแสดงความยินดีกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์หลี่ของพวกเขา หลี่เสวียนอี้้จำต้องรับหน้าทีละคน รู้สึกอึดอัดใจอย่างแท้จริง

เมื่อมองออกไป ในบรรดาคนนับแสน อย่างน้อยมีเจ็ดหมื่นคนที่กำลังทึ่งและชื่นชมการปรากฏตัวอันสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นของหลี่เทียนมิ่ง

อัจฉริยะเช่นนี้ ไม่ได้อยู่ที่การท้าทายคู่ต่อสู้ แต่อยู่ที่การก้าวข้ามขีดจำกัดจินตนาการของผู้คนอย่างต่อเนื่อง!

"นอกจากคำว่าถอนหายใจด้วยความทึ่งแล้ว ข้าก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว" ภายในตำหนักเขาชิงเสิน ผู้อาวุโส / ท่านผู้อาวุโสสภาเย่ชิงยิ้มขื่น

"ต่อไปยังมีละครฉากเด็ดอีก ค่อยๆ ดูกันไปเถอะ" เย่เส้าชิงย้ายมาทางนี้แล้ว ในฐานะอาจารย์ เขาภูมิใจเป็นธรรมดา

"หลังจากจบครั้งนี้ ไม่ว่ายังไงก็ต้องปกป้องเขาไว้ให้ได้" เย่ชิงกล่าว

"ไม่มีปัญหา"

"ท่านพ่อ เรื่องของพี่ใหญ่..." เย่อวี่ซียืนอยู่ด้านหลัง ถามด้วยความปวดหัวเล็กน้อย

"เขาเลือกทางเดินของเขาแล้ว ก็ปล่อยเขาไปเถอะ" เย่ชิงส่ายหน้าอย่างจนใจ

เย่เทียนหลงไปเข้าพวกกับอวี่เหวินไท่จี๋แล้ว หลายวันมานี้ยังพยายามจะเกลี้ยกล่อมพวกเขาไม่หยุดหย่อน หลังจากถูกปฏิเสธ สายตาที่แสดงความเจ็บปวดรวดร้าวราวกับเห็นคนในครอบครัวเป็นคนโง่ของเขา ทำให้รู้สึกหนาวเหน็บหัวใจจริงๆ

สุดท้ายเย่ชิงก็ไล่เขาออกจากเขาชิงเสิน

"อวี่ซี พวกเราเลือกแล้ว ก็ควรจะไม่หวาดหวั่นต่อสิ่งใด ยืนหยัดให้ถึงที่สุด" เย่เส้าชิงกล่าว

"ไม่ต้องให้เจ้ามาบอกหรอกน่า ข้าก็ไม่อยากเป็นสุนัขรับใช้เหมือนกัน" เย่อวี่ซีกลอกตา

พวกเขาไม่รู้เลยว่า ผลงานเช่นนี้ของหลี่เทียนมิ่ง จะก่อให้เกิดความสั่นสะเทือนเพียงใดที่ฝั่งตำหนัก 'เขาเฟิ่งเทียน'

แต่คาดเดาได้ว่า อย่างน้อยสีหน้าของเฉินหนานเทียนบิดาของเฉินเซียวจี้คงดูไม่ดีแน่ และต่อจากนี้ไป คนที่สีหน้าดูไม่ดี เห็นได้ชัดว่าจะต้องมีมากขึ้น

......

ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของมหาชนและเสียงผู้คนที่ดังเซ็งแซ่ ศึกชิงเจดีย์ไท่อีได้ดำเนินมาถึงช่วงเวลาที่ตึงเครียดที่สุด!

ผู้คนต่างเบิกตากว้าง มองดูอวี่เหวินเจิ้นซิงที่เข้าใกล้ลูกแก้วแหล่งกำเนิดเทพเข้าไปทุกที!

