- หน้าแรก
- ราชันย์อสูรกลืนดารา
- บทที่ 16 - ทดสอบปราณโลหิต พลังหมัดและความเร็ว
บทที่ 16 - ทดสอบปราณโลหิต พลังหมัดและความเร็ว
บทที่ 16 - ทดสอบปราณโลหิต ทดสอบพลังหมัดและความเร็ว
บทที่ 16 - ทดสอบปราณโลหิต ทดสอบพลังหมัดและความเร็ว
อะไรนะ พี่เฉินแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
เวลาเพียงหนึ่งเดือนจะเพิ่มจาก 0.64 เป็น 0.86 ได้ยังไง ต่อให้เป็นพวกอัจฉริยะก็ยังทำไม่ได้เลย
บรรดาสมาชิกที่อยู่รอบๆ พอได้ยินดังนั้นต่างก็หันมามองด้วยความตกตะลึงสุดขีด
ซูชิงตอบกลับด้วยความจนใจว่า เราไปทดสอบปราณโลหิตดูก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอครับ
ได้ๆๆ งั้นเราไปทดสอบปราณโลหิตกันก่อนเลย
เมื่อพี่เฉินเห็นซูชิงดูมั่นอกมั่นใจขนาดนั้น เขาก็เริ่มจะคล้อยตามขึ้นมาบ้างแล้ว
เขารู้สึกตื่นเต้นสุดๆ เพราะการพัฒนาของซูชิงนั้นส่งผลโดยตรงต่อยอดผลงานของเขาในสำนักยุทธ์จินสือแห่งนี้
พี่เฉินพาซูชิงเดินตรงไปยังห้องทดสอบปราณโลหิต
บรรดาสมาชิกที่อยู่รอบๆ ต่างก็เกิดความสนใจใคร่รู้ อยากจะเห็นกับตาตัวเองว่าสิ่งที่ซูชิงพูดนั้นเป็นความจริงหรือไม่
ไป ตามไปดูกันเถอะ เวลาแค่เดือนเดียวเพิ่มจาก 0.64 เป็น 0.86 มันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด
ฉันว่าต้องขี้โม้แน่ๆ มันวิปริตเกินไปแล้ว ฉันว่าขนาดอันดับหนึ่งของโรงเรียนเรายังทำไม่ได้ขนาดนี้เลย
ใช่แล้ว นี่มันเพิ่มขึ้นมาตั้ง 0.22 หน่วยเชียวนะ เดือนเดียวจะทำได้ยังไง ให้เวลาสองเดือนยังไม่แน่ว่าจะทำได้เลย
...
บรรดาสมาชิกต่างก็พากันเดินตามหลังพี่เฉินและซูชิงไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย
เมื่อมาถึงหน้าห้องทดสอบปราณโลหิต พี่เฉินก็เอาบัตรพนักงานรูดสแกนเพื่อเปิดประตู
เขาเห็นว่ามีคนเดินตามมาดูไม่น้อย แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไร
เพราะคนพวกนี้ก็คงเหมือนกับเขานั่นแหละ คือสงสัยในคำพูดของซูชิงและอยากจะมาพิสูจน์ให้เห็นกับตา
เข้าไปทดสอบปราณโลหิตข้างในได้เลย เดี๋ยวพี่จะปรับโหมดให้แสดงผลแบบสาธารณะ คนข้างนอกจะได้เห็นตัวเลขด้วย พี่เฉินหันไปบอกซูชิง
ห้องทดสอบปราณโลหิตไม่เพียงแต่ให้ผลการทดสอบที่แม่นยำกว่าเท่านั้น
แต่ยังสามารถเลือกได้ว่าจะตั้งค่าเป็นโหมดส่วนตัวหรือโหมดสาธารณะ ซึ่งโหมดสาธารณะจะแสดงค่าปราณโลหิตหราอยู่บนหน้าจอเหนือประตูห้อง
ตกลงครับ ซูชิงพยักหน้ารับแล้วเดินเข้าไปในห้องทดสอบปราณโลหิตพร้อมกับปิดประตู
พื้นที่ภายในห้องทดสอบปราณโลหิตมีขนาดพอๆ กับห้องอาบน้ำ ภายในนั้นว่างเปล่าไม่มีสิ่งของใดๆ
มีเพียงปุ่มกดบนผนังและโคมไฟเครื่องทดสอบปราณโลหิตที่ติดอยู่บนเพดานเท่านั้น
แม้ซูชิงจะไม่ค่อยได้เข้าห้องทดสอบปราณโลหิตบ่อยนัก แต่เขาก็รู้วิธีใช้งานเป็นอย่างดี
เมื่อเข้ามาด้านใน เขาก็กดปุ่มทดสอบปราณโลหิตบนผนัง แล้วไปยืนอยู่ใต้โคมไฟเครื่องทดสอบปราณโลหิต
แสงไฟสีเลือดสาดส่องลงมาอาบไล้ทั่วร่างของซูชิง ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นสบายไปทั้งตัว
