- หน้าแรก
- มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล
- มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล ตอนที่ 294 อัจฉริยะอยู่ซ้าย คนบ้าอยู่ขวา! 💸
มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล ตอนที่ 294 อัจฉริยะอยู่ซ้าย คนบ้าอยู่ขวา! 💸
มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล ตอนที่ 294 อัจฉริยะอยู่ซ้าย คนบ้าอยู่ขวา! 💸
มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล ตอนที่ 294 อัจฉริยะอยู่ซ้าย คนบ้าอยู่ขวา!
“มีอะไรเหรอ?”
ต่อให้ธอร์จะซื่อบื้อแค่ไหน เขาก็ยังรู้สึกได้ว่าบรรยากาศในห้องมันแปลก ๆ
นาตาชาเป็นเจ้าหน้าที่ S.H.I.E.L.D. รุ่นเก๋า เธอระงับความตื่นเต้นและถามอย่างใจเย็น “คุณเพิ่งบอกว่าคุณประหลาดใจที่โลกิเสียเปรียบเจสัน ทำไมล่ะคะ? ในอดีตโลกิเป็นคนแบบไหนเหรอ?”
เมื่อนึกถึงวัยเด็ก ธอร์ก็ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้
“น้องชายข้าเป็นคนมีไหวพริบ เจ้าเล่ห์ และร้ายกาจ”
“ข้าไม่รู้ว่าทำไม เขาถึงเกลียดข้ามากตั้งแต่เด็ก ข้าเกือบตายเพราะเขามานับครั้งไม่ถ้วนตั้งแต่เด็กแล้ว”
“ไม่สิ ถ้าไม่ใช่เพราะท่านพ่อคอยห้าม ข้าคงตายไปไม่รู้กี่ครั้งแล้ว”
“เราฝึกมาด้วยกัน เล่นด้วยกัน สู้ด้วยกัน แต่ข้า9ก็ค่อย ๆ พบว่าข้าเริ่มไม่เข้าใจเขามากขึ้นเรื่อย ๆ”
“พอเราโตเป็นผู้ใหญ่ เราไปทำสงครามกับท่านพ่อ เขาสามารถพูดคุยกับท่านพ่อได้อย่างเท่าเทียมเสมอ อภิปรายสถานการณ์ในสมรภูมิด้วยกัน และคิดกลยุทธ์ของตัวเองออกมาได้”
“แม้กลยุทธ์ส่วนใหญ่จะสร้างความเสียหายอย่างมาก แต่ท่านพ่อก็มักจะชมเขาเสมอ เมื่อเทียบกับเขา ข้าก็เป็นแค่ไอ้โง่ที่แกว่งค้อนเป็นอย่างเดียว”
ธอร์ไม่รู้ว่าพวกเขาหมายถึงอะไร เขาจึงต้องเล่ารายละเอียดว่าโลกิเคยทำอะไรไว้บ้าง
หลังจากเล่ากรณีศึกษาทั่วไปจบ ธอร์ก็ถามอย่างสงสัย “โลกิเป็นอะไรไปเหรอ? ทำไมพวกเจ้าถึงอยากรู้เรื่องอดีตของเขาล่ะ?”
ทุกคนมองหน้ากัน นาตาชายิ้ม และถามกลับ “คุณเคยคิดบ้างไหมคะ ในเมื่อน้องชายคุณมีไหวพริบขนาดนั้น ทำไมเขาถึงพ่ายแพ้เมื่อเผชิญหน้ากับเจสัน? คุณถึงขั้นต้องให้น้องชายมาช่วยเลยเหรอ?”
ธอร์พูดโดยไม่ลังเล “นั่นก็เพราะความแข็งแกร่งของเจสันเหนือกว่าเขามากไงล่ะ เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นนะ แผนของเขาล้มเหลว และสุดท้ายข้าหรือท่านพ่อก็ต้องเป็นคนออกหน้ามาเก็บกวาดให้เขา ดังนั้นข้าจึงยืนกรานว่ากุญแจสำคัญที่มีผลต่อชัยชนะคือความแข็งแกร่ง!”
