- หน้าแรก
- นมพิษเก้าดาว
- บทที่ 42 รู้จักตัวเอง รู้จักศัตรู
บทที่ 42 รู้จักตัวเอง รู้จักศัตรู
บทที่ 42 รู้จักตัวเอง รู้จักศัตรู
บทที่ 42 รู้จักตัวเอง รู้จักศัตรู
หลังจากดูดซับลูกปัดดาวมนุษย์แล้ว เจียงเสี่ยวอาจกล่าวได้ว่าได้กำไรมากมาย
กระดิ่งและตราประทับเป็นทักษะดาวระดับเงิน และความต้องการในการปรับปรุงคุณภาพของพวกมันคือ ลูกปัดดาวประเภทเดียวกัน 10 เม็ด หรือคะแนนทักษะ 100 คะแนน
เจียงเสี่ยวครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ในที่สุดก็เข้าใจเหตุผลที่อยู่เบื้องหลัง
ลูกปัดดาวผีขาวและลูกปัดดาวแม่มดผีขาวที่เจียงเสี่ยวดูดซับนั้นมีคุณภาพทองเหลือง ดังนั้นจึงต้องการลูกปัดดาวคุณภาพทองเหลืองประเภทเดียวกัน 10 เม็ด
เมื่อ ‘ชิงหมาง’ กับ ‘ความอดทน’ ได้รับการอัพเกรดเป็นคุณภาพเงิน สิ่งที่จำเป็นต้องใช้ในการอัพเกรดคุณภาพก็คือ ลูกปัดดาวทองเหลือง 100 เม็ด หรือคะแนนทักษะ 100 คะแนน
แต่ ‘กระดิ่ง’ กับ ‘ตราประทับ’ เป็นทักษะดาวคุณภาพเงิน ซึ่งข้ามคุณภาพทองเหลืองมาแล้ว ดังนั้นจึงต้องการลูกปัดดาวเงินประเภทเดียวกัน 10 เม็ด แทนที่จะเป็นลูกปัดดาวทองเหลือง
แต่ถ้าไม่ใช้ลูกปัดดาวในการอัพเกรด แต่ใช้คะแนนทักษะในการอัพเกรด ก็ยังคงต้องการคะแนนทักษะ 100 คะแนน
หมายความว่า 10 คะแนนทักษะ = 10 ลูกปัดดาวทองเหลือง = 1 ลูกปัดดาวเงิน
หลังจากการทดลองอย่างต่อเนื่อง เจียงเสี่ยวพบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมากระหว่าง ‘พร’ และ ‘กระดิ่ง’
‘พร’ ของแม่มดผีขาว เป็นการฟื้นฟูพลังชีวิตของเป้าหมายอย่างช้าๆ
พลังชีวิตนี้เรียกได้ว่าครอบคลุมทุกอย่าง และยังสามารถรักษาสภาพร่างกายของมนุษย์ อย่างเช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน ความรู้สึกไม่สบายร่างกาย และอื่นๆในทำนองเดียวกัน และยังมีผลในการรักษาบาดแผลได้อีกด้วย
อาจกล่าวได้ว่านี่เป็นทักษะเวทมนตร์เบื้องต้น
แต่ทักษะดาว ‘กระดิ่ง’ ของแม่มดผีลาวานั้น มีผลอย่างเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ รักษาบาดแผลทางร่างกายที่เป้าหมายได้รับ
และผลที่ได้ก็ค่อนข้างน่าทึ่ง ระหว่างทางกลับเมือง เจียงเสี่ยวเคยทดลองใช้มันกับผีขาวที่ถูกตัดหัว
ผีขาวตัวนี้ถูกเซี่ยหยานใช้ดาบตัดคอจนขาด และมีเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก
เจียงเสี่ยวได้ใช้ทักษะ ‘กระดิ่ง’ กับส่วนหัวที่ขาดออกมาของมัน กับคอที่ถูกตัดอย่างประณีต ตรงรอยตัดก็เริ่มมีเนื้อและเส้นเลือดเติบโตขึ้นอย่างช้าๆ
