เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 - การหลอมรวมของต่างมิติ

บทที่ 24 - การหลอมรวมของต่างมิติ

บทที่ 24 - การหลอมรวมของต่างมิติ


บทที่ 24 - การหลอมรวมของต่างมิติ

การแสดงออกของเซี่ยวเย่ว์ทำให้ฉืออานหลินพอใจมาก เขาไม่ต้องการให้สัตว์เลี้ยงของตัวเองเป็นเหมือนหุ่นเชิดที่ทำตามคำสั่งได้อย่างเดียว พอเจอคำสั่งซับซ้อน ไม่มีคำสั่งต่อไปก็เครื่องค้าง

ใช่ไหมล่ะราชินีมด

ฉืออานหลินถอนหายใจ ตอนที่สั่งให้ราชินีมดเป็นยาม ลาดตระเวนรอบค่าย เจ้านี่ก็ทำตามจริง แต่พวกร้ายที่มาฆ่านักเรียนโผล่มาที่อื่น ราชินีมดไม่บอกเขาสักคำ

ถ้าราชินีมดฉลาดเหมือนเซี่ยวเย่ว์ ก็น่าจะเข้าใจว่าพวกนี้เป็นบุคคลต้องสงสัย เป็นภัยคุกคามต่อเขา

ให้ลาดตระเวนค่าย ก็สนใจแต่ค่ายจริงๆ

แถมตอนไปเจอวาสนาก็ไม่บอก ถ้าไม่ใช่จู่ๆ ก็เลื่อนขั้น ฉืออานหลินคงไม่รู้เรื่องนี้

ปวดหัว

ฉืออานหลินสงสัยว่าหายนะครั้งใหญ่นี้ น่าจะเกี่ยวกับพวกชายชุดดำนั่น

ไม่งั้นพวกมันจะลำบากลำบนเข้ามาในเขตทหารทำไม มาฆ่านักเรียนเล่นเหรอ?

ถ้ารู้เร็วกว่านี้ อาจจะไปแจ้งข่าว ได้รางวัลมาบ้าง

เรียกราชินีมดออกมา วางไว้ในที่สะอาดๆ ฉืออานหลินเดินไปข้างหมูหิน สังเกตดูอย่างละเอียด

"เซี่ยวเย่ว์ ใช้กรงเล็บโจมตีศพหมูตัวนี้"

ออกคำสั่งแล้ว แม้เซี่ยวเย่ว์จะงงๆ แต่ก็โจมตีหมูหินโดยไม่ลังเล

เคร้ง!

กรงเล็บนี้ตะปบหินบนตัวหมูหินแตก เผยให้เห็นผิวหนังสีดำ

ฉืออานหลินลูบคาง เนื่องจากตอนมีชีวิตสามารถควบคุมพลังวิญญาณได้ หินบนตัวหมูหินจึงไม่ใช่หินธรรมดา นี่คือเหตุผลว่าทำไมสัตว์อสูรหลายชนิดตอนมีชีวิตพลังป้องกันสูงมาก แต่พอตายแล้วถลกหนังง่าย

แต่ตอนนี้เป็นแค่ระดับสามัญ สัตว์อสูรระดับสูงพวกนั้น ต่อให้ตายแล้ว ด้วยความสามารถของฉืออานหลินตอนนี้ ก็ฉีกศพมันหาผลึกไม่ได้

สัตว์อสูรระดับสูงต่อให้พลังวิญญาณหายไป พลังป้องกันของร่างกายก็ยังยิงฟันไม่เข้า

ให้เซี่ยวเย่ว์ฉีกเนื้อหมูหินชิ้นใหญ่ออกมา ฉืออานหลินโยนให้ราชินีมด ค่อยๆ แทะกิน

การฟื้นฟูของราชินีมดก็ต้องใช้พลังงาน

มองดูหมูหินตัวมหึมาตรงหน้า ฉืออานหลินโล่งอก ยังดีที่มีสัตว์อสูรพวกนี้ ถ้าเป็นมิติแมลงก่อนหน้านี้ กินเสบียงหมดก็ต้องกินแมลงแล้ว