ปราณโลหิตในร่างกายของเขาเริ่มกระเพื่อมไหว ราวกับกำลังเดือดพล่านขึ้นมา
หากได้ฝึกวิชาหล่อหลอมร่างกายในเวลานี้ ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมต้องดีเยี่ยมกว่าปกติอย่างแน่นอน
และนี่ก็คือประโยชน์อีกข้อหนึ่งของห้องทดสอบปราณโลหิต มันสามารถใช้เป็นห้องฝึกฝนเพื่อเพิ่มค่าปราณโลหิตได้ด้วย
เพียงแต่ค่าบริการในการเข้ามาฝึกฝนในนี้นั้นแพงหูฉี่เลยทีเดียว
ไม่นานนัก หน้าจอด้านนอกก็แสดงผลการทดสอบออกมา
ปราณโลหิต: 0.86 หน่วย
เมื่อทุกคนด้านนอกเห็นตัวเลขนี้ ต่างก็ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
ไม่คิดเลยว่าจะเป็น 0.86 จริงๆ ซูชิงไม่ได้โกหกเลยแม้แต่น้อย
เชี่ยเอ๊ย 0.86 จริงๆ ด้วย พี่เฉิน พี่แน่ใจนะว่าเดือนที่แล้วหมอนี่ได้ 0.64 ไม่ใช่ 0.84 น่ะ
จริงด้วย นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว 0.86 จริงๆ ด้วย เวลาแค่เดือนเดียวจะพัฒนาได้เยอะขนาดนี้เลยเหรอ
นี่คงไม่ใช่คุณชายบ้านรวยที่ไหนมาปลอมตัวใช้ชีวิตธรรมดาแล้วเอาพวกเรามาเป็นตัวตลกหรอกนะ ไม่อย่างนั้นคนธรรมดาที่ไหนจะอัปเลเวลรวดเดียว 0.86 ภายในเดือนเดียวได้
...
เมื่อเห็นตัวเลขที่แสดงอยู่บนหน้าจอ ทุกคนก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันเสียงขรม แถมยังดึงดูดความสนใจจากคนรอบข้างให้เข้ามารุมล้อมเพิ่มขึ้นอีก
พวกเขาบอกต่อๆ กันไป จนตอนนี้แทบทุกคนรู้แล้วว่าซูชิงสามารถเพิ่มปราณโลหิตจาก 0.64 เป็น 0.86 ได้ภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน
ทุกคนต่างร้องเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ตัวเลขสีแดงสดบนหน้าจอห้องทดสอบก็เป็นเครื่องยืนยันแล้วว่านี่คือเรื่องจริง
จังหวะนั้นเอง ซูชิงก็เปิดประตูเดินออกมา เขามองไปทางพี่เฉินแล้วถามว่า เรียบร้อยหรือยังครับ
พี่เฉินตื่นเต้นสุดขีด สายตาที่มองซูชิงตอนนี้ราวกับกำลังมองเทพเจ้าแห่งโชคลาภก็ไม่ปาน
เขารีบพยักหน้ารัวๆ เรียบร้อยแล้วๆ เดี๋ยวพี่จะรีบไปทำเรื่องเลื่อนขั้นให้ รบกวนรอสักครู่นะ
ได้ครับพี่เฉิน แต่ผมขอยืมบัตรพนักงานของพี่หน่อยได้ไหม ผมอยากจะทดสอบอย่างอื่นดูบ้าง ซูชิงเอ่ยปากขอยืมบัตรจากพี่เฉิน
บัตรพนักงานเป็นบัตรเฉพาะสำหรับเจ้าหน้าที่ การใช้บัตรนี้เปิดเครื่องทดสอบต่างๆ จะไม่เสียค่าใช้จ่าย จึงไม่สามารถให้คนอื่นยืมใช้ได้ตามอำเภอใจ
แต่ในเมื่อคนที่ขอยืมคือซูชิง พี่เฉินลังเลอยู่เพียงครู่เดียวก่อนจะยื่นบัตรให้พร้อมกับรอยยิ้ม ได้สิ เอาไปใช้ก่อนเลย
ซูชิงรับบัตรพนักงานมาแล้วเดินตรงไปยังห้องทดสอบพลังจิต ครั้งนี้เขาเลือกตั้งค่าเป็นโหมดส่วนตัว
เมื่อเข้าไปด้านใน เขาก็เอนหลังลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งซึ่งมีลักษณะคล้ายเก้าอี้นอน
ณ ที่แห่งนี้ จิตใจของเขาจะผ่อนคลายถึงขีดสุด ราวกับถูกสะกดจิต เพียงแต่เขาไม่ได้หลับไปจริงๆ
พลังจิต: 0.67 หน่วย
ตัวเลขตรงกับบนหน้าต่างสถานะของเขาเป๊ะ ดูเหมือนว่าเครื่องทดสอบพวกนี้จะมีความแม่นยำสูงใช้ได้เลยแฮะ
