- หน้าแรก
- ปลุกพลังสายน้ำแข็งขั้นสุด แล้วหยุดที่คำว่าไร้เทียมทาน!
- บทที่ 415: สรุปก็คือน่ารักมากๆ!
บทที่ 415: สรุปก็คือน่ารักมากๆ!
บทที่ 415: สรุปก็คือน่ารักมากๆ!
ปลายนิ้วของเย่ชิงเยว่ยังคงวางอยู่บนท่อนแขนที่พันผ้าพันแผลของลู่หยวน เธอลูบไล้เนื้อผ้าฝ้ายนุ่มๆ เบาๆ ราวกับต้องการตรวจดูให้แน่ใจว่าบาดแผลของเขาปลอดภัยดีแล้วจริงๆ
ความตื่นตระหนกและความเขินอายเมื่อครู่ค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความหวาดหวั่นที่ยังคงตกค้างอยู่ในใจ เธอหลุบตาลง ขนตายาวสีขาวเงินสั่นระริกไม่หยุด น้ำเสียงถูกกดต่ำลง ทว่ากลับแฝงไปด้วยความจริงจังที่ไม่อาจปฏิเสธได้
“ลู่หยวน คราวหน้า... ถ้าเจอสถานการณ์อันตรายแบบนี้อีก...”
เธอช้อนตาขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำตา อัดแน่นไปด้วยความปวดใจ ความโกรธเคืองที่เจือจาง และความกังวลที่ปิดไม่มิด ปลายนิ้วของเธอจับข้อมืออีกข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บของเขาไว้เบาๆ “นายต้องหนีไปก่อน เข้าใจไหม? ชีวิตของนายสำคัญที่สุด”
เมื่อพูดถึงประโยคท้าย น้ำเสียงของเธอก็แผ่วเบาลงมาก ปลายจมูกเชิดรั้นแดงระเรื่อเล็กน้อย ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเป็นเส้นโค้งอ่อนนุ่ม ท่าทางที่ทั้งน้อยใจและจริงจังนั้น ทำเอาลู่หยวนเห็นแล้วใจอ่อนยวบ
เขาเพียงแค่มองเธอ ริมฝีปากยกยิ้มบางเบาแต่กลับแฝงความหนักแน่นอย่างหาที่สุดไม่ได้ เขาไม่ได้ตอบรับ และไม่ได้เอ่ยแก้ตัวใดๆ
หนีงั้นเหรอ? จะหนีได้ยังไง
ในพจนานุกรมของคนอย่างลู่หยวน ไม่เคยมีเหตุผลให้ทิ้งผู้หญิงของตัวเองแล้วหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว
พูดกันตามตรง ถ้าใครคิดจะแตะต้องผู้หญิงของเขา ก็ต้องข้ามศพของลู่หยวนคนนี้ไปก่อน
เย่ชิงเยว่เห็นเขาเอาแต่ยิ้มไม่ยอมพูดอะไร ในใจก็ยิ่งทั้งร้อนรนทั้งขัดใจ เธอยื่นมือไปทุบไหล่เขาเบาๆ อย่างแง่งอน “นายได้ยินที่พูดไหมเนี่ย? ฉันกำลังพูดเรื่องจริงจังอยู่นะ”
“ได้ยินแล้ว”
ลู่หยวนตอบรับเสียงเบา ทว่าสายตากลับจับจ้องไปยังริมฝีปากที่บวมเจ่อเล็กน้อยของเธออย่างแน่วแน่
สัมผัสนุ่มนวลจากจูบเมื่อครู่ยังคงหลงเหลืออยู่ที่ริมฝีปาก กลิ่นหอมหวานยังคงอบอวลอยู่ปลายจมูก ทำให้เขาไม่อาจสะกดกลั้นความรู้สึกพลุ่งพล่านในใจได้อีกต่อไป
ไม่รอให้เย่ชิงเยว่ได้เอ่ยอะไรต่อ เขาโน้มตัวลงเล็กน้อย ยกมือขึ้นรั้งท้ายทอยของเธอไว้เบาๆ แล้วก้มหน้าลงประทับริมฝีปากจูบอีกครั้ง
เย่ชิงเยว่ตัวแข็งทื่อไปทั้งร่าง ดวงตาเบิกกว้าง ขนตาสีขาวเงินสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนก สองมือยกขึ้นดันหน้าอกของเขาไว้ตามสัญชาตญาณ แต่กลับไม่อาจออกแรงผลักไสได้เลยแม้แต่น้อย
ความอบอุ่นจากริมฝีปากแผ่ซ่าน หัวใจของเธอเต้นโครมครามจนแทบระเบิดในพริบตา สองหูอื้ออึงจนไม่ได้ยินเสียงใดนอกจากเสียงหัวใจของตัวเอง
พวงแก้มขาวเนียนถูกย้อมด้วยสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็วจนสังเกตเห็นได้ชัด ลุกลามจากพวงแก้มไปจนถึงใบหู แม้แต่ลำคอระหงก็ยังเปลี่ยนเป็นสีชมพูจางๆ
จนกระทั่งลู่หยวนผละริมฝีปากออกเล็กน้อย เธอก็ยังคงยืนอึ้งอยู่ที่เดิม ริมฝีปากบวมเจ่อ แววตาสับสนและตื่นตระหนก ราวกับลูกกวางน้อยที่ตื่นตูมและไร้ทางหนี
วินาทีต่อมา เธอพลันได้สติ รีบถอยหลังไปครึ่งก้าวพร้อมกับกระทืบเท้าเบาๆ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาทั้งเขินอายทั้งขัดใจ แฝงไปด้วยความแง่งอนอย่างเต็มเปี่ยม “ลู่หยวน! นายทำบ้าอะไรเนี่ย!”
