- หน้าแรก
- มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล
- มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล ตอนที่ 68 สกิลคริติคอล - พลังเงินตรา!
มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล ตอนที่ 68 สกิลคริติคอล - พลังเงินตรา!
มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล ตอนที่ 68 สกิลคริติคอล - พลังเงินตรา!
มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล ตอนที่ 68 สกิลคริติคอล - พลังเงินตรา!
เบลมอทหยิบหน้ากากหนังมนุษย์ที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมา สวมลงบนหัวเจสัน จากนั้นค่อย ๆ ปรับแต่งรายละเอียดบนหน้ากากอย่างประณีต
เจสันนั่งอยู่ ส่วนเบลมอทยืนอยู่ การโจมตีสองทางทั้งภาพและกลิ่นจากความต่างของระดับความสูงที่ชวนหลงใหล ทำให้เจสันควบคุมตัวเองไม่อยู่เล็กน้อย
เขารีบคิดหาเรื่องคุยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ “เธอมีความแค้นอะไรกับแอวริลกันแน่ ถึงต้องลักพาตัวเธอ”
เบลมอทพูดไปพลางติดอุปกรณ์บนหน้าเขาไปพลาง “พูดไปก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก ไม่กี่เดือนก่อน ในงานเลี้ยงปิดกล้องกองถ่าย ฉันดื่มไวน์กับดาราหน้าใหม่คนหนึ่งมากไปหน่อย ไม่รู้ว่าเขาเมาหรือเปล่า แล้วก็เพ้อเจ้อ คืนนั้นเขาโพสต์ลงบล็อก บอกว่าจะจีบฉันอย่างเป็นทางการ”
เจสันยิ้ม เขาพอจะเดาพล็อตเรื่องต่อจากนี้ได้ และพูดว่า “ไม่นึกเลยว่าแอวริลจะชอบไอ้เด็กหน้าใหม่คนนี้ด้วย เลยเกลียดเธอเข้าไส้ แต่ความขัดแย้งแค่นี้คงไม่ถึงขั้นต้องลักพาตัวหรอกมั้ง”
เบลมอทมองเขาอย่างไม่พอใจ “แกจะไปรู้อะไร! ไปฟังอัลบั้มล่าสุดของนางสิ นางแต่งเพลงแร็ปด่าฉันในเนื้อเพลงโดยเฉพาะ แถมยังร้องในคอนเสิร์ตทั่วโลกอีก!”
“ถ้านางแค่นินทาลับหลัง ฉันคงไม่ถือสาหาความกับเด็กเมื่อวานซืนหรอก แต่ตอนนี้เรื่องมันบานปลาย ถ้าฉันไม่ตอบโต้ คนในวงการคงคิดว่าฉันกลัวนาง”
“เดี๋ยวนะแอวริลชอบเด็กหน้าใหม่เหรอ? จริงเหรอ? เธอแต่งงานแล้วไม่ใช่เหรอ” ราชาแห่งการติดตามข่าวซุบซิบ ฮาร์ลีย์ ลุกขึ้นถาม
เบลมอทให้ความรู้เธออย่างอดทน “การแต่งงานส่วนใหญ่ในวงการบันเทิงไม่ค่อยยั่งยืนหรอก มีกรณีหย่าร้างหลังแต่งงานนับไม่ถ้วน”
“แอวริลแต่งงานได้ปีกว่า เธอกับสามีก็เริ่มแยกกันอยู่ การหย่าร้างเป็นเรื่องของเวลา แต่อยู่ในช่วงขาขึ้นของอาชีพ เรื่องนี้เลยยังเปิดเผยไม่ได้ แต่เรื่องนี้รู้กันทั่ววงการแล้ว”
