- หน้าแรก
- บรรพชน เลิกซ่อนตัวได้แล้ว จักรวาลจะแตกอยู่แล้วเนี่ย
- ตอนที่ 441 ชนะข้าได้ไม่ถือว่าเก่ง ต้องชนะคนหนุนหลังข้าได้สิถึงจะแน่(ฟรี)
ตอนที่ 441 ชนะข้าได้ไม่ถือว่าเก่ง ต้องชนะคนหนุนหลังข้าได้สิถึงจะแน่(ฟรี)
ตอนที่ 441 ชนะข้าได้ไม่ถือว่าเก่ง ต้องชนะคนหนุนหลังข้าได้สิถึงจะแน่(ฟรี)
ตอนที่ 441 ชนะข้าได้ไม่ถือว่าเก่ง ต้องชนะคนหนุนหลังข้าได้สิถึงจะแน่
"จ่ายแค่หินวิญญาณระดับต่ำก้อนเดียวน่ะนะ?"
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราปรายตามองฮวาอวิ๋นเฟย หลอกผีหรือไง?
เขาไม่เชื่อหรอก!
"ท่านเอาของวิเศษออกมาสักชิ้นสิ เดี๋ยวข้าจะแสดงให้ดู" ฮวาอวิ๋นเฟยจิบสุรา มุมปากยกยิ้ม
"ข้าก็อยากจะดูเหมือนกัน ว่าเจ้าขายยาอะไรในน้ำเต้า"
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราสะบัดมือ เพิ่มพลังปกปิดรอบตัวเขากับฮวาอวิ๋นเฟยให้แน่นหนาขึ้น สิ่งที่คนภายนอกมองเห็นจะเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น
จากนั้น จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราก็หยิบกระบี่ทองแดงเล่มหนึ่งออกมาถือไว้
กระบี่ทองแดงเล่มนี้เป็นถึงอาวุธจักรพรรดิ ซึ่งจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราบังเอิญ "เก็บได้"
"ไม่ได้ กระบี่ทองแดงนี่มันธรรมดาเกินไป เปลี่ยนเป็นของล้ำค่าหน่อยสิ เข้าใจคำว่าของล้ำค่าไหม?"
ฮวาอวิ๋นเฟยส่ายหน้า ทำท่าทางรังเกียจ
"พูดเป็นคุ้งเป็นแคว เดี๋ยวทำไม่ได้ขึ้นมาจะหน้าแตกเอานะ"
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราเก็บกระบี่ทองแดงไปอย่างกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย จากนั้นก็หยิบกล่องไม้แดงออกมา
กล่องไม้แดงขนาดเท่าฝ่ามือ บนกล่องมีพลังผนึกที่แข็งแกร่งมาก
"กล่องไม้แดงนี้ผนึกโอสถเซียนไว้เม็ดหนึ่ง เป็นของที่ข้าบังเอิญได้มา มีค่าพอไหมล่ะ?"
น้ำเสียงของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ โอสถเซียนไม่ใช่ว่าใครจะปรุงขึ้นมาได้ง่ายๆ ยาประเภทนี้แม้แต่ในแดนเซียนก็ยังหายาก การที่เขาได้มาเม็ดหนึ่ง ถือเป็นความโชคดีของเขาล้วนๆ
"โอสถเซียน? เป็นของดีจริงๆ!"
มุมปากของฮวาอวิ๋นเฟยยกยิ้ม โอสถเซียนเม็ดนี้ไม่เลวเลย งั้นเขาจะไม่เกรงใจรับไว้ก็แล้วกัน
"แน่นอนว่าเป็นของดี ว่ามาสิ เจ้าจะแสดงยังไง?"
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทรามือหนึ่งประคองกล่องไม้แดง อีกมือถือตะเกียบคีบถั่วลิสงเข้าปาก
"ดูให้ดีนะ ข้าจะแสดงให้ดูแค่ครั้งเดียว!"
"กระบวนท่านี้มันจะเท่มาก!"
"แลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม!"
