เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 - เมื่อคืนพวกนายเข้านอนกี่โมง

บทที่ 9 - เมื่อคืนพวกนายเข้านอนกี่โมง

บทที่ 9 - เมื่อคืนพวกนายเข้านอนกี่โมง


บทที่ 9 - เมื่อคืนพวกนายเข้านอนกี่โมง

กว่าจะถึงโรงเรียน ก็ปาเข้าไปแปดโมงครึ่งแล้ว

ฉืออานหลินเดินไปที่หน้าประตูห้องอย่างกล้าๆ กลัวๆ ถึงเขาจะอยากเห็นกับตาว่าโรงเรียนในโลกผู้ฝึกตนเขาเรียนกันยังไง แต่เจอสถานการณ์แบบนี้ เขาอยากรู้มากกว่าว่าจะโดนลงโทษยังไง

ในห้องเรียน นักเรียนกำลังคุยเรื่องเข้าค่ายทหารกันอย่างออกรส นี่เป็นครั้งแรกที่ทุกคนจะได้ไปต่างมิติ ความตื่นเต้นย่อมเป็นเรื่องธรรมดา แต่ที่ทุกคนเสียงดังกันขนาดนี้ เพราะกำลังรอฉืออานหลินอยู่ การเข้าต่างมิติเป็นเรื่องใหญ่ ต้องฟังข้อควรระวังพร้อมกันทุกคน

พอเดินเข้าห้อง ภาพที่เห็นคือครูประจำชั้น "เล่าอู๋" ที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ

มองบน ทำไมครูเองก็เป็นผู้ฝึกกายาด้วยเนี่ย?

ฉืออานหลินรู้สึกสิ้นหวัง ถ้าเป็นนักฝึกสัตว์อสูรคงไม่ว่าอะไรมาก แต่พวกผู้ฝึกกายาใช้ร่างกายต่อสู้ อารมณ์เลยร้อนแรง ไม่พอใจก็บวก

อู๋หงเห็นฉืออานหลินกำลังย่องเบาอยู่ที่ประตู ก็แค่นเสียงเย็น ตะโกนลั่น "ฉืออานหลิน ยืนอยู่ตรงนั้น!"

สำหรับนักเรียนเส้นใหญ่คนนี้ อู๋หงมักจะทำเป็นปิดตาข้างหนึ่งมาตลอด เพราะพ่อของฉืออานหลินเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตที่สอง ที่แข็งแกร่งกว่าผู้อำนวยการโรงเรียนเสียอีก

แต่ครั้งนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าฉืออานหลินยังทำตัวไม่แยแสแบบนี้ แล้วเกิดไปตายในต่างมิติ เขาคงโดนเล่นงานจนหนังหลุดลอกแน่ๆ

พอนึกถึงชายผู้ไร้เหตุผลคนนั้น อู๋หงก็รู้สึกอ่อนใจ

ช่างเถอะ ไม่เอาความแล้ว ไม่มาซะยังจะดีกว่า

อู๋หงถอนหายใจ ลดเสียงลง "ทำไมมาสาย?"

ฉืออานหลินตัวแข็งทื่อ หยุดอยู่กับที่ ตอบตะกุกตะกัก "รถ... รถติดครับ"

ถึงจะฟังออกว่าฉืออานหลินโกหก แต่อู๋หงก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่พูดตามมารยาทว่า "รถติด? เป็นความผิดฉันเหรอ?"

ขอแค่เจ้านี่รับผิด ก็จะให้ทางลงแล้วแท้ๆ

พอได้ยินประโยคนี้ สมองฉืออานหลินดันช็อต ตอบกลับไปตามสัญชาตญาณ "ผมโทษครูเหรอครับ?"