ในที่สุด หลังจากใช้ ‘กระดิ่ง’ คุณภาพเงินไป 10 ครั้ง พลังดาวของเจียงเสี่ยวก็หมดลง เลือดตรงรอยแผลที่ถูกตัดออกของผีขาวก็ไม่ไหลอีกต่อไป เนื่องจากมีเนื้อเยื่องอกออกมาห่อหุ้ม
อืม
มันน่าขยะแขยง
ในที่สุดทั้งสามคนก็ตัดสินใจกลับบ้าน เพราะมันหมดเวลาแล้ว ถ้าพวกเขาไม่กลับไป พวกเขาจะตามไม่ทันการฝึกทหารช่วงครึ่งหลัง
เจียงเสี่ยวก็มีงานหนักรออยู่เช่นกัน เขาต้องเข้าร่วมกับชั้นปีหนึ่ง 4-5 วัน และท้ายที่สุดเขาต้องได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนนักเรียนของชั้นเรียน
โดยไม่สำคัญว่าเขาจะเป็นที่หนึ่งในการแข่งขันแบบทีมหรือไม่ สิ่งสำคัญคือเจียงเสี่ยวผีต้องแสดงให้เห็นถึงคุณค่าอันยิ่งใหญ่ของเขา
แน่นอนว่ามันคงจะสมบูรณ์แบบ ถ้าทีมของเขาชนะที่หนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นน้องใหม่หรือปี 2 ตราบใดที่พวกเขาคว้าแชมป์ทีมได้ก็จะมีสิทธิ์ไปท้าทายกับ ‘เสี้ยวป้า’ ได้
(เสี้ยวป้า เป็นศัพท์ออนไลน์โดยทั่วไปหมายถึงกลุ่มคนที่ค่อนข้างเข้มแข็งในโรงเรียน คำนี้มักใช้เป็นคำที่ไม่เหมาะสมในความหมายของอันธพาลประจำโรงเรียน)
สิ่งที่เรียกว่า ‘เสี้ยวป้า’ นี้ไม่ใช่บุคคล แต่เป็นทีม
ในโรงเรียนมัธยมปลายเจียงปิน หมายเลขหนึ่ง ในเวลานี้ ทีมเสี้ยวป้าของโรงเรียนก็คือทีมของหานเจียงเสวี่ยและเซี่ยหยาน
หากนักเรียนชั้นปี 1 และ ปี 2 สามารถเอาชนะทีมเสี้ยวป้าของโรงเรียนได้ พวกเขาก็จะได้รับรางวัลมากมาย และทางโรงเรียนจะจัดหาลูกปัดดาวคุณภาพดีเพื่อให้เป็นกำลังใจกับพวกเขา
แต่นี่เป็นเพียงจินตนาการที่ไม่สมจริง ถ้าเจียงเสี่ยวเป็นเพียงเด็กหนุ่มไม่ประสีประสา และคิดว่าตนเองเก่งกาจ เขาก็อาจกระตือรือร้นที่จะลอง
แต่หลังจากร่วมทำงานกับเซี่ยหยานและหานเจียงเสวี่ยเป็นเวลานาน เจียงเสี่ยวรู้ว่าการเอาชนะพวกเธอได้นั้น มันยากยิ่งกว่าการปีนขึ้นสู่สวรรค์เสียอีก
ไม่ต้องพูดอะไรมาก แค่หานเจียงเสวี่ยประกาศประหารชีวิตเจียงเสี่ยวแบบซึ่งๆหน้า ด้วยวิธีใช้
พื้นที่มิติ + สายลมป่าเถื่อน
เจียงเสี่ยวก็อาจไม่มีโอกาสแม้แต่จะเคลื่อนไหว
การท้าทายดังกล่าว สำหรับน้องใหม่ปี 1 และปี 2 แล้ว มันไม่ใช่การต่อสู้เพื่อชิงรางวัลและเกียรติยศ พูดตรงๆก็คือ นี่คือการต่อสู้เพื่อให้พวกเขารู้ว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า
