- หน้าแรก
- เกิดใหม่วันสิ้นโลก กักตุนในรถขยะ สยบชะตาทายาทลวง
- บทที่ 30 รถขยะอัปเกรดอีกแล้ว
บทที่ 30 รถขยะอัปเกรดอีกแล้ว
บทที่ 30 รถขยะอัปเกรดอีกแล้ว
จนกระทั่งทาครีมเสร็จ เจียงเนี่ยนก็ยังคิดหาวิธีที่ดีที่สุดไม่ได้
เธอคลึงหว่างคิ้ว ตัดสินใจว่าจะค่อยๆ แก้ปัญหาไปตามสถานการณ์ พรุ่งนี้ตอนออกไปข้างนอกค่อยหาโอกาสเตือนอีกที
จากนั้นเจียงเนี่ยนก็เข้าไปในมิติ
วันนี้เธอเก็บผลึกคริสตัลธรรมดาได้สองก้อนระหว่างทาง ก้อนหนึ่งทิ้งไว้บนรถขยะ อีกก้อนวางไว้ในมิติ รอดูการอัปเกรดในวันพรุ่งนี้
เธอยืนอยู่หน้าอ่างปลาขนาดใหญ่ข้างน้ำพุวิญญาณ มองดูปลาที่ว่ายไปมาอย่างร่าเริง
เพราะไฟดับ เครื่องทำออกซิเจนในซูเปอร์มาร์เก็ตก็หยุดทำงาน ปลาหลายตัวตอนที่เก็บเข้ามิตินั้นอยู่ในสภาพกึ่งหงายท้องแล้ว แต่ระหว่างทางกลับเขตรักษาความปลอดภัย เธอเกิดไอเดียขึ้นมาจึงตักน้ำพุวิญญาณเล็กน้อยเทลงไปในอ่างปลา
ไม่นึกเลยว่าเกล็ดปลาที่เคยหลุดลอกจะงอกกลับมาใหม่ และพวกมันก็มีชีวิตชีวาทั้งหมด
เจียงเนี่ยนมีความเข้าใจในสรรพคุณอันน่าทึ่งของน้ำพุวิญญาณเพิ่มขึ้นอีกขั้น
เพื่อกำหนดขนาดของพื้นที่ที่มีอากาศ เธอจึงจุดเทียนแล้วเดินวนรอบน้ำพุวิญญาณในระยะไม่กี่เมตร ถ้าเทียนดับแสดงว่าถึงเขตพื้นที่หยุดนิ่งของมิติแล้ว ถ้าเทียนไม่ดับแสดงว่าเป็นพื้นที่ที่มีอากาศ
พื้นที่ส่วนนี้เธอต้องใช้ด้ายแดงแบ่งสัดส่วนไว้ให้ดี ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้ถ้าเผลอเอาสัตว์ไปวางในเขตหยุดนิ่ง สิ่งที่เธอทำมาทั้งหมดคงสูญเปล่า
หลังจากถูกมิติเด้งออกมาและเข้าไปใหม่ถึงสามครั้ง เจียงเนี่ยนถึงขีดเส้นแบ่งได้สำเร็จ
หลังจากเก็บเทียนเรียบร้อย เจียงเนี่ยนก็เหนื่อยจนแทบทนไม่ไหว เธอเอาที่นอนออกมาแล้วหลับสนิทไปทันที
วันรุ่งขึ้น เจียงเนี่ยนตื่นมาด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย ลุงหลี่จึงถามว่าเป็นอะไร
เจียงเนี่ยนโมโห “เส้นที่อุตส่าห์ขีดไว้เมื่อคืน มันสูญเปล่าหมดเลยค่ะ!”
ลุงหลี่: “เส้นอะไรครับ?”
เจียงเนี่ยนเล่าเรื่องที่มิติมีพื้นที่ใหม่และเรื่องที่เธอขีดเส้นแบ่งให้ลุงหลี่ฟังคร่าวๆ ลุงหลี่พอจะเข้าใจ แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงสูญเปล่า
เจียงเนี่ยนบ่นอย่างขัดใจ: “ของแบรนด์เนมกับคริสตัลที่เก็บมาเมื่อวาน ทำให้มิติอัปเกรดขึ้นอีกแล้วค่ะ”
“เส้นยังอยู่ที่เดิม แต่พื้นที่มิติขยายใหญ่ขึ้นมาก! ตำแหน่งน้ำพุวิญญาณกับตำแหน่งที่มีอากาศก็เปลี่ยนไปด้วย!”
