- หน้าแรก
- ปรมาจารย์สัตว์อสูร ผมมีระบบสังเคราะห์ไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 30 - การเตรียมตัวก่อนรบ
บทที่ 30 - การเตรียมตัวก่อนรบ
บทที่ 30 - การเตรียมตัวก่อนรบ
บทที่ 30 - การเตรียมตัวก่อนรบ
สีแดงเลือดรอบกายหายไป ฉืออานหลินลืมตาขึ้นอีกครั้ง เห็นผนังหินที่คุ้นเคย
"ไม่นึกว่าจะโดนฆ่าในวิเดียว...." ฉืออานหลินหดหู่ นึกว่ามีระบบแล้วจะไม่บอกว่าไร้เทียมทานในระดับเดียวกัน แต่อย่างน้อยข้ามขั้นสู้ก็น่าจะได้บ้าง
ผลคือ โดนเผ่ามารชั้นต่ำตบตายในไม่ถึงสามกระบวนท่า
แม้จะต่อยโดนกู่ยี่ แต่ก่อนตายฉืออานหลินก็รู้ตัวว่า หมัดนั้นของเขาแทบไม่ระคายผิวกู่ยี่เลย
ร่างกายเปราะบาง แรงน้อย ไม่มีเทคนิคการต่อสู้ ฉืออานหลินรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวเอกที่กากที่สุดเลย
ด่าตัวเองอยู่พักหนึ่ง ฉืออานหลินก็ลุกขึ้นด้วยสายตามุ่งมั่น เข้าสู่มิติพลังโลหิตอีกครั้ง
"ท้าดวลเผ่ามารระดับสามัญ ขั้น 3!"
ต่อให้สู้กู่ยี่ระดับ 4 ไม่ได้ เขาก็จะฆ่าเผ่ามารสักตัวระบายแค้น!
หนึ่งนาทีต่อมา ฉืออานหลินกระเด็นออกจากมิติพลังโลหิต
ลูบท้องตัวเอง พอไม่เห็นรูโหว่ก็โล่งอก ไอ้นั่นโหดชิบหาย ใช้กรงเล็บกรีดท้องเขาไส้ไหลเลย
แล้วไอ้มิติพลังโลหิตนี่มันอะไรกัน ไม่ใช่แค่จำลองศัตรูจริง แต่ความรู้สึกยังจริงด้วย ความเจ็บเมื่อกี้เกือบทำเขาตายคาที่
ความอดทนต่อความเจ็บปวด +1
ฉืออานหลินมองเซี่ยวเย่ว์ข้างกาย การเข้ามิติพลังโลหิตอีกครั้งคือการทดสอบ
จากคำบอกเล่าของเซี่ยวเย่ว์ เมื่อกี้เขาแค่นิ่งไปไม่ถึงสิบวินาที แล้วก็ฟื้น
"แสดงว่าเวลาในมิติพลังโลหิตกับโลกจริงต่างกันประมาณ 10 ต่อ 1?" ฉืออานหลินตาเป็นประกาย แบบนี้แปลว่าเขามีเวลาฝึกฝนและต่อสู้จริงมากขึ้น
แต่ที่น่าเสียดายคือ คนที่เข้ามิติพลังโลหิตมีแค่จิตสำนึก ไม่ใช่ร่างกายจริง ไม่งั้นเวลาเจออันตราย หนีเข้ามิติพลังโลหิตก็เป็นอมตะแล้ว
ให้เซี่ยวเย่ว์ไปร่วมทีมล่าสัตว์อสูร ฉืออานหลินเข้ามิติพลังโลหิตอีกครั้ง พื้นฐานเขาตามหลังคนอื่นมากเกินไป ตอนนี้ต้องใช้การต่อสู้จริงมาชดเชย
วิชาต่อสู้ยังไม่มี ด้วยความสามารถตอนนั้น พ่อคงไม่ให้ฝึกหรอก ฝึกไปก็ไร้ประโยชน์
——————