ทางโรงเรียนใช้วิธีนี้เพื่อบดขยี้จิตวิญญาณความเหิมเกริมของบรรดาน้องใหม่ และทำให้พวกเขาพยายามฝึกฝนให้หนักขึ้น
แน่นอนว่าถ้าพวกเขารับแรงกดดันแบบนี้ไม่ไหว การปล่อยให้พวกเขาถูกเสี้ยวป้ารุมกระทืบ ก็ย่อมจะดีกว่า
การรู้จักตัวเองให้ได้โดยเร็วที่สุด เป็นเรื่องที่ดี ผู้ตื่นที่มีความเปราะบางในใจควรละทิ้งความเปราะบางนั้นให้ได้โดยเร็วที่สุด ท้ายที่สุด เมื่อเดินออกจากมหาวิทยาลัย พวกเขาก็ต้องเผชิญกับความยากลำบากยิ่งกว่านี้อีกหลายพันเท่า
เซี่ยหยานยังอธิบายให้เจียงเสี่ยวผีฟังถึงพลังดาวและระดับทักษะดาวของเพื่อนร่วมทีมอีกสองคนที่เหลือ ไม่น่าแปลกใจเลยที่เด็กหนุ่มสองคนนี้จะอยู่ในช่วงกลางของวัฏจักรเนบิลลาเช่นเดียวกับพวกเธอ
เซี่ยหยานมุ่งเน้นไปที่การอธิบายระดับความแข็งแกร่งของเด็กหนุ่มที่ชื่อ เกาจุนเหว่ย
แผนที่ดาวของเขาเป็นดาบเดี่ยว ที่มีลักษณะคล้ายดาบถัง มีช่องดาว 25 ช่อง
มีทักษะดาว 2 ทองเหลือง 3 เงิน และ 1 ทอง
ทักษะดาวทองเหลืองคือ ชิงหมางและความอดทน
ทักษะดาวเงินมีสองทักษะที่เหมือนกับเซี่ยหยาน นั่นก็คือ เปลวไฟและระเบิด คิดว่าน่าจะได้มาจากพื้นที่ต่างมิติรอบภูเขาไฟเหมือนกัน
ส่วนทักษะดาวเงินที่เหลืออีกหนึ่งค่อนข้างน่าสนใจ และน่าจะเป็นทักษะดาวที่ครอบครัวหามาให้ เรียกว่า ‘รีชาร์จ’
ทักษะดาวนี้ฟังดูเหมือนเป็นทักษะเสริม แต่แท้จริงแล้วมันเป็นทักษะดาวแบบปะทะชน
ทักษะการใช้ดาบของเกาจุนเหว่ยนั้นยอดเยี่ยมมาก และทักษะดาวดาบถังนั้นก็ทรงพลังยิ่งกว่า
และในขณะต่อสู้ ทักษะดาวรีชาร์จก็มีบทบาทอย่างมาก
ไม่ว่าจะเป็นหมัดหรือดาบถัง เกาจุนเหว่ยสามารถควบแน่นพลังของสายฟ้าไว้บนนั้น การต่อยและการฟาดฟันจะมีพลังของสายฟ้าผสานเข้าไปด้วย ไม่เพียงแต่จะเพิ่มเอฟเฟกต์ความเสียหายอันทรงพลังแล้ว มันยังให้ผลการป้องกันที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ และอาจทำให้เป้าหมายรู้สึกมึนงงจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ในชั่วระยะเวลาสั้นๆ
ทักษะดาวทองของเกาจุนเหว่ย เรียกว่า ‘เสียงคำรามแห่งความกลัว’ (ต่อไปจะเรียกแค่เสียงคำราม)
นี่เป็นทักษะดาวที่หายาก มันเป็นเวทมนตร์ของจริง
แม้ว่าทักษะดาวคุณภาพทองจะต้องใช้พลังดาวเป็นจำนวนมาก ทำให้เกาจุนเหว่ยไม่สามารถคำรามได้ 2-3 ครั้ง อย่างไรก็ตาม เพียงแค่ครั้งเดียวก็เพียงพอแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตต่างมิติ เมื่อเขาส่งเสียงคำรามออกมา สิ่งมีชีวิตต่างมิติระดับต่ำจำนวนมากจะหวาดกลัวจนตัวสั่น ไม่เหลือจิตวิญญาณของการต่อสู้ และจะหลบหนีเตลิดไป