ส่ายหัวไล่ความคิด ฉืออานหลินแล่เนื้อมาสองสามชิ้น เตรียมย่างกิน ก่อนหน้านี้เอาตัวแทบไม่รอด ไม่มีปัญญาขนเครื่องครัวมา เลยได้แค่ย่างกินง่ายๆ เครื่องปรุงก็ไม่มี

ให้เซี่ยวเย่ว์ไปคาบแผ่นไม้กับกิ่งไม้มา ฉืออานหลินเจาะรูสามเหลี่ยมบนแผ่นไม้ แล้วเริ่มปั่นไฟ

วันแรกที่คิดถึงเซี่ยเหยียน

แม้ฉืออานหลินจะนับเป็นผู้ฝึกปราณแล้ว แต่ธาตุของเขาเหมือนกับเซี่ยวเย่ว์ คือ ลมและน้ำแข็ง ตามหลักแล้ว ถ้าธาตุเหมือนสัตว์อสูร เขาควรจะมีธาตุทอง (โลหะ) และไฟ เพราะราชินีมดเป็นธาตุนี้

——————

ในขณะเดียวกัน ที่ต่างมิติอีกแห่ง ชายร่างกำยำเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อโยนเหยื่อในมือทิ้ง มองคนที่กำลังหอบแฮกๆ ตรงหน้า คิ้วขมวดแน่น พูดเสียงเย็น "นายบอกว่า การเข้าค่ายมีปัญหา?"

"ครับ มิติแมลงไม่รู้ทำไมถึงหลอมรวมกับมิติสัตว์อสูรแห่งนี้ ตอนนี้ทางเข้ามิติแมลงเละเทะไปหมด นักเรียนและทหารบาดเจ็บล้มตายกันระนาว"

ได้ยินประโยคนี้ กลิ่นอายของชายคนนั้นเปลี่ยนไปทันที ราวกับสิงโตคลั่ง เขาคว้าคอเสื้อผู้ฝึกตนตัวผอมแห้งคนนั้นขึ้นมา คำรามลั่น "ลูกชายฉันล่ะ! เกิดเรื่องแบบนี้ ผู้ดูแลทำบ้าอะไรกันอยู่!"

"ท่านฉือใจเย็นๆ! เรายังไม่พบศพลูกชายท่าน....เขาน่าจะยังมีชีวิตอยู่!" ฉีหมิงพูดอย่างยากลำบาก ในต่างมิติไม่มีสัญญาณ หลังจากได้รับข่าวนี้ เขาก็รีบวิ่งมาทันที ตลอดทางคิดแต่ว่าจะรับมือผู้ฝึกตนขอบเขตที่ 2 ระดับสูงสุดอารมณ์ร้อนคนนี้ยังไง

คนคนนี้คือ ฉือสิงเฟย พ่อของฉืออานหลิน เขา สูบลมหายใจเข้าลึก วางฉีหมิงลง พูดเสียงเย็น "พวกนายค้นหาในมิติแมลงต่อไป ตอนนี้สองมิติรวมเป็นหนึ่งแล้ว บางทีลูกชายฉันอาจเจอความผันผวนของมิติ ถูกดูดไปที่อื่น เราจะตามหาเบาะแสเขาในมิติสัตว์อสูรโดยตรง"

การหลอมรวมของต่างมิติเคยเกิดขึ้นมาก่อน และการถูกส่งตัวไปที่อื่นก็เป็นเรื่องจริง ตราบใดที่ไม่เห็นศพ ฉือสิงเฟยจะไม่เชื่อว่าฉืออานหลินตายในต่างมิติ

"เพื่อนร่วมทีมเขาล่ะ เจอศพไหม? มีนักเรียนรอดชีวิตไหม? ไปถามดูว่ามีใครเห็นลูกชายฉันบ้าง"

