- หน้าแรก
- มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล
- มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล ตอนที่ 38 เจสันบาดเจ็บสาหัส พายุกำลังจะมา!
มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล ตอนที่ 38 เจสันบาดเจ็บสาหัส พายุกำลังจะมา!
มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล ตอนที่ 38 เจสันบาดเจ็บสาหัส พายุกำลังจะมา!
มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล ตอนที่ 38 เจสันบาดเจ็บสาหัส พายุกำลังจะมา!
วินาทีสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบ เจสันถอนหายใจจากก้นบึ้งหัวใจ คิงพิน แข็งแกร่งชะมัด!
จากนั้นคอเขาก็พับและหมดสติไปโดยสิ้นเชิง
[ติ๊ง! ภารกิจ [นักรบกัญชา] ล้มเหลว!]
[ติ๊ง! ภารกิจ [คนบ้าการต่อสู้] ล้มเหลว!]
“เฮ้อ”
หลังจากระบายอารมณ์ ความคับแค้นใจในใจคิงพินก็สลายไป และเขารู้สึกโล่งใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง
เขาโบกมือเรียกรถในระยะไกล และลูกน้องคนหนึ่งก็รีบลงมาจากรถ
“บอส!”
“ติดต่อเฮลิคอปเตอร์พยาบาล ส่งเจสันไปโรงพยาบาลด่วน เขาตายไม่ได้จนกว่าจะคายความลับออกมา”
“ครับบอส”
หลังจากโทรศัพท์ ลูกน้องถามอีกครั้ง “บอส แล้วพวกนักข่าวล่ะครับ? จะให้ส่งกลับไปไหม?”
คิงพินหันกลับไปมองความยุ่งเหยิงในที่เกิดเหตุ คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ให้พวกมันถ่ายรูปหน่อย เก็บไว้ก่อน เผื่อจะได้ใช้ประโยชน์ทีหลัง”
ลูกน้องพยักหน้าและวิ่งกลับไปที่รถ เพื่อให้นักข่าวหน้าเลือดที่รับเงินมาลงมาถ่ายรูป
มีศพเจ้าหน้าที่ ‘องค์กรการกุศล’ หลายศพ ของใช้จำเป็นในตู้คอนเทนเนอร์ และรถยนต์ที่ยังไฟลุกไหม้อยู่ตรงหน้า
หลังจากนักข่าวถ่ายรูปเสร็จ จู่ ๆ ก็มีเสียงคำรามของใบพัดดังมาจากระยะไกล
คิงพินเงยหน้ามอง สงสัยในใจ เฮลิคอปเตอร์พยาบาลมาเร็วขนาดนี้เชียวเหรอ?
เมื่อเข้ามาใกล้ เขาเห็นชัดเจนว่านี่ไม่ใช่เฮลิคอปเตอร์พยาบาล แต่เป็นเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธของตำรวจ และมีตัวอักษรภาษาอังกฤษสามตัวพ่นอยู่ข้างลำตัวเครื่อง
DEA!
เสียงของสแตนฟิลด์ดังออกมาจากลำโพงบนเครื่อง “นี่คือสำนักงานปราบปรามยาเสพติดนิวยอร์ก ทุกคนที่อยู่ข้างล่าง นอนราบกับพื้นและเอามือประสานท้ายทอยเดี๋ยวนี้!”
เมื่อนักข่าวเห็นสถานการณ์ ก็ตกใจกลัวรีบนอนราบกับพื้นเอามือกุมหัว
คิงพินยืดหลังตรง ไพล่มือไว้ข้างหลัง สีหน้าไม่พอใจ
เขาเป็นใคร?
เขาคือคิงพิน ราชาแห่งโลกใต้ดินนิวยอร์ก
มีแต่คนอื่นคุกเข่าให้เขา จะให้เขาคุกเข่าให้คนอื่น หึ ฝันไปเถอะ!
“ไอ้อ้วนข้างล่างนั่น นอนราบกับพื้นเดี๋ยวนี้! นี่คือคำเตือนครั้งสุดท้าย!”
ครืด!