"บ้าเอ๊ย ทำไมมิติแมลงถึงหลอมรวมกับมิติสัตว์อสูร?" ณ รอยแยกแห่งหนึ่ง ฉือสิงเฟยสบถด้วยความโกรธ
มิติแมลงที่อำเภอเจาดูแล ระดับโลกไม่ได้สูง สัตว์อสูรข้างในไม่เกินขอบเขตที่ 3
แต่มิติสัตว์อสูรต่างออกไป ที่นี่มีสัตว์อสูรขอบเขตที่ 4 อยู่
และการหลอมรวมของมิติแมลงและมิติสัตว์อสูร กลายเป็นโลกใหม่ที่เริ่มขยับเข้าใกล้โลกระดับปฐพี
พอนึกถึงลูกชาย ฉือสิงเฟยก็หน้าหมองลง การหลอมรวมมิติครั้งนี้ไม่ได้รุนแรงมาก ดังนั้นนักเรียนที่กางม่านพลังยันต์คุ้มกันทันส่วนใหญ่จึงรอดชีวิต หลายวันนี้พวกเขาค้นหาผู้รอดชีวิตในรอยต่อของสองมิติ จากหายนะครั้งนี้ ผู้เสียชีวิตมีแค่ครึ่งเดียว
และในกลุ่มผู้รอดชีวิต ไม่มีลูกชายเขา
ฉือสิงเฟยใจหายวาบ ด้วยความสามารถของฉืออานหลิน ต่อให้กางม่านพลังทัน หลังผ่านหายนะมา ก็อาจจะโดนสัตว์อสูรตัวอื่นจับกินไปแล้ว
แม้จะไม่ค่อยหวัง แต่ฉือสิงเฟยก็ยังค้นหาร่องรอยของฉืออานหลินตามรอยแยกต่อไป เป็นตายร้ายดียังไงต้องเห็นศพ
เสวี่ยเยว่ดูเหมือนจะมาที่มิติสัตว์อสูรแล้ว แต่ไม่ได้มาสมทบกับเขา ตอนนี้อยู่แค่ปี 2 มหาวิทยาลัย ความแข็งแกร่งของเสวี่ยเยว่ก็แซงหน้าเขาไปสู่ขอบเขตที่ 3 แล้ว
เทียบกับเขา เสวี่ยเยว่หัวรุนแรงกว่า เธอตรงดิ่งไปที่ส่วนลึกของมิติแมลงเดิม เตรียมจะจับราชาของมิติแมลงเดิม
เดินเลาะรอยแยกไปเรื่อยๆ เหมือนสัมผัสอะไรได้ กล้ามเนื้อฉือสิงเฟยเกร็งแน่น กำหมัดทุบลงพื้น
พื้นดินแตกเป็นร่อง เขาเอื้อมมือไปคว้า ดึงมดยักษ์ตัวหนึ่งออกมา
"ราชินีมดตะลานแดง?" แววตาฉือสิงเฟยฉายแววคิดถึง เจ้าลูกชายตัวดีชอบทำเรื่องไร้สาระ ชอบสะสมของพวกนี้
ก่อนหน้านี้เสวี่ยเยว่ก็เอาราชินีมดตะลานแดงมาจากต่างมิติ แต่ระดับต่ำ มีแค่ระดับสามัญ ขั้น 3
"เก็บไว้เถอะ เจอเจ้าลูกชายแล้วค่อยให้มัน"
————————
ในถ้ำ ฉืออานหลินนอนแผ่หราอยู่บนหินอย่างหมดอาลัยตายอยาก
เขาใช้พลังโลหิตห้าพันแต้มไปกับการต่อสู้จริง ผลคือโดนยำเละ
แม้แต่หมูหินที่เซี่ยวเย่ว์เคยฆ่า ยังขวิดเขาทะลุได้
ส่วนพวกมนุษย์ ยิ่งเก่งเวอร์วังอลังการ ต่อให้ระดับต่ำกว่าเขาขั้นหนึ่ง ก็ยังอัดเขาเละเทะ
ไม่เพียงไม่ได้เป็นอัจฉริยะที่สู้ข้ามขั้นได้ ยังโดนพวกอัจฉริยะจับมาฟาร์มเป็นมอนสเตอร์อีก
