- หน้าแรก
- ปรมาจารย์สัตว์อสูร ผมมีระบบสังเคราะห์ไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 48 - วิชาฝึกกายาระดับสีเหลือง
บทที่ 48 - วิชาฝึกกายาระดับสีเหลือง
บทที่ 48 - วิชาฝึกกายาระดับสีเหลือง
บทที่ 48 - วิชาฝึกกายาระดับสีเหลือง
เก็บทรัพยากรฝึกตนที่ฉือเสวี่ยเยว่ให้มา ฉืออานหลินถอนหายใจ นี่มันลงเรือโจรสลัดชัด ๆ
"เล่ามาซิ แกไปทำอะไรมาบ้างในต่างโลก?" หลังจากให้ทรัพยากรแล้ว ฉือเสวี่ยเยว่ก็ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ช่วยชีวิตคนไว้คนนึง ภูมิใจในตัวเองชะมัด" ฉืออานหลินตอบหน้าตาย
ฉือเสวี่ยเยว่เลิกคิ้วเรียว "โห? เล่าละเอียดหน่อยซิ"
"เมื่อกี้ลังเลว่าจะตีแกให้ตายดีไหม แต่สุดท้ายก็อดทนไว้"
ผัวะ!!
ฉืออานหลินลอยกระเด็นออกไปอีกรอบ
หนึ่งนาทีต่อมา ฉืออานหลินเดินกุมหน้าอกกลับมาอย่างโซซัดโซเซ ยัยนี่เอาจริงเว้ยเฮ้ย!
มองพี่สาวตัวเองแล้วถอนหายใจ ยัยนางมารนี่นิสัยเสียมาแต่ไหนแต่ไร สมัยเรียนก็ก่อเรื่องไว้ไม่น้อย
เทียบกันแล้ว ฉู่ซินอิ๋งเรียบร้อยกว่าเยอะ นอกจากเสียงจะไพเราะแล้ว ยังมีความรู้สึกน่าทะนุถนอมอีกต่างหาก
นี่คงเป็นสัจธรรมที่ว่า นมแบนแฟนทิ้ง หน้าหยิ่งโดนตบ สินะ
ตัดเรื่องราชินีมดออกไป ฉืออานหลินเล่าเรื่องราวในต่างโลกให้ฟังอย่างละเอียด
ในสวน ฉือเสวี่ยเยว่เงียบไป เดิมทีเธอคิดว่าฉืออานหลินนิสัยเก็บตัวและอ่อนแอ บวกกับไม่มีพรสวรรค์ ชาตินี้คงไม่ได้แตะต้องเรื่องพวกนี้...
"สรุปคือ แกใช้วิชาต่อสู้ระดับสามัญขั้นธรรมดาจนชำนาญภายในวันเดียว?" ฉือเสวี่ยเยว่ถามด้วยความสงสัย "ไหน ลองใช้วิชานั้นโจมตีพี่ดูซิ อย่าเพิ่งคิดไปเองว่าชำนาญทั้งที่เพิ่งเริ่มฝึก"
การเรียนรู้วิชาต่อสู้ไม่ง่ายขนาดนั้น โดยเฉพาะในกรณีที่ระดับพลังของฉืออานหลินยังไม่สูง การจะฝึกฝนวิชาหนึ่งให้เชี่ยวชาญ ต่อให้เป็นเธอก็ต้องใช้เวลาเป็นเดือน
แน่นอน ถ้าให้เธอฝึก หมัดคมพยัคฆ์ ตอนนี้ วันเดียวก็คงเป็น แต่เพราะแข็งแกร่งแล้ว และเรียนรู้วิชามาเยอะ สำหรับวิชาพื้นฐานพวกนี้ ย่อมทำได้ง่ายดาย
"จะดีเหรอ?" ฉืออานหลินพูดจบ ก็พุ่งเข้าโจมตีฉือเสวี่ยเยว่ทันที!
ผัวะ ผัวะ ปัง!
