- หน้าแรก
- ปรมาจารย์สัตว์อสูรกับระบบบัฟขั้นเทพ
- บทที่ 41 - กวาดเรียบ
บทที่ 41 - กวาดเรียบ
บทที่ 41 - กวาดเรียบ
บทที่ 41 - กวาดเรียบ
ตลาดมืด
สนามประลองอสูร
เวลานี้การแข่งขันที่นี่กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด อสูรจำนวนมากกำลังต่อสู้กันบนเวทีประลอง ผู้ใช้อสูรหลายคนยอมให้อสูรของตนเสี่ยงชีวิตเพื่อแลกกับป้ายผ่านทางทะเลทมิฬ
แน่นอนว่าพวกเขาอาจจะไม่ได้เข้าไปในมิติลึกลับทะเลทมิฬด้วยตัวเอง เพราะผู้ใช้อสูรบางคนอ่อนแอเกินไป ต่อให้ได้ป้ายผ่านทางทะเลทมิฬมา ก็ไม่กล้าเข้าไปอยู่ดี
แต่ทว่า ป้ายผ่านทางทะเลทมิฬนั้นขายได้ราคาดีแน่นอน
เฉินหยางลองค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตดู มีคนเคยขายป้ายผ่านทางทะเลทมิฬจำนวนไม่น้อย ป้ายหนึ่งขายได้ราคาตั้งแต่ 5 แสนขึ้นไป บางคนใจป้ำถึงขนาดยอมจ่าย 1 ล้านเพื่อซื้อป้ายผ่านทางทะเลทมิฬเลยทีเดียว
ผู้ใช้อสูรธรรมดาเหล่านั้นไม่ได้เหมือนกับเฉินหยางที่หาเงินได้ทีละหลายล้านหรือสิบล้านอย่างง่ายดาย ช่องทางทำกินของพวกเขามีน้อย บางคนทำได้แค่เป็นลูกจ้างบริษัท รับเงินเดือนไม่กี่พัน
อย่างเช่นพ่อของเฉินหยาง เฉินเสวียน ก็เป็นผู้ใช้อสูรธรรมดาแบบนี้
ดังนั้นหากผู้ใช้อสูรทั่วไปชนะสิบตาติดและได้ป้ายผ่านทางทะเลทมิฬมา ก็ถือว่ากำไรมหาศาล
ไม่นานนัก
เฉินหยางก็สมัครให้สุนัขเขี้ยวโลหิตของเขา
ตอนนี้สุนัขเขี้ยวโลหิตมีระดับพลังห้าสิบกว่าปี จึงถูกจัดอยู่ในสนามประลองระดับพลังห้าสิบปี
พอสมัครเสร็จ ก็สามารถขึ้นเวทีประลองได้ตลอดเวลา ขอแค่ชนะให้ได้สิบตาติดก็พอ
การต่อสู้สิบตาโดยแทบไม่มีเวลาพัก อสูรส่วนใหญ่ทำไม่ได้หรอก
ต่อให้เป็นอสูรที่มีฝีมือดี เจอคู่ต่อสู้กระจอกในเก้าตาแรก แต่ตาที่สิบอาจจะเจอของแข็งก็ได้
"เจ้าหมาขี้เกียจ ขึ้นเวทีไปเดี๋ยวนี้ อย่าฆ่าพวกอสูรนะ เอาแค่ให้บาดเจ็บหนักจนพวกมันยอมแพ้ก็พอ" เฉินหยางกำชับ
"โฮ่ง"
สุนัขเขี้ยวโลหิตพยักหน้า
วูบ
สุนัขเขี้ยวโลหิตกระโดดขึ้นไปบนเวที เพื่อท้าชิงกับอสูรที่เพิ่งชนะมาหมาดๆ นั่นคือหมาป่าเขี้ยวเขียว
