เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 103 หลบหนี

บทที่ 103 หลบหนี

บทที่ 103 หลบหนี


บทที่ 103 หลบหนี

.

คทาสูงหนึ่งเมตรปรากฏขึ้นราวกับเป็นเพียงเงาลวงตาไร้ตัวตน แต่ด้ามจับของคทาได้ถูกเสียบเข้าไปในพื้นจนเกิดเป็นหลุมเล็กๆจริงๆ

บนคทาอันนั้นยังมีอัญมณีสีขาวส่องประกายเจิดจ้า

ภายในถ้ำเล็กๆแห่งนี้ มีผู้พิทักษ์รัตติกาลในชุดดำ และทีมมือใหม่สี่คนในชุดลายพรางสีขาว

แน่นอนว่ายังมีชายหนุ่มคนหนึ่งในทีมนี้ที่ไม่ใช่มือใหม่

นั่นคือไห่เทียนชิงผู้แย้มยิ้มอยู่เสมอ

ถ้ำแห่งนี้มีขนาดไม่ใหญ่นัก มีพื้นที่ประมาณ 30 ตารางเมตร บริเวณโดยรอบไม่สม่ำเสมอ ทิศตะวันตก ตะวันออกเฉียงใต้ และตะวันออกเฉียงเหนือ ถูกคุ้มกันโดยชายหนุ่มสามคน นั่นคือไห่เทียนชิง ผู้พิทักษ์รัตติกาลในชุดดำและหลี่เว่ยอี้

ผู้พิทักษ์รัตติกาลร้องตะโกนว่า “เปลี่ยนที่กัน ทางนี้เป็นฝูงผีขาว ผมจะต่อสู้กับทหารรับจ้างตรงนั้นเอง”

“ไม่ ผมจัดการเอง” ไห่เทียนชิงกล่าว ในขณะที่รีบไปข้างๆหลี่เว่ยอี้อย่างรวดเร็ว เมื่อได้ยินเสียงงูโคลนปะทะกับโล่สีดำของหลี่เว่ยอี้

การต่อสู้ครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่นาน หลังจากเผชิญหน้ากันไม่กี่ครั้ง เซี่ยหยานก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส

และเธอก็ถือได้ว่าเป็นผู้นำของทีม

ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มทหารรับจ้าง ความแข็งแกร่งของเธอก็ยังขาดอยู่เล็กน้อย

สำหรับเธอแล้ว นี่ไม่ใช่การต่อสู้ในระดับเดียวกันเลย

และดูเหมือนว่ากลุ่มทหารรับจ้างจะรู้วิธีใช้ประโยชน์จากความสามารถของตัวเองด้วย เพราะในช่วงเวลาต่อมา จู่ๆก็มีงูโคลนหลายตัวโผล่ออกมาจากบริเวณใจกลางถ้ำ

ทหารรับจ้างไม่จำเป็นต้องรีบเร่ง เพื่อฉีกทีมนี้ออกจากกันจากภายใน

โชคดีที่ดูเหมือนว่าไม่มีใครในกลุ่มทหารรับจ้างที่มีทักษะดาวทอง ‘แม่น้ำโคลน’

ไม่เช่นนั้น ทีมนี้คงถูกทำลายไปแล้ว

นี่เป็นความได้เปรียบในสนามเหย้าอย่างชัดเจน

“อาจารย์ไห่ ถอยไป” หานเจียงเสวี่ยใช้มือกดกำแพงหินที่ขอบทางเดินแล้วพูดเบาๆ

“หืม?” แสงแปลกๆที่ปกคลุมร่างกายของไห่เทียนชิงกำลังถูกงูโคลนฉีกเป็นชิ้นๆ เขากำลังจะรีบเข้าไปในอุโมงค์เพื่อสังหารศัตรู แต่ก็ต้องหยุดชะงักด้วยคำพูดของหานเจียงเสวี่ย