เพื่อนทั้งห้อง : หน้าตาตื่นตระหนก

ซวยแล้ว ซวยแน่ๆ ฉืออานหลินสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ปากพาซวยแท้ๆ ดูขนาดแขนเล่าอู๋สิ แค่หมัดเดียวเบาๆ เขาคงต้องคุกเข่าขอร้องครูว่าอย่าเพิ่งตาย

เส้นเลือดปูดขึ้นที่หน้าผากของอู๋หง แต่ใบหน้ายังคงรักษารอยยิ้มไว้

โกรธเว้ย ถ้าต่อยเจ้านี่ให้ตายได้ก็คงดี

แต่พอนึกถึงวีรกรรมเก่าๆ ของฉืออานหลิน ความโกรธของอู๋หงก็ลดลง เจ้านี่ไม่เคยมีสาระ สมองไม่เหมือนชาวบ้านเขา

"เอาล่ะ ไปนั่งที่ได้ เดี๋ยวไม่ทันรถไปค่าย"

ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเพื่อนทั้งห้อง ฉืออานหลินค่อยๆ เดินกลับไปที่ที่นั่งของตัวเอง

"เพื่อน นายใจกล้ามาก กล้ากวนตีนเล่าอู๋ขนาดนี้" จี้จีจีที่นั่งข้างๆ แซว

นี่คือเพื่อนซี้ก่อนข้ามมิติของฉืออานหลิน เพราะชื่อของมัน เลยมักถูกเรียกว่า "พี่ไก่" ทั้งสองเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะกันมาตั้งแต่ประถม ไม่นึกว่าพอมาโลกคู่ขนานนี้ หมอนี่ก็ยังเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะของเขา

เพื่อนร่วมโต๊ะของคนอื่นเป็นรักแรกวัยใส ทำไมของเขาถึงกลายเป็นไอ้บ้านี่ไปได้

มองดูใบหน้าคุ้นเคยนี้ ฉืออานหลินถอนหายใจ "แก้ไอ้นิสัยปากไวไม่ได้สักที"

อู๋หงเริ่มบรรยายข้อควรระวังในการเข้าค่าย ส่วนจี้จีจีก็เล่าเรื่องที่ตัวเองเจอเมื่อเช้าให้ฟัง

"นายรู้ปะ เมื่อกี้ฉันโดนครูด่า โคตรมีความสุขเลย" จี้จีจีทำหน้าฟิน ฉืออานหลินมองมันด้วยความสงสัย หรือว่าหมอนี่จะตื่นรู้รสนิยมแปลกๆ ในโลกผู้ฝึกตน?

ไม่สนใจสายตาแปลกๆ ของฉืออานหลิน จี้จีจีเล่าต่อ "เมื่อกี้ฉันมาถึงห้องพร้อมกับอินชิงซิน ฉันเห็นเธอฟุบหลับกับโต๊ะ ฉันก็เลยฟุบหลับบ้าง..."

ฉืออานหลินมองอินชิงซินที่นั่งอยู่แถวหน้า เกือบลืมไป จี้จีจีมันเป็นพวกทุ่มเทเกินเบอร์ มักจะทำอะไรที่คนเขาไม่ทำกัน

"พอเล่าอู๋เข้ามา ก็ตะโกนลั่นเลยว่า 'เมื่อคืนพวกนายเข้านอนกี่โมง?' ฮี่ๆๆ พวกนาย!"

ฉืออานหลิน : ...เกินเยียวยา

"แถมเมื่อกี้ตอนอยู่ในลิฟต์ นายก็รู้ใช่ไหมว่าห้องเราอยู่ชั้นสี่ พอเธอเข้ามาเธอก็กดชั้นแปดเลย ฮี่ๆๆ เธอกำลังบอกใบ้ฉันว่า เธอชอบฉันตั้งแปดส่วน"

มองดูจี้จีจีที่ยิ้มแก้มปริ ฉืออานหลินสูดลมหายใจเข้า "เพื่อน นายมาถูกทางแล้ว"

พอได้รับกำลังใจจากฉืออานหลิน จี้จีจีก็ยิ่งดี๊ด๊าเข้าไปใหญ่

...

