- หน้าแรก
- เมื่อความในใจถูกเปิดเผย คุณหนูตัวจริงและคุณหนูตัวปลอมจึงจับมือกันกินแตง
- บทที่ 8 ข้าจะได้ดูละครสดแล้ว ไชโย!
บทที่ 8 ข้าจะได้ดูละครสดแล้ว ไชโย!
บทที่ 8 ข้าจะได้ดูละครสดแล้ว ไชโย!
บทที่ 8 ข้าจะได้ดูละครสดแล้ว ไชโย!
เหลียวเจียลี่ชะงักงันไปชั่วครู่ นางรู้ว่าซ่งอันเหอกำลังจะไปงานเลี้ยงรุ่น แต่ไปนัดพบชู้รักอย่างนั้นหรือ? ใครกัน? คนตาบอดคนไหนมันกล้ามาล่อลวงสามีของนาง!?
ม่อผิงซินที่เดิมทีกำลังเดือดดาลก็ค่อยๆ สงบจิตสงบใจลง นางมองไปที่เหลียวเจียลี่ด้วยสายตาเย็นชา ดูเอาเถิด ตอนนี้เริ่มร้อนรนขึ้นมาแล้วสินะ! เมื่อครู่นี้ยังสะเออะมาสอนให้ข้าใจกว้างอยู่เลย พอเรื่องมาเกิดกับตัวเองเข้าบ้าง ข้าอยากจะรู้นักว่าเหลียวเจียลี่จะยังทำตัวเป็นคนดีศรีสังคมเหมือนที่ปากพูดได้อยู่อีกหรือไม่!
(เห้อ...) โยวเสี่ยวเซี่ยส่งเสียงออกมาด้วยความขยะแขยง (อายุประป่านนี้แล้วยังจะทำตัวเละเทะอีก บรรดาลูกศิษย์จะรู้ไหมนะว่าอาจารย์ของพวกเขาเบื้องหลังหน้าไหว้หลังหลอกขนาดนี้!)
(คุณพระช่วย คุณพระช่วย! ดูสิว่าข้าเจออะไรเข้า!) โยวเสี่ยวเซี่ยอุทานขึ้นมาทันที ทุกคนรีบเงี่ยหูฟังอย่างพร้อมเพรียง แม้แต่เหลียวเจียลี่เองก็ยังต้องกลั้นหายใจ
โยวเสี่ยวเซี่ย: (ปรากฏว่าซ่งอันเหอไม่ได้เพิ่งจะนอกใจครั้งแรกนะเนี่ย เขาแอบไปมีอะไรกับเพื่อนร่วมรุ่นตั้งแต่งานเลี้ยงรุ่นปีที่แล้วแล้ว ที่เด็ดกว่านั้นคือตอนนั้นเมียเขาก็อยู่ในงานเลี้ยงด้วย! ใจกล้าบ้าบิ่นจริงๆ! จุ๊ๆ ทั้งคู่แอบไปนัวเนียกันในห้องน้ำแล้วก็...)
โยวเสี่ยวเซี่ยส่ายหัวด้วยความขยะแขยง ในขณะที่ใบหน้าของเหลียวเจียลี่เปลี่ยนเป็นสีเถ้าถ่าน นางเริ่มทบทวนความทรงจำในงานเลี้ยงรุ่นครั้งนั้นอย่างรวดเร็ว และยิ่งจำได้ใบหน้าก็ยิ่งซีดลงเรื่อยๆ!
ม่อผิงซินคว้ามือเหลียวเจียลี่ไว้ทันทีพลางกระซิบข้างหูเน้นทีละคำ "พี่สะใภ้ อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไปเลยค่ะ ทำไมท่านไม่ลองทำตัวให้... ใจ! กว้าง! กว่า! นี้! หน่อยล่ะคะ"
เหลียวเจียลี่แทบจะกระอักเลือดออกมาคำโต!