แต่นี่คือธอร์ เทพเจ้าแห่งสายฟ้า และคำพูดเหล่านี้ก็สมกับสถานะของเขาที่เป็นหนุ่มกล้ามโตที่โง่เขลา
โทนี่อดไม่ได้ที่จะพูดแทรกขึ้นมา “คุณเพิ่งพูดถึงแค่ความเป็นไปได้เดียวนะ”
“จากที่คุณเพิ่งเล่ามา ผมพบว่าโลกิไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมเสี่ยงทุกอย่าง การควบคุมองค์กรโจ๊กเกอร์อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผน เขาต้องคิดไว้แล้วว่าถ้าแผนล้มเหลวจะทำยังไง และบางทีแม้แต่การปรากฏตัวของคุณก็อาจอยู่ในแผนของเขาด้วย”
ได้ยินดังนั้น ธอร์ก็แสดงสีหน้าไม่เข้าใจ
เขาเคยเห็นกลลวงที่ซับซ้อนของโลกิมาแล้ว และเขาก็คิดไม่ออกด้วยสมองทื่อ ๆ ของเขาหรอก
แต่โลกิฉลาดขนาดนั้นเลยเหรอ? แม้แต่ท่านพ่อก็ยังส่งเขามาที่โลก
ธอร์ถามคำถามของตัวเอง “แต่ความจริงก็คือ โลกิจบเห่จริง ๆ แม้แต่คทาในมือเขาก็ยังถูกเจสันแย่งไปเลย”
นิค ฟิวรี่ “บางที นั่นอาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนของเขาก็ได้นะ”
ธอร์ยิ่งไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่ และถามว่า “การโดนแย่งคทาไปมันเป็นแผนแบบไหนกัน?”
นิค ฟิวรี่ “ใช่ ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน บางทีอาจถึงเวลาที่ต้องไปคุยกับเขาสักหน่อยแล้วล่ะ”
สายตาอันเฉียบคมของคนตาเดียวกวาดมองใบหน้าของทุกคน และในที่สุดก็หยุดอยู่ที่นาตาชา
ในฐานะซูเปอร์สปายของ S.H.I.E.L.D. นาตาชาเหมาะสมที่สุดสำหรับภารกิจนี้
“ฉันจะลองดูค่ะ” นาตาชาพยักหน้าตกลง
. . .
ออกจากห้องปฏิบัติการ เธอเดินคนเดียวไปที่คุกที่กักขังโลกิ
เมื่อมาถึงคุก ก็เห็นโลกิยืนอย่างสงบเสงี่ยมและมองเธอด้วยรอยยิ้ม
นาตาชาเป็นฝ่ายพูดก่อน “คุณดูไม่แปลกใจเลยนะที่ฉันมา”
โลกิพูดอย่างใจเย็น “ถ้าเจ้าไม่มา แผนของข้าจะสำเร็จได้ยังไงล่ะ?”
นาตาชาและคนอื่น ๆ ที่ได้ยินคำพูดนี้ผ่านเครื่องสื่อสารต่างก็ผงะไป
“งั้นที่เราเดาก็เป็นความจริงสินะ”
โลกิยิ้มอย่างมั่นใจ “ข้าจะยอมมอบคทาให้เฉย ๆ ได้ยังไง แม้ข้าจะสู้เจสันไม่ได้ แต่ถ้าแค่ซ่อนคทาไว้ มันก็ยังทำได้ง่าย ๆ และข้ารับรองได้เลยว่าเขาจะหามันไม่เจอแน่นอน”
เป็นไปตามคาด เทพเจ้าแห่งกลลวงผู้สง่างามแห่งแอสการ์ดจะซื่อบื้อเหมือนคนโง่ ที่กล้าไปกระตุกหนวดเสือโดยไม่มีแผนสำรองได้ยังไง
หัวใจของนาตาชาบีบรัด และเธอถามว่า “ทำไมคุณถึงทิ้งคทาไว้ให้เจสันล่ะ? คุณทำอะไรกับมันไว้หรือเปล่า?”
โลกิพูดว่า “คทาเป็นวัตถุโบราณ ข้าจะไปทำอะไรได้ ข้าก็แค่ใช้ความโลภในนิสัยของเจสันเท่านั้นแหละ”
นาตาชางุนงง “ความโลภเหรอ? หมายความว่าไง?”
