- หน้าแรก
- ลงชื่อเข้าใช้หนึ่งล้านปี ออกมาอีกทีพี่คือพระเจ้า
- บทที่ 9 - ยาแค่ไม่กี่แสนเม็ด พ่อเอาจริงดิ?
บทที่ 9 - ยาแค่ไม่กี่แสนเม็ด พ่อเอาจริงดิ?
บทที่ 9 - ยาแค่ไม่กี่แสนเม็ด พ่อเอาจริงดิ?
บทที่ 9 - ยาแค่ไม่กี่แสนเม็ด พ่อเอาจริงดิ?
ถนนโชวะ ถนนอวี้หลิน ถนนเฟิงหัว
ถนนสามสายนี้คือทำเลทองที่ร้านค้าของตระกูลซูตั้งอยู่หนาแน่น
คนของตระกูลซูเพิ่งมาถึง เตรียมจะเปิดร้าน ก็พบว่าบนถนนมีร้านค้าหน้าใหม่ผุดขึ้นมาเพียบ ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่สักพักก็เริ่มเห็นความผิดปกติ
ร้านพวกนี้ขายของเหมือนกับพวกเขาเปี๊ยบ
แต่อย่างเดียวที่ไม่เหมือนคือราคา ราคาของพวกนั้นถูกกว่าของตระกูลซูประมาณสองส่วน
สินค้าในร้านตระกูลซูเกรดไม่สูงนัก ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ฝึกตนทั่วไป สำหรับคนกลุ่มนี้แล้วประหยัดได้ก็ต้องประหยัด
ราคาถูกกว่าสองส่วน ดึงดูดลูกค้าไปได้มหาศาลทันที ไม่เว้นแม้แต่ลูกค้าเก่าแก่ของตระกูลซู
"ท่านผู้ดูแล ข้าสืบมาแล้วขอรับ"
ภายในร้านค้าตระกูลซู ชายวัยกลางคนหน้าเครียด แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร "บอกมา ใครกล้าเป็นศัตรูกับตระกูลซู"
ลูกน้องที่มารายงานสีหน้าไม่สู้ดีนัก ทั้งยังดูหวาดกลัว "เบื้องหลังร้านพวกนั้น มีเงาของสี่ตระกูลใหญ่อยู่ด้วยขอรับ"
ผู้ดูแลร้านหน้าเปลี่ยนสี "เจ้าแน่ใจนะว่าทั้งสี่ตระกูลร่วมมือกัน?"
"มั่นใจขอรับ ร้านเปิดใหม่มีเกือบหกสิบร้าน ส่วนใหญ่เป็นของตระกูลหวัง ตระกูลเหอที่น้อยที่สุดยังเปิดตั้งเจ็ดร้าน"
ฟังรายงานจบ ผู้ดูแลร้านหน้าซีดเผือด
สี่ตระกูลใหญ่จับมือกันเล่นงานตระกูลซู เจตนานี้มันชัดเจนเกินไปแล้ว
ซูอวี่ลุกขึ้นยืน สั่งกำชับ "อย่าไปหาเรื่องพวกมันนะ"
พูดจบเขาก็รีบออกจากร้านตรงดิ่งกลับตระกูลซูทันที เรื่องนี้ใหญ่หลวงนัก ต้องรีบรายงานตระกูล
......
ห้องประชุมใหญ่ตระกูลซู
มีคนนั่งอยู่เกือบสามสิบคน ล้วนเป็นระดับหัวกะทิผู้กุมอำนาจในตระกูล นอกจากเหล่าผู้อาวุโสแล้ว ยังมีคนจากสายรองเข้าร่วมด้วยหลายคน
ซูชิงเทียนสีหน้าเคร่งเครียด "ข้าขอไม่อ้อมค้อม ซูอวี่ส่งข่าวมาบอกว่า สี่ตระกูลใหญ่รวมหัวกันเปิดร้านแข่ง แย่งลูกค้าเรา ขายของเหมือนกันแต่ตัดราคาลงเกือบสองส่วน"
อะไรนะ!
หลายคนในที่ประชุมตื่นตระหนก ข่าวนี้มีนัยยะสำคัญมาก
อย่างแรกคือสี่ตระกูลใหญ่ร่วมมือกัน นั่นหมายความว่าพวกเขาเลือกข้างกันเสร็จสรรพแล้วใช่ไหม?
