- หน้าแรก
- มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล
- มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล ตอนที่ 7 เซฟเฮาส์ของเจสัน
มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล ตอนที่ 7 เซฟเฮาส์ของเจสัน
มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล ตอนที่ 7 เซฟเฮาส์ของเจสัน
มหาวายร้ายแห่งจักรวาลมาร์เวล ตอนที่ 7 เซฟเฮาส์ของเจสัน
[ติ๊ง! ยิงไข่ของอนาโตลีแตกหนึ่งข้าง ได้รับคะแนนตัวร้าย 100 คะแนน ความคืบหน้าปัจจุบัน 1350/2000]
ไข่?
เจสันอดหัวเราะออกมาไม่ได้
“ยินดีด้วยนะ วลาดิเมียร์ น้องชายแกได้กลายเป็นยอดนักรบผู้เดียวดายไปซะแล้ว!”
“เจสัน หยุดนะ!”
“ฉัน . . . ฉันชดใช้ให้แกได้ ฉันจะชดใช้ค่าบ้านและความเสียหายทั้งหมดของแก ได้โปรดอย่าทำร้ายอนาโตลีเลย”
เจสันไม่สะทกสะท้าน “เสียใจด้วย ความเสียหายของฉันต้องชดใช้ด้วยชีวิตของพวกแกพี่น้องเท่านั้น”
“ไอ้ชาติชั่วเอ๊ย!”
เจสันส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ คิดว่าคำด่าของพวกมะกันนี่มันช่างแห้งแล้งจริง ๆ มีแค่สองประโยคนี้วนไปวนมา สรรหาคำใหม่ ๆ มาบ้างไม่ได้รึไง
“เฮ้! ได้ยินเสียงร้องโหยหวนของน้องแกไหม? ทำไมไม่รีบออกมาช่วยมันล่ะ?”
ปัง!
กระสุนนัดหนึ่งเจาะเข้าที่ต้นขาของอนาโตลี และเสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ฝีมือแม่นปืนของเจสันพัฒนาขึ้นมาก นัดนี้แค่ทำให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บ ไม่โดนเส้นเลือดใหญ่
เสียงกรีดร้องของอนาโตลีทำให้วลาดิเมียร์นั่งไม่ติด
ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหวและสั่งให้ลูกน้องคนหนึ่งออกไปช่วยอนาโตลี แน่นอนว่าการเดินออกจากทางเดินหนีไฟในเวลานี้ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตาย
มาเฟียคนที่ถูกเลือกมีความไม่เต็มใจอยู่เต็มอก แต่วลาดิเมียร์กำปืนพกแน่นและจ้องมองเขาอย่างดุร้าย ตราบใดที่เขากล้าปฏิเสธ หัวของเขาคงถูกเจาะด้วยกระสุนแน่
ชายคนนั้นถอนหายใจอย่างจำยอมค่อย ๆ เล็ดลอดออกจากทางเดินหนีไฟ และคลานไปข้างหน้าโดยให้ร่างกายแนบชิดกับพื้น
เขาปีนไปข้าง ๆ อนาโตลีอย่างระมัดระวัง เอื้อมมือไปดึงเท้าของเขากลับมา
บนพื้นสีขาว เลือดสีแดงสดถูกลากเป็นทางยาว
เจสันมองดูอย่างเย็นชา ปืน M4A1 ในมือเล็งไปที่เขาแล้ว แต่ยังไม่รีบร้อนที่จะยิง
เมื่ออนาโตลีอยู่ห่างจากทางออกหนีไฟเพียงสองสามเมตร
ปัง!
กระสุนเพลิงเจาะทะลุหัวของชายคนนั้น
[ติ๊ง! ฆ่ามาเฟียหนึ่งคน ได้รับคะแนนตัวร้าย 100 คะแนน ความคืบหน้าปัจจุบัน 1450/2000]
“แม่งเอ๊ย!”
