- หน้าแรก
- เมื่อความในใจถูกเปิดเผย คุณหนูตัวจริงและคุณหนูตัวปลอมจึงจับมือกันกินแตง
- บทที่ 6 ตัวการร้ายผู้จงใจสลับตัวเด็กในตอนนั้น?
บทที่ 6 ตัวการร้ายผู้จงใจสลับตัวเด็กในตอนนั้น?
บทที่ 6 ตัวการร้ายผู้จงใจสลับตัวเด็กในตอนนั้น?
บทที่ 6 ตัวการร้ายผู้จงใจสลับตัวเด็กในตอนนั้น?
ซ่งหลินหลางและสามีภรรยาตระกูลซ่งเดินออกจากห้องพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ทั้งสามสบตากันอย่างรู้ความหมายก่อนจะย่องเข้าไปในห้องว่างที่อยู่ติดกับห้องนอนของโยวเสี่ยวเซี่ย แล้วแนบหูลงบนผนังที่กั้นระหว่างสองห้องไว้
ภายในห้อง โยวเสี่ยวเซี่ยกำลังกลิ้งตัวไปมาบนเตียงหลังใหญ่อย่างเป็นสุข ครู่หนึ่งนางก็เรียกหาระบบในใจ (เจ้าหก ส่งเนื้อหาต้นฉบับมาให้ข้าที ข้าอยากอ่านเป็นนิทานก่อนนอนสักหน่อย!)
ไม่นานนัก หนังสือเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าโยวเสี่ยวเซี่ย ยามที่นางอ่านไปก็นึกอุทานไปในใจ (จุ๊ๆ ที่แท้มันเป็นอย่างนี้นี่เอง... อา นางถึงกับทำเช่นนั้นเลยหรือ! สวรรค์ ช่างน่าเวทนาเหลือเกิน!)
ทั้งสามคนที่อยู่อีกฝั่งของผนังต่างรู้สึกคันยุบยิบในใจด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ก็ไม่ลืมภารกิจหลักที่ตั้งใจไว้!
ทันทีที่เสียงในใจของโยวเสี่ยวเซี่ยแว่วมา ซ่งอันคังก็รีบถอยห่างออกไปพลางก้าวเท้าพรรณนาระยะทางที่ได้ยินเสียงอย่างละเอียด ในที่สุดพวกเขาก็สรุปได้ว่าระยะที่ได้ยินคือประมาณสี่เมตร หากห่างออกไปเกินกว่านั้นจะไม่ได้ยินเสียงในใจของโยวเสี่ยวเซี่ยอีก
ส่วนเรื่องที่ว่าใครบ้างที่จะได้ยินนั้น ดูเหมือนจะยังหาความแน่นอนไม่ได้ในตอนนี้!
ม่อผิงซินถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก หากในอนาคตต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่คิดร้ายต่อลูกสาว ขอเพียงพวกนางป้องกันไม่ให้คนเหล่านั้นเข้าใกล้ในระยะสี่เมตร ทุกอย่างก็น่าจะปลอดภัย!
ภายในห้อง โยวเสี่ยวเซี่ยอ่านไปได้สักพักก็เริ่มทนไม่ไหว (เจ้าหก ข้าจะนอนแล้วนะ หากมีเนื้อเรื่องส่วนไหนที่ข้ายังไม่ได้อ่านแล้วมันโผล่มา เจ้าอย่าลืมเตือนข้าด้วยล่ะ!)
(วางใจเถิดครับโฮสต์!)
ด้านนอกห้อง ม่อผิงซินและอีกสองคนก็แยกย้ายกันไปหลังจากได้ข้อมูลที่ต้องการ
หลังจากได้หลับนอนในห้องใหม่ โยวเสี่ยวเซี่ยตื่นขึ้นมาในเช้าวันถัดไปและพบว่าเมื่อนางลงมาข้างล่าง ทุกคนต่างก็ตื่นกันหมดแล้ว
เมื่อม่อผิงซินเห็นโยวเสี่ยวเซี่ยเดินลงมา นางก็รีบลุกขึ้นกุมมือนางไว้ "ทำไมตื่นเช้าเช่นนี้จ๊ะ นอนไม่หลับหรือเปล่า หรือว่าเป็นเพราะห้องนอนหรือเตียงนอน..."
โยวเสี่ยวเซี่ยส่ายหัว "หามิได้ค่ะ ห้องนอนดีมาก ข้าแค่ชินกับการตื่นเช้าเท่านั้นเอง"
ก่อนจะทะลุมิติมา โยวเสี่ยวเซี่ยเป็นเพียงพนักงานกินเงินเดือนธรรมดาที่ต้องตื่นเช้าไปทำงานจนกลายเป็นนาฬิกาชีวิตไปเสียแล้ว นางจึงตื่นตรงเวลาเสมอ!
