เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 การแย่งชิงตำแหน่งหัวหน้าครอบครัว

บทที่ 10 การแย่งชิงตำแหน่งหัวหน้าครอบครัว

บทที่ 10 การแย่งชิงตำแหน่งหัวหน้าครอบครัว


บทที่ 10 การแย่งชิงตำแหน่งหัวหน้าครอบครัว

บริจาคเรอะ?

ไม่ล่ะ นาข้าวสาลีแปลงนี้เขาจะเก็บไว้ก่อน

กินมื้อเช้าอย่างรีบร้อนเสร็จ หลี่เหวยก็เริ่มทำรั้วให้แปลงนาข้าวสาลีของเขาทันที วัสดุก็มีพร้อมอยู่แล้ว เป็นของที่เขาเตรียมไว้สร้างรั้วค่ายพักนั่นแหละ เป็นท่อนไม้ขนาดท่อนแขนยาวสองเมตรกว่าๆ จำนวนไม่มากนัก แต่เอามาล้อมที่นาขนาด 150 ตารางเมตรได้สบายๆ

เขาถึงขั้นกะจะเอาหินมาก่อเป็นกำแพงล้อมรอบอีกชั้นด้วยซ้ำ ยังไงซะนี่ก็คือทรัพย์สินส่วนตัวของเขานี่นา

ลุยงานรวดเดียวจนถึงเที่ยงถึงได้เสร็จเรียบร้อย อย่างน้อยก่อนที่เมล็ดจะงอก ก็คงไม่มีสัตว์ป่าตัวเล็กๆ โผล่มาป่วนแล้ว

มาถึงตรงนี้ หลี่เหวยก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก กินข้าวเที่ยงเสร็จกำลังจะนอนเอาแรงให้เต็มอิ่ม จู่ๆ ข้อความชุดใหญ่ก็สว่างวาบขึ้นมา

ปรากฏว่าบ้านที่เพนนีรับผิดชอบสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว

【สร้างบ้านสำเร็จ เนื่องจากครอบครัวกำลังอยู่ในภาวะสั่นคลอน ขาดหัวหน้าครอบครัว (พ่อเสียชีวิต) และอาจแตกสลายได้ทุกเมื่อ บ้านหลังนี้จึงถือเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล ไม่ใช่ของครอบครัว】

【กำลังคำนวณรางวัล รางวัลรวมปัจจุบันคือ ประสบการณ์ก่อสร้าง 100 แต้ม】

【เจ้ามีส่วนร่วมในการสร้างบ้านและบริจาควัสดุสำคัญหลายอย่าง เจ้าจะได้รับประสบการณ์ก่อสร้าง 20 แต้ม พร้อมสิทธิ์ในการพักผ่อนในบ้านหลังนี้ฟรี หากมีการบริจาคบ้านหลังนี้ให้ครอบครัว เจ้าจะได้รับคะแนนผลงานครอบครัว 2 แต้ม】

【คำเตือน, เนื่องจากเจ้ามีส่วนร่วมในการสร้างบ้านไม่เพียงพอ เจ้าจึงไม่มีสิทธิ์เป็นฝ่ายเสนอตัวบริจาคบ้านให้ครอบครัว】

【พ่อครัวฝึกหัด* ไม่มีส่วนร่วมในการสร้างบ้าน หล่อนต้องจ่ายค่าเช่าในการเข้าพัก เจ้าจะได้รับส่วนแบ่งประสบการณ์ 0.2 แต้มต่อวัน】

【ช่างฝีมือฝึกหัด* กำลังเปิดโหวตบทตายตามเนื้อเรื่องใส่เจ้า หากผลโหวตสำเร็จ เจ้าจะตายด้วยโรคบิดรุนแรงภายใน 24 ชั่วโมง ถึงตอนนั้นความทรงจำทั้งหมดของเจ้าจะถูกลบ การ์ดชาวนาจะถูกถอดถอน และถูกส่งกลับจุดเกิดเดิม พร้อมสูญเสียโอกาสในการตื่นรู้】

【พ่อครัวฝึกหัด* ลงมติเห็นชอบการโหวตบทตายตามเนื้อเรื่องใส่เจ้า บทตายตามเนื้อเรื่องผ่านมติ เจ้าถูกบังคับใช้คะแนนผลงานครอบครัว 3 แต้ม การโหวตบทตายตามเนื้อเรื่องครั้งนี้ถูกบังคับยกเลิก ในอีก 30 วันข้างหน้า เจ้าจะได้รับสิทธิ์คุ้มกันบทตายตามเนื้อเรื่อง】

【คะแนนผลงานครอบครัวของเจ้าลดลง 3 แต้ม ปัจจุบันเหลือคะแนนผลงานครอบครัว 3 แต้ม】

【คำเตือน, หากการโหวตบทตายตามเนื้อเรื่องไม่ผ่านมติ สามารถเปิดโหวตบทตายตามเนื้อเรื่องต่อไปได้เรื่อยๆ ตราบใดที่มีคะแนนผลงานครอบครัวเพียงพอ】

——

"เวรเอ๊ย นังตัวแสบสองคนนี้!"