ยังดีที่ตำแหน่งอ่างปลาเลื่อนตามน้ำพุวิญญาณไปด้วย ไม่อย่างนั้นถ้ามิติขยายจนอ่างปลาเข้าไปอยู่ในเขตหยุดนิ่งแล้วปลาตายหมด เธอคงโมโหตายจริงๆ!
ลุงหลี่มองเจียงเนี่ยนที่หายตัวไป รู้ว่าเธอคงเข้าไปยุ่งอยู่ในมิติอีกแล้ว เขาจึงไปจัดการธุระของตัวเองต่อ
ไม่นานเจียงเนี่ยนก็ออกมาจากมิติ เธอพบว่าน้ำพุวิญญาณมีเส้นผ่านศูนย์กลางกว้างขึ้นกว่าเมื่อวานประมาณ 5 เซนติเมตร ซึ่งไม่มากนัก
พื้นที่ที่มีอากาศก็ไม่ได้ใหญ่ขึ้นมากนัก ตอนนี้รวมๆ แล้วก็น่าจะไม่เกินหนึ่งร้อยตารางเมตร
เมื่อเทียบกับพื้นที่หยุดนิ่งที่มีขนาดแปดเก้าพันตารางเมตร พื้นที่อากาศนั้นเล็กจนน่าสงสาร
เจียงเนี่ยนกัดฟัน คริสตัล เธอต้องการคริสตัลให้มากกว่านี้! ต้องรีบอัปเกรดพื้นที่อากาศให้เร็วที่สุด!
ที่นี่คือรากฐานสำหรับการอยู่รอดอย่างยั่งยืนในระยะยาวของเธอในอนาคต!
เพราะวันนี้ต้องไปที่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์และสวนพืชสวนกับเจียงเนี่ยน หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จทุกคนก็เตรียมตัวไปที่ลานจอดรถใต้ดินเพื่อเอารถ
ที่โถงทางเดินพวกเขาเจอครอบครัวลุงใหญ่ของเสิ่นอี้ที่ลงมาหาเสิ่นอี้พอดี
เสิ่นโป๋โหย่วมองเสิ่นอี้ที่พาคนในทีมรวมถึงเจียงเนี่ยนและลุงหลี่ทำท่าเหมือนจะออกไปข้างนอก เขาจึงเอ่ยถามว่า:
“พวกเธอจะไปไหนกัน? วันนี้ยังไม่เดินทางกลับปักกิ่งเหรอ?”
และสิ่งที่เขาอยากถามตั้งแต่เมื่อวาน เขาชี้ไปที่เจียงเนี่ยนและลุงหลี่ “สองคนนี้เป็นใคร? ทำไมถึงต้องตามพวกเธอตลอดเวลา?”
เสิ่นอี้มีสีหน้าเรียบเฉย และไม่คิดจะตอบคำถาม
หลวี่สือรับหน้าที่เป็นกระบอกเสียงอย่างรู้หน้าทื่อ “คุณลุงครับ พวกเขาคือบุคคลที่พวกเราต้องคุ้มครอง ช่วงนี้ยังต้องรอคนอยู่ที่เขตรักษาความปลอดภัยอีกสองสามวัน ยังไม่เดินทางครับ”
เสิ่นถูเผลอโพล่งออกมาทันที “ต้องรออีกตั้งหลายวันเลยเหรอ? งั้น—”
แต่ถูกเสิ่นโป๋โหย่วดึงแขนขัดจังหวะไว้ก่อน
เสิ่นอี้ปรายตามองเสิ่นถูและเสิ่นโป๋โหย่วด้วยสายตาลึกซึ้ง
เสิ่นโป๋โหย่วสบตากับเสิ่นอี้แล้วยิ้มแก้เก้อ “เสี่ยวอี้ พี่ลูกพี่ลูกน้องของเธอเขาก็แค่ร้อนใจอยากกลับปักกิ่งน่ะ รู้สึกว่าที่ปักกิ่งเป็นถิ่นของตัวเอง ปลอดภัยกว่า”