ซูเหอขมวดคิ้ว "กิจการร้านค้าคือกุญแจสำคัญในการหล่อเลี้ยงตระกูล สี่ตระกูลทำแบบนี้ กะจะตัดแขนตัดขาเราชัดๆ"
ถ้าไม่มีรายได้จากร้านค้า ตระกูลซูไม่มีทางเลี้ยงดูคนนับพันในตระกูลได้แน่
ต่อให้ซูเฉินให้มาสามพันล้าน แต่มันก็ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาระยะยาว ตระกูลของพวกเขาไม่ได้จะอยู่แค่ไม่กี่สิบปีเสียเมื่อไหร่
ในห้องประชุมไม่มีเสียงจอแจ ไม่มีใครกระซิบกระซาบ ทุกคนต่างหน้าเครียด ครุ่นคิดอย่างหนัก
การประชุมมีไว้เพื่อหาทางออก ถ้ายังไม่มีทางออกก็ไม่จำเป็นต้องพูดพร่ำทำเพลง
ทันใดนั้น ชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำก็ลุกขึ้นยืน เขาคือซูจวงจากสายรอง
"ยังมีอีกเรื่องที่ต้องรายงานท่านประมุขครับ"
ซูชิงเทียนเงยหน้า "ว่ามา"
ซูจวงหน้าเศร้า "เมื่อเช้าข้าเพิ่งได้รับข่าว ยังไม่ทันได้รายงาน"
"กลุ่มทหารรับจ้างระดับวิญญาณแรกเริ่มหลายกลุ่มที่เคยร่วมมือกับเรา ต่างพากันยกเลิกสัญญา ต่อไปจะไม่ส่งทรัพยากรให้ตระกูลซูเราอีก พอข้าไปถาม พวกเขาก็บอกว่าตระกูลหวังทั้งขู่ทั้งปลอบ จ่ายเงินก้อนโตจ้างไม่ให้พวกเขาร่วมมือกับเรา"
ซูชิงเทียนได้ยินดังนั้น แววตาก็ระเบิดจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
ตระกูลหวัง รังแกกันเกินไปแล้ว!
ไม่สิ ตอนนี้ไม่ใช่แค่ตระกูลหวัง ต้องบอกว่าเป็นสี่ตระกูลใหญ่ต่างหาก
ทรัพยากรที่ขายในเมือง ส่วนน้อยที่ตระกูลจะออกไปหาเอง ส่วนใหญ่ต้องพึ่งพากลุ่มทหารรับจ้าง
กลุ่มทหารรับจ้างออกไปหาของ แล้วพวกเขารับมาขายต่อ
ถ้าทหารรับจ้างไม่ส่งของให้ ก็เท่ากับร้านค้าเปิดต่อไม่ได้แล้ว
ซูอวี่พูดด้วยความกังวล "ตระกูลซูเรารากฐานไม่แน่น ร้านค้าก็เน้นกำไรน้อยขายออกไว ถ้าลดราคาลงสองส่วน นอกจากจะไม่ได้กำไรแล้ว ยังเข้าเนื้ออีก ตอนนี้ตระกูลก็ลำบากอยู่แล้ว จะทำยังไงกันดีขอรับ?"
คนตระกูลซูหลายคนเริ่มหน้าเสีย แต่พวกซูชิงเทียนยังพอเก็บอาการได้
แม้การขาดรายได้จะเป็นเรื่องใหญ่ แต่อย่างน้อยในมือก็มีเงินสามพันล้าน พอประคองตัวไปได้อีกนาน ขอแค่หาทางแก้ให้ได้ภายในช่วงเวลานั้นก็พอ
ซูอวิ๋นเชียนครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนเอ่ยขึ้น "เล่นสงครามราคา ตระกูลซูเราสู้สี่ตระกูลไม่ได้แน่ งั้นเราถอยมาตั้งหลักก่อน ลดการลงทุนในร้านค้า โยกคนไปทำอย่างอื่นที่ได้ผลตอบแทนดีกว่า"
"อย่างเช่นตั้งกลุ่มทหารรับจ้าง หาของเอง หรือไม่ก็ไปล่าสัตว์อสูรที่ป่าจันทร์กระจ่าง"
แม้วิธีนี้จะเป็นทางเลือกท้ายๆ แต่มันก็เป็นทางรอดไม่กี่ทางที่ตระกูลซูเหลืออยู่
"คารวะนายน้อย!"