หลี่เหวยคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเพนนีจะโหดเหี้ยมเด็ดขาดขนาดนี้ แถมฟีล่าดันเห็นดีเห็นงามไปด้วย

เชี่ย หล่อนหวังอะไรกันวะ?

วินาทีนั้น หลี่เหวยแทบจะบ้าตายด้วยความโมโห

แต่พอเงยหน้าขึ้นไปมองฟีล่าที่กำลังนั่งสัปหงก อารมณ์เขาก็เย็นลงอย่างรวดเร็ว วันหลังจะมาหงุดหงิดง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้แล้ว มาถึงขั้นนี้ก็ต้องยอมรับความจริงว่า การโหวตบทตายตามเนื้อเรื่องมันคือแก่นหลักของภารกิจเนื้อเรื่อง เป็นกฎของเกม เขาต่อต้านไม่ได้ ทำได้แค่หาทางปรับตัวและช่วงชิงความได้เปรียบมาให้ได้มากที่สุด

สูดหายใจเข้าลึกๆ หลี่เหวยเลิกคิดฟุ้งซ่าน หอบผ้าห่มหนังแกะของตัวเองเดินดุ่มๆ เข้าไปในบ้านที่เพิ่งสร้างเสร็จ หาที่เหมาะๆ แล้วล้มตัวลงนอนหลับเป็นตาย นี่คือสิทธิ์ที่เขาควรได้รับ

หลับรวดเดียวจนตะวันตกดิน หลี่เหวยก็รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ร่างกายเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงาน ความเหนื่อยยากตลอดช่วงที่ผ่านมาไม่เพียงแต่ไม่ทำลายเขา แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่

เดินออกจากบ้าน เขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นว่า บนลานกว้างห่างจากค่ายพักไปไม่ไกล ซึ่งเขาเคยกะจะเอาไว้เปิดหน้าดินทำนา ตอนนี้มีก้อนอิฐดิบที่ปั้นจากดินโคลนวางเรียงรายอยู่ราวๆ 50 ก้อน นี่ต้องเป็นฝีมือเพนนีแหงๆ

หล่อนคงอดใจรอไม่ไหวที่จะเปิดเนื้อเรื่องใหม่แล้วสินะ สเต็ปต่อไปหล่อนคงจะเผาอิฐ สร้างเตาหลอมเหล็ก เพื่อมุ่งสู่สายอุตสาหกรรมแล้วล่ะสิ?

"เดี๋ยวนะ น่าจะเป็นการ์ดช่างฝีมือของหล่อนที่อัปเกรดแล้วต่างหาก"

หลี่เหวยมองอิฐดิบที่เรียงเป็นตับด้วยสายตาซับซ้อน ว่ากันตามตรง ฝีมือขนาดนี้ไม่ธรรมดาเลย นี่คงเป็นบัฟจากการ์ดช่างฝีมือแน่ๆ

ถ้าเดาไม่ผิด ตอนนี้การ์ดช่างฝีมือของเพนนีคงเป็น 2 ดาวแล้ว

ความได้เปรียบของหล่อนกำลังสะสมพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ

ในขณะเดียวกัน หลี่เหวยก็เข้าใจแล้วว่า ทำไมเพนนีถึงโหวตบทตายตามเนื้อเรื่องใส่เขา ในครอบครัวที่ทรัพยากรมีจำกัด สิ่งที่ต้องห้ามที่สุดคือการแยกสายพัฒนา จะมาจับปลาสองมือ ควบทั้งสายอุตสาหกรรมและสายเกษตรกรรมไม่ได้

เว้นเสียแต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะยอมก้มหัวให้ ไม่งั้นก็ต้องตีกันเองในระดับหนึ่งแน่นอน

แต่ปัญหามันอยู่ที่ พวกเขาทุกคนคือผู้เล่น ต่างก็อยากพัฒนาอัปเกรดการ์ดหลักของตัวเองกันทั้งนั้น ความขัดแย้งเลยเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

เพราะนี่คือการต่อสู้เพื่อแย่งชิงเส้นทาง

"จอร์จ ข้ากะจะสร้างเตาเผาอิฐ พรุ่งนี้เจ้ามาช่วยข้าหน่อยได้ไหม?"

ข้างกองไฟ เพนนีถือชามซุปผักป่าพลางตะโกนเรียกหลี่เหวย ฟังดูเป็นประโยคธรรมดาทั่วไป

แต่หลี่เหวยฟังออกว่า นี่คือคำขาดสุดท้ายของเพนนี!

จะยอมศิโรราบ หรือจะรอโดนโหวตบทตายตามเนื้อเรื่อง!