“แกล้งทำเป็นได้รับบาดเจ็บ และถอยกลับไปยังจุดบอดจากการมองเห็นของพวกเขา” หานเจียงเสวี่ยพูดต่อไป และหันไปมองเซี่ยหยานและพูดว่า “พยายามลุกขึ้นมา”

ในขณะที่ ไห่เทียนชิงก้าวถอยกลับ ก็มีหนามโคลนแทงลงมาในแนวทแยงมุมจากด้านบน เฉียดใบหน้าของไห่เทียนชิงไปอย่างน่ากลัว และยังมีระเบิดโคลนหลายลูก พุ่งเข้าใส่ร่างของไห่เทียนชิงด้วย

ไห่เทียนชิงล้มตัวลงและกลิ้งไปด้านหลัง จากนั้นก็รีบคลานไปด้านข้าง

ทหารรับจ้างในทางเดินไม่ได้รีบเร่งเข้าไป แต่เป็นผู้นำในการใช้งูโคลนโจมตีคทาที่ปักอยู่กลางถ้ำ จากนั้นก็เดินเข้าไปด้วยความระมัดระวังตัวอย่างเต็มที่

ในขณะที่ทหารรับจ้างกำลังเดินผ่านทางเดินแคบๆ ก็ทันได้เห็นข้อเท้าของผู้พิทักษ์รัตติกาลในชุดดำที่กำลังลับตาไป

ทหารรับจ้างก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่ออยู่ห่างทางเข้าทางเดินประมาณ 1 เมตร ดวงตาของเขาก็พร่ามัว ทันทีหลังจากนั้นเขาก็พบว่าตัวเองหายใจไม่ออก

หานเจียงเสวี่ยดึงทักษะดาวทองทลายฟ้ากลับคืนมา แล้วมองดูกำแพงหินโดยรอบอย่างระมัดระวัง และพบว่ากำแพงที่อยู่ถัดจากผู้พิทักษ์รัตติกาลกำลังนุ่มลงและขยับเคลื่อนไหว ราวกับจะกลายเป็นดินไหล

(ผู้แปล - ทักษะดาวทอง: ทลายท้องฟ้า คือพื้นที่มิติ ขนาดสองโลงศพ)

แม้สิ่งที่ค้นพบจะไม่ใช่ทักษะดาวทอง ‘แม่น้ำโคลน’ แต่มันก็เพียงพอที่จะเปิดช่องทางตรงนั้นได้

หานเจียงเสวี่ยโบกมืออย่างเร่งรีบ ส่งทักษะดาวทลายฟ้าไปยังกำแพงหินโดยตรง

ทหารรับจ้างที่ตกเข้าไปในพื้นที่มิติของทักษะทลายฟ้าและกำลังจะขาดใจตายก่อนหน้านี้ พอได้เห็นทางออกอย่างกะทันหันก็ดีใจขึ้นมาทันที เนื่องจากหายใจไม่ออกจนร่างกายไม่มีกำลัง เขาจึงทำได้เพียงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อไปยังทางออกที่เปิดอยู่ แต่…

ร่างหนึ่งวาบออกมาจากกำแพงหิน พร้อมกับเสียง ‘หวือ’ ดังออกมา ร่างนั้นกระแทกทหารรับจ้างที่พยายามจะปีนออกมา แล้วร่างนั้นก็ติดตามทหารรับจ้างตกเข้าไปในพื้นที่มิติของทลายท้องฟ้า

“ไป!” ไห่เทียนชิงตะโกนอย่างเร่งรีบ เขานำทีมเข้าต่อสู้และล่าถอยเข้ามาในถ้ำนี้ พวกเขาถูกทุบตีจนอารมณ์เสียจริงๆ ความได้เปรียบในสนามเหย้าของคู่ต่อสู้นั้นยิ่งใหญ่เกินไป แต่สถานการณ์ในตอนนี้ แม้ว่าพวกเขาต้องเข้าไปเผชิญหน้ากับฝูงผีขาว ก็ยังดีกว่าสู้กับ ‘โคลนเหม็น’ ในถ้ำพวกนี้