ม่อผิงซินจึงคลายกังวลและจูงมือนางไปยังห้องอาหาร "ถ้าอย่างนั้นเราไปทานมื้อเช้ากันเถอะจ้ะ"
เมื่อเดินตามม่อผิงซินเข้าไปในห้องอาหาร โยวเสี่ยวเซี่ยก็เห็นอาหารเช้าหลากหลายวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ ทั้งแบบจีนและแบบตะวันตก สำหรับโยวเสี่ยวเซี่ยที่ปกติมีเวลาเพียงแค่ซื้อเครปจีนตามริมถนนเพื่อประทังท้องระหว่างไปทำงาน อาหารมื้อนี้ช่างหรูหราเกินบรรยาย!
ทว่า ก่อนที่พวกเขาจะได้นั่งลง ก็มีคนเดินเข้ามาทางประตูหน้าบ้าน แม่บ้านหันไปมองแล้วอุทานออกมา "คุณชายรองกลับมาแล้วค่ะ!"
ทุกคนต่างหันไปมองและพบว่าเป็นซ่งเซี่ยงเฉินที่หายตัวไปตลอดทั้งคืนจริงๆ
ซ่งเซี่ยงเฉินเดินเข้ามาแล้วรู้สึกขัดเขินเล็กน้อยเมื่อเห็นทุกคนจ้องมองเขา "มองข้าทำไมกันครับ"
ม่อผิงซินยิ้ม "ในมือนั่นเจ้าถืออะไรมาหรือ"
ซ่งเซี่ยงเฉินกระแอมไอแล้วชำเลืองมองโยวเสี่ยวเซี่ย "ข้า... ข้าซื้อซาลาเปาน้ำแดงมาฝากทุกคนครับ"
สิ้นคำพูดของเขา ซ่งหลินหลางก็อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ "โอ้โห! ซาลาเปาร้านไท่ชิงเฟิงหรือนี่? ซ่งเซี่ยงเฉิน วันนี้เจ้าขยันขนาดนี้เชียวหรือ ถึงขั้นไปต่อแถวตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อซื้อซาลาเปามาให้พวกเรา!"
ร้านไท่ชิงเฟิงเป็นร้านเก่าแก่ร้อยปีตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมือง แถวที่รอคิวในทุกเช้าอาจยาวเหยียดข้ามไปถึงสองถนน ส่วนโรงเรียนของซ่งเซี่ยงเฉินอยู่ทางตอนเหนือของเมือง การจะซื้อซาลาเปานี้ได้ เขาคงต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อเร่งรีบไปต่อแถวและนำกลับมาให้ทันเวลานี้!
ขณะที่ซ่งหลินหลางพูด นางก็ยื่นมือจะไปหยิบซาลาเปา แต่ซ่งเซี่ยงเฉินกลับเบี่ยงหลบแล้วนำซาลาเปาไปวางไว้ตรงหน้าโยวเสี่ยวเซี่ยแทน
ซ่งหลินหลางหัวเราะร่า "เมื่อวานข้ายังเป็นน้องสาวเพียงคนเดียวของเจ้าอยู่เลย วันนี้แม้แต่ซาลาเปาคำเดียวข้ายังไม่มีสิทธิ์ทานเลยหรือนี่!?"
ใบหน้าของซ่งเซี่ยงเฉินแดงก่ำขึ้นมาทันที เขาแอบมองโยวเสี่ยวเซี่ยแวบหนึ่ง "เจ้า... เลิกพูดเหลวไหลเสียที!"