หมาป่าเขี้ยวเขียวตัวนี้มีระดับพลังห้าสิบเก้าปี ใกล้จะแตะหกสิบปีเต็มที แต่ถ้าไม่มีวาสนาพิเศษ การจะทำลายกำแพงระดับพลังคงยากมาก
"สุนัขเขี้ยวโลหิตเหรอ เดี๋ยวนี้สุนัขเขี้ยวโลหิตกล้ามาลงแข่งในตลาดมืดแล้วเหรอ"
"สุนัขเขี้ยวโลหิตตัวนี้เก่งนะเนี่ย เลี้ยงจนมีระดับพลังห้าสิบกว่าปีได้ ผู้ใช้อสูรคนนี้ใจป้ำน่าดู ถ้าเกิดตายขึ้นมา คงเสียดายแย่"
"สุนัขเขี้ยวโลหิตจะเป็นคู่ต่อสู้ของหมาป่าเขี้ยวเขียวได้ยังไง ผู้ใช้อสูรของมันช่างไม่รู้อะไรเลย"
"จะพูดแบบนั้นก็ไม่ได้นะ ลูกชายฉันบอกว่าที่วิทยาลัยผู้ใช้อสูรจิ้งหูมีผู้ใช้อสูรเทพๆ คนหนึ่ง ใช้สุนัขเขี้ยวโลหิตตัวเดียวกวาดผู้ใช้อสูรจากวิทยาลัยผู้ใช้อสูรปินหูสิบคนรวด ช่วยให้วิทยาลัยจิ้งหูคว้าชัยชนะมาได้เชียวนะ"
"เรื่องนั้นฉันก็ได้ยินมาเหมือนกัน วิทยาลัยปินหูโดนล้อเละเทะในเน็ตเลย"
"แสดงว่าวิทยาลัยปินหูรุ่นนี้กระจอกเกิน แต่สุนัขเขี้ยวโลหิตของวิทยาลัยจิ้งหูตัวนั้นต้องเก่งจริง อันนี้ปฏิเสธไม่ได้"
"คงไม่ใช่ตัวนี้หรอกมั้ง"
"ไม่หรอกน่า อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น"
ขณะที่ทุกคนกำลังวิพากษ์วิจารณ์ สุนัขเขี้ยวโลหิตกับหมาป่าเขี้ยวเขียวก็เริ่มปะทะกัน
ฟุ่บ
หมาป่าเขี้ยวเขียวพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
สุนัขเขี้ยวโลหิตขี้เกียจแม้แต่จะใช้อัสนีพริบตา มันใช้กรงเล็บโจมตีระดับสมบูรณ์เข้าปะทะกับหมาป่าเขี้ยวเขียวซึ่งๆ หน้า
ตูม
กรงเล็บของสุนัขเขี้ยวโลหิตปะทะกับกรงเล็บของหมาป่าเขี้ยวเขียว
ในพริบตา หมาป่าเขี้ยวเขียวถูกตบกระเด็น
แถมกรงเล็บของหมาป่าเขี้ยวเขียวยังหักสะบั้น
ทว่าผู้ใช้อสูรของหมาป่าเขี้ยวเขียวยังไม่ยอมแพ้ สั่งให้บุกต่อ
อัสนีพริบตา
กรงเล็บโจมตี
แสงสายฟ้าสายหนึ่งวาบผ่าน หมาป่าเขียวเขียวล้มลงกับพื้น บนร่างปรากฏรอยกรงเล็บลึก บาดเจ็บสาหัส หมดสภาพต่อสู้
"ฉันยอมแพ้"
ผู้ใช้อสูรคนนั้นรีบพูด
"อัสนีพริบตาระดับสมบูรณ์"
"กรงเล็บโจมตีระดับสมบูรณ์"
"เชี่ย นี่มันเหมือนกับสุนัขเขี้ยวโลหิตในข่าวลือตัวนั้นเลย ผู้ใช้อสูรคนนี้ต้องเป็นอัจฉริยะจากวิทยาลัยจิ้งหูคนนั้นแน่ๆ"