เสิ่นอี้นิ่งเงียบ แล้วนำคนลงไปข้างล่างทันที เมื่อเจียงเนี่ยนเดินผ่านครอบครัวเสิ่นโป๋โหย่ว เธอก็อดไม่ได้ที่จะจ้องมองพวกเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินตามเสิ่นอี้ไป
ก่อนไป หลวี่สือยื่นขนมปังอัดแท่งให้เสิ่นโป๋โหย่วแล้วยิ้มแห้งๆ “ขนมปังอัดแท่งนี่พวกคุณเอาไว้เถอะ อยู่ในเขตรักษาความปลอดภัยก็อย่าเดินไปไหนนะครับ ไม่อย่างนั้นถ้าเกิดเรื่องพวกเราคงกลับมาช่วยไม่ทัน”
รอยยิ้มของเสิ่นโป๋โหย่วชะงักไปครู่หนึ่ง “ได้ พวกเธอไปข้างนอกก็ระวังตัวด้วยนะ”
หลวี่สือยิ้มปลอมๆ จบก็เดินจากไปทันที
เมื่อทุกคนไปกันหมดแล้ว เสิ่นถูที่ถูกเสิ่นโป๋โหย่วกดดันไว้ตลอดก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาฉายสีหน้าโกรธแค้น ใบหน้าที่ผอมตอบรวมกับขอบตาที่ดำคล้ำยิ่งทำให้เขาดูอิจฉาริษยาและเจ้าคิดเจ้าแค้น
“พ่อ ถ้าพวกเขาไม่ยอมไป แผนของพวกเราก็......”
เสิ่นถูเริ่มฉลาดขึ้น ไม่รอให้เสิ่นโป๋โหย่วมาจับ เขาหุบปากตัวเองลงก่อน
เสิ่นโป๋โหยั่วยัดขนมปังอัดแท่งใส่มือเขา แล้วพาคนกลับไปยังห้องที่ชั้น 9 ค่อยคุยกัน
เมื่อทุกคนมาถึงลานจอดรถใต้ดิน เจียงเนี่ยนเห็นเสี่ยวสือเดินเข้าไปกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างข้างหูเสิ่นอี้ เธอนึกถึงเรื่องที่เสี่ยวสือเคยได้รับพลังพิเศษมาจากการถูกซอมบี้กัด
แต่ก่อนหน้านี้ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่ควรถามเรื่องของคนอื่นเพื่อเลี่ยงการถูกสงสัย เธอจึงไม่ได้ถามว่าเสี่ยวสือมีพลังอะไร ประกอบกับเสี่ยวสือเป็นคนเงียบขรึมไม่โดดเด่น ทำให้เธอมองข้ามเรื่องที่เขามีพลังพิเศษไป
ตอนนี้พอมาคิดดู พลังของเสี่ยวสือน่าจะไม่ใช่สายโจมตี แต่น่าจะเป็นสายสนับสนุน
เสิ่นอี้ตั้งใจฟังสิ่งที่เสี่ยวสือพูด ทันใดนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงสายตาของเจียงเนี่ยน ท่ามกลางลานจอดรถใต้ดินที่มืดสลัว เขาหันไปมองเจียงเนี่ยนผ่านแสงสว่างที่ลอดมาจากช่องระบายอากาศ
เจียงเนี่ยนส่งยิ้มให้เขา เก็บความสงสัยกลับคืนมา จากนั้นจึงเอารถขยะออกมา
พอรถขยะออกมา เจียงเนี่ยนก็ต้องตะลึง
หลังจากที่เธอใส่คริสตัลลงไปต่างหากเมื่อวานนี้ ในที่สุดรถขยะก็มีการเปลี่ยนแปลงแล้ว!