ซ่งหลินหลางไม่ได้ล้อเลียนซ่งเซี่ยงเฉินต่อ และทุกคนในครอบครัวก็นั่งลงทานมื้อเช้าพร้อมกัน
ทว่า ซ่งเซี่ยงเฉินกลับชะงักไปเมื่อเห็นอาหารเช้าอันหรูหราบนโต๊ะ ปกติครอบครัวตระกูลซ่งจะทานอาหารเช้าแบบตะวันตก เขาจึงอุตส่าห์ตื่นเช้าไปซื้อซาลาเปาเพราะกลัวว่าโยวเสี่ยวเซี่ยจะไม่ชินกับอาหารตะวันตก แต่ทว่า... "เสี่ยวเซี่ย วันนี้เรามีโจ๊กหมูสับกับโจ๊กกุ้งสดนะจ๊ะ ลูกอยากทานอย่างไหนก่อนดี เดี๋ยวแม่ตักให้"
"โจ๊กหมูสับค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านแม่"
ม่อผิงซินดีใจมากและรีบตักโจ๊กวางไว้ตรงหน้าโยวเสี่ยวเซี่ย
เมื่อม่อผิงซินทำเสร็จ ซ่งอันคังก็เริ่มบ้าง "เสี่ยวเซี่ย เจ้าจะทานปาท่องโก๋ด้วยไหม จะรู้สึกเลี่ยนเกินไปหรือเปล่า เรามีขนมจีบด้วยนะ ทานขนมจีบคู่กันไปด้วยดีไหม"
ก่อนที่โยวเสี่ยวเซี่ยจะได้พูดอะไร ซ่งหลินหลางก็แทรกขึ้นมา "แซนด์วิชไข่ดีไหมจ๊ะ พี่บอกเลยว่าอันนี้ไม่เลี่ยนและไม่ทำให้อ้วนด้วย"
ซ่งเซี่ยงเฉินมองซาลาเปาน้ำแดงที่ถูกวางทิ้งไว้อย่างโดดเดี่ยวที่ด้านข้าง เขาจึงค่อยๆ เลื่อนจานซาลาเปาเข้าไปใกล้ๆ มือของโยวเสี่ยวเซี่ยอย่างเงียบเชียบด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
โยวเสี่ยวเซี่ยเองก็อยากรู้อยู่เหมือนกันว่ารสชาติของซาลาเปาที่ต้องต่อคิวนานขนาดนั้นจะเป็นอย่างไร นางจึงใช้ตะเกียบคีบขึ้นมาหนึ่งลูก "ข้าจะทานซาลาเปานะคะ ท่านพ่อ ท่านแม่ และพี่หลินหลาง ทุกท่านก็รีบทานเถอะค่ะ อย่ามัวแต่กังวลเรื่องข้าเลย"
ซ่งเซี่ยงเฉินยิ้มออกมาได้ และนั่นทำให้ทุกคนรู้สึกโล่งใจแล้วก้มหน้าทานมื้อเช้ากันต่อไป
เมื่อวานโยวเสี่ยวเซี่ยเหนื่อยเกินกว่าจะนึกอะไรออก แต่พอเห็นซ่งเซี่ยงเฉินเมื่อครู่ นางก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานนางเสพเรื่องนินทาไปเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น!
(เจ้าหก เมื่อวานแฟนสาวของซ่งเซี่ยงเฉินถูกรูมเมทเกย์หลอกพาตัวไปหรือเปล่าน่ะ)
"พรืด..." ซ่งหลินหลางสำลักนมทันที รูมเมทเกย์อย่างนั้นหรือ? แล้วยังกล้าล่อลวงแฟนของซ่งเซี่ยงเฉินอีกหรือนี่?
ม่อผิงซินและซ่งอันคังต่างพากันเงี่ยหูฟัง ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ห่วงใยบุตรชายคนเล็ก แต่ตั้งแต่เมื่อวานพวกเขายุ่งมากจนไม่มีเวลาใส่ใจ ตอนนี้จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้รับฟังอย่างรวดเร็ว
ระบบตอบ (เปล่าครับโฮสต์ ซ่งเซี่ยงเฉินไปถึงได้ทันเวลาพอดี และเขายังพบความจริงที่ว่ารูมเมททั้งสามคนของเขาเป็นเกย์ทั้งหมดเลยครับ!)
โยวเสี่ยวเซี่ยประหลาดใจ (เอ๊ะ? เขาไปรู้เข้าได้อย่างไรกัน)
ซ่งเซี่ยงเฉินใช้ชีวิตร่วมกับคนพวกนั้นมาตั้งหนึ่งปีเต็มไม่ใช่หรือ อยู่มาตั้งปีไม่ยักษ์กะรู้ แล้วทำไมจู่ๆ ถึงเพิ่งมารู้เมื่อวานได้ล่ะ?!
ระบบอธิบาย (เมื่อวานรูมเมททั้งสามคนนัดแฟนสาวของซ่งเซี่ยงเฉินไปที่ร้านอาหาร คนหนึ่งทำหน้าที่ล่อลวงแฟนสาว ส่วนอีกสองคนไม่มีอะไรทำจึงเริ่มจุมพิตกันในคอกที่นั่งใกล้ๆ ซ่งเซี่ยงเฉินไปถึงพอดีและได้เห็นฉากนั้นเต็มๆ ตาเลยครับ!)
