- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอสามีดีๆสักคน
- บทที่ 15 - แย่งชิง
บทที่ 15 - แย่งชิง
บทที่ 15 - แย่งชิง
บทที่ 15 - แย่งชิง
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ผู้ที่ปลุกพลังจิตได้จะต้องผ่าเจอหินหยกระดับสามขึ้นไปให้ได้สามก้อน และนำส่งมอบให้แก่สมาคมผู้ทำพันธสัญญา ทางสมาคมจึงจะออกบัตรประจำตัวผู้ฝึกหัดพันธสัญญาพลังงานให้ เมื่อมีบัตรผู้ฝึกหัดแล้วจึงจะมีสิทธิ์เข้าเรียนในสถาบันผู้ทำพันธสัญญาได้
หากผู้ตื่นรู้สามารถใช้พลังจิตสกัดน้ำยาพลังงานจากหินหยกออกมาได้สามขวด สมาคมจะออกใบรับรองคุณสมบัติผู้ทำพันธสัญญาพลังงานระดับหนึ่งให้ คำว่าผู้ฝึกหัดกับผู้ทำพันธสัญญาแม้จะห่างกันเพียงก้าวเดียว แต่สถานะนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
รวอเหยียนเป็นการปลุกพลังจิตแบบพึ่งยา เป็นไปไม่ได้ที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้ทำพันธสัญญาในทันที เธอต้องเริ่มจากการเป็นผู้ฝึกหัดพันธสัญญาพลังงาน แล้วค่อยๆ ฝึกฝนเก็บเกี่ยวประสบการณ์ถึงจะได้เลื่อนขั้นเป็นผู้ทำพันธสัญญาพลังงาน
รวอเหยียนต้องการหินหยกระดับสามขึ้นไป แทนที่จะไปเสี่ยงดวงเองกลับมาขอก้อนนี้ของเธอ เห็นได้ชัดว่าหวังจะชุบมือเปิบ ดีไม่ดีหินหยกอีกสองก้อนนั้นเธอก็คงไม่ได้ผ่าเจอเองด้วยซ้ำ
ที่รวอเหยียนกล้าทำแบบนี้ ก็เพราะว่าผู้ทำพันธสัญญานั้นมีจำนวนน้อยมาก ทางจักรวรรดิจึงผ่อนปรนการทดสอบเบื้องต้นสำหรับผู้ที่ปลุกพลังวิญญาณต้นกำเนิดและพลังจิตให้ผ่านง่ายขึ้น การจะได้บัตรผู้ฝึกหัดจึงไม่ยากนัก แต่ถ้าอยากได้ใบรับรองผู้ทำพันธสัญญานั้นต้องใช้ฝีมือของจริง
รวอเหยียนต้องการหินหยกเกรดสูงระดับสามก้อนสุดท้ายอย่างเร่งด่วน แต่รวอปี้ไม่มีวันให้ พูดมากไปก็เปลืองน้ำลาย เธอพูดแค่สามคำสั้นๆ ว่า "ฉันไม่ขาย" ต่อให้ขายก็ไม่ขายให้เธอ
"พี่พูดอะไรนะ ตอนนี้ฉันเป็นคนเดียวในตระกูลรวอที่ปลุกพลังจิตได้นะ แค่หินหยกก้อนเดียว พี่ยังจะให้ฉันซื้ออีกเหรอ" รวอเหยียนโกรธจนเสียงดังขึ้นมาทันที
"จะให้ฉันยกให้ฟรีๆ เหรอ ฝันกลางวันอยู่หรือไง" รวอปี้รู้สึกมาตลอดว่ายัยน้องคนนี้หน้าตาก็ดูฉลาดเฉลียว แต่สมองกลับทึ่มทื่อ วันนี้ได้เห็นกับตาแล้ว "อย่าว่าแต่เธอไม่อยากใช้เงินซื้อเลย ต่อให้เธออยากซื้อ ฉันก็ไม่ขายให้"
