- หน้าแรก
- โลกวิปลาสข้ากลืนกินได้ไม่สิ้นสุด
- บทที่ 32: พฤติกรรมประหลาด
บทที่ 32: พฤติกรรมประหลาด
บทที่ 32: พฤติกรรมประหลาด
บทที่ 32: พฤติกรรมประหลาด
เผยเยว่กล่าวต่อ "หลังจากปรึกษาหารือกัน ทีมของเรามีมติเอกฉันท์ให้ใช้เด็กนักเรียนหญิงมัธยมปลายที่ชื่อ จาง เป็นจุดเริ่มต้นในการสืบสวนจากบรรดาเป้าหมายต้องสงสัยทั้งหมด"
"เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะมักจะขาดประสบการณ์ทางสังคม ทำให้เราหลอกถามข้อมูลจากพวกเธอได้ง่ายกว่า"
"เนื่องจากจุดบกพร่องบนใบหน้า จางมักจะถูกเพื่อนร่วมชั้นเยาะเย้ยและกลั่นแกล้งอยู่เสมอ นิสัยของเธอเลยค่อนข้างเก็บตัวและเงียบขรึม"
"แต่เมื่อไม่นานมานี้ จู่ๆ เธอก็สวยขึ้นผิดหูผิดตา เพียงไม่กี่วัน รูปร่างหน้าตาของเธอก็ดูดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด"
"พวกเราไปพบผู้บริหารโรงเรียน อธิบายจุดประสงค์ แล้วแฝงตัวเข้าไปในโรงเรียนด้วยคราบต่างๆ เพื่อหาทางเข้าใกล้จาง"
"เจียงฉือเฟยหน้าเด็กแถมยังมีนิสัยร่าเริง เขาเลยปลอมตัวเป็นนักเรียนย้ายมาใหม่แล้วเข้าไปเรียนในห้องเดียวกับจาง"
"แต่พอพวกเราเริ่มลงมือสืบสวนในโรงเรียนอย่างเป็นทางการ ถึงได้พบว่าสถานการณ์มันซับซ้อนและเลวร้ายกว่าที่คิดไว้มาก"
เผยเยว่หยุดชะงัก สีหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้น "จางไม่ใช่เด็กนักเรียนหญิงแค่คนเดียวที่สวยขึ้น เธอเป็นแค่ตัวตั้งตัวตีเท่านั้น!"
"การเปลี่ยนแปลงกะทันหันของเธอดึงดูดความสนใจของคนรอบข้างอย่างเลี่ยงไม่ได้ เธอไม่มีทางไปทำศัลยกรรมมาแน่ๆ เพราะเธอมาโรงเรียนทุกวัน และใบหน้าของเธอก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปท่ามกลางสายตาที่จับจ้องของทุกคน"
"มีเด็กผู้หญิงบางคนไปขอคำแนะนำจากเธอ ถึงขั้นบีบบังคับให้เธอบอกเคล็ดลับความงาม ต่อให้วิธีนั้นอาจจะเกี่ยวข้องกับพลังเหนือธรรมชาติ หรือสิ่งวิปลาสที่เป็นอันตราย ก็ยังมีคนแห่แหนไปหาเธออยู่ดี"
"ตอนนั้นฉันก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมครูใหญ่ถึงยอมให้เราเข้าไปสืบสวนในโรงเรียนง่ายๆ บางทีเขาเองก็คงสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง"
"ต่อมาเราถึงได้รู้ว่าครูใหญ่ได้แจ้งเรื่องนี้ให้สำนักงานสืบสวนทราบไปก่อนแล้ว ก่อนหน้าเรา สำนักงานสืบสวนได้ส่งคนเข้ามาแทรกแซงและสืบสวนแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีองค์กรเอกชนอีกแห่งที่ชื่อ รุ่งอรุณ เข้ามาเอี่ยวด้วย"
"ทั้งสามฝ่ายไม่ได้ลงรอยกันเท่าไหร่นัก" เผยเยว่ถอนหายใจยาว
"ตอนนั้นต่างคนต่างทำหน้าที่และแยกย้ายกันลงมือ เจียงฉือเฟยที่ปลอมตัวเป็นเด็กใหม่บุกเข้าไปในดงศัตรูเพื่อตีสนิทกับจางและคนอื่นๆ พวกเราไม่กล้าติดต่อเขาสุ่มสี่สุ่มห้าเพราะกลัวจะแหวกหญ้าให้งูตื่นจนความแตก"
"แต่ตั้งแต่เที่ยงเมื่อวาน เจียงฉือเฟยก็หายตัวไป โทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้ ไปหาที่บ้านก็ไม่มีคนอยู่"
ผู้มีพลังพิเศษคนหนึ่งจู่ๆ ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ผู้มีพลังพิเศษอีกสามคนที่อยู่ในห้องประชุมต่างก็มีสีหน้าแตกต่างกันไป
เย่ว์สือหลุบตาลงต่ำ คล้ายกำลังจมอยู่ในห้วงความคิด จงโม่หยิบไพ่ขึ้นมาหมุนเล่นสลับไปมาระหว่างนิ้วตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ส่วนฟางเจี้ยนซินก้มหน้าก้มตาชื่นชมเล็บของตัวเอง
บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบงันประหลาดครู่หนึ่ง ก่อนที่โจวจื้อเหิงจะทนไม่ไหวและเอ่ยถามเผยเยว่ "ในโรงเรียนก็น่าจะมีกล้องวงจรปิดนี่ ตรวจสอบดูหรือยัง?"