นี่เป็นทักษะดาวที่สมบูรณ์แบบในการช่วยชีวิตและสามารถย้อนกลับทิศทางในการต่อสู้
ครอบครัวของเกาจุนเหว่ยใช้เงินจำนวนมากและความโปรดปรานจากความสัมพันธ์มากมายเพื่อซื้อลูกปัดดาวคุณภาพทองนี้
ต้องรู้ว่าลูกปัดดาวนั้นมีทักษะดาว แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะประสบความสำเร็จในการดูดซับมัน
พอได้ยินเรื่องดังกล่าว เจียงเสี่ยวก็ถามเซี่ยหยานด้วยความประหลาดใจ “เกาจุนเหว่ยอยู่วัฏจักรเนบิลล่าไม่ใช่เหรอ? ถ้างั้นเขาดูดซับทักษะดาวทองได้อย่างไร? ก็พี่บอกว่าต้องมีพลังดาวอย่างน้อยวัฏจักรกาแล็กซีถึงจะดูดซับทักษะดาวทองได้ไม่ใช่เหรอ?”
“สำหรับทักษะดาวทองนี้ ครอบครัวของเขาบอกได้เลยว่าใช้เงินเป็นน้ำ จนเงินหมดใกล้จะล้มละลายอยู่แล้ว” รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเซี่ยหยาน “ใครจะรู้ว่าเขาต้องดูดซับลูกปัดดาวทองไปกี่เม็ดถึงได้ทักษะดาวทองนี้มา”
แม้ว่าเกาจุนเหว่ยจะเป็นอัจฉริยะที่มีช่องดาว 25 ช่อง แต่ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยว่าจะดูดซับทักษะดาวคุณภาพทองได้ เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องระดับพลังดาว
อย่างไรก็ตามผลปรากฏว่าเขาทำสำเร็จ
ไม่ว่าครอบครัวของเขาจะล้มละลายหรือไม่ก็ตาม เกาจุนเหว่ยในเวลานี้แข็งแกร่งมากจริงๆ
เกาจุนเหว่ยแตกต่างจากหานเจียงเสวี่ยอย่างสิ้นเชิง หานเจียงเสวี่ยสามารถดูดซับทักษะดาวคุณภาพทองสำเร็จได้ตั้งแต่ครั้งแรก นั่นไม่เพียงเพราะพรสวรรค์ของเธอเท่านั้น
แน่นอนว่ามีเหตุผลที่จะพูดว่าคุณสมบัติของหานเจียงเสวี่ยมีมากกว่าเกาจุนเหว่ย
อย่ามองว่าช่องดาวของหานเจียงเสวี่ยมากกว่าเกาจุนเหว่ยเพียง 5 ช่องดาว สำหรับผู้ตื่นแล้ว ทุกช่องดาวที่เพิ่มขึ้น ก็หมายถึงความเปลี่ยนแปลงที่สั่นสะเทือนโลกของคุณสมบัติ
บางทีผู้ตื่นที่มีช่องดาว 16 ช่องอาจมีคุณสมบัติไม่ต่างจากผู้ตื่นที่มีช่องดาว 15 ช่องมากนัก
แต่ผู้ตื่นที่มีช่องดาว 30 ช่องนั้นจะแข็งแกร่งกว่าผู้ตื่นที่มีช่องดาว 29 ช่องมาก
และยิ่งเข้าใกล้ขีดจำกัดมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งยากที่จะไปให้ไกลยิ่งกว่านั้น
******
แจ้งกำหนดการอัพนิยายนมพิษเก้าดาว จะอัพทุกวัน จันทร์ - พุธ อาจจะวันละ 1-2 บท ตามเวลาว่างของผู้แปล และอาจหยุดบ้างหากผู้แปลต้องพาแม่ไปหาหมอ