ลู่หยวนมองท่าทางโกรธเกรี้ยวปนเขินอายของเธอ รอยยิ้มในแววตายิ่งลึกซึ้งขึ้น เขาแกล้งยกมือขึ้นเกาหลังศีรษะ ทำท่าทางไร้เดียงสาและจนใจ
น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำ แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์เล็กน้อย “ขอโทษทีๆ นี่เป็นผลกระทบจากไอสังหารที่สะสมมาตลอดช่วงนี้น่ะ ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้ไปชั่วขณะ จะมาโทษฉันฝ่ายเดียวก็ไม่ได้นะ”
“นาย!”
ฟังจากน้ำเสียงของลู่หยวนก็รู้ชัดเจนว่าเขากำลังแถ แม้ว่าไอสังหารจะส่งผลกระทบต่อจิตใจได้จริงๆ แต่พฤติกรรมของลู่หยวนในตอนนี้ ไม่ใช่ผลกระทบจากไอสังหารอย่างแน่นอน!
เย่ชิงเยว่ถึงกับเถียงไม่ออกในทันที เธอโกรธจนหน้าอกอวบอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงเล็กน้อย ลมหายใจปั่นป่วน นัยน์ตาที่ใสกระจ่างคู่นั้นมีหยาดน้ำตาคลอเบ้า ทั้งเขินทั้งโกรธ แต่กลับหาคำพูดมาต่อว่าไม่ได้เลย
ตั้งแต่เกิดมาจนป่านนี้ เธอไม่เคยถูกใครหยอกล้ออย่างโจ่งแจ้งขนาดนี้มาก่อน แถมอีกฝ่ายยังเคยเป็นลูกศิษย์ของตัวเองอีกต่างหาก! ชั่วขณะนั้นเธอทั้งเขินทั้งอายจนแม้แต่ปลายนิ้วยังร้อนผ่าว
เมื่อมองดูท่าทางที่ทั้งขัดเขินและงดงามของเธอ ลู่หยวนก็กลั้นเอาไว้ไม่อีกต่อไป มุมปากยกยิ้มร้ายกาจอย่างเปิดเผย
ต้องยอมรับเลยว่า การได้หยอกล้ออาจารย์สาวผู้มักจะเย็นชาและสูงส่งอยู่เสมอ เป็นเรื่องที่น่าสนุกอย่างหาที่สุดไม่ได้จริงๆ
“ฮึ!”
เย่ชิงเยว่ถูกเขายิ้มล้อเลียนจนทำตัวไม่ถูก ทนยืนอยู่ตรงนั้นต่อไปไม่ไหว เธอถลึงตาใส่เขาอย่างแรง พวงแก้มพองลมเล็กน้อย “ไม่คุยกับนายแล้ว!”
สิ้นเสียง เธอก็สะบัดหน้าหันหลังกลับ เส้นผมสีขาวเงินยาวสลวยวาดเป็นเส้นโค้งอ่อนนุ่มในอากาศ สองขาก้าวเดินอย่างเร่งรีบปนลุกลี้ลุกลนตรงไปยังเต็นท์ที่อยู่ไม่ไกล แม้แต่มองจากแผ่นหลังก็ยังสัมผัสได้ถึงความเขินอายที่แผ่ซ่านออกมาอย่างชัดเจน
ลู่หยวนยืนอยู่ที่เดิม สายตาทอดมองตามแผ่นหลังที่เดินจากไปของเธอ จนกระทั่งร่างอรชรมุดเข้าไปในเต็นท์และม่านถูกปิดลงมา เขาถึงค่อยๆ ดึงสายตากลับมา พร้อมกับเผยรอยยิ้มบางๆ
สรุปก็คือ... น่ารักมากๆ
...
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น แสงแดดยามเช้าอันอ่อนโยนสาดส่องผ่านรอยแยกของเต็นท์เข้ามา นำพาความสว่างไสวและอบอุ่นมาให้
เย่ชิงเยว่นอนขดตัวอยู่ในผ้าห่ม ขนตายาวสั่นระริกเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น
นัยน์ตาที่ใสกระจ่างเต็มไปด้วยความงัวเงียสับสนในตอนแรก จากนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความเขินอายและตื่นตระหนกอย่างรุนแรง เธอยกสองมือขึ้นปิดพวงแก้มที่ร้อนผ่าวของตัวเอง ไม่กล้าแม้แต่จะนึกย้อนไปถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อคืน
เธอถึงกับ... ตกลงคบหาเป็นแฟนกับลู่หยวนไปแล้วจริงๆ
แถมยังถูกเขาจูบติดๆ กันตั้งหลายครั้งอีก!