ฮวาอวิ๋นเฟยหยิบหินวิญญาณระดับต่ำออกมาหนึ่งก้อน แล้วตวาดเสียงต่ำ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทรารู้สึกเพียงแค่ตาพร่ามัว จู่ๆ มือก็เบาหวิว กล่องไม้แดงหายวับไปกับตา สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือหินวิญญาณระดับต่ำที่ส่องแสงริบหรี่ก้อนหนึ่ง!
"โอ้โห..."
ปากของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราอ้าค้างเป็นรูปตัวโอ เบิกตากว้าง รูม่านตาหดเล็กลง ประหลาดใจอย่างที่สุด
ชั่วพริบตาเมื่อกี้ เขาไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น พอสิ้นเสียงของฮวาอวิ๋นเฟย กล่องไม้แดงในมือของเขาก็ถูกแทนที่ด้วยหินวิญญาณระดับต่ำไปเสียแล้ว!
"เป็นยังไงล่ะ ทีนี้เชื่อหรือยัง?"
ฮวาอวิ๋นเฟยโยนกล่องไม้แดงในมือเล่น มุมปากประดับรอยยิ้ม
"นี่มันวิชาเทพอะไร? สอนข้าหน่อย สอนข้าเร็วเข้า!"
"ข้าอยากเรียน!!"
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราผุดลุกขึ้น เอามือค้ำโต๊ะ ยื่นหน้าข้ามโต๊ะไปหาฮวาอวิ๋นเฟย ตาเป็นประกายวิบวับ คาดหวังสุดๆ
ท่าทางของเขาตอนนี้ เหมือนพวกเฒ่าหัวงูที่เพิ่งปลดล็อกท่าใหม่ได้ไม่มีผิด!
"ท่านหดหน้าใหญ่ๆ ของท่านกลับไปก่อนเถอะ"
เมื่อเห็นใบหน้าใหญ่โตยื่นเข้ามาใกล้ ฮวาอวิ๋นเฟยก็ขยับก้นถอยหลังไปหน่อย
"ต้องทำยังไงเจ้าถึงจะยอมสอนข้า?"
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราพยายามกดข่มความตื่นเต้นในใจ แล้วนั่งลงที่เดิม แต่สายตายังคงจ้องมองฮวาอวิ๋นเฟยเขม็ง ราวกับหมาป่าจ้องมองสาวงาม ตาเป็นประกาย
"จะสอนท่านก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้ แต่ข้าจะได้ประโยชน์อะไรล่ะ?" ฮวาอวิ๋นเฟยจิบสุรา พลางยิ้มกล่าว
"อืม... เอาเป็นว่า ข้าให้เจ้ายืมอ่านคัมภีร์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราดีไหม?" จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราขมวดคิ้วครุ่นคิด ในที่สุดก็เอ่ยปาก
"ท่านเอาของแค่นี้มาทดสอบข้าราชการอย่างข้างั้นหรือ!?"
ฮวาอวิ๋นเฟยปรายตามอง มีข้าราชการคนไหนทนการทดสอบแบบนี้ไม่ได้บ้าง?
"งั้น..."
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทรามองไปที่กล่องไม้แดงในมือฮวาอวิ๋นเฟย รู้สึกปวดใจขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะกัดฟันพูดว่า "ข้าเอาโอสถเซียนในมือเจ้าแลกก็แล้วกัน พวกเราเป็นญาติสนิทมิตรสหาย เป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน ข้าลดราคาให้"
"โอสถเซียน? นี่มันไม่ใช่ของข้าแล้วหรือไง?"
ฮวาอวิ๋นเฟยทำน้ำเสียงไร้เดียงสา แล้วเก็บกล่องไม้แดงเข้าสู่ถ้ำมิติวิญญาณของตนไปดื้อๆ
โดนเล่นงานมาตั้งหลายครั้ง ก็ถึงเวลาให้เจ้านี่จ่ายดอกเบี้ยบ้างแล้ว!
"หา?"
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราผุดลุกขึ้นอีกครั้ง มองฮวาอวิ๋นเฟยอย่างอึ้งๆ
ไหนบอกว่าจะแสดงให้ดูไง?
ทำไมถึงฮุบของวิเศษของเขาไปดื้อๆ เลยล่ะ?