ม่อผิงซินไม่ได้ใจดำอำมหิตขนาดนั้น แม้เหลียวเจียลี่จะเป็นคนเลอะเลือนไปบ้าง แต่นางก็ไม่ใช่คนที่ลงมือทำเรื่องชั่วๆ ในตอนนั้น แค่ประชดประชันพอหอมปากหอมคอก็เพียงพอแล้ว
ทว่า เสียงในใจของโยวเสี่ยวเซี่ยยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น (เจ้าหก เร็วเข้า ข้าอยากรู้มากกว่านี้ ขุดเรื่องนินทาของซ่งอันเหอมาให้หมดเลย!)
ยังมีอีกหรือ!? เหลียวเจียลี่ตาเหลือก นางรู้สึกเหมือนตอนนี้ตัวเองต้องการออกซิเจนอย่างเร่งด่วนที่สุด!
โยวเสี่ยวเซี่ยกำลังเพลิดเพลินกับการติดตามละครชีวิตจนไม่ได้สังเกตสีหน้าของเหลียวเจียลี่เลย
ทุกคนได้ยินนางพูดขึ้นมาอย่างตื่นเต้นว่า (ซ่งอันเหอถึงขนาดมีลูกนอกสมรสเลยหรือนี่?!)
"อุ๊ก!" เหลียวเจียลี่ตาเหลือกแล้วเป็นลมล้มพับไปทันที
"เอ๊ะ?" โยวเสี่ยวเซี่ยหันกลับมา "ท่านอาเป็นอะไรไปคะ"
ม่อผิงซินเองก็ตกใจเช่นกัน นางรีบตะโกนบอกซ่งอันคัง "เร็วเข้า ตามหมอที!" จากนั้นนางก็รีบกดจุดร่องริมฝีปากของเหลียวเจียลี่ โชคดีที่ก่อนซ่งอันคังจะโทรศัพท์ เหลียวเจียลี่ก็ฟื้นคืนสติขึ้นมา นางรีบคว้ามือม่อผิงซินไว้ "ไม่ต้องตามหมอหรอกค่ะ ข้าคงแค่ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเฉยๆ"
ม่อผิงซินรู้อยู่เต็มอกว่าไม่ใช่เพราะน้ำตาลต่ำ เห็นชัดๆ ว่าโกรธจนเป็นลม! ทว่านางไม่ได้เปิดโปงแต่กลับพูดว่า "ถ้าอย่างนั้นให้คนรับใช้พยุงไปพักที่ห้องรับรองก่อนดีไหม"
"ไม่เป็นไรค่ะ!" เหลียวเจียลี่รีบขยิบตาให้ม่อผิงซินพลางมองด้วยสายตาอ้อนวอน นางยังอยากฟังต่อว่าเรื่องลูกนอกสมรสของซ่งอันเหอมันเป็นมาอย่างไรกันแน่!
