เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 79 แถบความคืบหน้า

บทที่ 79 แถบความคืบหน้า

บทที่ 79 แถบความคืบหน้า


บทที่ 79 แถบความคืบหน้า

.

“ว่าไง? ครอบครัวของคุณตัดสินใจยังไง?” ในห้องฝึกของโรงเรียน หลี่เว่ยอี้ขวางแขนไว้ตรงหน้าอก ภายใต้การหลั่งไหลของพลังดาวเป็นชั้นๆ ‘โล่ปราบจลาจล’ ขนาดใหญ่ถูกสร้างขึ้น

‘โล่ปราบจลาจล’ นี้คล้ายกับโล่ปราบจลาจลของตำรวจพิเศษ มันใหญ่ หนา และมีสีดำ ชั้นสีดำสนิทของพลังดาวถูกซ้อนทับกัน สกัดกั้นผลกระทบจากหมัดของเจียงเสี่ยวผี

เจียงเสี่ยวรู้ว่าหลี่เว่ยอี้ไม่ได้คุยกับเขา แต่คุยกับเซี่ยหยานที่เดินเข้ามาจากประตูที่อยู่ไกลออกไป ซึ่งเธอก็ตอบกลับมาว่า “ครอบครัวของฉันเห็นด้วย”

“เฮ้!” แผนที่ดาวกระบวยใหญ่เก้าดาวปรากฏขึ้นบนร่างของเจียงเสี่ยว แล้วช่องดาวดวงที่สองก็สว่างขึ้น นั่นหมายความว่าเขากำลังใช้กำลังทั้งหมดที่มี

ตูม!

กำปั้นที่ปกคลุมด้วยแสงสีเขียวเข้มกระแทกเข้ากับ ‘โล่ปราบจลาจล’ สีดำสนิท โล่ไม่แตก แต่หลี่เว่ยอี้ถอยหลังไปครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งหลังของเขาไปชนกับกำแพงอย่างแรง

“โล่ทมิฬแข็งแกร่งขนาดนี้เลยเหรอ?” เจียงเสี่ยวพูดอย่างตื่นเต้น “มันให้ความรู้สึกปลอดภัยจริงๆ”

หลี่เว่ยอี้ขยับตัวเล็กน้อย และจ้องไปยังแผนที่ดาวของเจียงเสี่ยวผีอย่างไม่ละสายตาเป็นเวลานาน

ถ้าเขาไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง เขาก็ยังไม่อยากยอมรับเลยว่า เจียงเสี่ยวผีมีเพียง 9 ช่องดาวเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ความจริงก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า ซึ่งทำให้หลี่เว่ยอี้รู้สึกเสียใจแทนเจียงเสี่ยวผีอีกครั้ง

เจียงเสี่ยวถามต่อไป “ผมเคยเห็นจันทร์เสี้ยวเพลิงของเซี่ยหยานมาก่อน แล้วรอยแยกเพลิงของคุณมีลักษณะอย่างไรเหรอ?”

“ที่นี่เป็นห้องฝึกในร่ม ผมไม่กล้าใช้ให้ดูหรอก” หลี่เว่ยอี้ส่ายหน้าและอธิบายต่อไปว่า “ถ้าผมเหยียบพื้นใช้รอยแยกเพลิง เปลวไฟจากการระเบิดจะระเบิดทุกสิ่งรอบตัวเป็นชิ้นๆ”

ดวงตาของเจียงเสี่ยวเป็นประกาย เหยียบพื้นแล้วระเบิด?

ระเบิดแยกปฐพีเวอร์ชั่นมนุษย์?

หลี่เว่ยอี้ต้องเหยียบพื้นถึงจะระเบิด แตกต่างจากพวกโทรลล์ที่สามารถระเบิดได้ทันที…

(ผู้แปล - โทรลล์ในที่นี้หมายถึงพวกคอเน็ตอารมณ์ร้อน)

แผนที่ดาวของหลี่เว่ยอี้เป็นโล่ขนาดใหญ่ แถมยังเป็นโล่ว่าวอีกด้วย

มันเป็นโล่อัศวินรูปสามเหลี่ยมคว่ำ คล้ายกับโล่ของอัศวินยุโรป

บนแผนที่ดาวรูปโล่ว่าวมีช่องดาว 25 ช่องดาว มี 7 ช่องดาวที่ส่องแสงจางๆ 2 ทองเหลือง 5 เงิน

