- หน้าแรก
- นมพิษเก้าดาว
- บทที่ 71 สองอัพเกรด
บทที่ 71 สองอัพเกรด
บทที่ 71 สองอัพเกรด
บทที่ 71 สองอัพเกรด
.
“พลังดาวของเขาเกือบจะหมดแล้ว” เจียงเสี่ยวกล่าวขณะวิ่ง “เสื้อผ้าปลิวไปหมดแล้ว ลูกปัดดาวก็ร่วงกระจาย เขาไม่สามารถเติมพลังดาวได้แล้ว”
“ล้อมเอาไว้ อย่าให้เขาเก็บลูกปัดดาวได้ ชัยชนะก็จะเป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น” พี่รองจูหวู่ตะโกนเสียงดัง
“เราจะทำลายหรือเก็บลูกปัดดาวเหล่านี้ได้ไหมครับ?” เจียงเสี่ยวหันไปมองผู้ตัดสินและถามขึ้น
ผู้ตัดสินชะงักไปชั่วครู่ ลูกปัดดาวเหล่านี้เป็นสมบัติส่วนตัวของเกาจุนเหว่ย ลูกปัดดาวที่โปรยปรายอยู่ตรงนั้นมันเทียบเท่ากับเงิน หากพวกมันถูกทำลายหรือถูกเก็บไป ดูเหมือนจะไม่สอดคล้องกับสไตล์และความตั้งใจดั้งเดิมของเกม
การแข่งขันตามปกติอื่นๆ ไม่ได้รับอนุญาตให้นำลูกปัดดาวมาเสริมพลังดาวระหว่างเกม แต่นี่เป็นเกมภายในโรงเรียน การจัดการจึงค่อนข้างหละหลวม
ผู้ตัดสินครุ่นคิดหนัก และจากจุดยืนของโรงเรียน เขาจึงได้โบกธงเล็กๆและพูดว่า “ไม่อนุญาต”
เจียงเสี่ยวใช้ประโยชน์จากสถานการณ์และกล่าวว่า “นั่นหมายถึง เกาจุนเหว่ยก็ไม่ได้รับอนุญาตให้แย่งชิงลูกปัดดาวของพวกเราเอาไปเติมพลังดาวของเขาด้วยใช่ไหมครับ?”
เมื่อคำถามนี้ถูกยกขึ้นมา ผู้ตัดสินอึ้งไปอีกครั้ง เป้าหมายแท้จริงของเด็กคนนี้คือสิ่งนี้เหรอ?
ผู้ตัดสินหัวเราะเบาๆและกล่าวว่า “ไม่อนุญาต”
“เข้าใจแล้วครับ!” เจียงเสี่ยวกับพี่น้องหัวแบนที่ล้อมเกาจุนเหว่ยอยู่พากันหัวเราะ
อาการของเกาจุนเหว่ยแย่มาก ก่อนหน้านี้ตอนที่ประลองกับทีมผู้ชนะชั้นปี 2 เขาได้ใช้ทักษะดาวคุณภาพทอง เสียงคำรามแห่งความกลัวไปสองครั้ง
และในระหว่างนั้น ดูเหมือนว่าเกาจุนเหว่ยจะถูกเจียงเสี่ยวผีจูงจมูกด้วยคำพูดมาโดยตลอด เขาจึงถูกเผาไหม้ด้วยความโกรธ แต่ด้วยความหยิ่งทะนงในใจ เขาจึงไม่ได้ตระหนักถึงปัญหาร้ายแรงและไม่เคยดูดซับลูกปัดดาวเพื่อเพิ่มเติมพลังดาวที่สูญเสียไปเลย
ทักษะดาวคุณภาพทองแต่ละอย่างมีความแตกต่างกัน ปริมาณการบริโภคพลังดาวของทักษะดาวเสียงคำรามแห่งความกลัวนั้นน่ากลัวมาก
ในช่วงแรกของการต่อสู้เกาจุนเหว่ยใช้ทักษะดาวคุณภาพทอง เสียงคำรามแห่งความกลัวกับทีมผู้ชนะชั้นปี 1 ไปอีกสองครั้ง
บวกกับทักษะดาว ‘รีชาร์จ’ ‘ชิงหมาง’ ‘ระเบิดเพลิง’ และ ‘เปลวไฟแผดเผา’ ที่ใช้ปกคลุมร่างกาย ทำให้ตอนนี้เกาจุนเหว่ยมีพลังดาวเหลืออยู่ไม่มากแล้ว