เผยเยว่พยักหน้า "เช็คแล้ว เมื่อวานเช้า ช่วงพักเบรกหลังคาบสาม เจียงฉือเฟยเดินเข้าห้องน้ำไปแล้วก็ไม่กลับออกมาอีกเลย"
"ถ้าเกิดเรื่องร้ายขึ้นกับเขาตอนนั้น เท่ากับว่าเขาขาดการติดต่อไปเกือบยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้ว บางทีเขาอาจจะถูกนางพญาผึ้งฆ่าตายไปแล้วก็ได้..."
"มั่นใจได้ยังไงว่าการหายตัวไปของเจียงฉือเฟยเป็นฝีมือของนางพญาผึ้งแน่ๆ?" จู่ๆ เย่ว์สือก็โพล่งขึ้นมา ทำเอาทุกคนประหลาดใจ
เผยเยว่กะพริบตาปริบๆ แล้วตอบ "ในสถานการณ์แบบนี้ นางพญาผึ้งน่าสงสัยที่สุด ฉันนึกความเป็นไปได้อื่นไม่ออกจริงๆ"
เย่ว์สือไม่ได้พูดอะไรต่อ ทำราวกับว่าเมื่อครู่เป็นเพียงการตั้งคำถามลอยๆ
เมื่อลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา ตัวเขาเองก็ชอบฉวยโอกาสตักตวงผลประโยชน์ตอนที่เกิดเหตุการณ์วุ่นวาย เลียนแบบวิธีการฆาตกรรม โยนความผิดให้คนอื่น แล้วเนียนเพิ่มรายชื่อเหยื่อลงไปในบัญชีคนตาย
มีความเป็นไปได้ไหมว่า มีคนอื่นฆ่าเจียงฉือเฟยแล้วป้ายความผิดให้นางพญาผึ้ง?
หลังจากอธิบายเรื่องที่ควรพูดไปจนหมด เผยเยว่ก็ประกาศจุดยืน "การสืบคดีนางพญาผึ้งพักไว้ก่อนได้ สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือการตามหาเบาะแสของเจียงฉือเฟย เราต้องเจอตัวเขา ไม่ว่าจะอยู่หรือตาย บริษัทจะรับผิดชอบพนักงานทุกคนจนถึงที่สุด!"
คำพูดนั้นฟังดูดี แต่น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่ในห้องนี้มีภูมิคุ้มกันต่อคำสัญญาจอมปลอมพวกนี้หมดแล้ว พวกเขาเพียงแค่ปั้นหน้าให้ความร่วมมือไปตามน้ำเท่านั้น
หลังจบการประชุมตอนเช้า พนักงานบริษัทก็เริ่มวุ่นวาย ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน ครั้งนี้ เผยเยว่จัดแจงให้ผู้มีพลังพิเศษทั้งสามคนลงพื้นที่พร้อมกัน และกำชับเป็นพิเศษว่าห้ามอยู่ตามลำพังเด็ดขาด
กลุ่มคนขับรถมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งเมืองอำพัน
เด็กมัธยมปลายในโลกนี้ไม่ได้มีความกดดันเรื่องวิชาการมากนัก แต่การศึกษาภาคบังคับจะรวมถึงหลักสูตรการแยกแยะและป้องกันสิ่งวิปลาส ตลอดจนมาตรการรับมือมาตรฐานเมื่อเผชิญหน้ากับเหตุการณ์วิปลาส นอกจากนี้ พวกเขายังต้องเข้ารับการทดสอบการตื่นรู้ของพลังพิเศษเมื่อจบการศึกษาด้วย
รถยนต์แล่นไปอย่างราบรื่น ท้องถนนค่อยๆ ว่างเปล่า ยิ่งเข้าใกล้โรงเรียน บรรยากาศก็ยิ่งเงียบสงัด ไม่เห็นผู้คนสัญจรไปมาบนถนนเลยแม้แต่คนเดียว
เมื่อมาถึงโรงเรียน เผยเยว่ก็พากลุ่มคนตรงดิ่งไปที่ห้องทำงานของครูใหญ่เป็นอันดับแรก
ครูใหญ่เป็นชายวัยกลางคนรูปร่างผอมบาง ท่าทางเจ้าระเบียบและมีสีหน้าอมทุกข์ หลังจากทักทายกันพอเป็นพิธี เขาก็ขอร้องอย่างจริงจังให้พวกเขารีบจัดการปรากฏการณ์ผิดปกติในโรงเรียนให้เร็วที่สุด
เผยเยว่เพียงแค่ตอบรับว่าจะพยายามอย่างเต็มที่
จังหวะนั้นเอง จงโม่ที่ลอบสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ อาศัยทีเผลอตอนที่เผยเยว่กำลังคุยกับครูใหญ่ แอบใช้งานไพ่ใบหนึ่ง
ในชั่วพริบตา ราวกับมีเปลวไฟสองดวงลุกโชนขึ้นในดวงตาของเขา เขาจ้องมองครูใหญ่อย่างพินิจพิเคราะห์ด้วยสายตาแผดเผาอยู่สองสามวินาที ก่อนจะก้มหน้าลงทำตัวตามปกติ
ดูเหมือนครูใหญ่จะสังเกตเห็นการกระทำของเขาแล้ว แต่ก็ไม่ได้เปิดโปงต่อหน้าทุกคน
เผยเยว่มุมปากกระตุกอย่างกระอักกระอ่วน จนกระทั่งเดินออกจากห้องทำงานมาถึงโถงบันได เขาถึงได้รีบซักจงโม่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น "เมื่อกี้คุณทำอะไรน่ะ?"