เขาเป็นเช่นเดียวกับเซี่ยหยานที่มี 7 ทักษะดาวที่สว่างขึ้น อันที่จริงพวกเขาเป็นผู้ตื่นที่อยู่ในวัฏจักรเนบิลลา ซึ่งสามารถมีทักษะดาวได้ 8 ทักษะดาว ไม่รู้ว่าทำไมที่ทั้งคู่เลือกเก็บหนึ่งช่องดาวไว้ชั่วคราว

ทักษะดาว 2 ทองเหลืองของหลี่เว่ยอี้คือ ชิงหมางกับความอดทน

ส่วน 5 เงินคือ เปลวเพลิง ระเบิดเพลิง จันทร์เสี้ยวเพลิง รอยแยกเพลิง และโล่ทมิฬ

ครอบครัวของหลี่เว่ยอี้ไม่ได้ร่ำรวยนัก แม่ของเขาเป็นข้าราชการที่ซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าการทุจริตรับสินบน ส่วนพ่อของเขาเป็นสมาชิกของกองทัพลับแห่งชาติ

เงินเดือนข้าราชการก็ยังเท่าเดิม แต่พ่อของหลี่เว่ยอี้อาจมีรายได้พิเศษเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ก็นับว่ายังน้อย นี่คือรายได้ทั้งหมดของครอบครัว

อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ยังสามารถซื้อทักษะดาวส่วนใหญ่ อันได้แก่ ชิงหมาง ความอดทน เปลวเพลิง ระเบิดเพลิง จากผีขาวและผีลาวาให้กับหลี่เว่ยอี้ได้ เหล่านี้ล้วนเป็นทักษะดาวพื้นฐานของเป่ยเจียง

สำหรับทักษะดาวจันทร์เสี้ยวเพลิงและรอยแยกเพลิง หลี่เว่ยอี้ได้มาจากพื้นที่ต่างมิติกลุ่มภูเขาไฟ โดยได้มาจากสิ่งมีชีวิตต่างมิติที่เรียกว่าแม่ทัพผีลาวา

(ผู้แปล - เปลี่ยนจากแม่มดผีลาวามาเป็นแม่ทัพผีลาวา)

แม้ว่าจะมีความแตกต่างเพียงคำเดียวระหว่าง ‘ผีลาวา’ กับ ‘แม่ทัพผีลาวา’ แต่ความแข็งแกร่งและความหายากสามารถอธิบายได้ว่าแตกต่างกันมาก

ทักษะดาว ‘จันทร์เสี้ยวเพลิง’ ของเซี่ยหยาน ดูดซับมาจากลูกปัดดาวที่ได้รับมาจากโรงเรียน ส่วนทักษะดาว ‘รอยแยกเพลิง’ นั้น ตอนนี้เธอยังไม่ได้ดูดซับมัน เพราะการซื้อลูกปัดดาวของแม่ทัพผีลาวาจากบริษัทการค้าด้วยเงินจำนวนมาก ทำให้เซี่ยหยานไม่พอใจมาก เป็นผลให้เซี่ยหยานยังไม่ได้ดูดซับทักษะดาวของมัน

หลี่เว่ยอี้ได้รวบรวมทักษะดาวของแม่ทัพผีลาวา อันได้แก่ ‘จันทร์เสี้ยวเพลิง’ และ ‘รอยแยกเพลิง’ มาไว้ทั้งหมดแล้ว

โดยเฉพาะรอยแยกเพลิงที่เป็นทักษะดาวสร้างความเสียหายแบบหมู่ ด้วยการเหยียบพื้น สร้างรอยแยก แล้วระเบิดเป็นเปลวเพลิง ดูสง่างามมาก ซึ่งทำให้เซี่ยหยานปรารถนาในทักษะดาวนี้มาโดยตลอด

โล่ทมิฬไม่ใช่ทักษะดาวของเป่ยเจียง ลูกปัดดาวที่มีทักษะดาว ‘โล่ทมิฬ’ นี้ หลี่เว่ยอี้ได้มาจากพ่อของเขา