"ท่านเคยเห็นใครที่ปล้นของมาได้แล้วคืนให้บ้างไหมล่ะ?" ฮวาอวิ๋นเฟยคีบถั่วลิสงเข้าปาก อารมณ์ดีสุดๆ
"ข้าเชื่อใจเจ้าผิดไปจริงๆ ภายนอกเจ้าดูเป็นคนสุขุม มั่นใจ มีคุณธรรมอันดีงาม"
"แต่จริงๆ แล้วเจ้ามันพวกหน้าเนื้อใจเสือ พวกอันธพาล พวกไร้ความรับผิดชอบ!"
"คืนโอสถเซียนข้ามา!!"
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราโกรธจนตัวสั่น เขาโดนฮวาอวิ๋นเฟยซ้อนแผนเข้าให้แล้ว!
เขาเชิญฮวาอวิ๋นเฟยมา หวังจะให้ไปหลอกเอายันต์ตัวตายตัวแทนเก้าชีวิตมาให้ฟรีๆ แต่เรื่องยังไม่ทันเริ่ม เขากลับโดนฮวาอวิ๋นเฟยหลอกเอาโอสถเซียนไปฟรีๆ เสียเอง!
"เอาล่ะๆ ดื่มสุราๆ ก็แค่โอสถเซียนเม็ดเดียวเอง ขืนให้โต๊ะข้างๆ ได้ยิน เขาจะนึกว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราอย่างท่านไม่มีปัญญากินเอานะ"
ฮวาอวิ๋นเฟยนั่งนิ่งอย่างใจเย็น คีบถั่วลิสงเข้าปาก
ยิ่งจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราโกรธ เขาก็ยิ่งมีความสุข
ถ้าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราทำตัวดีๆ ตอนที่เผชิญทัณฑ์สวรรค์ เขาก็คงไม่ทำแบบนี้หรอก
"มโนธรรมของเจ้าไม่เจ็บปวดบ้างเลยหรือ?"
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทรานั่งลง สีหน้าดูไม่ได้ มือที่ถือจอกสุรายังสั่นอยู่เลย
"มโนธรรม? ของพรรค์นั้นมันทำให้ข้าเป็นอมตะได้หรือเปล่าล่ะ?"
"การบำเพ็ญวิถีซุ่มไม่จำเป็นต้องมีของแบบนั้นหรอก"
"มา ดื่ม"
ฮวาอวิ๋นเฟยยกจอกสุราขึ้น
"ข้า..."
เมื่อเห็นรอยยิ้มร่าเริงของฮวาอวิ๋นเฟย จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราก็แทบอยากจะเอาสุราสาดหน้าเขาจริงๆ
"รอให้ข้าฟื้นตัวเต็มที่ก่อนเถอะ รอให้ระดับพลังข้าฟื้นฟูทั้งหมด วิญญาณตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ คอยดูเถอะว่าข้าจะอัดเจ้าไหม!"
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราแค่นเสียง เขาเข้าใจดีว่า ฮวาอวิ๋นเฟยกำลังแก้แค้นที่เขาเคยระเบิดตัวเองใส่
ถ้าไม่ใช่เพราะเขายังอยู่ในช่วงพักฟื้น วิญญาณยังไม่ตื่นเต็มที่ พลังฝีมือด้อยกว่าเมื่อก่อนมาก ไม่อย่างนั้นเขาต้องให้ฮวาอวิ๋นเฟยได้เห็นแน่ ว่าหมัดใหญ่เท่าหม้อดินมันเป็นยังไง!
"ข้ามีคนหนุนหลังนะ ชนะข้าได้ไม่ถือว่าเก่ง ต้องชนะคนหนุนหลังข้าได้สิถึงจะแน่" ฮวาอวิ๋นเฟยหัวเราะเบาๆ
"ตอนนี้ข้าก็เป็นคนของสำนักเค่าซานเหมือนกัน ข้าก็มีคนหนุนหลัง" จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราไม่ยอมแพ้
"ข้าเป็นถึงทายาทรุ่นที่ร้อยของยอดเขาเต้าหยวน ท่านจะมาเทียบกับข้าได้ยังไง? เข้าใจคำว่าลูกแท้ๆ ไหม?"