"เปล่า แค่ตรวจสอบดูว่าครูใหญ่นั่นมีปัญหาอะไรหรือเปล่า" จงโม่ตอบตามตรง
"คุณมีความสามารถสายตรวจสอบด้วยเหรอ!" น้ำเสียงของเผยเยว่เร็วขึ้น รูจมูกบานออกโดยไม่รู้ตัว "พลังของคุณ... ตรวจสอบได้ถึงระดับไหน? มองทะลุปรุโปร่งเลยหรือเปล่า?"
จงโม่หรี่ตามองเผยเยว่อย่างระแวง "ไพ่ที่ใช้เมื่อกี้เป็นไพ่โจมตี แต่มันมีคุณสมบัติ 'แอบดู' ติดมาด้วยนิดหน่อย ทำให้พอมองเห็นเบื้องลึกเบื้องหลังของเป้าหมายได้บ้าง แต่มันก็แค่ผิวเผิน ไม่ได้มีประสิทธิภาพอะไรขนาดนั้น"
โจวจื้อเหิงถามด้วยความสงสัย "ตอนนั้นที่คุณยืนยันตัวตนของโจรขโมยหัวใจ ก็ใช้วิธีนี้เหรอ?"
จงโม่ชะงักไปนิด ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างลังเล
เผยเยว่แอบหยิบโทรศัพท์ออกมา พิมพ์ข้อความแล้วกดส่งอย่างรวดเร็ว พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นว่าทุกคนกำลังมองอยู่ เขาก็รีบอธิบาย "ฉันกำลังใช้เส้นสายช่วยค้นหาพิกัดโทรศัพท์ของเจียงฉือเฟยน่ะ"
"ผลเป็นไงบ้าง?" ฟางเจี้ยนซินถามด้วยความเป็นห่วง
"โทรศัพท์ของเขาน่าจะพังยับเยินไปแล้ว ระบุตำแหน่งไม่ได้เลย" เผยเยว่ทำหน้าเสียดาย ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องแล้วหันไปมองจงโม่
"ทำไมจู่ๆ ถึงนึกอยากตรวจสอบครูใหญ่ขึ้นมาล่ะ? พบความผิดปกติอะไรในตัวเขาเหรอ?"
จงโม่ตอบ "แค่นึกขึ้นมาได้กะทันหันน่ะ เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นในโรงเรียน มันก็อดคิดไม่ได้ว่าพวกผู้บริหารอาจจะกำลังปกปิดความผิดหรือจงใจเพิกเฉย พลังตรวจสอบของฉันมีขีดจำกัด ก็เลยไม่พบความผิดปกติอะไรจากตัวครูใหญ่"
เผยเยว่ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกโดยไม่รู้ตัว "ก็ดีแล้ว"
เสียงออดหมดคาบเรียนดังขึ้น อาคารเรียนที่เคยเงียบสงบก็ค่อยๆ กลับมาคึกคัก
เพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก็มีเด็กนักเรียนหญิงหน้าตาสะสวยโดดเด่นหลายคนปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางฝูงชน พวกเธอสวยหยาดเยิ้มเสียจนดูเหมือนอยู่กันคนละมิติกับคนอื่นๆ รอบตัว
"สวยจังเลยแฮะ" โจวจื้อเหิงพึมพำด้วยความชื่นชม แต่หลังจากเคลิบเคลิ้มไปได้ชั่วครู่ เขาก็ดึงสติกลับมาสู่ความเป็นจริงอย่างรวดเร็ว
ในฐานะเจ้าหน้าที่สืบสวนที่ต้องคลุกคลีกับสิ่งวิปลาสอยู่บ่อยครั้ง เขาตระหนักถึงความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว
"พวกเธอ... หน้าตาเหมือนกันหมดเลยไม่ใช่เหรอ?"