ฉือเสวี่ยเยว่รับมือการโจมตีของฉืออานหลินด้วยสีหน้าเอือมระอา ก่อนจะเตะเขากระเด็น คิดจะลอบกัด ไม่ดูระดับตัวเองเลย
แต่ว่า... วิชามวยของเจ้านี่ถึงขั้นเชี่ยวชาญจริง ๆ
ฉือเสวี่ยเยว่มั่นใจว่าฉืออานหลินไม่เคยเรียนวิชาต่อสู้ที่อื่น ในต่างโลกก็ไม่มีใครสอน ทำไมถึงบรรลุขั้นเชี่ยวชาญได้เร็วขนาดนี้?
หรือว่าโกหก?
ถ้าไม่ได้โกหก แสดงว่าพรสวรรค์ด้านนี้ของฉืออานหลินน่ากลัวมาก
ดวงตาของฉือเสวี่ยเยว่เป็นประกาย กลับไปต้องคุยกับอาจารย์สักหน่อย หาทางขอของดี ๆ มา!
"ทำได้ไม่เลว ตอนนั้นพี่ยังใช้เวลาครึ่งค่อนวันกว่าจะเชี่ยวชาญวิชาหนึ่ง แกมีพรสวรรค์แบบนี้ ต่อให้เข้ามหาวิทยาลัยทหาร ก็คงโดนพวกอาจารย์แย่งตัวกันแน่"
ได้ยินฉือเสวี่ยเยว่พูดแบบนั้น ฉืออานหลินก็เลิกคิ้ว เขาต้องฝึกหนักในมิติพลังโลหิตตั้งนานกว่าจะได้ขนาดนี้ ยัยนี่เก่งกว่าเขาอีกเหรอเนี่ย?
แต่สิ่งที่ทำให้เขาสบายใจคือ ฟังจากที่ฉือเสวี่ยเยว่พูด เขาเองก็นับว่าเป็นอัจฉริยะเหมือนกัน
"เอาล่ะ ไม่คุยกับแกแล้ว พี่ต้องเตรียมตัวกลับโรงเรียน ช่วงนี้ไม่ใช่วันหยุด ภารกิจพี่ยังรัดตัว"
"หัดคุยกับผู้หญิงบ้าง โตป่านนี้ยังไม่มีแฟน เสี่ยวฉู่น่าสงสารนะ วันหน้าก็ดูแลเธอหน่อย" ฉือเสวี่ยเยว่ถอนหายใจ ตระกูลฉือยังรอให้ฉืออานหลินสืบสกุลอยู่นะ
ส่วนเรื่องบัววายุโลหิตที่ฉืออานหลินบอก ไม่มีผลอะไรกับเธอ เธอเลยไม่พูดถึงอีก
"ตัวเธอเองก็ยังไม่..." กำลังจะเถียง พอเห็นสีหน้าไม่เป็นมิตรของฉือเสวี่ยเยว่ ฉืออานหลินก็กลืนคำพูดลงคอ
ส่งฉือเสวี่ยเยว่เสร็จ ฉืออานหลินเริ่มตรวจสอบของที่ได้มา
ในแหวนมิติ เขาได้คริสตัลแกนอสูรระดับสามัญขั้น 7 มา 20 ก้อน และระดับสามัญขั้น 8 อีก 5 ก้อน ระดับสามัญขั้น 9 ไม่มีเลย
ผู้ฝึกตนมนุษย์ที่เขาฆ่าล้วนเป็นพวกยาจก ยาตันโดนกินเกลี้ยง เหลือแค่อาวุธกับของวิเศษ ซึ่งฉืออานหลินก็เก็บเข้าแหวนมิติไปหมด
ทรัพยากรที่ได้จากต่างโลก บวกกับที่ฉือเสวี่ยเยว่ให้มา เหลือเฟือที่จะฝึกจนถึงขอบเขตที่หนึ่ง
นี่แหละความสุขของคนมีเส้นสาย ทรัพยากรที่เขาเสี่ยงตายหามา เทียบไม่ได้กับหนึ่งในสามของที่ฉือเสวี่ยเยว่เตรียมไว้ให้เลย
ทรัพยากรพวกนี้ไม่ได้มีแค่ยาช่วยฝึกตน แต่ยังมีสมุนไพรสำหรับชำระร่างกายด้วย
ที่สำคัญที่สุดคือเคล็ดวิชาฝึกกายานั่น เป็นสิ่งที่เขาต้องการพอดี
ไม่รู้ว่าวิชาแบบนี้จะเรียนในมิติพลังโลหิตได้ไหม