(คุณพระช่วย!) โยวเสี่ยวเซี่ยกลืนซาลาเปาน้ำแดงลงไปทั้งลูก (ฉากนั้นคงทำให้ซ่งเซี่ยงเฉินที่เป็นชายแท้ถึงกับช็อกไปเลยสินะ!)
คนอื่นๆ ที่โต๊ะอาหารต่างพากันมองไปที่ซ่งเซี่ยงเฉินโดยไม่รู้ตัว ซ่งเซี่ยงเฉินก้มหน้าทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทว่านิ้วเท้าที่อยู่ในรองเท้าแตะกลับจิกพื้นแน่นด้วยความอับอาย!
ระบบเสริม (ใช่ครับ ซ่งเซี่ยงเฉินอาละวาดใส่พวกนั้นในร้านอาหารและพาแฟนสาวออกมา แถมเขายังย้ายออกจากหอพักเรียบร้อยแล้วด้วยครับ!)
โยวเสี่ยวเซี่ยฟังอย่างเพลิดเพลิน (ย้ายออกมาก็ดีแล้ว ไม่อย่างนั้นข้าว่าสถานะชายแท้ของเขาคงจะไม่ปลอดภัยแน่!)
เป้าหมายสูงสุดของรูมเมทพวกนั้นที่มาล่อลวงแฟนสาวของเขาก็คือต้องการฉุดเขาให้ลงเถือกไปด้วยกัน หากคิดดูแล้ว แฟนสาวของเขาที่ถูกพวกเกย์เล็งเป้าหมายเข้าใส่ก็ถือเป็นคราวเคราะห์ที่ไม่ได้ก่อจริงๆ!
(อ้อ จริงด้วย ในเนื้อเรื่องเดิม แฟนสาวของเขาตกหลุมพรางไปหรือเปล่า) โยวเสี่ยวเซี่ยไม่ได้อ่านถึงส่วนนี้เมื่อคืน เพราะระบบเล่าเรื่องนินทาเริ่มแรกให้ฟังก่อนหน้านั้น
ทันทีที่นางถาม ซ่งเซี่ยงเฉินก็กลั้นหายใจทันที เมื่อวานตอนเขาไปถึง แฟนสาวกำลังปฏิเสธรูมเมทคนนั้นอย่างมีศักดิ์ศรีซึ่งทำให้เขารู้สึกดีมาก แต่ตอนนี้เขาเองก็อยากรู้ทิศทางของ "เนื้อเรื่องเดิม" ที่โยวเสี่ยวเซี่ยพูดถึงเช่นกัน!
ระบบตอบ (ในตอนแรกยังไม่ตกหลุมพรางครับ แต่ลูกตื๊อของชายหนุ่มช่างน่ากลัวนัก อีกทั้งรูมเมททั้งสามของซ่งเซี่ยงเฉินยังคอยปั่นหัว ทำให้คู่รักที่ความสัมพันธ์ยังไม่ลึกซึ้งต้องทะเลาะกันทุกวัน จนในที่สุดเกย์หมายเลขหนึ่งก็สบโอกาสและแย่งชิงแฟนสาวของซ่งเซี่ยงเฉินไปได้ครับ!)
(มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน!) โยวเสี่ยวเซี่ยไม่ได้เกลียดชังคนรักเพศเดียวกัน เพราะนั่นเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่นางไม่มีสิทธิ์ก้าวก่าย แต่การไปหลอกลวงผู้อื่นเช่นนี้มันช่างน่ารังเกียจนัก!
อีกฝั่งของโต๊ะอาหาร ซ่งหลินหลางพยักหน้าเห็นด้วยอย่างรุนแรง นางเคยพบรูมเมทของซ่งเซี่ยงเฉินมาก่อน พวกเขาดูเป็นชายหนุ่มที่ร่าเริงและดูดี นางยังเคยซื้อขนมไปฝากยามไปเยี่ยมเจ้าน้องชายที่โรงเรียนเลย ไม่นึกเลยว่าพวกเขาจะเป็นคนเลวร้ายขนาดนี้!
โยวเสี่ยวเซี่ยรู้สึกโกรธ และเจ้าหกก็แสดงความไม่พอใจออกมาทันที (พวกเขาเป็นคนเลวครับ! หลังจากจบมหาวิทยาลัย เกย์หมายเลขหนึ่งยังหลอกหญิงสาวคนนั้นให้แต่งงานด้วย หลายปีผ่านไปนางจึงค้นพบว่าสามีของตนเองเป็นเกย์ นางรับไม่ได้จึงไปคาดคั้นถามจนได้รู้ความจริงว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางกับซ่งเซี่ยงเฉินถูกทำลายอย่างจงใจในตอนนั้น ในที่สุดนางก็ตรอมใจตาย ก่อนตายนาส่งอีเมลหาซ่งเซี่ยงเฉิน แม้ซ่งเซี่ยงเฉินจะไม่เคยหลงรักผู้ชาย แต่เขาก็เจ็บปวดจากแฟนเก่าจนไม่ยอมแต่งงาน เมื่อได้รับอีเมลเขาก็เสียสติไปกับความจริงที่ได้รับรู้ จึงวู่วามไปล้างแค้นเกย์หมายเลขหนึ่งจนทำให้อีกฝ่ายกลายเป็นคนพิการ จุดจบของซ่งเซี่ยงเฉินในหนังสือเดิมคือการต้องโทษติดคุกครับ!)