ก่อนหน้านี้เจียงเสี่ยวได้ตรวจสอบบนอินเทอร์เน็ตพบว่า ต้นกำเนิดของ ‘โล่ทมิฬ’ นี้มาจากรัสเซีย…

แม้ว่าจะเป็นเพียงทักษะดาวระดับเงิน แต่ก็มีไม่มาก ทำให้มันมีค่ามาก และความสามารถในการป้องกันของมันก็แข็งแกร่งมากเช่นกัน ต่อให้เกิดการระเบิดขนาดใหญ่ด้านหน้าผู้มีทักษะดาวนี้ โล่ทมิฬก็สามารถต้านทานความเสียหายได้ทั้งหมด

ส่วนจะต้านทานได้ขนาดไหน ก็ขึ้นอยู่กับระดับของทักษะดาวและพลังดาวของผู้ใช้เอง

โล่ขนาดใหญ่ระยะประชิด ดาบใหญ่ระยะประชิด เวทย์มนต์ระยะไกล และพ่อทางการแพทย์

องค์ประกอบของทีมนี้สมบูรณ์แบบจริงๆ

แม้ว่าแผนที่ดาวของหลี่เว่ยอี้คือโล่ว่าวขนาดใหญ่ แต่อาวุธประจำกายของเขาคือค้อนหนัก

หลี่เว่ยอี้บอกว่า พ่อของเขาแนะนำให้หาสัตว์เลี้ยงดาวที่สามารถขี่ได้ในอนาคต และเดินไปในเส้นทางของทหารม้าหนัก

(ผู้แปล – ทหารม้าหนัก เป็นทหารม้าที่ใช้ในการสู้รบประจัญบาน)

เจียงเสี่ยวไม่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลขนาดนั้น แถมเขายังไม่ชอบอะไรที่หนักเกินไป อย่างดาบยักษ์ที่หนักเกินไปของเซี่ยหยาน เขาจึงรู้สึกอึ้งเล็กน้อยกับคำแนะนำของคุณพ่อหลี่ที่บอกให้เลือกเส้นทาง ‘ทหารม้าหนัก’

ในความคิดของเจียงเสี่ยว สนามรบของอาชีพทหารราบระยะประชิดจะมีที่ให้ทหารม้าหนักด้วยเหรอ?

ทีมเล็กๆ สี่คนต้องการทหารม้าหนักจริงๆเหรอ?

บางทีคุณพ่อหลี่อาจทราบดี ว่าบางทีหลี่เว่ยอี้อาจเปลี่ยนดาวให้เป็นศิลปะการต่อสู้ได้ในที่สุด และด้วยโล่ทมิฬกับค้อนหนักในมือ หลี่เว่ยอี้จะสามารถครอบครองตำแหน่งในกองทหารจีนบางส่วนได้

เซี่ยหยานมาที่ด้านข้างและจับแขนของหานเจียงเสวี่ยอย่างเป็นธรรมชาติ พลางมองดูทั้งสองคนที่กำลังต่อสู้กันอยู่ในสนามฝึก และพูดว่า “ลูกปัดดาวทั้งหมดที่เราเก็บเกี่ยวได้ใน 15 วันจะเป็นของแต่ละคน ทางโรงเรียนจะไม่คิดเงิน”

“อืม นี่เป็นสิ่งดี บางทีพวกเราอาจบรรลุถึงขั้นกลางของวัฏจักรเนบิลลาได้” หลี่เว่ยอี้ตอบในขณะต่อสู้ด้วยมือเปล่ากับเจียงเสี่ยวผี และพูดต่อไปว่า “ผมคิดว่าความคิดริเริ่มของทางโรงเรียนเรื่องนี้ดีมาก การท้าทายขีดจำกัดอย่างต่อเนื่องเท่านั้นที่จะทำให้เราก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้ การฝึกฝนอยู่ในโรงเรียนทุกวัน มันไม่มีอะไรท้าทาย ส่วนการต่อสู้กันเองระหว่างทีม มันน่าเบื่อ เพราะเราทุกคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี”

อาฮ่ะ?

น่าเบื่อ?

นี่เหน็บแนมฉันเหรอ?

