- หน้าแรก
- ปรมาจารย์สัตว์อสูร ผมมีระบบสังเคราะห์ไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 42 - เก็บตกและพลังโลหิตมหาศาล
บทที่ 42 - เก็บตกและพลังโลหิตมหาศาล
บทที่ 42 - เก็บตกและพลังโลหิตมหาศาล
บทที่ 42 - เก็บตกและพลังโลหิตมหาศาล
หน้าอกของวานรยักษ์ถูกฟันจนเละเทะ ร่างกระแทกพื้นอย่างแรงจนหมดสภาพต่อสู้ หลี่ชิงไม่เสียเวลาซ้ำเติม รีบพุ่งเข้าใส่สัตว์อสูรระดับสามัญขั้น 8 อีกตัวทันที
หากไม่ใช่เพราะการเก็บเกี่ยวบัววายุสวรรค์ก่อนสุกงอมจะทำให้มันทำลายตัวเอง เขาคงชิงดอกบัวไปแล้ว ไม่ต้องมาติดแหง็กโดนรุมอยู่ตรงนี้
อีกด้านหนึ่ง ฉืออานหลินเห็นวานรระดับสามัญขั้น 8 นอนร้องโอดโอยอยู่บนพื้น ดวงตาเป็นประกาย รีบสั่งให้ทหารมดด้วงเสือระดับสามัญขั้น 5 ตัวหนึ่งเข้าไปซ้ำเติม
ระบบไม่สนหรอกว่าสัตว์อสูรตัวนี้ใครเป็นคนทำให้บาดเจ็บ ขอแค่เขาเป็นคนลงดาบสุดท้าย พลังโลหิตก็จะได้มาครบทุกเม็ด
ไม่นานนัก ทหารมดด้วงเสือก็พุ่งออกไปเหมือนลูกธนู กัดเข้าที่ลูกกระเดือกของวานรยักษ์ ปลิดชีพมันทันที
[สังหารวานรไม้เขียวระดับสามัญขั้น 8 ได้รับพลังโลหิต 20,000 แต้ม]
หลังกัดวานรไม้เขียวจนตาย ทหารมดก็รีบหนีออกจากจุดเกิดเหตุ ฉืออานหลินยังไม่คิดจะให้ทหารมดขนซากวานรไปตอนนี้ แม้ว่าของสิ่งนี้จะเพียงพอให้ราชินีมดผลิตทหารมดได้อีกเพียบก็ตาม
ยิ่งทหารมดแข็งแกร่งขึ้น ราชินีมดก็ยิ่งต้องการสารอาหารมากขึ้น นี่เป็นเรื่องที่ฉืออานหลินปวดหัวพอสมควร
แต่ตอนนี้ ขืนให้ทหารมดขนซากสัตว์อสูรไป อาจจะโดนผู้ฝึกตนคนอื่นหรือสัตว์อสูรตัวอื่นโจมตีเอาได้
ซากสัตว์อสูรระดับสามัญขั้น 8 นั้นมีราคาสูงมาก
สงครามเข้าสู่ช่วงเดือดพล่าน น้ำในบึงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเลือด บนพื้นดินเต็มไปด้วยซากศพและความสูญเสีย
จากการเก็บตก ฉืออานหลินเก็บเกี่ยวพลังโลหิตไปได้เกือบหนึ่งแสนแต้ม แต่น่าเสียดายที่พวกนั้นฆ่ากันตาแดงก่ำ บางทีก็ฆ่าคู่ต่อสู้ตายคาที่ไปเลย ทำให้ฉืออานหลินเจ็บปวดหัวใจยิ่งนัก
ส่วนผู้ฝึกตนมนุษย์ที่ใกล้ตาย ฉืออานหลินถอนหายใจ ไม่ได้เข้าไปซ้ำเติม เขาเองก็ยังทำใจไม่ได้
รอให้เขาจากไปแล้ว ถ้ามีใครเข้ามาในพื้นที่นี้อีก เขาคงไม่สนใจแล้ว เขาไม่ใช่พี่เลี้ยงของทุกคน ขืนปล่อยให้ผู้ฝึกตนมนุษย์เข้ามาในป่านี้ อาจจะเป็นภัยต่อราชินีมดได้
ที่สำคัญที่สุด คนพวกนี้ให้ข้อมูลกับเขาว่า พื้นที่นี้จะไม่มีผู้ฝึกตนที่เหนือกว่าระดับสามัญเข้ามา
ถ้าไม่มีพลังที่เหนือกว่าอย่างขาดลอย ใครจะรับมือทหารมดจำนวนมหาศาลขนาดนี้ได้
"เสี่ยวซิ่ง ไป ฝึกความกล้าหน่อย" ฉืออานหลินดีดนิ้ว ส่งหนูค้นสมบัติลอยละลิ่วไปทางซากสัตว์อสูรที่ใกล้ที่สุด ให้มันไปควักคริสตัลแกนอสูรออกมา
นี่เป็นส่วนที่มีค่าที่สุดของสัตว์อสูร อีกอย่างหนูค้นสมบัติตัวเล็กนิดเดียว แถมมีสกิลพรางตัว คงไม่มีใครสังเกตเห็น