ฉืออานหลินคิดดู มิติพลังโลหิตเวลาเดินเร็วกว่าโลกจริง 10 เท่า ถ้าทำได้ เขาคงเพิ่มความแข็งแกร่งเป็นสองเท่าได้ในเวลาอันสั้น
เขาเช็คข้อมูลเกี่ยวกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในคอมพิวเตอร์ ช่วงนี้ทางการกำลังเร่งค้นหานักเรียนที่รอดชีวิตจากมิติมด
และภัยพิบัติครั้งนี้ ไม่ใช่แค่นักเรียน ผู้คนที่อยู่ในมิติมดเดิม... บาดเจ็บล้มตายกว่าหมื่นคน
ส่วนพื้นที่เข้าค่ายฝึกทหารทั่วประเทศ ก็ถูกลัทธิมารโจมตี แต่ไม่รุนแรงเท่าที่มิติมด
ดังนั้นคะแนนการเข้าค่ายฝึกทหารจึงเป็นโมฆะ ปีนี้มีการปฏิรูปการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ผู้บริหารระดับสูงหลายคนโดนปลดเพราะความบกพร่อง ทั่วประเทศเกิดกระแสกวาดล้างลัทธิมาร
ลัทธิมารที่ว่า คือพวกสุนัขรับใช้ต่างโลก
ฉืออานหลินถอนหายใจ ซวยจริง ๆ ดันมาเจอเรื่องแบบนี้เข้า
เขาไม่มีช่องทางติดต่อพวกเซี่ยเหยียน คงต้องรอพ่อกลับมาค่อยถามดู
ที่น่าดีใจคือ จี้จีจียังมีชีวิตอยู่ ตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล พอเห็นข้อความของฉืออานหลิน ก็โวยวายจะมาหาให้ได้
เก็บข้าวของเสร็จ ฉืออานหลินเข้าสู่มิติพลังโลหิต คาดว่าอีกไม่นานโรงเรียนคงเปิดเรียนปกติ นโยบายการสอบใหม่คงเริ่มใช้
เหลือเวลาอีกเดือนเดียวจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ถ้าอยากเข้ามหาวิทยาลัยทหาร ก็ต้องพยายาม
ตอนฉือเสวี่ยเยว่เข้าค่ายฝึกทหาร ก็ถึงระดับสามัญขั้น 9 แล้ว ข่มเพื่อนรุ่นเดียวกันมิด
เขาเองก็ต้องพยายามเหมือนกัน!
เข้าสู่มิติพลังโลหิต ฉืออานหลินเปิดฟังก์ชันการเรียนรู้วิชา พบว่าวิชาที่ได้มาสามารถเรียนรู้ได้ทั้งหมด
คิดได้ดังนั้น ฉืออานหลินเลือก เคล็ดวิชาหวนคืนสู่ต้นกำเนิด ทันที
เคล็ดวิชาหวนคืนสู่ต้นกำเนิด มีทั้งหมด 9 ขั้น แต่ละขั้นต้องใช้สมุนไพรชำระร่างกายจำนวนมากในการผลักดัน
และในตัวเลือกที่ระบบให้มา มีข้อหนึ่งที่ทำให้ฉืออานหลินตกใจ
เรียนรู้ขั้นที่ 1 : 10,000 พลังโลหิต วัตถุดิบที่ต้องใช้ : ผลพิรุณบุปผา (ระดับสามัญขั้นสูง), รากอัคคีโลหิต (ระดับสามัญขั้นสูงสุด)
(ใช้ 50,000 พลังโลหิตแทนวัตถุดิบได้)
เรียนรู้ขั้นที่ 2 : 30,000 พลังโลหิต วัตถุดิบที่ต้องใช้ : กล้วยไม้อสรพิษเหิน (ระดับสีเหลืองขั้นต่ำ), บัวเจ็ดดาว (ระดับสีเหลืองขั้นต่ำ)
(ใช้ 200,000 พลังโลหิตแทนวัตถุดิบได้)
.....