เจียงเสี่ยวยกมือขึ้นให้พรหลี่เว่ยอี้ และใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่หลี่เว่ยอี้กำลังเคลิ้มเล็กน้อย ชกไปที่จมูกของหลี่เว่ยอี้

“ซี๊ด…”

“ซู๊ด…” หลี่เว่ยอี้กับเจียงเสี่ยวสูดลมหายใจเข้าพร้อมกัน หลี่เว่ยอี้มีอาการเจ็บจมูก ตาแดง และเกือบจะร้องไห้

ส่วนเจียงเสี่ยวก็รู้สึกเป็นทุกข์ หากน้องชายสุดหล่อคนนี้เสียโฉม แล้วถ้าหลี่ชิงเหมยเห็นจมูกโด่งๆของแฟนหนุ่มของเธอยุบลง เธอมิตรงเข้ามาจัดการเขาอย่างหนักเหรอ?

หลี่เว่ยอี้ยกมือขึ้นโบกไปมา ส่งสัญญาณให้หยุดชั่วคราว

ในเวลานี้หลี่เว่ยอี้ไม่รู้ว่ามันเป็นความเจ็บปวดหรือเป็นความสุข ความรู้สึกจากการอาบแสงแห่งพรและความรู้สึกเจ็บจมูกรวมกันเป็นความรู้สึกที่แปลกมาก

“ทำความคุ้นเคยซะ พรคุณภาพเงินของเสี่ยวผีมีผลข้างเคียงบางอย่าง คุณควรทำความคุ้นเคยกับมันให้ได้โดยเร็วที่สุด” หานเจียงเสวี่ยกล่าว “ฉันไม่ต้องการให้คุณชะงักไปต่อหน้าผีขาว”

หลี่เว่ยอี้กุมจมูกนั่งลงบนพื้น เปล่งเสียงหล่อสั่นๆออกจากลำคอ “ครับ รับ…คำสั่ง”

หานเจียงเสวี่ยกลอกตา เธอมองไปยังเจียงเสี่ยวผีและกล่าวว่า “ทำต่อไป”

“โอ้” เจียงเสี่ยวเกาศีรษะ และให้พรหลี่เว่ยอี้อีกครั้ง

ในขณะที่หลี่เว่ยอี้กำลังตกอยู่ในความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม หานเจียงเสวี่ยก็กระซิบบอกเซี่ยหยานที่อยู่ข้างๆว่า “เสี่ยวผีบอกฉันว่า ในระหว่างการแข่งขัน เขาใช้ลูกปัดดาวผีขาวเพื่อเติมพลังดาวหลายครั้ง ทำให้ ‘ชิงหมาง’ กับ ‘ความอดทน’ ของเขา กำลังจะอัปเกรดเป็นคุณภาพทองในไม่ช้า”

ใบหน้าของเซี่ยหยานมีความสุข จากนั้นก็แข็งค้างไป เธอขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ แล้วกล่าวว่า “นี่เป็นข่าวดีสำหรับเรา แต่ชิงหมางคุณภาพทองไม่เคยมีอยู่บนโลก มันยากที่จะอธิบาย”

“ฉันกลัวว่าเขาจะทำตัวน่าตกใจเกินไป” หานเจียงเสวี่ยถอนหายใจเบาๆ “แต่ฉันกลัวเขาจะตกอยู่ในอันตรายมากกว่า ความสามารถนี้ของเขาสามารถปกปิดจุดอ่อนของ 9 ช่องดาวได้อย่างสมบูรณ์ ไม่มีประเทศไหนที่ต้องการให้หัวเซี่ยมีดาวรุ่งดวงใหม่เช่นนี้”

“ในเกาหลีใต้มีลูกปัดดาวที่สามารถอำพรางแผนที่ดาวได้ ไม่ต้องพูดถึงแผนที่ดาว แม้แต่ใบหน้าก็สามารถเปลี่ยนได้ เปลี่ยนทั้งหัวยังได้เลย มันเป็นลูกปัดดาวที่มีค่ามาก แม้แต่จะจองยังยากมากเลย มันเป็นคุณภาพทอง ซึ่งยากเกินกว่าเสี่ยวผีจะดูดซับได้” เซี่ยหยานขมวดคิ้ว