เจียงเนี่ยนเดินวนรอบรถขยะหนึ่งรอบเพื่อดูรูปลักษณ์ภายนอกโดยไม่สนสายตาที่สงสัยของทีมปีกปักษ์ สีรถไม่เปลี่ยน แต่รูปร่างของห้องโดยสารและส่วนหัวรถเปลี่ยนไป ห้องโดยสารดูเป็นทรงเหลี่ยมมากขึ้น ไม่มีส่วนกระบะด้านหลัง ดูคล้ายกับรถบรรทุกที่มีตู้คอนเทนเนอร์มากกว่า
เจียงเนี่ยนปีนขึ้นไปบนห้องคนขับ และเธอก็ต้องตกใจยิ่งกว่าเดิม
ภายนอกห้องคนขับดูเหมือนจะไม่ใหญ่ขึ้นมากนัก แต่ข้างในกลับมีเบาะแถวหลังเพิ่มขึ้นมาหนึ่งแถว
ที่ด้านหลังสุดของห้องคนขับตรงส่วนที่เชื่อมกับตู้บรรทุก มีประตูเล็กๆ เพิ่มขึ้นมาที่สามารถเดินทะลุไปยังตู้บรรทุกได้โดยตรง
เจียงเนี่ยนเดินผ่านประตูเล็กเข้าไปในตู้บรรทุก พบว่าพื้นที่ข้างในขนาดพอๆ กับของเดิม แต่ที่ด้านข้างและด้านบนมีหน้าต่างระบายอากาศที่สามารถเปิดปิดได้ด้วยมือเพิ่มขึ้นมาหลายบาน
ความรู้สึกแรกของเจียงเนี่ยนก็คือ เธอสามารถดัดแปลงรถขยะคันนี้ให้กลายเป็นรถบ้านได้แล้ว!
เพราะต้องออกเดินทาง เจียงเนี่ยนจึงไม่ได้รั้งอยู่นาน หลังจากดูคร่าวๆ เสร็จเธอก็กลับไปยังห้องคนขับ แล้วแจ้งทีมปีกปักษ์ว่าไปกันได้แล้ว
ไม่มีใครในทีมปีกปักษ์ถามเจียงเนี่ยนว่าทำไมรถขยะถึงเปลี่ยนไป พวกเขาขับรถมุ่งหน้าไปยังทางออกเขตรักษาความปลอดภัยทันที
เมื่อขบวนรถมาถึงทางออก วันนี้มีขบวนรถทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กมารออยู่ที่ทางออกมากกว่าเมื่อวานมาก
ทีมเหล่านี้รวมตัวกันจนปิดกั้นทางออกไว้ เจียงเนี่ยนและทีมปีกปักษ์จึงทำได้เพียงจอดรถรออยู่ที่ท้ายขบวน
ที่หน้าสุดของขบวนคือทีมอัศนีที่ดูโดดเด่น ข้างกายฟู่เหลยมีผู้ชายวัยกลางคนยืนอยู่ ทั้งสองคนดูเหมือนกำลังกล่าวสุนทรพจน์ให้ทีมต่างๆ ฟังก่อนออกเดินทาง
ผู้ชายวัยกลางคนคนนั้นดูฮึกเหิมและเต็มไปด้วยอุดมการณ์ ใครเห็นก็คงคิดว่าเขาเป็นผู้นำที่ดีที่ห่วงใยประเทศชาติและประชาชน
มีเพียงเจียงเนี่ยนที่กลอกตาใส่ เธอกอดอกพิงเบาะนั่ง รอให้ผู้ชายวัยกลางคน—เจ้าเมืองอวี๋เซิ่งผิง พูดจาไร้สาระให้จบเพื่อที่จะได้รีบออกไปเสียที
คนที่เลี้ยงลูกอย่างอวี๋เฉินซวี่ออกมาได้ เจียงเนี่ยนย่อมไม่มีความประทับใจที่ดีให้ แม้ว่าชาติก่อนเธอจะไม่ได้เจอเขาบ่อยนักก็ตาม
ยิ่งไปกว่านั้น ในชาติก่อนหลังจากที่เธอเกือบเกิดเรื่อง ต้วนอวี่จวิ้นและพี่ชายเจียงถิงพาตัวเธอที่บาดเจ็บไปเอาเรื่องกับอวี๋เซิ่งผิง แต่กลับถูกหาเหตุขับออกจากฐานทัพ ทีมเขต D ถึงขนาดไม่ได้พักรักษาแผลให้หายดี ทำให้การเดินทางขึ้นเหนือนั้นอันตรายอย่างยิ่ง
รอนานจนเจียงเนี่ยนเกือบจะหลับไป ถึงได้รู้สึกว่าลุงหลี่สตาร์ทรถอีกครั้ง และค่อยๆ ขับตามขบวนรถอื่นๆ ออกไป
แต่ขับไปได้แค่ครึ่งทาง..
ขบวนรถก็หยุดนิ่งอีกครั้ง
(จบตอน)