ทุกคนจำเฉินหยางได้ ต่างพากันตกตะลึง
ที่แท้ข่าวลือก็เป็นจริง สุนัขเขี้ยวโลหิตสามารถแข็งแกร่งได้ขนาดนี้จริงๆ
"หึ ก็แค่สุนัขเขี้ยวโลหิต อสูรเต่าทองของฉันป้องกันได้ดั่งเหล็กกล้า จะไปกลัวมันทำไม"
ผู้ใช้อสูรไม่กลัวตายคนหนึ่งส่งอสูรเต่าทองของตัวเองขึ้นเวที
อสูรเต่าทองตัวนี้ส่วนที่แข็งแกร่งที่สุดคือกระดอง ส่วนหัวและขาคือจุดอ่อน แต่ผู้ใช้อสูรคนนี้หัวหมอ สร้างหมวกเหล็กและปลอกแขนเหล็กให้มันใส่ แทบจะหุ้มเกราะให้มันทั้งตัว
ทีนี้ก็ไม่มีจุดอ่อนแล้ว
"อสูรพกอาวุธมาด้วย แบบนี้ก็ได้เหรอ"
เฉินหยางถาม
ผู้ใช้อสูรคนนั้นหัวเราะ "ได้สิ กฎของตลาดมืดคือไม่มีกฎ ไอ้หนูเอ๊ย เพิ่งเคยมาวันแรกหรือไง"
"สมเป็นตลาดมืด"
เฉินหยางคิดในใจ
ถ้าเป็นการแข่งขันทางการ อสูรเต่าทองทำแบบนี้ไม่ได้แน่
เมื่ออสูรเต่าทองขึ้นเวที การต่อสู้ก็เริ่มขึ้น
"เจ้าหมาขี้เกียจ ใช้กรงเล็บเหล็กกล้าจัดการมัน"
เฉินหยางสั่งการ
สุนัขเขี้ยวโลหิตเข้าใจทันที รีบใช้กรงเล็บเหล็กกล้า
อสูรเต่าทองพยายามใช้กรงเล็บของตัวเองต้านการโจมตีของสุนัขเขี้ยวโลหิต
ทว่า
ฉัวะ
ปลอกแขนเหล็กที่ขาหน้าของอสูรเต่าทองถูกกรงเล็บฉีกขาดอย่างง่ายดาย
"เป็นไปได้ยังไง"
ผู้ใช้อสูรของอสูรเต่าทองตาค้าง นั่นมันปลอกแขนเหล็กนะ โดนฉีกง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ
"นั่นคือกรงเล็บเหล็กกล้า แถมยังเป็นกรงเล็บเหล็กกล้าระดับสมบูรณ์ด้วย ปลอกแขนเหล็กแค่นั้นจะมีประโยชน์อะไร ต่อให้หนากว่านี้อีกกี่เท่าก็ไร้ค่า"
ผู้ใช้อสูรคนหนึ่งกล่าว
ฉึก ฉึก ฉึก
สุนัขเขี้ยวโลหิตโจมตีต่อเนื่อง ครั้งหนึ่งถึงกับตะปบหมวกเหล็กของอสูรเต่าทองจนแตก ทำให้หัวของอสูรเต่าทองบาดเจ็บไม่น้อย
"ยอมแพ้"
ผู้ใช้อสูรของอสูรเต่าทองรีบตะโกน กลัวว่าอสูรของตัวเองจะโดนฆ่าตายคาที่ เดี๋ยวจะมานั่งเสียใจทีหลัง
พออสูรเต่าทองยอมแพ้ ผู้ใช้อสูรคนอื่นก็ลองเทียบฝีมืออสูรของตัวเองดู ต่างพากันส่ายหัว คิดว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้
ชั่วขณะหนึ่ง จึงไม่มีอสูรระดับพลังห้าสิบกว่าปีขึ้นมาบนเวทีเลย