ม่อผิงซินเป็นคนใจอ่อนอยู่แล้วจึงไม่ได้บังคับให้นางออกไป นางยังสั่งให้แม่บ้านไปหาลูกอมและรินน้ำอุ่นมาให้ด้วย
เหลียวเจียลี่ถือแก้วน้ำพลางพยักหน้าขอบคุณม่อผิงซินอย่างซาบซึ้ง
"ท่านอาไม่เป็นไรแล้วใช่ไหมคะ" โยวเสี่ยวเซี่ยถามด้วยความสงสัย
เหลียวเจียลี่รีบส่ายหัวแล้วฝืนยิ้มให้โยวเสี่ยวเซี่ย "ไม่เป็นไรจ้ะ ได้กินน้ำตาลแล้วเดี๋ยวก็ดีขึ้น" (เจ้าไม่ต้องห่วงข้า รีบพูดต่อเร็วเข้า!) เหลียวเจียลี่ไม่ได้กล้าพูดประโยคหลังออกมาเสียงดัง
โยวเสี่ยวเซี่ยพยักหน้าและพลิกดูเรื่องนินทาต่อไป (ที่แท้ซ่งอันเหอกับเมียแต่งงานกันมาหลายปีแต่มีลูกสาวแค่คนเดียว เบื้องหน้าซ่งอันเหอบอกว่าเขาไม่ถือสา แต่เบื้องหลังเขากลับแอบไปมีลูกชายกับผู้หญิงคนอื่นไว้แล้ว! เมียเขาถูกปิดหูปิดตามาตลอดแแถมยังถูกเขาเป่าหูจนเบลอไปหมด ทั้งที่ครอบครัวไม่ได้ขาดแคลนเงินทอง แต่ลูกสาวกลับมีชีวิตความเป็นอยู่ที่แย่ที่สุดในบรรดาเพื่อนร่วมชั้น ซ่งอันเหอยังอ้างเหตุผลสวยหรูว่า "ในเมื่อที่บ้านมีลูกคนเดียวก็ไม่ควรจะตามใจ ลูกผู้หญิงต้องเลี้ยงให้อัตคัดหน่อยโตไปจะได้เชื่อง!" ที่ไหนได้ เงินทองทั้งหมดเขากลับเอาไปประเคนให้เมียน้อยกับลูกชายตัวน้อยของเขาทั้งนั้น!)
เหลียวเจียลี่กัดฟันจนเสียงดังกรอด ตอนที่ลูกสาวเกิดมาซ่งอันเหอดูมีความสุขมาก นางนึกว่าเขาไม่ถือสาเรื่องเพศของลูกจริงๆ เพราะเขาเป็นคนมีความรู้และควรจะมีจิตสำนึกสูง ไม่นึกเลยว่าเขาจะวางแผนมีลูกกับคนอื่นไว้ตั้งแต่แรกแล้ว!
นางนึกถึงลูกสาวเพียงคนเดียวของตนเอง เพราะกลยุทธ์ "เลี้ยงลูกให้อัตคัด" ของซ่งอันเหอ ลูกสาวของนางแทบจะไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าใหม่เลยตลอดทั้งปี บ่อยครั้งต้องใส่เสื้อผ้ามือสองต่อจากซ่งหลินหลาง ในขณะที่คนอื่นจ้างครูสอนพิเศษและเข้าโรงเรียนกวดวิชา ซ่งอันเหอกลับบอกว่าเขาเป็นครูอยู่แล้วไม่ควรจะเสียเงินพวกนั้นไปเปล่าๆ แต่พอนึกดูตอนนี้ มีกี่ครั้งกันเชียวที่เขาตั้งใจสอนหนังสือลูกสาวจริงๆ!
เหลียวเจียลี่หลับตาลง หยาดน้ำตาไหลพรากจากหางตาเพียงหยดเดียว
ม่อผิงซินได้แต่ถอนหายใจ เหลียวเจียลี่ก็แค่เสือกระดาษ ปกติจะดูเสียงดังและก้าวร้าว แต่จริงๆ แล้วกลับเปราะบางยิ่งนัก!
สายตาของคนตระกูลซ่งแอบชำเลืองมองเหลียวเจียลี่อย่างซับซ้อน หากไม่มีเสียงในใจของโยวเสี่ยวเซี่ย ก็คงไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าซ่งอันเหอผู้สุภาพเรียบร้อย แท้จริงแล้วจะเป็นคนเช่นนี้ลับหลัง!
ทันใดนั้นเอง: (คุณพระช่วย คุณพระช่วย! ซ่งอันเหอถึงกับไปจ้างทนายให้ช่วยหาทางยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินของครอบครัวออกไปทั้งหมด โดยไม่คิดจะเหลือไว้ให้เมียกับลูกสาวแม้แต่เซ็นเดียว หากเขาทำสำเร็จ เขาตั้งใจจะถีบสองแม่ลูกออกจากบ้านแล้วไปเสวยสุขกับเมียน้อยคนนั้น!)