ซ่งเซี่ยงเฉินที่กำลังกัดซาลาเปาอยู่ถึงกับชะงักนิ่งไป แม้แต่ม่อผิงซิน ซ่งอันคัง และซ่งหลินหลางก็ต่างพากันอึ้งไปชั่วขณะ
ม่อผิงซินขมวดคิ้วมองบุตรชายคนเล็กของนาง ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าชะตากรรมของเขาคือการติดคุก!
ซ่งอันคังรีบตบหลังภรรยาเบาๆ โชคดีเหลือเกินที่เซี่ยงเฉินล่วงรู้ความจริงแล้ว คราวนี้เขาคงไม่ต้องติดคุกอีกต่อไป!
(คุณพระช่วย ช่างน่าสลดใจแท้!) โยวเสี่ยวเซี่ยอดไม่ได้ที่จะด่าทอออกมาด้วยความโกรธ (พวกเกย์ที่หลอกให้คนมาเป็นเมียบังหน้าควรจะไปลงนรกให้หมด!)
ระบบส่งเสียง (อืมๆ) เห็นด้วยสองครั้ง (โฮสต์พูดถูกที่สุดครับ!)
(แต่ว่า...) โยวเสี่ยวเซี่ยนึกถึงเรื่องแปลกๆ ขึ้นมา (ตามเนื้อเรื่องเดิม ตอนนี้ซ่งเซี่ยงเฉินควรจะยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรไม่ใช่หรือ ทำไมเขาถึงจู่ๆ ไปหาแฟนสาวแล้วเผอิญไปเจอรูมเมทจูบกันได้ล่ะ)
เมื่อรู้สึกถึงสายตาจับผิดของโยวเสี่ยวเซี่ย ซ่งเซี่ยงเฉินจึงก้มหน้าทานอาหารต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในใจกลับกู่ร้องว่า: ก็เป็นเพราะเจ้านั่นแหละโยวเสี่ยวเซี่ย! เจ้าคือเทพเจ้า คือผู้ให้กำเนิดชีวิตที่สองของข้าแท้ๆ!
ระบบตอบ (เอ่อ... เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่ทราบเหมือนกันครับโฮสต์!)
โยวเสี่ยวเซี่ยยักไหล่ (ช่างเถอะ ใครจะไปสน อย่างไรเสียมันก็เป็นเรื่องดีที่โลกนี้จะมีหญิงสาวถูกเกย์หลอกน้อยลงไปอีกหนึ่งคน!)
การทานอาหารไปพร้อมกับเสพเรื่องนินทาทำให้โยวเสี่ยวเซี่ยทานจนอิ่มแปล้ ทว่าทันทีที่นางวางตะเกียบลง แม่บ้านก็รีบวิ่งเข้ามารายงาน "คุณท่านคะ คุณผู้หญิงคะ ภรรยาของคุณซ่งอันเหอมาถึงแล้วค่ะ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ม่อผิงซินก็ผุดลุกขึ้นจากที่นั่งทันที นางตั้งใจจะบอกให้ซ่งหลินหลางพาโยวเสี่ยวเซี่ยกลับเข้าห้องเพื่อเลี่ยงการพบหน้ากัน ทว่าเสียงในใจของโยวเสี่ยวเซี่ยก็พลันดังขึ้นเสียก่อน
(ซ่งอันเหอ? เขาไม่ใช่ตัวการใหญ่ที่จงใจสลับตัวเด็กในตอนนั้นหรอกหรือ!?)
ม่อผิงซินชะงักนิ่งอยู่กับที่ในทันที และในช่วงที่นางกำลังสับสนอยู่นั้น เสียงของหญิงนางหนึ่งก็แว่วใกล้เข้ามา "ท่านพี่ พี่สะใภ้ ข้าได้ข่าวว่าพวกท่านพบลูกสาวแท้ๆ แล้วหรือ? รีบให้ข้าดูตัวนางหน่อยเถอะ..."