เป็นเพราะความได้เปรียบในสนามเหย้าของคู่ต่อสู้นี่เองที่ทำให้กองกำลังผู้พิทักษ์รัตติกาลผู้ทรงพลังต้องล่าถอยอย่างต่อเนื่อง

ไห่เทียนชิงผลักหลี่เว่ยอี้ ให้เดินตามเข้าไปในอุโมงค์เล็กๆ ที่ถูกเปิดออกโดยผู้มาใหม่ เขาเรียกทุกคนให้เข้าไปในนั้น แสงสีทองบนร่างสว่างขึ้นและตบลงบนพื้นอย่างแรง

คทาลวงตาอีกอันหล่นลงมา และปักเข้าไปในอุโมงค์ด้านหลัง คราวนี้อัญมณีที่อยู่เหนือคทาเป็นสีฟ้า

เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง

สายฟ้าถูกยิงออกมาจากอัญมณีเหนือคทาอย่างบ้าคลั่ง ทั้งภายในและภายนอกอุโมงค์

หานเจียงเสวี่ยมาที่ด้านข้างของหลี่เว่ยอี้และพูดว่า “เร็วเข้า”

คนทั้งคู่รีบวิ่งเข้าไปในอุโมงค์เล็กๆ ที่เพิ่งเปิดใหม่ หานเจียงเสวี่ยไม่ลืมใช้สายลมป่าเถื่อนยกร่างเซี่ยหยานที่กำลังนั่งอยู่บนพื้นไปด้วย

ผู้พิทักษ์รัตติกาลปิดปากถ้ำแห่งนั้นได้ในที่สุด และถูกไห่เทียนชิงพาวิ่งเข้าไปในอุโมงค์เล็กๆ อย่างไรก็ตามผีขาวอีกกลุ่มได้กรูกันเข้ามาเต็มไปหมดอีกครั้ง พวกเขารีบวิ่งเข้าไปในถ้ำทั้งหมดที่มองเห็น

ไห่เทียนชิงรีบวิ่งเข้าไปในอุโมงค์เล็กๆ แล้วคทาไพลินก็ถูกปักลงพื้น ปิดกั้นปากทางเข้า และเขาก็ตระหนักดีถึงผลที่ตามมา

กระแสไฟฟ้าสาดใส่ร่างกาย เขาอดทนต่อความเจ็บปวดและชาอย่างรุนแรง ไห่เทียนชิงกำมือซ้ายแน่น จากนั้นกลุ่มคนที่รีบตะเกียดตะกายไปข้างหน้าก็ได้ยินเสียงกระดิ่งอันไพเราะ

ลำแสงทางการแพทย์ตกลงไปบนร่างของผู้พิทักษ์รัตติกาล แล้วกระโดดไปบนร่างของทีมที่รวมตัวกันเป็นเส้นตรงในอุโมงค์แคบๆ

ไห่เทียนชิงรู้สึกชาไปทั้งตัว เขาตัวสั่นเทาด้วยความเจ็บปวดและพยายามก้าวไปข้างหน้า

แสงอีกดวงพุ่งออกมา เขาใช้ทักษะดาวตราประทับกับตัวเอง คราวนี้ลำแสงทางการแพทย์ได้กระโดดกลับมาแล้ว แต่มันยังกระโดดไปที่ด้านหลังและตกลงบนร่างของผีขาวที่ปากถ้ำ

ไห่เทียนชิงวางมือบนด้านหลังของผู้พิทักษ์รัตติกาลที่อยู่ถัดไป ทิ้งตราประทับไว้อย่างรวดเร็ว

ลำแสงทางการแพทย์กระโดดกลับมา และเคลื่อนตัวไปมาระหว่างไห่เทียนชิงกับผู้พิทักษ์รัตติกาล