อย่างไรก็ตาม ถ้าเขาหยุดใช้ทักษะดาวเปลวไฟแผดเผาที่ปกคลุมร่างกายอยู่ มันก็จะช่วยประหยัดการใช้พลังดาวที่เหลืออยู่ไม่มากของเขาได้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการเปิดเผยร่างกายท่อนล่าง
ถ้าเป็นเช่นนั้นก็คงดูเหมือนเขาไม่มีจิตสำนึกที่กล้าวิ่งแก้ผ้าต่อหน้าคนทั้งโรงเรียน…
เกาจุนเหว่ยก้าวถอยหลังไปทีละก้าว อีกไม่นานก็จะไปยืนเคียงข้างกับเพื่อนร่วมทีม
แต่พวกหานเจียงเสวี่ยทั้งสามคนยืนอยู่ข้างสนามของอีกครึ่งของสนามฟุตบอล นั่นคือ ถ้าเกาจุนเหว่ยก้าวถอยหลังไปหาอีกก้าว เขาก็จะถูกพิพากษาให้ถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
“พวกเธอมาช่วยหน่อย” เกาจุนเหว่ยทำได้เพียงมองหานเจียงเสวี่ยอย่างสิ้นหวัง
ในทีม เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะขอความช่วยเหลือจากหลี่เว่ยอี้ และอารมณ์ของเซี่ยหยานก็ระเบิดได้เร็วมาก ความขัดแย้งในทีมเห็นได้อย่างชัดเจน มีเพียงคนเดียวที่ไม่ทุกข์ไม่ร้อน นั่นคือหานเจียงเสวี่ย ซึ่งเป็นคนสำคัญที่สุดในทีม
เซี่ยหยานกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มเยาะ “โย่? ไม่เอา MVP แล้วเหรอ? ไม่เอารางวัลแล้ว? ยอมให้พวกเราเล่นแล้ว?”
เกาจุนเหว่ยกัดฟันพูด “เซี่ยหยาน! เอาชนะก่อน! แล้วค่อยมาจบเรื่องของพวกเรา ความขัดแย้งของเราค่อยไปแก้ไขกันภายใน! อย่าทำให้ทีมปี 3 ต้องเสียหน้า”
เซี่ยหยานเสียบดาบไม้ยักษ์ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่ทางโรงเรียนจัดให้ลงพื้น และจับมันไว้ด้วยมือข้างหนึ่งในขณะทำเสียงเย้ยหยันออกมาหนึ่งเสียง
เกาจุนเหว่ยมองหานเจียงเสวี่ยแล้วพูดว่า “ผู้บัญชาการ?”
ดวงตาสีเข้มของหานเจียงเสวี่ยมองไปที่เจียงเสี่ยวผีที่กำลังใกล้เข้ามา ในที่สุดใบหน้าไร้อารมณ์ก็คลายลงเล็กน้อย เธอมองดูน้องชายด้วยความพอใจและกล่าวว่า “โอเค เรายอมแพ้”
สิ้นเสียง ผู้ชมก็โกลาหล
“เดี๋ยวก่อน! ยอมแพ้! ? ยอมแพ้ทำไม! ?” เกาจุนเหว่ยร้องตะโกนเสียงดัง “พวกเธอสามคนยืนอยู่ตรงนี้ไม่ขยับ!? ทำไมถึงเพิกเฉยต่อการต่อสู้? ทำไมถึงยอมรับความพ่ายแพ้? หรือเพียงเพราะเขาเป็นน้องชายของเธอ?”
คำพูดของเกาจุนเหว่ยทำให้ความเงียบของสนามมีเสียงดังขึ้นทันที เหล่านักเรียนมองผู้คนในสนามด้วยความประหลาดใจ
เจียงเสี่ยวผีเป็นน้องชายของหานเจียงเสวี่ย?
เรื่องมันชักยังไงๆแล้ว?
เพราะเป็นคนในครอบครัว หานเจียงเสวี่ยจึงทำแบบนั้น? ปล่อยให้น้องชายชนะ?