วลาดิเมียร์โกรธจนทุบกำปั้นลงกับพื้น
“บอส นี่เป็นกับดักของเจสัน มันต้องการล่อคุณออกไป ดังนั้นอย่าใจร้อนครับ”
มาเฟียที่เหลือรีบเกลี้ยกล่อม
เบอร์สองของแก๊งถูกเล่นจนพิการไปแล้ว ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับบอสอีก แก๊งมาเฟียที่อุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาคงถึงคราวล่มสลายจริง ๆ
แน่นอนว่าวลาดิเมียร์เข้าใจว่านี่เป็นกลอุบายของเจสัน
เหตุผลบอกให้เขาใจเย็นและอย่าหลงกล แต่เมื่อเห็นสภาพอันน่าเวทนาของอนาโตลีที่นอนรอความตายอยู่บนพื้น หัวใจของเขากระตุกวูบ ราวกับว่าส้นเท้าไม่เชื่อฟังคำสั่ง เขาอยากจะออกไป
คนที่นอนอยู่ข้างนอกนั่นคือน้องชายแท้ ๆ ของเขาเอง!
ขณะที่คนไม่กี่คนกำลังคุมเชิงกันอยู่ เสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังแว่วมาแต่ไกล
สิบนาทีผ่านไปแล้วตั้งแต่อพาร์ตเมนต์ระเบิด ตำรวจ NYPD พวกนี้อู้งานเก่งจริง ๆ
เสียงรถตำรวจทำให้วลาดิเมียร์ได้สติอย่างสมบูรณ์
“บอส ตำรวจมาแล้ว รีบหนีเถอะครับ”
วลาดิเมียร์พยักหน้าด้วยดวงตาแดงก่ำและคลอด้วยน้ำตา เขามองอนาโตลีอย่างอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะหันหลังกลับและจากไป
เจสัน! ความแค้นนี้ฉันจำไว้แล้ว ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ฉันก็จะฆ่าแกให้ได้!
. . .
เจสันก็ได้ยินเสียงไซเรนเช่นกัน
เขาคิดว่าแย่แล้ว จากนั้นรีบยิงซ้ำไปที่ร่างของอนาโตลี
“วลาดิเมียร์ แกจะทิ้งน้องชายแล้วหนีเอาตัวรอดคนเดียวงั้นเหรอ?”
แม้จะยิงไปหลายนัด แต่ก็ไม่มีการตอบสนองจากทางเดินหนีไฟ
วลาดิเมียร์หนีไปแล้ว และแผนการตกปลาของเขาก็ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
เจสันถอนหายใจด้วยความเสียดายเล็กน้อย ยิงหัวอนาโตลีปิดท้ายแล้วรีบจากไป
[ติ๊ง! ฆ่าอนาโตลี (ตัวละครตามเนื้อเรื่อง) ได้รับคะแนนตัวร้าย 500 คะแนน ความคืบหน้าปัจจุบัน 1950/2000]
เจสันรีบเดินเข้าไปในร้าน NIKE สวมรองเท้ากีฬาสีดำรุ่นใหม่ประจำฤดูกาล คว้าเป้ใบใหญ่ ยัดปืนและกระสุนลงในเป้ และสุดท้ายสวมหมวกเบสบอล ก่อนจะออกจากห้างผ่านทางเดินพนักงานที่ซ่อนเร้น
[ติ๊ง! ขโมยทรัพย์สินของผู้อื่น ได้รับคะแนนตัวร้าย 10 คะแนน ความคืบหน้าปัจจุบัน 1960/2000]
. . .
ผลักประตูออกไป ท้องฟ้ามืดมิดราวกับน้ำหมึก และเสียงไซเรนก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
เจสันดึงปีกหมวกให้ต่ำลงและเดินจ้ำเข้าไปในตรอก ซ่อนตัวในความมืด
มีคนเดินเท้าและรถยนต์บนถนนมากเกินไป แถมยังมีกล้องวงจรปิดอีก ดังนั้นเจสันจึงทำได้เพียงเดินไปตามตรอกที่สกปรกและชื้นแฉะ แต่ตรอกซอกซอยก็มีข้อเสียของมัน
“เฮ้ เพื่อน มีอะไรอยู่ในกระเป๋าสีดำใบพอง ๆ นั่นน่ะ?”
วัยรุ่นสามคนอายุราวสิบหกสิบเจ็ดปีปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเจสัน ผมของพวกเขาย้อมสีสันฉูดฉาด จี้โลหะบนตัวส่งเสียงกรุ๊งกริ๊ง เคี้ยวหมากฝรั่งตุ้ย ๆ และถือมีดพกในมือ
เจสันก้มหน้าลงและวางเป้ลงบนพื้น “มีของดีเพียบเลย อยากดูไหมล่ะ?”