ผู้พิทักษ์รัตติกาลได้ปีนออกจากอุโมงค์เล็กๆ และเผชิญหน้าอย่างใกล้ชิดกับทหารรับจ้างสองคน

ทหารรับจ้างคนหนึ่งถือโล่โคลนและปกคลุมร่างกายด้วยโคลน ต้านทานระเบิดเพลิงของผู้พิทักษ์รัตติกาลอย่างไม่เลือกปฏิบัติ แต่ทหารรับจ้างคนนี้ก็ไม่ได้ตื่นตระหนก เพราะเขารู้ว่าเพื่อนร่วมทีมที่อยู่ด้านหลัง จะใช้งูโคลนเพื่อกลบการปรากฏตัวของผู้พิทักษ์รัตติกาลออกไป

แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจก็คือ ผู้พิทักษ์รัตติกาลก้าวถอยกลับไปจริงๆ!

ผู้พิทักษ์รัตติกาลถอยกลับไปทางด้านซ้ายของทางเข้าอุโมงค์ ตีตัวออกห่างจากทหารรับจ้างทั้งคู่ที่อยู่ทางด้านขวาของทางเข้าอุโมงค์

ช่วงเวลาต่อมา ทหารรับจ้างก็รู้สึกดวงตาพร่ามัว ดูเหมือนว่าจะมีพื้นที่ทับซ้อนอยู่ตรงหน้า

ทันทีหลังจากนั้นสายลมกระโชกแรงก็ผลักพวกเขาเข้าสู่พื้นที่มิติทลายท้องฟ้า

ผู้พิทักษ์รัตติกาลที่อยู่ทางด้านซ้ายของทางเข้าอุโมงค์ กำลังจัดการกับดินโคลนที่ปีนป่ายขึ้นมาบนขา แต่จู่ๆดินโคลนเหล่านั้นก็หยุดลงอย่างกะทันหัน ทำให้ผู้พิทักษ์รัตติกาลเงยหน้าขึ้นมอง หืม…ทหารรับจ้างเมื่อกี้ไปอยู่ไหนแล้ว?

ทหารรับจ้างสองคนนั้นได้ถูกโยนเข้าไปในพื้นที่มิติทลายท้องฟ้าแล้วไงล่ะ!

หานเจียงเสวี่ยปีนออกมาจากอุโมงค์อย่างรวดเร็ว ด้วยวัยและระดับพลังดาวที่วัฏจักรเนบิลล่าขั้นต่ำ ทำให้เธอยอมรับความเมตตาของพ่อแม่ดูดซับทักษะดาวที่ไม่ควรได้รับ และยอมอดทนต่อแรงกดดันที่มากเกินไป

ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์ถึงความสำคัญของทักษะดาว และความสำคัญของการผสมผสานทักษะดาว

ถ้าหากหานเจียงเสวี่ยให้ทักษะดาวเหล่านี้ในการแข่งขันระดับโรงเรียนมัธยมปลาย อันดับของเธอต้องไม่ต่ำอย่างแน่นอน แต่เธอจะต้องทนทุกข์จากโทษจำคุก หรือแม้แต่บทลงโทษที่รุนแรงกว่านั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่สำหรับตอนนี้ ด้วยทักษะดาวดังกล่าวและเพื่อชีวิต เธอไม่เสียเวลาไปกับการเจรจาอย่างสันติอย่างแน่นอน

“คนเหล่านี้ได้รับการฝึกฝนมาเป็นพิเศษเพื่อยึดครองสถานที่แห่งนี้ใช่ไหม? ทำไมทหารรับจ้างทุกคนถึงควบคุมดินได้?” เซี่ยหยานพูดด้วยความโกรธ

พอได้ยินสิ่งที่เซี่ยหยานพูด ไห่เทียนชิงก็อึ้งไปเล็กน้อย มันอาจเป็นจริงอย่างที่เธอพูด…

จบบทที่ บทที่ 103 หลบหนี

คัดลอกลิงก์แล้ว