ในแง่หนึ่ง เป็นเพราะพ่อกำมะลอตาย ตำแหน่งหัวหน้าครอบครัวเลยว่างลง แถมฟีล่าก็เอาแต่ป่วยออดๆ แอดๆ ดังนั้นตำแหน่งหัวหน้าครอบครัวเลยต้องตกเป็นของใครคนใดคนหนึ่งระหว่างพวกเขาสองคนเท่านั้น

นี่แหละคือการแข่งขันระหว่างพวกเขาสองคน

ในวินาทีนั้น ความคิดของหลี่เหวยแล่นปรู๊ดปร๊าด เขาแอบคิดอยากจะยอมแพ้อยู่เหมือนกัน การลดความขัดแย้งภายในก็ถือเป็นเรื่องดี

เขาไม่จำเป็นต้องเป็นหัวหน้าครอบครัวก็ได้

แต่เขาก็ตระหนักได้เหมือนกันว่า แค่สวามิภักดิ์ต่อเพนนีอย่างเดียวมันไม่พอ ต้องมีเครื่องสังเวยเพื่อแสดงความจงรักภักดีด้วย อย่างเช่น ถ้าเพนนีเปิดโหวตบทตายตามเนื้อเรื่องใส่ฟีล่า เขาจะต้องโหวตตามไหม?

ถึงเขาจะหมั่นไส้ฟีล่าอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่อยากเห็นผู้เล่นคนใหม่โผล่มาแน่ๆ เพราะนั่นหมายถึงความไม่แน่นอนที่จะตามมาอีกเป็นพรวน

เพราะงั้น จะยอมจำนนไม่ได้

อีกอย่าง ทำไมข้าถึงเป็นหัวหน้าครอบครัวไม่ได้วะ?

"โทษทีนะเพนนี พรุ่งนี้ข้าว่าจะเข้าป่าไปดูว่าพอล่ากระต่ายป่ามาได้บ้างไหม เราต้องการอาหารเพิ่มนะ"

หลี่เหวยปฏิเสธไปตามสูตร ข้ออ้างนี้สมเหตุสมผลทั้งตามตรรกะเนื้อเรื่องและเส้นทางการพัฒนาครอบครัว อาหารเริ่มร่อยหรอแล้วจริงๆ ข้าวสาลีสองกระสอบนั่นคงกินได้อีกไม่นาน

พูดก็พูดเถอะ หลี่เหวยแอบสงสัยเหมือนกันว่า ที่เพนนีดึงดันจะมุ่งหน้าสายอุตสาหกรรมเนี่ย หล่อนกะจะซื้ออาหารจากข้างนอกรึไง?

แต่ก่อนหน้านี้หล่อนเพิ่งบอกเองว่าข้างนอกมีโรคระบาด

หรือว่า เพนนีแค่อยากจะปั่นเลเวลการ์ดช่างฝีมือของตัวเองเท่านั้น? คนอื่นจะเป็นจะตายก็ช่างหัวมันงั้นดิ?

"โอ้ น้องรักของข้า งั้นเจ้าก็ระวังตัวให้ดีล่ะ ในป่าไม่ได้มีแค่งูพิษหรอกนะ"

เพนนีพูดจบ ก็มองหลี่เหวยด้วยสายตาแฝงความนัย แล้วก็หุบปากเงียบ

ส่วนฟีล่าก็เอาแต่นั่งเงียบ ไม่ค้าน แต่ก็ไม่หนุน

แต่หล่อนก็ไม่ใช่คนดีศรีสังคมอะไรหรอก

ตอนนี้หลี่เหวยพอจะคิดออกแล้ว ที่ฟีล่าโหวตเห็นด้วยกับบทตายตามเนื้อเรื่องของเพนนี คงไม่ได้อยากจะเขี่ยเขาออกไปให้พ้นทางหรอก แต่ทำไปเพื่อสกัดดาวรุ่งไม่ให้เขาพัฒนาได้เร็วต่างหาก เรียกซะโก้หรูว่า——การบอนไซคู่แข่ง ก็เท่ากับสร้างความแข็งแกร่งให้ตัวเอง!

"งั้นไอ้คะแนนผลงานครอบครัวเนี่ย มันต้องสำคัญโคตรๆ แน่เลย คงต้องเก็บให้ถึงเกณฑ์เท่าไหร่สักอย่าง ถึงจะได้เป็นหัวหน้าครอบครัวสินะ?"

"ดูทรงแล้ว เพนนีคงหมายมั่นปั้นมือจะเอาตำแหน่งหัวหน้าครอบครัวให้ได้"

"หรือไม่ฟีล่าก็อาจจะกำลังแย่งชิงตำแหน่งนี้อยู่เหมือนกัน ถึงหล่อนจะดูขี้โรค แต่การ์ดหลักของหล่อนคือการ์ดพ่อครัว ตอนนี้หล่อนได้ทำอาหารทุกวัน ประสบการณ์ทำอาหารคงพุ่งปรี๊ดแน่ๆ จุ๊ๆ ต้องระวังหล่อนไว้หน่อยแล้ว ยัยนี่อาจจะเป็นตัวแสบซ่อนรูปก็ได้!"

วินาทีนั้น ความหวาดระแวงที่หลี่เหวยมีต่อฟีล่าก็เพิ่มขึ้นอีกหลายขีด

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 10 การแย่งชิงตำแหน่งหัวหน้าครอบครัว

คัดลอกลิงก์แล้ว