เลือดลมในกายฉือสิงเฟยปั่นป่วน เขาหันมองท้องฟ้าไกลๆ พ่นลมหายใจยาว

และในขณะนี้ ที่มหาวิทยาลัยทหารในเมืองหลวง

หน้าโต๊ะหนังสือ หญิงสาวคนหนึ่งนั่งนิ่ง แม้ท่านั่งจะดูเรียบร้อย แต่กลับแฝงความดุดันไว้อย่างประหลาด

ผมดำขลับปล่อยสยายครึ่งหลัง ผิวขาวดั่งเมฆาเจือสีชมพูอ่อน ใบหน้ารูปไข่ ดวงตาหงส์หรี่ลง เผยกลิ่นอายอันตราย

"เสวี่ยเยว่ ไม่ถูก สายตาต้องไม่มีจิตสังหารขนาดนั้น ต้องมีความยั่วยวนหน่อย"

ฉือเสวี่ยเยว่ถอนหายใจ กางแขนออก ทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ "ฉันว่าฉันไม่ต้องฝืนทำแบบนี้ก็ได้มั้ง"

"ไม่ได้สิ เธอดูสภาพเธอตอนนี้ ใครจะคิดว่าเป็นผู้หญิง คนอื่นเห็นเธอหลบกันแทบไม่ทัน เราจะไปหาสปอนเซอร์ได้ยังไง?"

"ซัดให้ร่วงหมดก็สิ้นเรื่อง ไม่เห็นยุ่งยาก" ฉือเสวี่ยเยว่จนใจ ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้สปอนเซอร์บ้านั่น ป่านนี้เธอคงกำลังสับคนอย่างมีความสุขในต่างมิติไปแล้ว

"เฮ้อ เสวี่ยเยว่ เธอจะรุนแรงแบบนี้ไม่ได้ เรามาลองใหม่อีกที" ซูเถียนเถียนค้อนใส่ แล้วพูดเสียงอ่อนโยน

ปัง!!

ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างแรง ร่างบางร่างหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา "พวกเธอได้ยินข่าวไหม? มิติที่นักเรียน ม.ปลาย ปีสาม เข้าค่ายปีนี้เกิดปัญหา มีคนตายเพียบเลย?"

"เกิดปัญหา? ฝีมือไม่ถึงเองมากกว่า ตอนฉันนะ....." ฉือเสวี่ยเยว่โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ

"เอ๊ะ เสวี่ยเยว่ก็อยู่เหรอ ได้ยินว่ามิติที่มีปัญหา เหมือนจะเป็นแถวบ้านเกิดเธอนะ..."

พูดยังไม่ทันจบ ฉือเสวี่ยเยว่ก็ลุกพรึ่บ เลือดลมปั่นป่วน ส่งเสียงคำราม เก้าอี้ที่โยกเยกอยู่แล้วรับแรงกดดันไม่ไหว แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ

"ฉันกลับบ้านก่อน!"

กว่าซูเถียนเถียนจะรู้สึกตัว ฉือเสวี่ยเยว่ก็หายไปจากหน้าประตูแล้ว และสิ่งที่หายไปพร้อมกัน คือประตูห้องพัก

นี่สิ พังประตูออกไปของจริง!

"ฉือเสวี่ยเยว่แคร์บ้านเกิดขนาดนั้นเลยเหรอ?" ซูเถียนเถียนสงสัย ปกติไม่ค่อยเห็นฉือเสวี่ยเยว่ร้อนรนขนาดนี้ คราวก่อนที่มีข่าวลือเรื่องชู้สาว เธอยังไม่โกรธขนาดนี้เลย แค่วันรุ่งขึ้นไปซ้อมคนปล่อยข่าวจนหน้าบวมเป่ง

"เอ่อ... ได้ยินว่าเธอมีน้องชายนะ? แม้ช่วงนี้จะไม่ค่อยพูดถึง แต่ดูจากเวลาแล้ว น่าจะอยู่ ม.6 พอดี"

"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง หวังว่าน้องชายเธอคงไม่เป็นไรนะ ไม่งั้นถ้าแม่นี่บ้าขึ้นมา...."

จบบทที่ บทที่ 24 - การหลอมรวมของต่างมิติ

คัดลอกลิงก์แล้ว