เสียงทำความเคารพดังขึ้นที่หน้าห้องประชุม
จากนั้นร่างของซูเฉินก็เดินเข้ามา
ซูอวิ๋นเชียนรีบยิ้มกว้าง "มาๆ เฉินเอ๋ย มานั่งข้างลุงนี่"
ทุกคนเห็นฉากนี้ก็ใจเต้นระรัว ซูอวิ๋นเชียนเป็นถึงผู้อาวุโสใหญ่ การให้ซูเฉินมานั่งข้างกาย ความหมายมันชัดเจนโดยไม่ต้องพูด
แน่นอนว่าด้วยความเก่งกาจของซูเฉินตอนนี้ ก็เหมาะสมที่จะเป็นระดับสูงของตระกูลซูแล้ว
ซูเฉินไม่เกรงใจ เดินไปนั่งลงข้างซูอวิ๋นเชียนทันที เขากวาดตามองรอบห้องแล้วพูดขึ้น
"จริงๆ แล้วไม่ต้องคิดให้ยุ่งยากหรอกครับ สี่ตระกูลอยากเล่นลูกไม้ตื้นๆ ก็ปล่อยให้เล่นไป ไม่ต้องไปสนใจ"
"เป้าหมายของการเปิดร้านคือหาเงินมาเลี้ยงตระกูล แต่ตอนนี้ตระกูลซูเราไม่ขาดแคลนทรัพยากรครับ"
สิ้นคำพูด คนทั้งห้องก็ชะงักกึก
หลายคนแอบส่ายหน้า นายน้อยยังเด็กเกินไป ไม่เข้าใจสถานการณ์ตระกูลตอนนี้เลย คลังตระกูลแทบจะว่างเปล่า ยังจะมาบอกว่าไม่ขาดแคลนทรัพยากรอีก
เรื่องซูเฉินให้เงินสามพันล้าน มีแค่ระดับสูงสายเลือดหลักเท่านั้นที่รู้ คนอื่นไม่มีใครรู้เรื่อง
เพราะเงินสามพันล้านมันเยอะเกินไป ถ้าคนรู้เยอะแล้วข่าวรั่วไหล อาจดึงดูดภัยมาถึงตัว
คนไม่ผิด ผิดที่ครอบครองหยก เรื่องง่ายๆ แค่นี้พวกเขาเข้าใจดี
ซูชิงเทียนรู้ว่าลูกชายไม่ได้โง่ จึงอดถามไม่ได้ "เฉินเอ๋ย ลูกมีวิธีเหรอ?"
ซูเฉินยิ้มบางๆ ส่งแหวนมิติให้ซูชิงเทียน พร้อมส่งกระแสจิตบอก
"พ่อครับ ในนี้มียาจุติปราณระดับหนึ่ง ห้าแสนเม็ด แล้วก็ยาคืนต้นกำเนิดระดับสอง อีกหนึ่งแสนสามหมื่นเม็ด"
"ผมไปขออาจารย์มาให้โดยเฉพาะ พ่อเอาไปใช้ได้เลยไม่ต้องห่วง รับรองพอเลี้ยงตระกูลได้สบาย"
อะไรนะ!
ซูชิงเทียนลุกพรวดพราด แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
ยาจุติปราณห้าแสนเม็ด ยาคืนต้นกำเนิดหนึ่งแสนสามหมื่นเม็ด!
นี่ลูกพูดจริงเหรอ?
คลังสำรองยาจุติปราณของทั้งเมืองจันทรา ยังมีแค่แสนถึงสองแสนเม็ด ส่วนยาคืนต้นกำเนิดยิ่งหายากกว่า มีสักหมื่นเม็ดก็นับว่าหรูแล้ว
ซูอวิ๋นเชียนและเหล่าผู้อาวุโสต่างหน้าตื่น สีหน้าแบบนี้คุ้นตามาก เหมือนตอนที่ซูเฉินควักเงินสามพันล้านออกมาไม่มีผิด
หรือว่า......
ซูชิงเทียนมือสั่นเทาขณะรับแหวนมิติ ส่งกระแสจิตเข้าไปตรวจสอบ ภาพที่เห็นคือขวดกระเบื้องกองเท่าภูเขาเลากา ในแต่ละขวดมียาเม็ดกลมเกลี้ยงบรรจุอยู่ห้าเม็ด
ของจริง!
......
[จบแล้ว]