ส่วนหลี่เทียนมิ่งผู้นั้น แม้จะถูกเฉินเซียวจี้ขัดขวาง แต่ก็ไล่ตามขึ้นมาอย่างดุเดือด เขาจะสามารถตามอวี่เหวินเจิ้นซิงทันหรือไม่ เห็นได้ชัดว่ายังเป็นปริศนาที่น่าลุ้นระทึก!

ด้านหลังยังมีผู้ไล่ตามมาอีกหลายคน!

ท่ามกลางการทะยานไปด้วยความเร็วของปีกสวรรค์ หลี่เทียนมิ่งมองเห็นแผ่นหลังของอวี่เหวินเจิ้นซิงแล้ว

เขายิ่งมองเห็นว่า ลูกแก้วแหล่งกำเนิดเทพอยู่บนเสาต้นหนึ่งข้างหน้านั้นเอง!

วูบ!

เขาใช้ความเร็วสูงสุด พุ่งทะยานผ่านเส้นทาง วูบผ่านไปในพริบตา!

เคร้ง!

'เซี่ยโหมว' ในมือพุ่งออกไป พันรอบแขนของเขา ขอเพียงอยู่ในระยะที่เซี่ยโหมวไปถึง เขาก็สามารถยิงมันออกไปได้ในทันที!

"ไสหัวไปซะ"

อวี่เหวินเจิ้นซิงไม่ได้หันกลับมา แต่กลับแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา

ในชั่วพริบตานั้นเอง สัตว์ยักษ์สีเลือดตัวหนึ่งก็พุ่งออกมาจากร่างของเขา เข้ายึดครองพื้นที่เส้นทางโดยตรง ขวางหน้าหลี่เทียนมิ่งเอาไว้

นั่นคือสัตว์ยักษ์เทาเที่ยเช่นเดียวกัน!

สัตว์ยักษ์ตัวนี้ ตัวใหญ่กว่าเทาเที่ยแปดแขนถึงหนึ่งในสาม ทั่วร่างเต็มไปด้วยเกล็ดสีเลือด ปากกว้างสีเลือดนั้นยิ่งมหึมา!

ภายในปากกว้างนั้น มีฟันเรียงรายอยู่ห้าแถว เหมือนฉลาม เรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ พร้อมที่จะฉีกกระชากคู่ต่อสู้ได้ทุกเมื่อ!

เกล็ดสีเลือดนี้ทั้งหนาและหยาบ ดูแล้วเหมือนเครื่องจักรสังหารโดยสมบูรณ์ โดยเฉพาะดวงตาสีแดงฉานคู่นั้น ยังมีหางยาวเหยียดที่มีหนามแหลมคม ประหนึ่งหอกยาว ดูดุร้ายน่ากลัวยิ่งกว่าอย่างเห็นได้ชัด!

หลี่เทียนมิ่งมองปราดเดียวก็เห็นว่า ในดวงตาของมัน มีจุดดาวทั้งหมดสามสิบสามจุด!

นี่คือสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ชั้นสาม!

สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ชั้นสาม ถือเป็นสัตว์ประจำตัวระดับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่มีระดับสูงที่สุดในขอบเขตเจดีย์ไท่อีทั้งหมดอย่างแน่นอน!

สัตว์ยักษ์ตัวนี้ มีนามว่า 'เทาเที่ยโลหิตมาร'!

เทาเที่ยโลหิตมารคือเพชฌฆาตตัวจริงของเผ่าพันธุ์นี้ โหดเหี้ยมและดุร้าย แววตาฉายแววอำมหิต ดูเหมือนสัตว์ป่าไม่มีผิดเพี้ยน

เผลอๆ จะโหดร้ายและกระหายเลือดเสียยิ่งกว่าสัตว์ป่าเสียอีก!

-สองสิงห์:ผู้แปล-

จบบทที่ บทที่ 269 เทาเที่ยโลหิตมาร

คัดลอกลิงก์แล้ว