สุดท้ายทางผู้จัดงานจำใจต้องส่งผู้ใช้อสูรของตัวเองขึ้นไปให้ครบจำนวน เพื่อให้เฉินหยางชนะสิบตาติด
เพราะจะให้การประลองบนเวทีนี้หยุดชะงักเพราะเฉินหยางคนเดียวไม่ได้
หลังจากนั้น
"ป้ายผ่านทางทะเลทมิฬ ได้มาแล้ว"
เฉินหยางถือป้ายเดินออกจากตลาดมืด
จากนั้นเขาเริ่มเตรียมซื้อของใช้จำเป็น เพื่อออกเดินทางไปยังมิติลึกลับทะเลทมิฬ
อันดับแรก ต้องซื้อโอสถโลหิตแท้ติดตัวไว้บ้าง น้ำยาคืนชีวิตก็ต้องมี
เมื่อซื้อของครบแล้ว เขาก็นั่งรถไปยังที่ตั้งของมิติลึกลับทะเลทมิฬ
เขตจิ้งหู ในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง
เฉินลี่ลี่นั่งอยู่ในห้องรับแขก ตรงหน้ามีผู้ใช้อสูรระดับสูงยืนอยู่คนหนึ่ง
"คุณหนูครับ สายข่าวเพิ่งแจ้งมาว่าเฉินหยางที่คุณหนูให้จับตาดู ได้ป้ายผ่านทางทะเลทมิฬมาจากตลาดมืดใต้ดิน แล้วเขาก็กำลังซื้อของอยู่ น่าจะเตรียมตัวเข้ามิติลึกลับทะเลทมิฬครับ" ผู้ใช้อสูรระดับสูงรายงาน
"มิติลึกลับทะเลทมิฬเหรอ"
เฉินลี่ลี่ยิ้ม แต่มันเป็นรอยยิ้มที่น่าขนลุก แฝงไว้ด้วยจิตสังหาร
"ฉันจะให้ป้ายผ่านทางทะเลทมิฬแกหนึ่งอัน แกตามเข้าไปในมิติลึกลับทะเลทมิฬ หาตัวเฉินหยางให้เจอ แล้วฆ่ามันซะ จำไว้ ต้องลงมือตอนปลอดคน อย่าให้ใครเห็น"
เฉินลี่ลี่ไม่อยากให้เรื่องสั่งฆ่าคนแดงขึ้นมา สหพันธรัฐโลกเข้มงวดเรื่องผู้ใช้อสูรฆ่ากันเองมาก หากถูกจับได้ โทษหนักคือประหารชีวิต โทษเบาคือถูกส่งไปบุกเบิกดินแดนที่ระบบดาวอื่น
ดังนั้นในเมืองเธอไม่กล้าลงมือแน่ มีแค่ตอนที่เฉินหยางเข้าไปในมิติลึกลับเท่านั้น เธอถึงจะกล้าส่งผู้ใช้อสูรระดับสูงไปจัดการ แต่ก็ต้องทำให้แนบเนียน อย่าให้ใครจับได้
"ครับ คุณหนู"
ผู้ใช้อสูรระดับสูงสะท้านไปทั้งตัว แต่ก็พยักหน้ารับคำ
หลังจากผู้ใช้อสูรระดับสูงคนนั้นออกไป เฉินลี่ลี่ก็พึมพำกับตัวเอง "คนที่กล้าหักหน้าฉันต้องตาย เฉินหยาง แกทำให้ฉันขายหน้า แล้วยังกล้าไปสนิทสนมกับนังแพศยาไป๋ซินนั่นอีก ฉันจะฆ่าแกให้หมด"
ไม่นานนัก ในห้องรับแขกก็ปรากฏร่างของคนชุดดำคนหนึ่ง
พอเห็นคนคนนี้ เฉินลี่ลี่ก็ขมวดคิ้ว
"ทำไมแกมาอีกแล้ว"