“เขามีช่องดาวน้อยอยู่แล้ว ถ้าหากเขาต้องเสียช่องดาวไปเปล่าๆ มันจะดีกว่าไหม? ถ้าจะไม่ให้เขาทำให้แผนที่ดาวสว่างขึ้น” หานเจียงเสวี่ยกล่าว

“ได้คุยกับเขาเรื่องนี้หรือยัง?” เซี่ยหยานคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะกล่าวแนะนำว่า “ตอนนี้เขาเติบโตขึ้นมาก อย่าได้ถูกรูปลักษณ์และฝีปากของเขาหลอกลวง ดูจากผลงานในการแข่งขันของโรงเรียน เขาเป็นคนใจเย็นและน่าเชื่อถือมากจริงๆ”

หานเจียงเสวี่ยหลับตาแล้วลืมตาขึ้น มองไปที่เจียงเสี่ยวผี แล้วส่งเสียง “อืม” อย่างแผ่วเบา

“เสวี่ยเสวี่ย ไปคุยกับเขาเถอะ” เซี่ยหยานจับแขนของหานเจียงเสวี่ยแน่นขึ้นเล็กน้อย

ทันใดนั้นหานเจียงเสวี่ยก็หันไปมองเซี่ยหยานและพูดขึ้นว่า “สามปีก่อนตอนที่พ่อแม่จากไป ฉันคิดว่าตัวเองทำได้ ไม่ว่าเสี่ยวผีจะซนแค่ไหน น่าผิดหวังเพียงใด และไม่รู้หลายสิ่งหลายอย่าง ฉันก็สามารถให้ชีวิตที่ปลอดภัยแก่เขาได้ ฉันสามารถปกป้องเขาได้ด้วยความสามารถของฉันเอง”

“นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกว่าตัวเองไร้ความสามารถ ถ้าพ่อแม่ยังอยู่ เสี่ยวผีคงไม่ต้องกลัวอะไรมากมายขนาดนี้” เสียงของหานเจียงเสวี่ยแผ่วเบามาก จนทำให้คนที่ได้ยินรู้สึกไม่ดี “ฉัน…ฉัน…ยัง…”

เซี่ยหยานเม้มปาก แล้วพยายามพูดปลอบใจเธอ “อย่าพูดแบบนั้น ถ้าเขาไม่ได้เธอคอยปกป้องมาตลอดหลายปี แม้เขาจะไม่ถูกฆ่าตาย แต่ก็คงอดตายไปแล้ว”

หานเจียงเสวี่ยมองไปยังหลี่เว่ยอี้ที่กำลังสบายจนตัวอ่อนเหลวเป็นแอ่งโคลนจากระยะไกล และมองไปที่เจียงเสี่ยวผีที่กำลังหอบหายใจ แล้วส่งเสียงร้องเรียก “เสี่ยวผี”

เจียงเสี่ยวหยุดและหันหน้ามามอง

“มานี่หน่อย” หานเจียงเสวี่ยกวักมือเรียก

“โอ้” เจียงเสี่ยวเดินไปหาและมองหานเจียงเสวี่ยอย่างสงสัย

หานเจียงเสวี่ยมองไปที่เจียงเสี่ยวผีด้วยดวงตาสีเข้มที่มีร่องรอยของอารมณ์ที่ซับซ้อน เธอเอื้อมมือไปลูบศีรษะของเจียงเสี่ยวผีเบาๆ แล้วพูดเบาๆว่า “ขอบคุณสำหรับการทำงานหนักของนายนะ”

เจียงเสี่ยวตกตะลึงอย่างสมบูรณ์

ตั้งแต่มายังโลกนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่หานเจียงเสวี่ยอ่อนโยนกับเขามาก และเป็นครั้งแรกที่เธอพูดให้กำลังใจและชื่นชมเขาเป็นการส่วนตัว

ก่อนหน้านี้ไม่ว่าเจียงเสี่ยวจะพยายามมากขนาดไหน หานเจียงเสวี่ยก็จะสงบนิ่ง หรือไม่ก็ไม่แยแสเสมอ

เกิดอะไรขึ้น?

อาจจะเป็น…

แถบความคืบหน้าสำหรับการโจมตีของหานเจียงเสวี่ยเพิ่มขึ้นอีกแล้ว?

จบบทที่ บทที่ 79 แถบความคืบหน้า

คัดลอกลิงก์แล้ว