เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 - เกิดใหม่ในกองเพลิง กับอาจารย์ผู้แข็งแกร่ง

บทที่ 5 - เกิดใหม่ในกองเพลิง กับอาจารย์ผู้แข็งแกร่ง

บทที่ 5 - เกิดใหม่ในกองเพลิง กับอาจารย์ผู้แข็งแกร่ง


บทที่ 5 - เกิดใหม่ในกองเพลิง กับอาจารย์ผู้แข็งแกร่ง

สถานการณ์ตกอยู่ในความเงียบกริบ ทุกคนเบิกตากว้างมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ

หลี่ไห่ซานถูกทำลายวรยุทธ์ในชั่วพริบตา แค่นี้ก็สะเทือนขวัญพอแล้ว

แต่หลี่ชิวกลับถูกซูเฉินหมัดเดียวจอดตายคาที่ เรื่องนี้มันสยองขวัญเกินไปแล้ว

ต้องรู้ก่อนว่าหลี่ชิวไม่ใช่ระดับวิญญาณแรกเริ่มขั้นต้น แต่เป็นถึงขั้นปลาย ต่อให้เป็นซูชิงอวิ๋นอยากจะจัดการหลี่ชิวก็ยังไม่ใช่เรื่องง่าย นับประสาอะไรกับเด็กเมื่อวานซืนอย่างซูเฉิน

แต่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ก็ดันเกิดขึ้นตำตาพวกเขาแล้ว

หลี่ชิวถูกซูเฉินฆ่า แถมยังเป็นการฆ่าในหมัดเดียว

แม้แต่คนตระกูลซูเองก็ยังยืนบื้อ ตาโตเท่าไข่ห่าน ปากอ้ากว้างจนยัดไข่ไก่เข้าไปได้

สี่ผู้อาวุโสรวมถึงซูชิงอวิ๋นและซูหยวนป้าต่างมึนงงไปหมด ความตกตะลึงในใจโหมกระหน่ำราวกับคลื่นยักษ์

หลังจากเงียบกริบไปชั่วอึดใจ คนตระกูลซูก็พากันตะโกนก้องด้วยความฮึกเหิม

"นายน้อย!"

"นายน้อย!"

"ที่แท้นายน้อยก็ไม่ได้เสียวรยุทธ์ แถมยังก้าวหน้าขึ้นไปอีก ถึงขนาดฆ่าหลี่ชิวระดับวิญญาณแรกเริ่มได้ สวรรค์คุ้มครองตระกูลซูจริงๆ!"

ผู้อาวุโสบางคนถึงกับน้ำตาคลอเบ้าด้วยความตื้นตัน

ในมุมมืด เหล่าคนที่มามุงดูเรื่องสนุกต่างหน้าถอดสีไปตามๆ กัน

ซูเฉิน ยังไม่หมดสภาพ!

ห่างออกไปไม่กี่ช่วงตึก ชายหน้าบากคนหนึ่งมีสีหน้าย่ำแย่ถึงขีดสุด แววตาฉายแววอำมหิตพลางกระซิบสั่งการกับความมืด

"รีบส่งข่าวกลับไปบอกนายท่านเดี๋ยวนี้ ซูเฉินไม่ได้เสียวรยุทธ์ เกรงว่าก่อนหน้านี้คงซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ คาดว่าน่าจะทะลวงถึงระดับวิญญาณแรกเริ่มไปนานแล้ว ตอนนี้เป็นไปได้สูงว่าอาจจะถึงขั้นปลายหรือไม่ก็ขั้นสูงสุดแล้วด้วยซ้ำ"

"อายุแค่นี้แต่บรรลุถึงระดับนี้ได้ อีกไม่นานคงทะลวงสู่ระดับแปลงจิต บอกนายท่านให้รีบลงมือจัดการตระกูลซูโดยด่วน ไม่อย่างนั้นภายหลังจะยิ่งลำบาก"

"อีกอย่าง ส่งข่าวไปบอกคนตระกูลหวังด้วย ให้พวกมันรีบขยับตัวทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันหน่อย คิดจะเป็นตาอยู่รอชุบมือเปิบอย่างเดียว ฝันไปเถอะ!"

ไม่นานนัก เสียงตอบรับจากความมืดก็ดังขึ้น

"รับทราบ!"

ชายหน้าบากหันกลับไปมองซูเฉินที่อยู่ไกลๆ แววตาเต็มไปด้วยความหวาดระแวง "อายุยังไม่ถึงยี่สิบแต่มีวรยุทธ์ขนาดนี้ ดูท่าบนตัวซูเฉินต้องมีความลับยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ สมแล้วที่ตระกูลซูโดนตั้งค่าหัวไว้สูงลิ่ว"

เมื่อคิดถึงตรงนี้ รอยยิ้มชั่วร้ายก็ผุดขึ้นบนใบหน้า

"ไม่แน่อาจจะเป็นวาสนาของเราก็ได้ ขอแค่ยึดทุกอย่างของตระกูลซูมาได้ ความลับอะไรก็ต้องตกเป็นของเรา แถมยังได้ค่าตอบแทนก้อนโตอีก"

"ซูเฉิน ดวงแข็งนักนะ ใช้นักรบเดนตายระดับก่อกำเนิดตั้งสามสิบคนยังฆ่าแกไม่ได้"

......