(ถุย ไอ้สารเลว!) โยวเสี่ยวเซี่ยพินิจมองเหลียวเจียลี่ด้วยความเวทนา (เอ๊ะ? ทำไมท่านอาถึงร้องไห้ล่ะเนี่ย ข้ามัวแต่เสพเรื่องนินทาจนเพลิน ข้าพลาดอะไรไปหรือเปล่านะ?)
เหลียวเจียลี่สูดลมหายใจเข้าลึกและจู่ๆ ก็คว้ามือม่อผิงซินไว้ "พี่สะใภ้ ข้าจะบอกความจริงกับท่าน ข้าเพิ่งค้นพบมาว่าซ่งอันเหอกำลังนอกใจข้าค่ะ!"
โยวเสี่ยวเซี่ยถึงกับช็อก (นาง... นางรู้เรื่องอยู่แล้วหรอกหรือ?!)
ม่อผิงซิน: "..." (จะทำอะไรได้นอกจากต้องเล่นตามน้ำไปล่ะเนี่ย?!)
"แล้วเจ้าตั้งใจจะทำอย่างไรต่อไปล่ะ"
เหลียวเจียลี่ส่ายหัวพลางสะอื้น "ข้า... ข้าไม่รู้ค่ะ! พี่สะใภ้ ท่านว่าข้าควรจะทำอย่างไรดี"
(เรื่องนี้ยังต้องถามอีกหรือ! ซ่งอันเหอมีแฟนคลับในเน็ตเยอะไม่ใช่หรือไง ถ้าเป็นข้านะ ข้าจะไปไลฟ์สดจับให้ได้คาหนังคาเขา ฉีกหน้ากากจอมปลอมนั่นทิ้ง แล้วลอกหนังหัวออกมาดูซิว่าเขาจะยังแสร้งทำเป็นคนดีได้อยู่อีกไหม!)
เหลียวเจียลี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ม่อผิงซินลอบถอนหายใจเบาๆ อย่างเกือบสังเกตไม่ได้ ลูกสาวของนางยังเด็กนัก ในโลกของเด็กทุกอย่างมีเพียงขาวกับดำ แค่ได้ระบายอารมณ์ก็เพียงพอแล้ว ทว่าโลกของผู้ใหญ่มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น หากเป็นนาง นางจะแนะนำให้เหลียวเจียลี่เงียบไว้ก่อนเพื่อรวบรวมหลักฐาน ฟ้องร้องเอาทรัพย์สินคืนมา แล้วค่อยหย่าขาดกับเขาพร้อมพาลูกสาวออกมาด้วย!
วิธีของนางอาจจะไม่สะใจเท่า แต่มันได้ผลและแก้ปัญหาได้จริง!
แต่ก็ช่างเถอะ! ถึงแม้วิธีของลูกสาวจะแก้ปัญหาพื้นฐานไม่ได้ก็ไม่เป็นไร! เพราะตั้งแต่นี้ไป ซ่งอันเหอคือศัตรูของนาง! ในเมื่อเขากล้าสลับตัวลูกสาวของนางในตอนนั้น เขาก็ต้องชดใช้อย่างสาสม!
นางพยักหน้าให้เหลียวเจียลี่ที่กำลังมึนงง เมื่อเหลียวเจียลี่เห็นดังนั้นหัวใจก็เริ่มมั่นคงขึ้นมาบ้าง
"พี่สะใภ้ ข้านึกวิธีดีๆ ออกแล้วค่ะ ข้าขอตัวก่อนนะคะ วันหลังข้าจะกลับมาขอบคุณท่านอีกครั้ง!"