คำพูดของฮวาอวิ๋นเฟยทำเอาจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราถึงกับพูดไม่ออก
พูดจริงๆ นะ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราแทบจะไม่เคยเถียงแพ้ใครเลย แต่เรื่องนี้ เขาเถียงฮวาอวิ๋นเฟยไม่ออกจริงๆ
มารดามันเถอะ การมีคนหนุนหลังนี่มันเจ๋งจริงๆ!
"อย่าโกรธไปเลยน่า เดี๋ยวยันต์ตัวตายตัวแทนเก้าชีวิต ข้าจะไปเอามาให้ท่านเอง"
เมื่อเห็นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราเงียบไปเหมือนเด็กงอน ฮวาอวิ๋นเฟยก็รีบปลอบใจ
"จริงเหรอ? แบบนี้สิถึงจะค่อยยังชั่วหน่อย"
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราหันหน้าหนี แค่นเสียงต่ำ ถือว่าเจ้ายังมีมโนธรรมอยู่บ้าง
"แต่ข้าต้องได้เห็นยันต์ตัวตายตัวแทนเก้าชีวิตก่อนนะ ถ้าจักรพรรดิโบราณชื่อหลงไม่ยอมเอาออกมา ถ้าอยากจะได้ของจากมือเขา ก็มีแต่ต้องฆ่าเขาทิ้งเท่านั้น" ฮวาอวิ๋นเฟยกล่าว
"ข้าจะนัดเขาออกมา ในฐานะบรรพชนของนิกายเต้าหยวน" จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทรากล่าว
"พวกเราจะเปิดเผยตัวตนไม่ได้ ไม่อย่างนั้นถึงเราจะแลกเอายันต์ตัวตายตัวแทนเก้าชีวิตมาได้ แต่เราก็จะทิ้งจุดอ่อนไว้ให้จักรพรรดิโบราณชื่อหลง"
"วันหน้าถ้าเขาเอาข่าวนี้ไปขายให้ยอดฝีมือคนอื่น หรือใช้เรื่องนี้มาขู่ท่าน ท่านจะทำยังไง?"
"ข้ามีวิธีที่ดีกว่านั้น ท่านได้เก็บกลิ่นอายของเซียนแท้องค์นั้นไว้บ้างไหม?"
ฮวาอวิ๋นเฟยคิดอย่างรอบคอบ การทำอะไรต้องไม่มองแค่ผลตรงหน้า ต้องมองการณ์ไกล ต้องคำนวณผลได้ผลเสียทั้งหมดให้ชัดเจนก่อนลงมือ
"ข้าเก็บกลิ่นอายของเจ้านั่นไว้สายหนึ่ง เผื่อไว้ใช้ยามฉุกเฉินน่ะ"
"เจ้าคิดจะยืมดาบฆ่าคน โยนความผิดงั้นหรือ?"
ตาของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราเป็นประกายขึ้นมา
ความรู้ใหม่! ความรู้ใหม่!
"มีคนให้หลอกใช้ จะไม่ใช้ได้ยังไงล่ะ?"
ฮวาอวิ๋นเฟยขยิบตาให้จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทรา สายตาเปี่ยมด้วยความมั่นใจ มุมปากยกยิ้ม
"เจ้านี่ ภายนอกดูเคร่งขรึมจริงจัง แต่จริงๆ แล้วร้ายลึกสุดๆ"
จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทรายิ่งนับถือฮวาอวิ๋นเฟยมากขึ้นไปอีก
ตั้งแต่เห็นฮวาอวิ๋นเฟยครั้งแรกในทัณฑ์สวรรค์ เขาก็รู้สึกว่าหมอนี่ 'มีแวว' แล้ว
"ว่าแต่ ตอนที่ท่านเก็บกลิ่นอายมา คงไม่ได้ถูกจับได้หรอกนะ?" ฮวาอวิ๋นเฟยถาม
"เกือบไปแล้ว แต่มีเคล็ดวิชาอำพรางข้าใครอย่าแตะอยู่ เขาอยากจะหาข้าก็คงไม่ง่ายนักหรอก" จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทรายิ้มอย่างมั่นใจ
"งั้นก็ดี"
"ไป แผนการเริ่มได้"