ปกติการเข้าค่ายจะมีครูนำทาง แต่พอไปถึงปากทางต่างมิติ จะส่งต่อให้กองทัพดูแล

ฉืออานหลินลากกระเป๋าเดินทางลงจากรถ พื้นที่แถวนี้เจริญมาก คนที่อาศัยอยู่ล้วนเป็นผู้ฝึกตน

ทรัพยากรในต่างมิติมีมากมาย ผู้ฝึกตนหลายประเภทจึงมักจะเดินทางไปเก็บทรัพยากร ล่าสัตว์อสูร ดังนั้นผู้ฝึกตนที่อาศัยอยู่แถบนี้จึงรวยมาก ย่านการค้าก็ขายแต่ของที่เกี่ยวกับผู้ฝึกตน

แม้จะเป็นเขตเตรียมพร้อมรบ แต่กองทัพก็ยอมให้มีการกระทำแบบนี้ หนึ่งเพื่อให้ทุกคนรวบรวมทรัพยากรเพิ่มความแข็งแกร่งได้เร็วขึ้น สองคือผู้ฝึกตนเหล่านี้ช่วยลดภาระของกองทัพได้ในระดับหนึ่ง

ริมถนน นักเรียนคนหนึ่งกอดกล่องบริจาค ตาเป็นประกาย เดิมทีเขาคิดว่าเลือกโซนผู้ฝึกตนจะขอรับบริจาคได้ง่ายกว่า แต่นึกไม่ถึงว่าผู้ฝึกตนแต่ละคนหน้าโหดๆ ทั้งนั้น พอมาเจอกลุ่มนักเรียนม.ปลาย น่าจะพอได้เงินบริจาคบ้าง

เขาสูดลมหายใจลึก มองไปที่ฉืออานหลินในแถว หมอนี่แต่งตัวดูดี แถมบุคลิกกวนๆ แบบนี้ ดูยังไงก็ลูกคนรวย

ส่วนฉืออานหลินที่ลงจากรถก็หรี่ตามองภาพตรงหน้า ของที่นี่ดีกว่าที่ตลาดนัดเยอะ ถึงคนธรรมดาก็มาได้ แต่เพราะคำสั่งพ่อ ทหารแถวนี้เลยห้ามไม่ให้เขาเข้ามา นี่เป็นครั้งแรกที่เขามาที่นี่

ทันใดนั้น นักเรียนคนหนึ่งกอดกล่องบริจาคเดินเข้ามา ขณะที่ฉืออานหลินกำลังสงสัย นักเรียนคนนั้นก็พูดขึ้น "พี่ชาย หลายคนบริจาคช่วยนักเรียนยากจนแล้ว..."

ฉืออานหลินรู้สึกซาบซึ้งใจ ปาดน้ำตาที่ไม่มีจริงออกจากหางตา แล้วรับกล่องบริจาคมา "ขอบคุณทุกคนมากครับ!"

พูดไม่ทันขาดคำ ก็รู้สึกถึงแรงมหาศาลที่หลังคอ อู๋หงหิ้วคอเขาขึ้นมาด้วยสีหน้าเอือมระอา เหมือนหิ้วลูกไก่ แล้วลากตัวออกไป

ขายขี้หน้าชะมัด

นักเรียนคนนั้นยืนงงเป็นไก่ตาแตก คนพวกนี้มันอะไรกันวะเนี่ย!

ไม่นาน ฉืออานหลินก็ถูกอู๋หงปล่อยลง เขาจัดคอเสื้อแก้เก้อ ยิ้มแห้งๆ "คะ... ครูอู๋ มีธุระอะไรกับผมเหรอครับ?"

ตรงหน้าเขามีกระเป๋าเป้และกระเป๋าเดินทาง

ได้ยินคำถามนี้ อู๋หงก็โมโหจนควันออกหู "ดูซิว่าในกระเป๋าสองใบนี้ขนอะไรมา นายมาเข้าค่ายหรือมาตากอากาศ? แล้วขนอาวุธมาทำไมเยอะแยะ จะค้าอาวุธเถื่อนรึไง!"

ฉืออานหลินเกาหัว "ผมทำเพื่อความปลอดภัยของตัวเองนะครับ"

"ปลอดภัยบ้าอะไร นายเนี่ยแหละตัวอันตรายที่สุด!"

อู๋หงเปิดกระเป๋า ดูของข้างในแล้วเส้นเลือดที่ขมับก็ปูดขึ้นมาอีกรอบ

จบบทที่ บทที่ 9 - เมื่อคืนพวกนายเข้านอนกี่โมง

คัดลอกลิงก์แล้ว