เสี่ยวซิ่ง คือชื่อที่ฉืออานหลินตั้งให้หนูค้นสมบัติ เจ้าตัวเล็กนี่นำความโชคดีมาให้ เป็นตัวนำโชค ชื่อนี้แหละเหมาะที่สุด
หนูค้นสมบัติมองฉืออานหลินตัวสั่นงันงก ลุกขึ้นจากพื้น เอามือลูบก้น เดินน้ำตาคลอเบ้าตรงไปที่ซากสัตว์อสูร
"หนูอย่างข้า ต้องออกสนามรบแล้วสินะ"
ไม่สนใจเสี่ยวซิ่ง ฉืออานหลินสังเกตการณ์การต่อสู้ มองดูสัตว์อสูรและคนที่เหลืออยู่ คิดสักพักก็กัดฟัน จ่ายพลังโลหิตหนึ่งแสนแต้มอัปเกรดสกิลการผลิตของราชินีมดทันที
แม้จะผสานระยะไกลไม่ได้ แต่การอัปเกรดสกิลทำได้ ต่อให้เขาจากไปแล้ว ก็ยังอัปเกรดให้ราชินีมดได้เรื่อย ๆ
การอัปเกรดสกิลครั้งนี้ใช้เวลาเพียงสิบนาที ฉืออานหลินรอสักพัก ก็ได้รับข้อความว่าราชินีมดอัปเกรดสกิลเสร็จสิ้น
[ชื่อ] : ราชินีมดดุร้ายจอมเขมือบ [ธาตุ] : ทอง ไฟ [ระดับ] : ระดับสามัญขั้น 7 [ศักยภาพ] : ระดับสีเหลืองขั้นกลาง [ความเร็วการผลิต] :
ระดับสามัญขั้น 9 : 1 ตัว / 1 วัน
ระดับสามัญขั้น 8 : 5 ตัว / 1 วัน
ระดับสามัญขั้น 7 : 20 ตัว / 1 วัน
ระดับสามัญขั้น 6 : 60 ตัว / 1 วัน
ระดับสามัญขั้น 5 : 200 ตัว / 1 วัน
ระดับสามัญขั้น 4 : 400 ตัว / 1 วัน
ระดับสามัญขั้น 3 : 800 ตัว / 1 วัน
ระดับสามัญขั้น 2 : 1,800 ตัว / 1 วัน
ระดับสามัญขั้น 1 : 8,000 ตัว / 1 วัน
ระดับธรรมดา : 150,000 ตัว / 1 วัน
[สกิล] :
ข่มขวัญ (ระดับสามัญขั้นสูง)
ควบคุมสายเลือด (พิเศษ)
สกัดยีน (ระดับสีเหลืองขั้นกลาง)
การผลิต (ระดับลึกลับขั้นต่ำ)
"ซี๊ด" ฉืออานหลินเบิกตากว้าง สกิลที่อัปเกรดถึงระดับลึกลับขั้นต่ำช่างร้ายกาจจริง ๆ ทุกครั้งที่อัปเกรดสกิลการผลิต จะมีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด
ครั้งต่อไปต้องใช้พลังโลหิตสามแสนแต้ม ฉืออานหลินตาลุกวาว แต่เลิกคิดไปก่อน
ทหารมดระดับสามัญขั้น 5 ประมาณ 15 ตัวน่าจะรุมฆ่าสัตว์อสูรระดับสามัญขั้น 7 ได้หนึ่งตัว ทหารมดกว่าร้อยตัวก็น่าจะรุมฆ่าสัตว์อสูรระดับสามัญขั้น 9 ได้
สั่งให้ราชินีมดเริ่มผลิตทหารมดระดับสามัญขั้น 5 แล้วฉืออานหลินก็ไม่ลังเล ส่งทหารมดระดับธรรมดาทั้งหมดออกมาขนย้ายซากสัตว์อสูร ส่วนทหารมดที่เหลือให้เปิดฉากโจมตีสัตว์อสูรทันที
ผ่านการต่อสู้มาหนึ่งชั่วโมง ทุกฝ่ายต่างอ่อนล้าเต็มที ที่นี่คือถิ่นของสัตว์อสูร ผู้ฝึกตนมนุษย์ล้มตายเป็นจำนวนมาก และยังมีสัตว์อสูรจากระยะไกลถูกดึงดูดเข้ามาเรื่อย ๆ
"ลูกพี่ เอาไงดี" เจ้าลิงมองสัตว์อสูรตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว ในฐานะยอดฝีมือของทีมระดับสามัญ เขาเคยทำภารกิจสำเร็จมานับไม่ถ้วน เดิมทีคิดว่าบัววายุสวรรค์ครั้งนี้จะเป็นของทีมหมาป่าครามแน่ ๆ นึกไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุพลิกผันขนาดนี้
"ไม่ต้องรีบ เดี๋ยวหลิวลี่ก็พากองหนุนมาแล้ว" หลี่ชิงมองบัววายุสวรรค์ที่ไกลออกไปอย่างไม่ยอมแพ้ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ สัตว์อสูรพวกนี้ถึงคลุ้มคลั่งขึ้นมา
เขาฝืนสังหารสัตว์อสูรระดับสามัญขั้น 9 ที่เพิ่งเลื่อนระดับมาได้ตัวหนึ่งแลกกับอาการบาดเจ็บสาหัส ตอนนี้แทบไม่มีแรงสู้แล้ว
"เดี๋ยวหลิวลี่จะพาสาวน้อยระดับสามัญขั้น 5 คนนั้นมา เธอเป็นแพทย์รักษา แม้จะต้องทำลายรากฐานพลังของตัวเอง แต่ก็น่าจะฟื้นฟูพลังให้ฉันได้สักครึ่งหนึ่ง" หลี่ชิงคิดในใจ เดิมทีสาวน้อยคนนั้นเขากะจะเอาไว้เสพสุขหลังได้บัววายุสวรรค์ แต่ตอนนี้ต้องเอาตัวมา ในความชุลมุนวุ่นวายนี้คงรักษาชีวิตเธอไว้ไม่ได้แล้ว
ทันใดนั้น เสียงหึ่ง ๆ ก็ดังขึ้นรอบทิศ เขาเงยหน้าขึ้นมอง พบสัตว์อสูรมดที่มีปากน่ากลัวปรากฏตัวขึ้นเต็มท้องฟ้า จำนวนมากมายจนน่าตกตะลึง
"บ้าเอ๊ย ใครไม่อยากตายรีบมารวมกันตรงนี้" หลี่ชิงตะโกนด้วยความหวาดกลัว ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาแย่งบัววายุสวรรค์แล้ว แค่จะหนีออกจากวงล้อมทหารมดพวกนี้ยังจะเป็นปัญหาเลย
อีกด้านหนึ่ง ฉืออานหลินเหมือนสัมผัสอะไรได้ แววตาฉายความยินดี ขี่หลังเซี่ยวเย่ว์พุ่งไปในทิศตรงข้ามกับสนามรบ
ตามการรับรู้ของทหารมด ดูเหมือนเสี่ยวเอจะมาอยู่แถวนี้
ได้เจอคนรู้จัก ฉืออานหลินดีใจมาก อยู่ที่นี่มาตั้งนานไม่มีใครให้คุยด้วยเลย
แต่วินาทีต่อมา เขาก็ขมวดคิ้ว เขาเห็นฉู่ซินอิ๋งที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยคราบเลือด แขนขาถูกมัดแน่น ถูกผู้หญิงรูปร่างบึกบึนคนหนึ่งหิ้วไว้ในมือ
"ผู้ฝึกกายาระดับสามัญขั้น 7" ฉืออานหลินเลิกคิ้ว หยิบกระบี่ยาวออกมาจากแหวนมิติ
เขากระโดดลงจากหลังเซี่ยวเย่ว์ ส่วนเซี่ยวเย่ว์ก็พุ่งเข้าไปขวางทางผู้หญิงคนนั้นไว้
ผู้หญิงคนนั้นตกใจ หยุดชะงักทันที เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเซี่ยวเย่ว์ก็ถอนหายใจโล่งอก
สัตว์อสูรระดับสามัญขั้น 6 กับนักฝึกสัตว์อสูรไม่เจียมตัวอีกหนึ่งคน กล้ามาขวางทางเธอเชียวหรือ
หลิวลี่รู้สึกขบขัน เจ้าเด็กนี่คงไม่มีประสบการณ์ต่อสู้ ไม่รู้หรือไงว่านักฝึกสัตว์อสูรไม่ควรเสนอหน้ามาอยู่ในระยะสายตาของผู้ฝึกกายา
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ฝึกกายาคนนี้ ยังแข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูรของเขาเสียอีก
ฉืออานหลินที่สวมแหวนซ่อนเร้น ดูเหมือนนักฝึกสัตว์อสูรธรรมดาที่ไม่มีพิษสงอะไร
ส่วนฉู่ซินอิ๋งเมื่อเห็นฉืออานหลิน ดวงตาที่หมองหม่นก็กลับมาสว่างไสว เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ รีบตะโกน "พี่ฉือหนีไป คนพวกนี้เป็นผู้ฝึกตนระดับสูง"
น้ำตาเม็ดโตไหลริน ฉู่ซินอิ๋งร้องไห้เสียงแหบแห้ง "พวกเขาฆ่าพี่หวังเฉียงแล้ว"