เสียงกลไกดังขึ้น ปืนใหญ่หลายลำกล้องขนาด 23 มม. บนเฮลิคอปเตอร์เริ่มเล็งไปที่คิงพิน และหมุนอย่างบ้าคลั่ง
สูทกันกระสุนกันได้แค่กระสุนปืนพก ถ้าเจอเจอปืนกลหนักเข้า . . .
ช่างเถอะ ยอมก็ได้วะ!
คิงพินเอามือกุมหัวและนอนราบกับพื้นอย่างว่าง่าย
หลังจากคุมตัวคนในที่เกิดเหตุได้ทั้งหมด เฮลิคอปเตอร์ก็ค่อย ๆ ร่อนลงจอด
สแตนฟิลด์กระโดดลงจากเครื่องพร้อมคนสนิทอาวุธครบมือสี่คน
คิงพิน นักข่าว เจสัน . . .
รถไฟไหม้ ศพเกลื่อนพื้น ของใช้กระจัดกระจายในตู้คอนเทนเนอร์
สแตนกวาดตามองรอบ ๆ และเข้าใจเรื่องราวคร่าว ๆ
ที่แท้ก็โดนคิงพิน ไอ้สารเลวนี่ซ้อนแผนเข้าให้
ด้วยใบหน้ามืดมน เขาเดินไปข้างเจสันและแตะชีพจรที่คอ
โชคดีที่ยังไม่ตาย!
เขารีบทำสัญญาณมือ และคนสนิทสองคนก็เก็บปืนทันทีและค่อย ๆ ยกเจสันขึ้นเฮลิคอปเตอร์อย่างระมัดระวัง
คนสนิทอีกสองคนยึดกล้องและเมมโมรี่การ์ดจากนักข่าว
สแตนเดินไปหาคิงพิน นั่งยอง ๆ และมองลงมาด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร
“กล้าวางกับดักฉัน แกคงคิดว่าชีวิตยืนยาวเกินไปสินะ ภาวนาให้เจสันปลอดภัยเถอะ ไม่งั้น . . .”
คิงพินไม่สนใจคำขู่ของเขาเลย แต่พูดด้วยน้ำเสียงประหลาดใจเล็กน้อย
“ฉันนึกว่าเจสันมีข้อตกลงบางอย่างกับ ปปส. ของแก เขาบอกที่ตั้งโรงงานกัญชา แล้วพวกแกก็ให้ที่ซ่อนและปกปิดตัวตนให้เขา”
“แต่ดูเหมือนความสัมพันธ์ของพวกแกจะซับซ้อนกว่าที่ฉันคิด เผลอ ๆ เหมือนเจ้านายกับลูกน้องซะมากกว่า หึหึ ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่ามันให้อะไรแกเป็นข้อแลกเปลี่ยน”
สแตนแค่นเสียงเย็นชา ถ่มน้ำลายใส่หน้าคิงพิน แล้วหันหลังกลับขึ้นเฮลิคอปเตอร์
เฮลิคอปเตอร์บินขึ้นและมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว
คิงพินค่อย ๆ ลุกขึ้นจากพื้น แต่โทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้น เป็นเบอร์แปลก
“คิงพิน เกิดเรื่องใหญ่แล้ว คืนนี้กรมตำรวจจะกวาดล้างกองกำลังใต้ดินในนิวยอร์ก รีบซ่อนของผิดกฎหมายเร็วเข้า ไม่งั้นจะยุ่ง”
“ฮึ! เรื่องสำคัญขนาดนี้ทำไมเพิ่งมาบอกตอนนี้?”
“เบื้องบนเอาจริงในครั้งนี้ ยึดมือถือตำรวจทุกคน ฉันต้องโกหกว่ามีธุระด่วนแล้ววิ่งออกมาจากบ้าน อย่ามัวถามมาก รีบให้คนซ่อนของซะ”
“ไม่ต้องห่วง ของถูกซ่อนเรียบร้อยแล้ว จะบอกให้นะ เจสันปรากฏตัวแล้ว”
“อะไรนะ! เจสัน! มันอยู่ที่ไหน?”