“อ้าว! เป็นงั้นหรอกเหรอ!” ฮาร์ลีย์ทำหน้ามุ่ย ผิดหวังอย่างแรง
หลังจากฟังเธอเล่า เจสันยังคงสงสัยเล็กน้อย “ตามที่เธอพูด ทันทีที่แอวริลถูกลักพาตัว ตำรวจต้องสงสัยเธอทันที”
เบลมอทพูดว่า “คิดว่าฉันโง่ขนาดนั้นเหรอ? คืนนี้มีงานเต้นรำที่เบเวอร์ลีฮิลส์ ฉันจะอยู่ที่นั่นจนงานเลิก เพื่อสร้างพยานที่อยู่”
เจสันเถียงอย่างไม่ยอมแพ้ “งั้นตำรวจก็สงสัยว่าเธอจ้างวานฆ่าได้นี่? ยังไงซะความขัดแย้งระหว่างเธอกับนางก็รู้กันทั่ววงการบันเทิง”
เบลมอทมองเจสันและยิ้มอย่างมีเลศนัย “เงื่อนไขที่ตำรวจจะสงสัยว่าฉันจ้างวานฆ่า คือพวกแกสองคนต้องถูกตำรวจจับและซัดทอดฉัน”
เจสันเข้าใจทันที “มิน่าล่ะเธอถึงไม่ลงมือเอง ต้องให้ฉันจัดการ ที่แท้ก็เอาความเสี่ยงมาลงที่ฉันนี่เอง”
เบลมอทพูดว่า “ถึงแกจะเป็นคนเลว แต่วิธีการและความสามารถในการทำงานของแกทำให้ฉันวางใจได้มาก”
“แฮะ ๆ ขอบใจที่ชม!”
. . .
สามสิบนาทีต่อมา หน้ากากหนังมนุษย์ของเจสันและฮาร์ลีย์ได้รับการปรับแต่งจนเสร็จสมบูรณ์
หลังจากเปลี่ยนชุดปลอมตัว เจสันกลายเป็นชายวัยกลางคนหน้าตาธรรมดาไว้หนวดเครา
ส่วนฮาร์ลีย์กลายเป็นป้าวัยทองที่มีจุดด่างดำบนใบหน้า
ฮาร์ลีย์หยิบกระจกขึ้นมาส่อง ขมวดคิ้วและพูดว่า “ทำไมฉันต้องเป็นป้าด้วย? ฉันสงสัยว่าเธอจงใจแกล้งฉันนะ”
เบลมอทปิดปากหัวเราะและพูดว่า “คิดมากน่า หน้าป้าแบบนี้มีอยู่เกลื่อนถนน ต่อให้ถูกกล้องจับภาพได้ ตำรวจก็ตามหาตัวคนร้ายยาก ทุกอย่างที่ฉันทำก็เพื่อความปลอดภัยของพวกเธอนะ”
ฮาร์ลีย์ชูนิ้วกลาง “เชื่อตายล่ะ!”
การปลอมตัวเสร็จสิ้น และภารกิจของเบลมอทก็เสร็จสมบูรณ์
เธอสวมหน้ากากหนังมนุษย์อีกครั้ง และโทรเรียกให้ลูกน้องมารับ
ก่อนจะไป เธอหยิบตั๋วสองใบออกมาและส่งที่อยู่เข้ามือถือเจสัน
“มีไนต์คลับแห่งหนึ่งในเขตใต้ และแอวริลเป็นคนชอบเที่ยวกลางคืน ตามข้อมูลที่ฉันได้มา คืนนี้เธอจะแอบไปเที่ยวที่นั่น นี่คือที่อยู่และตั๋วเข้าไนต์คลับ”
เจสันรับตั๋วและทำท่าโอเค
เบลมอทส่งจูบในอากาศ ขึ้นรถลูกน้องและจากไป
“นังจิ้งจอกเจ้าเล่ห์!” ฮาร์ลีย์ด่าอย่างไม่พอใจ
. . .
ทั้งสองนั่งในรถตรวจสอบอุปกรณ์ และเมื่อฟ้าเริ่มมืด เจสันก็สตาร์ทรถและขับไปที่ไนต์คลับ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา รถเบนซ์จอดหน้าไนต์คลับ
รปภ. ผิวดำร่างสูงใหญ่มองดูคุณลุงคุณป้าตรงหน้าอย่างแปลกใจ
ปีนี้ ลุง ๆ ป้า ๆ ก็มาเที่ยวผับกันแล้วเหรอ?