คอมเมนต์ในไลฟ์สดของซู่โหรว มีการก่นด่าเกิดขึ้นมากมาย
“ว่าแล้ว ว่าทำไมสามคนนั่นถึงไม่ยอมสู้ กลับกลายเป็นว่า นมพิษฝั่งตรงข้ามเป็นน้องชายของเธอ”
“น่าสงสารเกาจุนเหว่ย ต้องต่อสู้อยู่คนเดียว แล้วยังมาถูกเพื่อนร่วมทีมสามคนรังแกอีก”
“บัดซบ สารเลวสองคนนั่นกินทั้งนอกกินทั้งใน เพื่อเอาใจผู้บัญชาการทีม แม้แต่เพื่อนร่วมทีมก็ยังขายได้”
“มีเพียงเกาจุนเหว่ยเท่านั้นที่พยายามสนับสนุนให้ทีมเสี้ยวป้าเป็นทีมเสี้ยวป้าจริงๆ ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทีมจะเสียเปรียบ ผู้บัญชาการก็เอาแต่ใจเกินไป”
พอได้ยินคำพูดของเกาจุนเหว่ย เซี่ยหยานก็โกรธ เธอร้องด่าด้วยอารมณ์ที่ร้อนแรงทันที “ไอ้หน้าด้านเกาจุนเหว่ย! เป็นนายเองที่อยากเป็น MVP เป็นนายเองที่ต้องการรางวัล MVP เป็นนายเองที่บอกว่าต้องการสั่งสอนพวกมือใหม่ปี 1 กับปี 2 ตามลำพัง เป็นนายเองที่บอกไม่ให้พวกเราเข้าไปยุ่ง ตอนนี้กลับมาโทษพวกเราว่าไม่ยอมสู้งั้นเรอะ?”
เกาจุนเหว่ยต่อว่ากลับไปทันที “เธอดูสถานการณ์ไม่เป็นหรือไง? เธอไม่รู้ว่าควรเข้ามาช่วยสถานการณ์ได้เมื่อไหร่งั้นเรอะ?”
“นี่? นาย…” เซี่ยหยานกระทืบเท้าด้วยความโกรธ และรู้สึกอึ้งกับความไร้ยางอายของคนๆนี้
ความคิดเห็นสาธารณะทางออนไลน์มักเป็นด้านเดียวเสมอ
“คะ… คดีพลิก…”
“ฮ่าฮ่า อยากได้รางวัล MVP มากถึงกับห้ามไม่ให้เพื่อนร่วมทีมสู้ แต่ตอนนี้ถูกทุบตีจนโง่ เลยตะโกนด่าอย่างชอบธรรม ฮ่าฮ่า”
“คิดว่าจะได้เล่นกับน้องใหม่ปี 1 และปี 2 สนุกๆ แต่ดันไปเจอตอ”
“นี่มันโจรร้องจับโจรชัดๆ”
“ฮ่าฮ่า เจอนมใหญ่ จนพลิกคว่ำคะมำตกหลุม”
“โลภมาก จนไม่อนุญาตให้เพื่อนร่วมทีมเข้าไปแทรกแซงเพื่อที่จะได้ MVP”
“ห้ามไม่ให้คนอื่นเข้าไปยุ่งเอง เอาล่ะทุกคนยอมทำตามแล้ว ตอนนี้มาร้องให้คนอื่นช่วยทำไม?”
“พูดอย่างนี้ไม่ถูก ยังไงก็เป็นทีม ทำภารกิจเป็นตายร่วมกัน ทีมต้องช่วยกัน”
“ทำไมคนอื่นต้องจ่ายให้กับความโลภและความจงใจของคุณด้วย?”
“เฮ้ พวกเขาทั้งหมดเป็นทีมเดียวกัน มีอะไรค่อยกลับไปแก้ไข ช่วงเวลานี้ บอกตามตรงมันต้องช่วยเหลือกัน”
“มันน่าเกลียดมากที่โดนเด็กปี 1 ทุบตีจนต้องยอมรับความพ่ายแพ้ ออกมาสู้เถอะ”
“ผายลมอะไรออกมา มีคนไร้ยางอายแบบนี้อยู่ในทีม ยังจะเรียกว่าทีมอีกเหรอ? อยากเป็น MVP อยากได้รางวัลแต่เพียงผู้เดียว นี่ยังเรียกว่าเพื่อนร่วมทีมอีกเหรอ?”
เมื่อเห็นเรื่องตลกที่เกิดขึ้นในสนาม อาจารย์ที่อยู่บนเวทีก็นั่งไม่ติด อาจารย์ผู้เป็นพิธีกรจึงกระแอมใส่ไมโครโฟนสองครั้ง “อะแฮ่ม อะแฮ่ม”
เกาจุนเหว่ยกลับมามีสติอีกครั้ง แล้วรีบพูดว่า “บัดซบ! พวกเธอไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น โยนลูกปัดดาวมาให้ฉัน 2 เม็ด ฉันจะจัดการเอง”
“ชิ้ว~” จู่ๆก็มีเสียงผิวปากดังขึ้น
เกาจุนเหว่ยหันหน้าไปมองเล็กน้อย ก่อนจะเดินถอยหลังออกมา และหันกลับไปมองผู้ที่ตรงเข้ามา
เกาจุนเหว่ยเห็นเจียงเสี่ยวผีที่ผิวปากได้อย่างรวดเร็ว และโมโหขึ้นมาทันที
เจียงเสี่ยวพูดขึ้นว่า “อะไรนายมีนิสัยไอ้ขี้ขอด้วยเหรอเนี่ย?”
“แก!” เกาจุนเหว่ยโกรธจนบีบคำพูดออกมาได้เพียงคำเดียว ไม่สามารถพูดประโยคได้จบสมบูรณ์
พี่น้องหัวแบนมีท่าทางไม่พอใจ และก้าวไปข้างหน้าทีละก้าวๆ
เซี่ยหยานนั่งลงกับพื้นกลายเป็นผู้ชมการแสดงสด ส่วนหลี่เว่ยอี้ค่อยๆถอยหลังไปยังตำแหน่งเตะมุมของสนามฟุตบอล เขายกมือขึ้นเล็กน้อยด้วยท่าทางไม่เป็นพิษเป็นภัย แต่มีท่าทีที่มีความสุขเป็นพิเศษ
หานเจียงเสวี่ยถอนหายใจและกล่าวว่า “เรายอมแพ้”
ผู้ตัดสินลังเลและพูดว่า “คุณเป็นผู้บัญชาการของทีม คุณมีสิทธิ์พูดมากกว่าใคร ผมขอถามอีกครั้ง คุณแน่ใจนะว่าจะยอมรับความพ่ายแพ้?”
แน่นอนว่าในความคิดของหานเจียงเสวี่ย เจียงเสี่ยวผีนั้นแข็งแกร่งเพียงพอแล้ว
“เราจะยอมรับความพ่ายแพ้จริงๆเหรอ?” เกาจุนเหว่ยหันกลับมามองหานเจียงเสวี่ยทันที “แม้ว่าเธอสามารถให้ลูกปัดดาวกับฉันได้…”
พูดยังไม่ทันจบ เกาจุนเหว่ยก็ย่อตัวลงกระโดดพุ่งออกไปทันที
พี่รองหัวแบนถึงกับผงะ เขาคิดว่าอีกฝ่ายกำลังยอมรับความพ่ายแพ้ ทำให้ความระมัดระวังของเขาลดลงเล็กน้อย เมื่อเกาจุนเหว่ยหันกลับมาพุ่งตัวเข้าใส่ เขาจึงเผยให้เห็นข้อบกพร่องใหญ่เช่นนี้
แต่ถ้าพี่รองหัวแบนโจมตีเกาจุนเหว่ย เขาก็จะถูกตัดสินว่าละเมิดกฎโจมตีเป้าหมายในขณะที่อีกฝ่ายกำลังยอมรับความพ่ายแพ้
แม้เกาจุนเหว่ยพุ่งเข้ามาเช่นนี้ แต่ด้วยการฝึกฝนหลายปีของพี่รองหัวแบน ทำให้เขามีปฏิกิริยาจากจิตใต้สำนึก รีบยกแขนขึ้นป้องกันใบหน้าทันที
ปัง!
กำปั้นของเกาจุนเหว่ยปกคลุมด้วยแสงสีเขียว พี่รองหัวแบนถูกชกจนล้มลง เกาจุนเหว่ยคว้าโอกาสนี้รีบวิ่งไปยังลูกปัดดาวที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น
เจียงเสี่ยวคอยเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา พอเห็นฉากดังกล่าว เขาก็รีบพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว และเข้าสกัดกั้นเกาจุนเหว่ยในระหว่างทาง
ในเวลาเดียวกัน เขาก็บดลูกปัดดาวในกระเป๋า และใส่ 1 คะแนนทักษะลงไปในการต่อสู้พื้นฐาน (การต่อสู้แบบประชิดตัว/การต่อสู้ด้วยมือเปล่า)
ในขณะนั้นเอง ก็มีข้อความสองข้อความปรากฏขึ้น
“อัพเกรดการต่อสู้ด้วยมือเปล่า! คุณภาพเงิน Lv.0!”
“อัพเกรดพลังดาว! วัฏจักรละอองดาว Lv.5 !”