ด้อยค่าตัวเองอยู่พักหนึ่ง ฉืออานหลินก็ลุกขึ้นช้าๆ
เจอสัตว์อสูร เขาไม่มีอาวุธ ได้แต่สู้มือเปล่า ต่อให้แรงเยอะ ก็เจาะเกราะไม่เข้า
แม้เขาจะเป็นผู้ฝึกปราณ แต่เมื่อก่อนกากเกินไป ไม่มีความรู้ด้านนี้เลย ปล่อยพลังวิญญาณออกมาอย่างมากก็ทำน้ำเย็นได้แก้วหนึ่ง ไม่มีพลังทำลายล้างอะไรเลย
"กลับไปคราวนี้ต้องตั้งใจเรียนวิชาต่อสู้แล้ว" เสียดายระบบไม่มีร้านค้า ไม่งั้นซื้ออาวุธกับวิชามาใช้ ความสามารถตอนนี้คงเพิ่มขึ้น ไม่โดนวันช็อตบ่อยๆ
สถิติชนะเพียงหนึ่งเดียวตอนนี้ คือชนะทหารมดระดับสามัญ ขั้น 3 แถมยังชนะแบบปางตาย
ทหารมดของราชินีมดตอนนี้มีประมาณสี่ร้อยตัว ตายไปเกือบร้อย
การต่อสู้ครั้งนี้ฉืออานหลินไม่คิดจะให้ราชินีมดเข้าร่วม ลิงพวกนั้นก็ไม่โง่ ถ้าจับสัมผัสราชินีมดได้ ต้องพุ่งเป้ามาฆ่าราชินีมดแบบถวายชีวิตแน่ และราชินีมดมีแค่พลังจิตที่แข็งแกร่ง ตัวมันเองไม่มีพลังต่อสู้
เพื่อให้ประสิทธิภาพการผลิตสูงสุด ตอนนี้ราชินีมดแทบจะเดินไม่ไหวแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องสู้เลย
ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ให้ราชินีมดอยู่ในถ้ำดีกว่า
ทหารมดสี่ร้อยตัวนี้ มี 78 ตัวที่เป็นระดับสามัญ ขั้น 3 และมีสองตัวถึงระดับสามัญ ขั้น 4 ส่วนตัวที่เก่งที่สุดคือทหารมดระดับสามัญ ขั้น 6 ที่ราชินีมดผลิตออกมาโดยตรง
ทหารมดเยอะขนาดนี้ เจอกับฝูงลิงสุราผลไม้ น่าจะเอาอยู่
"ราชินี ให้ทหารมดขุดรูเสร็จหรือยัง?" ฉืออานหลินถาม
เพื่อป้องกันไม่ให้ลิงสุราผลไม้ทำลายเหล้าทิ้ง ฉืออานหลินให้ทหารมดขุดรูใต้ดินในเขตแดนลิง จนเจอที่เก็บเหล้า
ข้างกายฉืออานหลิน มีไหหินวางอยู่เรียงราย พวกนี้ให้ทหารมดกัดเซาะทำขึ้นมา เพื่อใช้เก็บสุราผลไม้
"แบ่งทหารมดห้าสิบตัวไปเก็บเหล้า ที่เหลือไปสู้ที่ปากถ้ำใกล้ป่าลิงสุราผลไม้ ดึงดูดความสนใจพวกมัน"
ฉืออานหลินลูบหัวราชินีมดเบาๆ แล้วหันไปพูดกับเซี่ยวเย่ว์ "เซี่ยวเย่ว์ แกช่วยทหารมดระดับ 6 โจมตีจ่าฝูงลิง เน้นก่อกวน รอให้ฝูงมดกำจัดฝูงลิงเสร็จ ค่อยมารุมจ่าฝูงลิง"
การต่อสู้ของเซี่ยวเย่ว์ไม่ต้องให้ฉืออานหลินสั่ง เจ้านี่เหมือนเกิดมาเพื่อสู้ สามารถหาจุดอ่อนศัตรูโจมตีได้อย่างรวดเร็ว