หลังจากนั้นซูชิงก็เดินออกจากห้องทดสอบพลังจิต แล้วมาหยุดอยู่หน้าเครื่องทดสอบพลังหมัด
เครื่องนี้มีลักษณะคล้ายเครื่องชกมวยหยอดเหรียญ เพียงแค่ออกแรงชกไปที่เป้าให้เต็มแรงก็พอ
ซูชิงสูดลมหายใจเข้าลึก ร่างกายของเขาระเบิดพลังประดุจสัตว์ร้ายป่าเถื่อน กระดูกสันหลังเกร็งตึงราวกับสายธนูที่ถูกง้างจนสุด
ฝ่าเท้าถีบพื้นส่งแรงกำปั้นพุ่งทะยานเข้ากระแทกเป้าอย่างดุดัน
ปัง
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว เป้าชกสะเทือนเลื่อนลั่น
เครื่องทดสอบพลังหมัดแสดงผลลัพธ์ออกมาทันที
พลังหมัด: 627 กิโลกรัม
ในชาติก่อน พลังหมัดของคนปกติทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 80 ถึง 150 กิโลกรัมเท่านั้น
แต่ซูชิงที่เป็นเพียงเด็กนักเรียนมัธยมปลาย กลับมีพลังหมัดสูงถึง 627 กิโลกรัม นี่มันน่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว
ทะลุกำแพงห้าร้อยกิโลกรัมไปแล้ว แถมยังไม่ได้ใช้ทักษะอะไรเลย แค่ต่อยออกไปส่งๆ เท่านั้นเอง
ค่าปราณโลหิตของเขาไม่ได้ผิดเพี้ยนแน่นอน ต้องเกิน 0.85 ชัวร์ป๊าบ
กลุ่มคนที่เดินตามหลังซูชิงมา พอเห็นพลังหมัดของเขาก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความทึ่ง
ซูชิงไม่ได้สนใจคนพวกนั้น เขาเดินต่อไปยังโซนจำลองความเร็ว
โซนนี้มีลักษณะคล้ายลู่วิ่งขนาดเล็ก ด้านข้างมีเครื่องบันทึกความเร็วตั้งเรียงรายเพื่อวัดความเร็วในการเคลื่อนที่
ซูชิงยืนประจำที่จุดสตาร์ท โน้มตัวเตรียมพร้อมวิ่ง วินาทีต่อมาเขาก็พุ่งทะยานออกไปราวกับเสือชีตาห์
ท่อนขาแข็งแกร่งถีบพื้นส่งร่างพุ่งทะยาน ก่อเกิดกระแสลมกรรโชกแรง เพียงชั่วพริบตาเขาก็พุ่งไปถึงเส้นชัย
หน้าจอในโซนจำลองความเร็วแสดงตัวเลขออกมาทันที
ความเร็ว: 19.4 เมตรต่อวินาที
เมื่อเห็นความเร็วของซูชิง คนรอบข้างก็เอ่ยชมเปาะขึ้นมาอีก
ไอ้หนุ่มนี่ร้ายกาจไม่เบา ความเร็วทะลุ 15 เมตรต่อวินาทีไปแล้ว เกินเกณฑ์มาตรฐานไปเยอะเลย มีของจริงๆ แฮะ
โดยปกติแล้ว หากปราณโลหิตถึงระดับ 0.85 ความเร็วก็จะอยู่ที่ประมาณ 15 เมตรต่อวินาที
แต่ความเร็วของซูชิงกลับพุ่งสูงถึง 19 เมตรต่อวินาที นั่นหมายความว่าความเร็วของเขาทิ้งห่างเกณฑ์มาตรฐานไปไกลมาก
ความเร็วของฉันยังเพิ่มได้อีก ถ้าร่างแยกอสูรยักษ์กลืนทองคำฝึกวิชาประกายทองคำวาบสำเร็จแล้วซิงโครไนซ์มาที่ร่างหลัก
ถึงตอนนั้นความเร็วของฉันคงจะน่ากลัวจนอธิบายไม่ถูกแน่ๆ ซูชิงมองดูตัวเลขความเร็วพลางพึมพำกับตัวเอง
เขาเดินกลับเข้าไปในห้องทดสอบพลังการต่อสู้อีกครั้ง มายืนอยู่หน้าเครื่องประเมินพลังการต่อสู้ เสียบบัตรพนักงานเข้าไปแล้วพิมพ์ชื่อของตัวเองลงไป
บนหน้าจอเครื่องประเมินพลังการต่อสู้ได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่ซูชิงเพิ่งทดสอบไปมาแสดงผลพร้อมกัน
ปราณโลหิต: 0.86 หน่วย
พลังจิต: 0.67 หน่วย
พลังหมัด: 627 กิโลกรัม
ความเร็ว: 19.4 เมตรต่อวินาที
พลังการต่อสู้โดยรวม: 48 หน่วย
[จบแล้ว]