"พี่เป็นพี่สาวภาษาอะไรเนี่ย" รวอเหยียนหันกลับไปขอความช่วยเหลือจากรวอจวิ้น "พี่ดูยัยนี่สิ"
รวอจวิ้นก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว "อาปี้ เธอโตแล้วนะ ควรจะรู้ความได้แล้ว การที่ตระกูลรวอของเราจะมีผู้ทำพันธสัญญาผู้สูงส่งกำเนิดขึ้นมาสักคนมันมีความหมายแค่ไหน เธอเองก็น่าจะรู้ดี เสี่ยวเหยียนยังเด็ก เธอยังไม่ประสีประสา เห็นแก่หน้าฉัน อย่าไปถือสาหาความน้องเลย เอาหยกแดงออกมาเถอะ"
สีหน้าของรวอปี้เปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที แม้แต่รวอจวิ้นที่ได้รับการอบรมมาอย่างดีก็ยังพูดจาไม่รู้เรื่องไปกับเขาด้วย
"อาจวิ้น หยกแดงก้อนนี้อาปี้เป็นคนผ่าเจอเอง ถ้าเสี่ยวเหยียนอยากได้ก็ให้เธอไปเสี่ยงดวงเอาเองสิ เธอปลุกพลังจิตได้แล้วไม่ใช่เหรอ การพนันหินคงไม่ใช่เรื่องยากหรอกมั้ง" กวนจู๋ถิงก้าวมายืนขวางหน้ารวอปี้ ปกป้องเธอจากรวอจวิ้นที่กำลังกดดัน
"ตรงนี้ไม่มีส่วนให้เธอพูด" รวอเหยียนเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี คนนอกอย่างหล่อนมีสิทธิ์อะไรมายุ่งเรื่องของคนตระกูลรวอ
คราวนี้กวนจู๋ถิงหน้าเปลี่ยนสีบ้าง "เสี่ยวเหยียน นี่หรือการอบรมสั่งสอนที่เธอได้รับ"
รวอจวิ้นทำหน้าขรึม "น้องสาวผมจะมีมารยาทหรือไม่ ก็ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะมาวิจารณ์"
รวอปี้เหลือบมองเหวินเย่าที่นั่งดูสถานการณ์อยู่เงียบๆ โลกใบนี้วัดกันที่พลัง แม้จะมีกฎหมาย แต่การฆ่าคนชิงสมบัติก็เป็นเรื่องที่เห็นได้บ่อยๆ รวอจวิ้นอาจจะไม่กล้าลงมือทำร้ายเธอ แต่การแย่งชิงหยกแดงไปดื้อๆ นั้นมีความเป็นไปได้สูง
หากหยกแดงตกไปอยู่ในมือรวอจวิ้น จะทวงคืนทีหลังคงยาก
ขืนปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไปผลลัพธ์คงไม่สวย รวอปี้สมองแล่นเร็วรี่ ถามออกไปว่า "หยกแดงในมือฉันก้อนนี้ ถึงยังไงรวอเหยียนก็ไม่ได้เป็นคนผ่าเจอเอง ต่อให้ฉันยกให้เธอ จะเอาไปนับรวมในการทดสอบได้เหรอ"
เหวินเย่าตอบแทนรวอจวิ้นว่า "เรื่องนี้จัดการง่ายมาก ขอแค่เธอปิดปากเงียบ ลงบันทึกว่าหยกแดงเป็นชื่อของเสี่ยวเหยียน ก็ไม่มีปัญหาแล้ว"
"ถ้าพี่ยอมให้ลงบันทึกเป็นชื่อฉัน ฉันจะให้พี่ชายจ่ายเงินให้พี่หนึ่งล้านเหรียญดวงดาว ถือซะว่าซื้อต่อจากพี่ก็ได้" รวอเหยียนรีบเสนอตามมาติดๆ
[จบแล้ว]