ภาพลักษณ์ของเย่ชิงเยว่ผู้เคยเยือกเย็น ควบคุมตัวเองได้ดี เย็นชาและรักสันโดษในอดีต ราวกับถูกทำลายจนป่นปี้ไปในชั่วข้ามคืน สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความว้าวุ่นใจ แก้มร้อนผ่าว เพียงแค่นึกถึงใบหน้าของใครบางคน หัวใจก็เต้นโครมครามไม่หยุด!!!
การเปลี่ยนสถานะนี้มันเกิดขึ้นกะทันหันเกินไป เมื่อก่อนยามที่เธอเผชิญหน้ากับลู่หยวนในฐานะอาจารย์ เธอจะสงบนิ่งเยือกเย็น สั่งสอนอย่างมีขอบเขต ทุกท่วงท่าล้วนสง่างามและเหมาะสม
แต่ตอนนี้ สถานะของเธอเปลี่ยนไปแล้ว... เธอกลายเป็นแฟนสาวของเขา...
เธอนอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง ลังเลอยู่นาน ไม่รู้เลยว่าพอออกไปเจอหน้าเขาแล้วควรจะเริ่มทักทายยังไงดี
จนกระทั่งมีเสียงเรียกของลู่หยวนดังมาจากนอกเต็นท์ ทะลุผ่านม่านหมอกยามเช้ามากระทบโสตประสาทของเธออย่างชัดเจน
“เยว่เอ๋อร์ ตื่นหรือยัง?”
สรรพนามที่ใช้เรียกขาน ไม่ใช่คำว่า ‘อาจารย์’ อีกต่อไป แต่เป็นคำเรียกที่สนิทสนมแนบแน่นอย่างยิ่ง
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ บังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ลง...
‘ก็แค่กลายเป็นแฟนของตานี่ไม่ใช่หรือไง? มีอะไรให้น่าตื่นเต้นนักหนา’
เมื่อคิดปลอบใจตัวเองได้ดังนั้น เธอถึงค่อยๆ เลิกม่านเต็นท์ขึ้นแล้วก้าวเดินออกไป
ชั่วพริบตาที่ก้าวออกมา สายลมเย็นยะเยือกยามเช้าก็พัดผ่านร่าง พัดพาเส้นผมสีขาวเงินยาวสลวยเป็นประกายให้ปลิวไสวเบาๆ เส้นผมนุ่มสลวยเงางามทิ้งตัวลงบนลาดบ่าและแผ่นหลัง ขับเน้นให้ผิวพรรณของเธอขาวผุดผ่องดุจหิมะ คิ้วและดวงตางดงามประณีตราวกับเทพธิดาหลุดออกมาจากภาพวาด
เธอสวมชุดรบสีขาวเงินรัดรูป ขับเน้นทรวดทรงองค์เอวที่โค้งเว้าได้สัดส่วนออกมาอย่างหมดจด เอวคอดกิ่วจนแทบจะรวบได้ด้วยมือเดียว แนวไหล่โค้งมนสวยงาม หน้าอกอวบอิ่มดันตัวเป็นส่วนโค้งที่งดงาม ภายใต้ชุดรบที่ห่อหุ้มท่อนล่าง เผยให้เห็นเรียวขาที่กลมกลึงและเต่งตึง
เธอหลุบตาลงเล็กน้อย พวงแก้มยังคงหลงเหลือริ้วสีแดงระเรื่อที่ยังไม่จางหาย ขนตายาวสั่นระริก ริมฝีปากแดงระเรื่ออวบอิ่ม ทั้งที่เป็นใบหน้าที่ดูเย็นชาเป็นนิจ แต่ความขัดเขินนั้นกลับยิ่งเพิ่มเสน่ห์เย้ายวนใจที่ทำให้ผู้คนหวั่นไหวขึ้นมาอีกหลายส่วน
ลู่หยวนที่ยืนอยู่ไม่ไกล ทันทีที่สายตาตกกระทบลงบนร่างของเธอ เขาก็ไม่อาจละสายตาไปได้อีกเลย
ในใจอดไม่ได้ที่จะลอบชื่นชมออกมา
‘สวยจริงๆ’
เขามองดูร่างอรชรตรงหน้า มองดูหญิงสาวผู้เคยเย็นชาและเย่อหยิ่งในอดีต ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นของเขาเพียงคนเดียว รอยยิ้มลึกซึ้งค่อยๆ แผ่ซ่านขึ้นมาในใจ
‘โชคดีจริงๆ’
อาจารย์ที่งดงามไร้ที่ติและน่ารักถึงขีดสุดแบบนี้... ได้กลายมาเป็นแฟนสาวของลู่หยวนคนนี้แล้ว