เจสันยื่นตั๋วสองใบให้ รปภ. ปั๊มตราที่มือ และปล่อยให้พวกเขาเข้าไป
เวลานี้ยังไม่ใช่ช่วงพีคของไนต์คลับ แต่เพราะโปรโมชั่นแรงของร้าน ข้างในจึงเกือบเต็มไปด้วยนักเที่ยว
แสงไฟวูบวาบ เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์กระหึ่ม เสียงตะโกนของดีเจ และร่างกายที่โยกย้ายไปมาบนฟลอร์เต้นรำ ชายหญิงเต้นรำกันอย่างบ้าคลั่ง กระตุ้นประสาทสัมผัสของทุกคนอย่างรุนแรง
บริกรในชุดสูทสีดำเดินเข้ามาหาทั้งสองคนและพูดข้างหูเจสันเสียงดังแข่งกับเพลง “คุณครับ จองโต๊ะไว้หรือเปล่าครับ?”
เจสันส่ายหน้าและไม่พูดอะไร เขาแค่หยิบปึกแบงค์ร้อยดอลลาร์ออกมาจากกระเป๋าประมาณยี่สิบใบ และโยนให้บริกร
หลังจากใช้นิ้วบีบดูความหนา บริกรก็ยัดเงินใส่กระเป๋ากางเกงและพยักหน้ารัว ๆ “คุณครับ มีห้องส่วนตัวและโต๊ะวีไอพี ซึ่งดีที่สุดครับ คุณต้องการแบบไหน?”
เจสันโน้มตัวไปที่หูเขา “ฉันได้ยินว่าคุณแอวริลจะมาคืนนี้ ไม่ทราบว่าห้องของเธออยู่ไหน?”
“เรื่องนี้มันเป็นแค่ข่าวลือน่ะครับ . . .” สีหน้าของบริกรดูลำบากใจ
เจสันไม่พูดอะไร และเปิดใช้งานสกิล ‘พลังเงินตรา’ อีกครั้ง “ไม่ต้องห่วง ภรรยาผมกับผมเป็นแฟนคลับคุณแอวริล เราแค่อยากเจอเธอและขอลายเซ็นรูปถ่าย คำขอนี้คงไม่มากเกินไปนะ”
เมื่อมีเงินดอลลาร์อยู่ในกระเป๋า สีหน้าของบริกรก็เปลี่ยนไปทันที และเขารีบนำทางทั้งสองคนขึ้นชั้นบน “ไม่มากครับ ไม่มากเลย! คุณแอวริลอยู่ในห้องส่วนตัวบนชั้นสอง ผมจะจัดห้องข้าง ๆ ให้คุณครับ”
เมื่อมาถึงชั้นสอง บริกรนำทั้งสองคนเข้าไปในห้องที่ตกแต่งหรูหรา “นั่งรอก่อนนะครับ คุณแอวริลกำลังสนุกอยู่ข้างล่าง เดี๋ยวพอกลับมาที่ห้อง ผมจะแนะนำให้ครับ”
“โอเค! ถ้าทำตามความปรารถนาของฉันได้ ทิปไม่อั้น” เจสันหยิบปึกเงินสดตบลงบนโต๊ะ
หน้าบริกรยิ้มแก้มปริ “ขอบคุณครับคุณผู้ชาย! งั้นเดี๋ยวผมเอาเหล้ามาให้นะครับ ชอบดื่มอะไรครับ?”
“สก็อตวิสกี้ อายุสิบปีขึ้นไป”
“ได้ครับคุณผู้ชาย รอสักครู่นะครับ!”
บริกรยิ้มและออกจากห้องไปอย่างนอบน้อม
วันนี้เป็นวันโชคดีของฉันจริง ๆ ทิปวันเดียวเท่ากับเงินเดือนทั้งเดือนเลย