หน้าประตูตระกูลซู

ซูหยวนป้ากับซูชิงอวิ๋นรีบเดินเข้าไปหาซูเฉิน ในใจพวกเขามีคำถามเป็นหมื่นล้านคำ แต่ก็ยังรีบเอาตัวเข้ามาบังซูเฉินไว้ข้างหลังก่อน

ซูชิงอวิ๋นประกาศเสียงแข็งกับฝูงชน "หลี่ชิวบังอาจลงมือกับลูกหลานตระกูลข้า โดนฆ่าตายก็สมควรแล้ว หากตระกูลหลี่ไม่พอใจ ก็เชิญมาทวงความยุติธรรมที่ตระกูลซูได้เลย"

เมื่อก่อนตอนไม่มีซูเฉิน พวกเขายังไม่ค่อยมั่นใจนัก

แต่ตอนนี้ซูเฉินวรยุทธ์กลับคืนมา แถมยังเก่งกาจถึงเพียงนี้ ฆ่าหลี่ชิวระดับวิญญาณแรกเริ่มขั้นปลายได้ สร้างความมั่นใจให้พวกเขาอย่างมหาศาล

ตระกูลอื่นอาจมีรากฐานมั่นคง แต่ตระกูลซูนั้นต่างออกไป

ตระกูลซูไม่มีทรัพย์สินในเมืองจันทรามากนัก ถ้าจวนตัวจริงๆ อย่างมากก็แค่พาซูเฉินหนีออกจากเมืองจันทรา รอให้วรยุทธ์แกร่งกล้าค่อยกลับมาล้างแค้น

และเพราะเหตุนี้เอง ตระกูลหวังที่มีกำลังเหนือกว่าตระกูลซู จึงไม่กล้าแตกหักกับตระกูลซูแบบแลกด้วยชีวิต

พูดจบ ซูชิงอวิ๋นก็รีบพาซูเฉินกลับเข้าตระกูล

ภายในห้องโถงใหญ่ตระกูลซู

มีเพียงสี่ผู้อาวุโสและซูเฉินเท่านั้น

ซูชิงอวิ๋นสีหน้าจริงจัง "เฉินเอ๋ย เล่าให้อาสองฟังชัดๆ ซิว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่"

ฝีมือของซูเฉินก้าวกระโดดผิดปกติเกินไป ซูชิงอวิ๋นอดห่วงไม่ได้ว่าหลานชายอาจโดนวิญญาณอื่นมาแย่งชิงร่าง

ซูเฉินเตรียมข้ออ้างไว้แล้ว เขาปล่อยหมัดเบาๆ ใส่ซูชิงอวิ๋น ดูเหมือนหมัดธรรมดาที่ไร้เรี่ยวแรง แต่กลับทำให้ซูชิงอวิ๋นผู้มีวรยุทธ์ระดับวิญญาณแรกเริ่มขั้นสูงสุด ถึงกับเซถอยหลังไปหลายก้าว

"อะไรกัน!"

ซูชิงอวิ๋นหน้าถอดสี ซูเฉินออกหมัดมั่วๆ แต่เขากลับรับมือไม่ได้เลย

ซูเฉินยิ้มตอบ "อาสองครับ จริงๆ แล้วตอนเด็กๆ ผมเคยฝากตัวเป็นศิษย์กับอาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านเก่งกาจมาก แต่ท่านสั่งห้ามไม่ให้เปิดเผยตัวตน ผมเลยต้องปิดบังมาตลอด"

"แล้วผมก็ไม่ได้มีรากปราณระดับสูงสุดอะไรนั่นหรอก ความจริงแล้วผมมีกายาระดับศักดิ์สิทธิ์ต่างหาก"

"กายานี้จะตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อผมเผชิญกับความตาย ดังนั้นการโดนทำลายวรยุทธ์ครั้งนี้ ถือว่าเป็นวาสนา ทำให้ผมได้เกิดใหม่ในกองเพลิงอย่างแท้จริง"

ซูชิงอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็หน้าตื่น ลอบกลืนน้ำลายลงคอ

กายาศักดิ์สิทธิ์!

ซูเฉินมีกายาสวรรค์ประทานที่ท้าทายฟ้าดินขนาดนี้เชียวหรือ!?

แถมยังมีอาจารย์ลึกลับอีก ทำไมเรื่องใหญ่ขนาดนี้เขาไม่เคยรู้มาก่อน แววตาของเขาเริ่มระแวดระวังขึ้นมา

"วันเกิดตอนเจ็ดขวบ อาให้อะไรเป็นของขวัญเจ้า?"

ซูเฉินหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก แต่ก็ตอบไปตามตรง "อาให้มีดสั้นผมมาเล่มหนึ่ง ผมตั้งชื่อมันว่าชิงเฟิง แต่ตอนหลังผมทำหายไปแล้ว"

"ตอนอาให้ผม เรายืนอยู่กันที่ลานบ้านข้างๆ นี่ไง"

ซูชิงอวิ๋นได้ยินแบบนั้นก็โล่งอก การแย่งชิงร่างในหมู่ผู้ฝึกตนเป็นเรื่องปกติ แต่หลังแย่งร่างจะมีความทรงจำเหลืออยู่แค่ช่วงสั้นๆ เรื่องราวสมัยเจ็ดขวบไม่มีทางจำได้แน่

แสดงว่าซูเฉินไม่ได้โดนแย่งร่าง

ซูชิงอวิ๋นยิ้มแก้มปริ "ไอ้ลูกหมา เงียบเชียวนะ ช่วงที่ผ่านมาทำเอาพวกอาตกใจแทบตาย"

ผู้อาวุโสทั้งสี่ของตระกูลซูต่างยิ้มหน้าบาน ซูเฉินเป็นหลานชาย และเป็นนายน้อยที่จะสืบทอดตระกูล ยิ่งซูเฉินเก่งพวกเขาก็ยิ่งดีใจ

ซูหยวนป้าบ่นอุบ "ในเมื่อฝีมือกลับมาแล้ว ตอนอาไปเยี่ยมทำไมต้องแกล้งทำหน้าเศร้าเป็นหมาหงอยด้วย?"

ซูเฉินเกาหัวแก้เก้อ ตอนนั้นผมยังไม่ได้เปิดใช้งานกายาเซียนปฐมกาล จะให้ทำหน้าระรื่นได้ไงเล่า

"เรียนท่านผู้อาวุโส ท่านประมุขกับผู้อาวุโสใหญ่กลับมาแล้วขอรับ!"

ร่างสองร่างเดินเข้ามาในตระกูลซูอย่างช้าๆ คนนำหน้าดูองอาจผ่าเผย เขาคือประมุขตระกูลซู ซูชิงเทียน

ส่วนคนที่เดินเคียงข้างดูสุขุมนุ่มลึกกว่า มีกลิ่นอายเหมือนบัณฑิตคงแก่เรียน คนผู้นี้คือผู้อาวุโสใหญ่ ซูอวิ๋นเชียน

ทว่าทั้งคู่ต่างมีสีหน้าหม่นหมอง เห็นชัดว่าการออกไปหาวิธีรักษาซูเฉินครั้งนี้ คว้าน้ำเหลวกลับมาอีกแล้ว

ซูชิงเทียนถอนหายใจ "เจ้ารอง เฉินเอ๋ยคงมีกรรมเก่า คงเป็นชะตาของเขา อย่าใช้ทรัพยากรที่เหลืออยู่น้อยนิดของตระกูลไปกับการรักษารากปราณอีกเลย"

การวิ่งเต้นตลอดสองเดือนมานี้ ทำให้ซูชิงเทียนสิ้นหวังแล้ว

เขาลองทุกวิถีทาง ใช้ทรัพยากรไปนับไม่ถ้วน แต่ก็ไร้ผล ซูเฉินไม่แม้แต่จะฟื้นขึ้นมา ช่วงหลังลมหายใจยิ่งรวยรินลงเรื่อยๆ

แม้ซูชิงเทียนจะทำใจยาก แต่ซูเฉินคงยื้อไม่ไหวแล้วจริงๆ

อย่างมากไม่เกินครึ่งเดือน คงสุดทางยื้อ

ซูอวิ๋นเชียนถลึงตาทันที "พี่ใหญ่พูดอะไรแบบนั้น พี่สะใภ้จากไปแล้ว พี่ก็เหลือลูกชายแค่คนเดียว ต่อให้รักษาพลังยุทธ์ไว้ไม่ได้ แต่อย่างน้อยต้องรักษาชีวิตไว้ ถึงต้องถลุงตระกูลซูจนหมดตัว ข้าก็จะลากมันกลับมาจากปรโลกให้ได้"

ซูชิงเทียนได้ยินคำพูดนั้น ใบหน้าก็ฉายแววรู้สึกผิดจับใจ

เขารู้สึกว่าเป็นเพราะตัวเอง ที่ทำให้ตระกูลต้องพลอยลำบากไปด้วย

ตระกูลซูไม่ใช่คนพื้นที่เมืองจันทรา แต่ย้ายเข้ามาทีหลัง ทำให้ห้าตระกูลใหญ่เดิมต่อต้านตระกูลซูมาก โดยเฉพาะตระกูลหวังที่จ้องจะล้างบางพวกเขาตลอดเวลา

ตระกูลซูสถานการณ์ลำบากอยู่แล้ว มาเจอเรื่องนี้เข้าไป ยิ่งย่ำแย่หนักกว่าเดิม

แต่ทันใดนั้น ซูชิงเทียนก็ชะงักกึก

กลุ่มคนที่กำลังเดินมาต้อนรับพวกเขา เมื่อเขามองเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งในกลุ่มนั้น รูม่านตาก็หดวูบ

"เฉินเอ๋ย!"

......

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 5 - เกิดใหม่ในกองเพลิง กับอาจารย์ผู้แข็งแกร่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว