เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 กระเทียมบดกับเหล่ากานมา

บทที่ 50 กระเทียมบดกับเหล่ากานมา

บทที่ 50 กระเทียมบดกับเหล่ากานมา


บทที่ 50 กระเทียมบดกับเหล่ากานมา

.

มาถึงจุดนี้ เจียงเสี่ยวก็ได้เข้าร่วมทีมของพี่น้องหัวแบน เริ่มออกกำลังกายตอนเช้าร่วมกับพวกเขา

โลลิหลิวเค่อกลายเป็นตัวเสริมของทีมโดยปริยาย ดูเหมือนตอนนี้วิญญาณของเธอจะยังไม่ตื่นจากที่นอน ความจริง เธอเคยไม่เห็นด้วยกับการตื่นนอนมาออกกำลังกายแต่เช้า

ถ้าไม่ใช่เพราะเอรีน่าออกแรง เกรงว่าโลลิคนนี้คงไม่มีวันออกมาฝึกยามเช้าเป็นแน่

แต่ละคนมีวิถีชีวิตของตัวเอง และหลิวเค่อก็ไม่สนใจในตัวตนพิเศษของผู้ตื่น

แม้ว่าเธอจะมีคุณสมบัติที่ดี แต่เธอต้องการมีอนาคตหลังเรียนจบอย่างคนธรรมดา ใช้ชีวิตแบบปกติ อย่างไรก็ตาม การได้ดูดซับทักษะดาวที่ใช้ได้จริงสองทักษะดาวก็เป็นทางเลือกของการป้องกันตัวที่ดีเช่นกัน

สำหรับเจียงเสี่ยว โลลิคนนี้ไม่ได้มีเสน่ห์สำหรับเขามากนัก มีเพียงผู้ตื่นสาวที่บ้าคลั่งและมีแรงบันดาลใจเท่านั้นที่สามารถกระตุ้นความสนใจของเขาได้ อย่างเช่น เซี่ยหยานและหานเจียงเสวี่ย

อย่างไรก็ตาม พี่รองหัวแบนก็ชอบโลลิอย่างหลิวเค่อ แม้ว่าเธอจะเอาแต่ใจไปหน่อย แต่ก็ยังน่ารักอยู่ดี โดยเฉพาะลักยิ้มเล็กๆสองข้างแก้ม เวลายิ้มแต่ละที หัวใจของพี่รองหัวแบนก็แทบละลาย

หลังจากวิ่งไปได้สองรอบ หลิวเค่อก็หยุดลงอีกครั้งและนั่งลงบนลู่วิ่งยางสังเคราะห์ มองดูเพื่อนๆที่ยังคงวิ่งต่อไปอย่างสบายๆ

เมื่อเจียงเสี่ยวเข้าร่วมทีม หลิวเค่อก็มีเหตุผลมากขึ้นที่จะไม่ฝึก ในที่สุดเธอก็ไม่ต้องเข้าร่วมทีมเพื่อช่วยเอรีน่าอีกต่อไปแล้ว

อันที่จริง หลิวเค่อไม่ได้ไร้แรงจูงใจ ตรงกันข้าม เธอยืนกรานและพยายามอย่างหนักมากเพื่อทำตามความฝัน

หลิวเค่อไม่ต้องการเป็นผู้ตื่นจริงๆ เธอชอบวาดรูปเป็นพิเศษ ในอนาคตเธอต้องการเข้าศึกษาต่อที่ สถาบันวิจิตรศิลป์หัวเซี่ย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีทีเดียว ด้วยเหตุนี้ เธอจึงเรียนหนักในชั้นเรียนวิชาสายศิลป์

ในฐานะนักเรียนศิลปะที่มีเป้าหมายของตัวเอง คะแนนสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายของเธอจึงอยู่ใน 100 อันดับแรกของบ้านเกิด ซึ่งเพียงพอสำหรับการเข้าเรียนในชั้นเรียนที่สำคัญ

ตามความคิดของหลิวเค่อ ในที่สุดเธอจะเข้าสู่สถาบันระดับสูง และใช้ชีวิตในเส้นทางศิลปะ

อย่างไรก็ตาม ในที่สุดแผนที่ดาวของเธอก็ตื่นขึ้น เธอถูกพ่อแม่บังคับให้ออกจากเมืองเล็กๆ เพราะพวกเขากลัวว่าเธอจะพูดถึงชีวิตและศิลปะกับกลุ่มเด็กธรรมดาที่บ้าน ดังนั้นพวกเขาจึงส่งหลิวเค่อมาเข้าโรงเรียนมัธยมปลายสำหรับผู้ตื่น และให้เธอเริ่มต้นอาชีพของผู้ตื่น

เฮ้อ ชีวิตคาดเดาไม่ได้จริงๆ

มีเด็กมากมายที่ร่ำร้องและพยายามเป็นผู้ตื่น แต่หลิวเค่อกลับไม่ต้องการแผนที่ดาว

ไม่สำคัญว่าหลิวเค่อจะแค่หยุดพักหรือไม่ แต่พี่รองหัวแบนกลับรู้สึกเหมือนว่าเขามีผู้ชมแล้ว จึงยิ่งวิ่งเร็วขึ้น และเร็วขึ้น…

ถ้าให้ปีกกับเขา เขาคงบินไปแล้ว

“เธอ เป็นเพื่อนกับหลิวเค่อเหรอ?” เจียงเสี่ยวถามเอรีน่าที่วิ่งอยู่ข้างๆ

“อืม เราเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันตอนมอต้น พวกเรามาจากเมืองเล็กๆ เมื่อก่อนความสัมพันธ์ก็ไม่ค่อยดีนัก เธอเป็นนักเรียน เรียนดีแถวหน้า ส่วนฉันอยู่แถวท้ายสุด หลังจากมาที่นี่ เราพบว่าถูกจัดให้มาอยู่ชั้นเรียนเดียวกัน ดังนั้นเราถึงได้มารวมตัวกัน” เอรีน่าไม่ได้บ่นที่เจียงเสี่ยวมารบกวนจังหวะการหายใจของเธอ และตอบกลับด้วยลักษณะที่เป็นมิตร

นั่นเป็นเพราะ เธอต้องการให้เจียงเสี่ยวเข้าร่วมทีมโดยเร็วที่สุด

ท้ายที่สุดแล้ว ชั้นเรียนของผู้ถูกเลือกก็จะเริ่มในวันมะรืนนี้ และวันมะรืนนี้ก็จะมีการเรียนภาคสนาม

“ชั้นเรียนของเธอนั่งตามส่วนสูงใช่ไหม?” เจียงเสี่ยวเงยหน้ามองเอรีน่าและถามด้วยรอยยิ้ม

“ฮี่ ฮี่ เธอนั่งตามเกรด ส่วนฉันนั่งตามความสูง” เอรีน่าตบไหล่เจียงเสี่ยว “นายนี่รู้วิธีพูดจริงๆ”

“เธอมาที่นี่ทำไม ไม่มีโรงเรียนผู้ตื่นที่บ้านเกิดเหรอ?” เจียงเสี่ยวเหลือบมองเอรีน่าที่วิ่งอยู่ข้างๆ จากใบหน้าด้านข้าง เธอดูมีมิติมาก จมูงโด่ง เบ้าตาลึก ให้ความรู้สึกเหมือนประติมากรรม

“มี แต่ไม่ดีเท่าที่นี่ บ้านเกิดของเราเป็นเมืองที่อยู่ใกล้กับรัสเซีย เมืองชายแดนเฟินเฉิง เคยได้ยินไหม?” เอรีน่าหันหน้ามายิ้ม “พ่อแม่ของฉันพบกันที่นั่น จากนั้นก็มีเด็กเลือดผสมอย่างฉันขึ้นมา”

“เฟินเฉิง?” ฝีเท้าของเจียงเสี่ยวค่อยๆหยุดลง

“หืม?” เอรีน่าช้าลงและถามขึ้นด้วยความสงสัย “มีอะไรเหรอ?”

“เมืองของเธอมีถ้ำมังกรใช่ไหม?” เจียงเสี่ยวถามด้วยเสียงต่ำ

“เอ่อ มีคนบอกว่ามี ฉันเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ไม่เคยเห็น” เอรีน่าตอบอย่างไม่ใส่ใจ

ถ้ำมังกรเป็นสถานที่ซึ่งพ่อแม่ที่เจียงเสี่ยวไม่เคยพบมาก่อนได้หายตัวไป

“เธออยากไปดูไหม?” เจียงเสี่ยวครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่

“แน่นอน ฉันอาศัยอยู่ในเมืองที่มีพื้นที่ต่างมิติเปิดอยู่ตรงพรมแดนระหว่างสองประเทศ แต่ถ้าฉันต้องการไปดู มันก็จะเป็นการลักลอบข้ามแดน” เอรีน่าหัวเราะเบาๆ “ประเทศของเรามีพรมแดน รัสเซียก็มี และพรมแดนระหว่างสองประเทศมีการวาดเส้นไว้บนแผนที่ แม้ในความเป็นจริง จากจีนสู่รัสเซียจะมีถิ่นทุรกันดารขนาดใหญ่เป็นกันชน แต่ถ้ามีใครกล้าแอบเข้าไป ก็อาจมีปืนหลายกระบอกรอรับอยู่บนเนินเขา”

การแสดงออกของเจียงเสี่ยวค่อนข้างแปลก ด้วยรูปลักษณ์ของผู้หญิงคนนี้…

การที่เธอพูดว่า ‘เราคือจีน’ และ ‘รัสเซีย’ ทำให้มันฟังดูแปลก

เอรีน่าพูดต่อด้วยรอยยิ้ม “ไม่มีใครสามารถลักลอบออกไปได้ ผู้คุมชายแดนไม่ใช่คนกินมังสวิรัติ”

“เมืองของเราไม่ได้ถูกปิดกั้น และทุกคนก็ใช้ชีวิตอยู่ตามปกติ ดังนั้น…” เอรีน่ายักไหล่และพูดต่อไปว่า “ฉันเคยได้ยินว่ามีถ้ำมังกรอยู่ที่นั่น แต่ฉันไม่เคยเห็นด้วยตาตัวเอง”

“โอ้ ขอบคุณ” เจียงเสี่ยวถอนหายใจ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เขาจะมีพลังพอที่จะไปสำรวจถ้ำมังกรได้

เฟินเฉิงเป็นเมืองที่อยู่ใกล้ถ้ำมังกรที่สุด เดิมที เจียงเสี่ยวต้องการสอบถามข่าวคราวจากคนในพื้นที่ แต่ถ้ำมังกรอยู่ตรงชายแดนระหว่างสองประเทศ คาดว่าแม้จะไปถามทุกคนในเฟินเฉิง ก็คงไม่มีใครเคยเห็นถ้ำมังกร

เอรีน่าเหลือบตามองและยิ้ม “ฉันไม่สามารถพานายไปที่ถ้ำมังกรได้ แต่ฉันสามารถพานายไปเที่ยวเล่นในเมืองได้ แม้ว่าเมืองของเราจะเล็ก แต่ก็สะอาดและสวยงาม มีอาคารสไตล์ยุโรปมากมาย ฉันสามารถแนะนำสาวงาม 2-3 คนให้นายรู้จัก เป็นไง? จะไปเที่ยวเล่นที่บ้านฉันตอนวันหยุดฤดูหนาวไหม?”

“ฉันไม่ต้องการรู้จักสาวๆ แต่ฉันจะไปเที่ยวเล่นที่บ้านของเธอเมื่อมีโอกาส” เจียงเสี่ยวปฏิเสธ เมื่อมองไปที่ใบหน้าของเอรีน่า เขาก็รู้สึกว่าเขารู้จักสาวงามแล้ว

แม้ว่าเด็กสาวตรงหน้าจะมีหัวใจสีแดง (เป็นคนจีน) แต่เธอก็มีรูปลักษณ์ของคนผิวขาว ตราบใดที่ยังไม่รู้จักเธอ ทุกคนจะปฏิบัติต่อเธอเหมือนถั่วคดเคี้ยว

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เจียงเสี่ยวก็หิว นึกอยากกินซาลาเปาขาวๆขึ้นมาทันที

ลูกใหญ่ไส้เพียบ กัดหนึ่งคำได้ทั้งแป้งได้ทั้งเนื้อ แล้วซดนมถั่วเหลืองร้อนๆตามไป

ซู๊ด แค่คิดก็อร่อยแล้ว

พริบตาเดียว ก็ 6 โมงเช้าแล้ว ทีมห้าคนจึงออกเดินทางไปโรงอาหารของโรงเรียน สำหรับทุกคนที่ตื่นมาแต่เช้า พวกเขาจึงหิวมาก

โชคดีที่โรงเรียนเป็นมิตรมาก โรงอาหารของโรงเรียนเปิดทำการตั้งแต่เวลา 5.30 น.

ความจริง นักเรียนชั้นปี 2 และปี 3 ทำงานหนักกว่าเด็กที่ฝึกทหารกลุ่มนี้ ซึ่งสามารถบอกได้จากจำนวนคนที่อยู่ในลานกว้าง

เจียงเสี่ยวมาที่โรงอาหารพร้อมกับคนอื่นๆ เขาต้องการจ่ายเป็นเงินสด แต่พี่ใหญ่หัวแบนรีบรูดบัตรอาหารให้

เจียงเสี่ยวลูบซาลาเปากับนมถั่วเหลืองอย่างมีความสุข แอบคิดในใจว่าจะกลับไปซักผ้าปูที่นอน จากนั้นหลัง 8 โมงเขาจะกลับมาที่โรงอาหารอีกครั้งเพื่อรับบัตรอาหาร

ขณะที่เจียงเสี่ยวกำลังกินซาลาเปา ได้มีหญิงสาวสองคนเดินเข้ามาในโรงอาหาร

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสาวร่างสูงทั้งสองคนนี้ต้องเป็นจุดสนใจอย่างแน่นอน

ในโรงอาหาร ยกเว้นน้องใหม่ที่น่ารัก เพื่อนร่วมชั้นเกือบทุกคนรู้จักสองคนนี้ จึงไม่มีใครเข้าไปหาเธอเพื่อเริ่มบทสนทนา

ด้วยตัวตนระดับ ‘เสี้ยวป้า’ ของทั้งสองคนที่แข็งแกร่งกว่าคนอื่นๆ ซึ่งป็นคนประเภทที่ทุกคนต้องเงยหน้าขึ้นมอง

เซี่ยหยานหยิบโจ๊กข้าวฟ่าง จานผักดอง เค้กถั่ว 2 ชิ้น แล้วคว้าเค้กถั่วชิ้นหนึ่งมากินอย่างคนใจร้อน แต่ทันทีที่เธอหันกลับมา เค้กถั่วที่คาบไว้ที่ปากก็ตกลงบนถาดอาหารดัง ‘กิ๊ก’

หานเจียงเสวี่ยกล่าวอย่างไม่พอใจ “ให้ความสนใจกับภาพลักษณ์หน่อย”

“ดูนั่น เสี่ยวผีใช่ไหม?” เซี่ยหยานไม่สนใจ เธอกระตุกแขนหานเจียงเสวี่ย แล้วชี้ให้ดู

“หือ?” หานเจียงเสวี่ยหันไปดู ก็เห็นเจียงเสี่ยวผีที่กำลังกินซาลาเปาอย่างมีความสุข โดยฝั่งตรงข้ามของโต๊ะอาหารเล็กๆ มีสาวน้อยโลลิกับสาวงามถั่วคดเคี้ยวนั่งมองเจียงเสี่ยวผีที่กำลังกินซาลาเปาอยู่

เซี่ยหยานถึงกับจุ๊ปาก “นานแค่ไหน! ? เราเพิ่งส่งเขามาที่นี่เมื่อคืนนี้เอง นี่จับสาวได้ตั้งสองคนแล้วเหรอ! ?”

“บางที…นี่อาจเป็นเพื่อนร่วมทีมที่เขากำลังมองหาก็ได้ เราต้องการให้เขาหาเพื่อนร่วมทีมให้ได้โดยเร็วที่สุดไม่ใช่เหรอ?” หานเจียงเสวี่ยพูดอย่างไม่แน่ใจ “ฝาแฝดที่นั่งข้างเขาก็ดูดีมาก เป็นไปได้ที่จะเป็นเพื่อนร่วมทีมที่เสี่ยวผีกำลังมองหา”

“อั๊ยหยา ดู ดู เขาป้อนอาหารให้เธอกินแล้ว!” เซี่ยหยานกระทืบเท้ามองดูเจียงเสี่ยวที่กำลังป้อนอาหารให้สาวงามถั่วคดเคี้ยว

ดวงตาของหานเจียงเสวี่ยหรี่ลง “ฉันจะไปหาเขาหลังเลิกเรียนช่วงเช้า”

เจียงเสี่ยวมองเอรีน่าและพูดว่า “รสชาตเป็นไง? เอาบ้างมั๊ย? ตอนกินซาลาเปาต้องกินกับกระเทียมบด เธอเกิดและเติบโตในเป่ยเจียงไม่ใช่เหรอ?”

เอรีน่าพยายามปิดปากหลีกเลี่ยงไม่ให้เจียงเสี่ยวได้กลิ่นกระเทียมในขณะที่พูด  เธอพูดอย่างไม่ค่อยชัดว่า “ฉัน… ฉันชอบกินซาลาเปากับเหล่ากานมา”

(เหล่ากานมา = ซอสพริกยี่ห้อหนึ่งที่ผลิตในจีน)

.

จบบทที่ บทที่ 50 กระเทียมบดกับเหล่ากานมา

คัดลอกลิงก์แล้ว