“แน่นอน! รีบเอาออกมาเร็ว ๆ”
หนึ่งในนั้นขู่ด้วยมีดคมกริบ
“อย่าเพิ่งตื่นเต้นสิ กำลังจะหยิบให้ดูนี่ไง”
เจสันพูดพลางหยิบปืนลูกซองออกมาจากเป้
แก๊งสามซ่า: ???
“ปืนลูกซองเบเนลลี M4 Super 90 ดีไซน์กึ่งอัตโนมัติ ยิงกระสุนได้หลายขนาด นัดเดียวเจาะรูเบ้อเริ่มที่หน้าอกพวกนายได้เลย แรงถีบต่ำ แถมเสียงไม่ดังมาก ว่าไง ของดีใช่ไหมล่ะ”
“โอ้ เชี่ย!”
ทั้งสามคนร้องเสียงหลงแล้ววิ่งหนีป่าราบ
เมื่อมองดูแผ่นหลังที่วิ่งหนีอย่างทุลักทุเลของพวกเขา เจสันก็นึกถึงวัยเด็กของเขาขึ้นมาทันที
ตอนนั้นเขาก็เหมือนพวกเด็กพวกนี้ ซ่อนตัวอยู่ในตรอกสกปรกเหม็นอับและดักปล้นคนเดินผ่านไปมาตามลำพัง ต่างกันตรงที่เจสันไม่ได้ถือมีดพก แต่เป็นปืนพกขนาด 9 มม. ที่บรรจุกระสุนพร้อมยิง
พริบตาเดียว เวลาผ่านไปกว่าสิบปีแล้ว
โถ่เอ๊ย เวลาช่างผ่านไปเร็วนัก
เจสันยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยความรู้สึกสะเทือนใจครู่หนึ่ง ก่อนจะเก็บปืนลูกซองกลับเข้าเป้ เดินทะลุสามบล็อกแล้วออกจากตรอก
หลังจากเปลี่ยนแท็กซี่สามคันระหว่างทาง ในที่สุดเจสันก็มาถึงจุดหมาย
โกดังให้เช่าทางฝั่งตะวันตกของแมนฮัตตัน ริมฝั่งแม่น้ำฮัดสัน
โกดังเก็บของแบบบริการตัวเองแบบนี้ราคาถูกและสะดวกสบาย เป็นที่นิยมมากสำหรับชาวอเมริกัน
ในสถานที่ห่างไกล คุณสามารถเช่าโกดังขนาด 20 ตารางเมตรได้ในราคาเพียง 80 ดอลลาร์ต่อเดือน และตราบใดที่คุณจ่ายเงินตรงเวลา ก็ไม่มีใครมาตรวจสอบว่าคุณเก็บอะไรไว้ข้างใน ดังนั้นเจสันจึงเช่าโกดังขนาด 100 ตารางเมตรไว้เป็นเซฟเฮาส์ของตัวเอง
ตำแหน่งของเซฟเฮาส์นี้ไม่เคยบอกใคร แม้แต่คิงพินหรือคนสนิทของเจสันก็ตาม
เขาหยิบกุญแจออกมาไขเปิดประตูเหล็กม้วนของโกดัง โดยสิ่งที่สะดุดตาคือเฟอร์นิเจอร์เก่า ๆ กองพะเนิน
ทีวี โซฟา โต๊ะกินข้าว เก้าอี้ อาหารสำเร็จรูป น้ำดื่ม . . .
ดูเผิน ๆ ก็ไม่ต่างจากโกดังทั่วไป
เขาปิดประตูม้วนและหยิบไฟฉายออกจากลิ้นชักโต๊ะ
ย้ายกองเฟอร์นิเจอร์ออกและดึงกระเป๋าเดินทางฝุ่นเขรอะออกมา
ข้างในมีเสื้อผ้า อาวุธปืนและกระสุน ใบขับขี่ พาสปอร์ต กระเป๋าพยาบาลพกพา โทรศัพท์มือถือ และเงินสดสองหมื่นดอลลาร์
คนในวงการย่อมมีเรื่องไม่คาดฝัน เจสันมีเซฟเฮาส์แบบนี้อยู่ถึงเจ็ดแห่ง
เขาเปิดกล่องพยาบาลและถอดเสื้อคลุมเปื้อนเลือดออก
เจสันนั่งบนโซฟา ทำแผลให้ตัวเอง ฆ่าเชื้อ เย็บแผล และเปลี่ยนผ้าก๊อซ
เขาชำนาญยิ่งกว่าพยาบาลในโรงพยาบาลหลายคนเสียอีก