โลกิ “ข้าอยากจะค่อย ๆ เล่าให้ฟังนะ แม้ข้าจะเป็นนักโทษ แต่ข้าก็ยังไม่อยากสารภาพในตอนนี้”
เห็นเขาไม่อยากพูดต่อ นาตาชาก็เปลี่ยนเรื่อง “ทำไมถึงบอกเรื่องนี้กับเราล่ะ?”
โลกิโบกมืออย่างรำคาญ ไม่แม้แต่จะพูดอะไรสักคำ
นาตาชาถามอีกสองสามคำ แต่โลกิก็ยังคงสงวนคำพูด
เห็นดังนั้น เธอจึงต้องออกจากคุกและกลับไปที่ห้องปฏิบัติการ
. . .
“คทามีอะไรพิเศษเหรอ?”
“ความโลภในนิสัยของเจสันมีประโยชน์อะไร?”
“โลกิจะใจดีบอกแผนการของเขาให้เราฟังเหรอ?”
ในห้องปฏิบัติการ กลุ่มคนได้ปรึกษาหารือกันแล้ว
นิค ฟิวรี่ ถาม “ธอร์ คุณมาจากแอสการ์ด คุณรู้อะไรเกี่ยวกับคทาของโลกิบ้าง?”
“เอ่อ. . .” ธอร์ลังเล
เขาควรจะบอกพวกเขาถึงความลับของอินฟินิตี้สโตนไหม?
หลังจากพวกเขารู้ความลับของอัญมณีแล้ว พวกเขาจะมีความคิดชั่วร้ายอะไรหรือเปล่า
คุณไข่ดำตุ๋นคนนี้เจ้าความคิดนัก แต่มันคงไม่เรียบง่ายอย่างที่เขาบอกหรอก ที่ว่าแค่อยากจะใช้อัญมณีเพื่อมอบพลังงานอันไร้ขีดจำกัดให้กับโลก
“ธอร์. . .”
ทุกคนมองเขา รอคำตอบจากเขา
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ในที่สุดธอร์ก็บอกพวกเขาเรื่องอินฟินิตี้สโตน โดยถือว่าเป็นการชดใช้ความผิดของโลกิ
หลังจากฟังคำบรรยายของธอร์ ทุกคนที่อยู่ที่นั่นก็รู้สึกเหมือนตาสว่าง เช่นเดียวกับเจสัน
แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ยังเดาใจโลกิไม่ออกอยู่ดี
นิค ฟิวรี่ กระซิบ “ความเชื่อมโยงระหว่างมายด์สโตนกับความโลภของเจสันคืออะไรกันนะ”
นาตาชาเสนอ “เราลองคิดในมุมของเจสันดูไหม เผื่อจะได้อะไรมาบ้าง”
แบนเนอร์ส่ายหน้า “เจสันเป็นคนบ้า ไม่มีใครรู้หรอกว่าเขาคิดอะไรอยู่ บางทีอาจจะมีแค่คนอย่างโลกิเท่านั้นที่รู้”
ธอร์ “หรือว่า . . . ข้าจะไปคุยกับโลกิเอง”
“เดี๋ยวก่อน. . .” แสงไฟแลบในหัวของโทนี่ เขายกมือขึ้นห้ามธอร์ และใบหน้าของเขาก็เคร่งขรึมขึ้นมาทันที
นาตาชาเหลือบมองเขาและยิ้มอ่อนโยน “อืม ฉันเกือบลืมไปเลย เราก็มีคนบ้าอยู่ที่นี่คนนึงนี่นา”
แบนเนอร์ชอบโทนี่มาก และช่วยอธิบาย “บางทีเขาอาจจะเป็นอัจฉริยะก็ได้นะ”
ธอร์ถามอย่างสงสัย “เจ้าคิดอะไรออกเหรอ?”
โทนี่เบิกตากว้างและพูดด้วยความหวาดกลัว “เมื่อกี้นาตาชาเพิ่งบอกว่าให้ลองคิดในมุมของเจสันดู”
“ผมลองคิดดูแล้ว ถ้าผมเป็นเจสัน”
“ผมอาจจะดูดซับมายด์สโตนเข้าสู่ร่างกายโดยตรงเลย”