“ถูก ปปส. เอาตัวไปแล้ว”
“ไอ้เวรเอ๊ย! ไอ้พวกลูกหมา ปปส. อีกแล้ว! ในเมื่อพวกมันเอาตัวไปแล้ว กรมตำรวจเราคงเข้าไปแทรกแซงลำบาก”
“ไอ้โง่! ปปส. จะกินเค้กก้อนโตขนาดนี้คนเดียวไหวเหรอ? รีบรายงานข่าวไป เจ้านายแกต้องมีวิธีแน่”
“ได้ ฉันจะรายงานทันที แกอุตส่าห์บอกข่าวนี้ฉัน คงไม่ได้หวังดีเฉย ๆ หรอกนะ”
“แน่นอน เจสันกุมความลับสำคัญไว้ และแกต้องช่วยฉันขุดมันออกมา”
. . .
เห็นสภาพอันน่าเวทนาของเจสัน สแตนส่ายหัวและโทรหาแฟรงคลิน
“สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง? ลูกพี่เป็นอะไรไหม?”
“คนยังไม่ตาย ที่เหลือพูดยาก”
“ไอ้เวรเอ้ย!”
“อย่าโทษตัวเองเกินไป ทุกคนมีส่วนรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นคืนนี้ ถ้านายไม่แจ้งฉันด่วน ป่านนี้เจสันอาจถูกคิงพินเอาตัวไปแล้วก็ได้”
“พระเจ้า หวังว่าลูกพี่จะรอดมาได้นะ”
“นายรีบกลับไปที่เซฟเฮาส์ ฉันจะดูแลทางฝั่งลูกพี่เอง”
วางสาย เฮลิคอปเตอร์ลงจอดบนดาดฟ้าโรงพยาบาล
หลังจากเฮลิคอปเตอร์จอดสนิท เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่รออยู่แล้วก็กรูกันเข้ามาพร้อมเปลพยาบาลและเครื่องมือ
ผ้าพันแผลห้ามเลือด น้ำเกลือ เครื่องช่วยหายใจ . . . งัดทุกวิธีปฐมพยาบาลมาใช้หมด
ทางเดินกว้างขวางถูกเคลียร์จนโล่ง และหมอสี่คนรีบเข็นเปลเข้าห้องผ่าตัด
นี่เป็นคนไข้ที่ผู้อำนวยการ ปปส. นิวยอร์ก ส่งมาด้วยตัวเอง และย้ำนักย้ำหนาทางโทรศัพท์ว่าสำคัญมาก ทางโรงพยาบาลจึงต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
เปลพยาบาลถูกเข็นเข้าไปในห้องผ่าตัด และเมื่อเห็นไฟแดงหน้าห้องผ่าตัดสว่างขึ้น สแตนถอนหายใจมองเพดาน
เขานั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่บนม้านั่งหน้าห้องผ่าตัด ร้อนรนกระวนกระวายใจ
การบาดเจ็บของเจสันครั้งนี้เป็นความรับผิดชอบของเขาล้วน ๆ เป็นเพราะเขาประเมินศัตรูต่ำไปและใจร้อนเกินไป
ถ้าเขารอบคอบกว่านี้สักนิด จุดจบอาจจะต่างออกไป
สิบนาทีต่อมา หมอในชุดกาวน์สีขาวเดินออกมาจากห้องผ่าตัด
สแตนรีบเข้าไปถาม “หมอครับ เขาเป็นยังไงบ้าง?”
หมอดึงหน้ากากลงและส่ายหัว “คนไข้มีบาดแผลฉกรรจ์ทั่วร่างกาย เสียเลือดมาก กระดูกแขน หน้าอก และท้องหักหลายแห่ง เลือดออกภายในเนื่องจากม้ามและไตเสียหาย สรุปคือ อาการสาหัสมาก โอกาสรอดน้อยมากครับ”
ตาสแตนแดงก่ำทันที เขากระชากคอเสื้อหมอ “หมอ! ผมไม่อยากฟังเรื่องไร้สาระพวกนี้! คนข้างในนั้นสำคัญมาก สำคัญโคตร ๆ! ไม่ว่าจะใช้ยาอะไร ใช้วิธีไหน คุณต้องช่วยชีวิตเขาให้ได้!”
หมอตกใจกลัวสแตน และรีบพูดว่า “ไม่ต้องห่วงครับ เราจะทำเต็มที่ ผมจะติดต่อหมอจากโรงพยาบาลอื่นมาช่วยผ่าตัดด่วนเดี๋ยวนี้เลยครับ”
สแตนปล่อยมือและขอร้อง “ฝากด้วยครับ!”