พูดจบเหลียวเจียลี่ก็ลุกขึ้นและเดินออกจากคฤหาสน์ตระกูลซ่งไปทันที
โยวเสี่ยวเซี่ยเกาหัวแกรกๆ พลางมองตามไป (ท่านอานี่อารมณ์ขึ้นลงเร็วจริงๆ นางนึกวิธีดีๆ อะไรออกกันนะ)
(ติ๊ง—โฮสต์ครับ มีเรื่องนินทาใหม่ส่งตรงมาถึงที่แล้วครับ!) เจ้าหกจู่ๆ ก็พูดขึ้นมา
โยวเสี่ยวเซี่ยรีบนั่งตัวตรงทันที (รายงานมา!)
ระบบ: (ทันทีที่เหลียวเจียลี่ออกไป นางก็ติดต่อทีมไลฟ์สดมืออาชีพและสื่อซุบซิบเจ้าใหญ่ทันที นางเตรียมจะบุกไปจับชู้ให้เห็นกับตาคาที่ในคืนนี้เลยครับ!)
หือ?
หือ หือ?
โยวเสี่ยวเซี่ยอึ้งไปครู่หนึ่ง (อ๊ากกกก วิธีของท่านอาตรงกับใจข้าเป๊ะเลย! ตื่นเต้นจัง ตื่นเต้นจัง! ฉากใหญ่ขนาดนี้มันต้องไปดูสดๆ ถึงจะสะใจ!)
เบื้องหน้าโยวเสี่ยวเซี่ยยังคงนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา แต่ในใจนั้นร่างเล็กๆ ของนางกำลังเดินวนไปมาด้วยความร้อนรน (ทำอย่างไรดี ทำอย่างไรดี เจ้าหก ข้าจะไปที่เกิดเหตุแบบเนียนๆ ได้อย่างไรกัน? การแอบหนีออกจากบ้านตั้งแต่วันแรกที่ย้ายมามันจะดูไม่งามหรือเปล่า? ไม่รู้ว่าท่านแม่แท้ๆ ของข้ามีแผนอะไรในช่วงบ่ายนี้บ้างไหมนะ?!)
ไม่เพียงแต่โยวเสี่ยวเซี่ยที่ร้อนรน ทุกคนในตระกูลซ่งที่อยู่ในห้องโถงต่างก็ร้อนรนไม่แพ้กัน ธรรมชาติของมนุษย์ย่อมชอบเสพเรื่องนินทา โดยเฉพาะเรื่องของคนรู้จัก หากพลาดละครฉากนี้ไป พวกเขาคงนอนไม่หลับไปทั้งสัปดาห์แน่!
ซ่งหลินหลางและซ่งเซี่ยงเฉินสบตากันอย่างรู้ความหมาย และตัดสินใจว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาต้องไปเป็นพยานในละครฉากนี้ให้ได้! หากไม่มีข้ออ้างอื่นจริงๆ ก็จะอ้างเรื่องงานหรือเรื่องเรียนเพื่อแอบหนีออกไป!
ม่อผิงซินถึงกับแอบสะกิดซ่งอันคัง (คิดอะไรสักอย่างเร็วเข้า!)
ซ่งอันคังจิบน้ำชาหนึ่งอึกแล้วจู่ๆ ก็พูดขึ้นมา "จริงด้วยเสี่ยวเซี่ย ในเมื่อเจ้าเพิ่งกลับมา พ่อเลยจองมื้อค่ำที่โรงแรมรีเจนต์ไว้ในคืนนี้ พวกเราทั้งครอบครัวจะไปทานมื้อค่ำร่วมกันเพื่อต้อนรับเจ้ากลับบ้านนะจ๊ะ!"
(โรงแรมรีเจนต์? นั่นมันที่เดียวกับที่ซ่งอันเหอนัดเลี้ยงรุ่นเลยไม่ใช่หรือ?!)
(ดี ดี ดีมาก!) โยวเสี่ยวเซี่ยดีใจจนเนื้อเต้นแต่ยังพยักหน้าตอบอย่างสงวนท่าที "ขอบพระคุณค่ะท่านพ่อท่านแม่!"
แต่ในใจกู่ร้องว่า (ข้าจะได้ดูละครสดแล้ว ไชโย!)