- หน้าแรก
- อาจารย์สาวเย็นชาคนนั้น จริงๆ แล้วคลั่งรักผมจะตาย
- บทที่ 7 - เขานึกว่าเจียงหลินตาถั่ว เอ๊ย ตาถึงเกินไปเสียอีก!
บทที่ 7 - เขานึกว่าเจียงหลินตาถั่ว เอ๊ย ตาถึงเกินไปเสียอีก!
บทที่ 7 - เขานึกว่าเจียงหลินตาถั่ว เอ๊ย ตาถึงเกินไปเสียอีก!
บทที่ 7 - เขานึกว่าเจียงหลินตาถั่ว เอ๊ย ตาถึงเกินไปเสียอีก!
การไปทำงานต่างจังหวัดครั้งนี้ เจียงหลินไปกับเพื่อนสนิทที่ชื่อซ่งจื่อฉี
เพราะคนที่ต้องไปพบนั้นคือคนที่ซ่งจื่อฉีแนะนำให้รู้จัก
คนคนนั้นเป็นนักเขียนบท และคาดว่าคงจะมีการแนะนำให้รู้จักกับคนในวงการบันเทิงอีกหลายคนด้วย
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริษัทมังงะของเจียงหลินพัฒนามาจากสตูดิโอเล็กๆ จนกลายเป็นบริษัทขนาดกลาง
มีนักวาดมังงะในสังกัดอยู่ค่อนข้างเยอะ
และเขาก็มีผลงานมังงะออริจินัลของตัวเองที่ได้รับความนิยมอยู่หลายเรื่อง
เพียงแต่ในด้านการนำมังงะไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์หรือซีรีส์นั้นยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ซึ่งนี่คือทิศทางที่เจียงหลินอยากจะมุ่งไปในช่วงสองปีนี้
การนำมังงะในประเทศมาดัดแปลงเป็นไลฟ์แอ็กชันที่ประสบความสำเร็จจริงๆ นั้นยังมีไม่มากนัก
แต่เจียงหลินรู้สึกว่าเขาต้องลองพัฒนาดูบ้าง การย่ำอยู่กับที่เดิมๆ สักวันก็ต้องถูกกลืนหายไปตามกาลเวลา
ครอบครัวของซ่งจื่อฉีพอมีคอนเนกชันอยู่บ้าง เมื่อรู้ถึงความตั้งใจของเขาซ่งจื่อฉีก็เคยห้ามแล้ว แต่ในเมื่อห้ามไม่ฟัง สุดท้ายเขาก็เลยยอมช่วย
เขารู้จักกับเจียงหลินมาตั้งแต่สมัยมัธยม เจียงหลินเป็นพวกดื้อรั้นมาแต่ไหนแต่ไร ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ยิ่งไม่ให้ทำเขาก็ยิ่งต้องพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นว่าเขาทำได้
เมื่อทั้งคู่มาพบกันที่สนามบิน ซ่งจื่อฉีเห็นเจียงหลินดูอารมณ์ดีผิดปกติ เลยอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้ว่า "เฮ้ยเพื่อน จะหย่ากันอยู่แล้วทำไมดูมีความสุขจังวะ? แล้วสรุปคือหย่าไม่สำเร็จใช่ไหม?"
เจียงหลินเหลือบมองเขา "ข่าวนายไวดีนี่ รู้ได้ไงว่าหย่าไม่สำเร็จ?"
"เหอๆ" ซ่งจื่อฉีหัวเราะแห้งๆ จะให้บอกได้ไงล่ะว่าเขายังติดต่อกับเคอม่งอวิ๋นอยู่
ในเมื่อทั้งคู่เลิกกันไปตั้งนานนมแล้วแต่ยังเก็บคอนแท็กไว้คุยกันอยู่ ถ้าบอกออกไปมีหวังโดนล้อตายแน่ๆ
ที่สำคัญคือซ่งจื่อฉีไม่กล้าพูดด้วยว่า ตอนที่แชตกับเคอม่งอวิ๋นคราวก่อน เขาเผลอขายความลับเรื่องรสนิยมของเพื่อนสนิทออกไปเสียนี่
ซ่งจื่อฉีรีบเปลี่ยนเรื่องทันที "ไม่ใช่สิ ภรรยานายสวยระดับพรีเมียมขนาดนั้น ถ้าหย่ากันจริงๆ คนอื่นไม่ดีใจแย่เหรอ? นายตัดใจลงจริงๆ เหรอวะ?"
เขาพูดพลางลอบสังเกตท่าทีของเจียงหลินไปด้วย นี่ไม่ใช่เพราะ "อดีต" แฟนสาวสั่งให้เขามาสืบดูท่าทีของเจียงหลินหรอกเหรอ?
และซ่งจื่อฉีก็รู้สึกจริงๆ ว่าโจวรั่วหานน่ะดีมาก ตรงสเปกเจียงหลินทุกระเบียดนิ้ว แถมหน้าตาก็เป็นแบบที่เจียงหลินเคยบอกว่าชอบเป๊ะๆ
แล้วทำไมถึงมาถึงจุดที่จะหย่ากันได้ล่ะเนี่ย?
เจียงหลินจ้องมองซ่งจื่อฉีด้วยสายตาจริงจังโดยไม่พูดอะไร
ซ่งจื่อฉีถูกจ้องจนรู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล... ไม่สิ มันมีเหตุผลแหละ
สรุปคือเขาเริ่มรู้สึกผิดนั่นเอง
"จะ... จ้องทำไมวะ?" ซ่งจื่อฉีเอ่ยปากถาม
จู่ๆ เจียงหลินก็คลี่ยิ้มออกมา เป็นยิ้มแบบที่ดูแล้วชวนให้หนาวสั่น "นายนี่ดูจะสนใจภรรยาฉันจังเลยนะ?"
"เฮ้ยเพื่อน! อย่าพูดมั่วสิ! ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้วเว้ย!" ซ่งจื่อฉีรีบบบโบกมือปฏิเสธพัลวัน
"ไม่ใช่หรอก ฉันเพิ่งมาลองนึกย้อนดู ที่ฉันอยากหย่ากับภรรยา เป็นเพราะนายเคยบอกฉันว่า สมัยก่อนเธอมีรุ่นพี่ที่แอบชอบมานานหลายปีใช่ไหม? นายไปรู้มาจากไหน?" เจียงหลินนึกในใจว่าโชคดีที่เขาได้ยินเสียงในใจของโจวรั่วหาน ไม่อย่างนั้นเรื่องเข้าใจผิดนี้คงบานปลายไปใหญ่
แล้วทำไมเรื่องมันถึงได้โอละพ่อขนาดนี้ล่ะ?
ไอ้เพื่อนตัวดีอย่างซ่งจื่อฉีที่ให้ข้อมูลมั่วๆ นี่แหละต้องรับผิดชอบไปเต็มๆ!
ถึงแม้เจียงหลินจะยังนึกไม่ออกว่าเขาไปเป็นรุ่นพี่ของโจวรั่วหานตอนไหน เพราะเขาไม่มีความทรงจำเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย!
ซ่งจื่อฉีไม่คิดว่าเขาจะถามเรื่องนี้ขึ้นมา จริๆ เรื่องนี้เขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะพูดนะ แค่ตอนคุยกันคราวนั้นเขาดื่มหนักไปหน่อย...
พอคุยกันเรื่อง "แสงจันทร์ขาว" (รักแรกที่ลืมไม่ลง) เจียงหลินบอกว่าเขาไม่มี
ซ่งจื่อฉีที่ตอนนั้นกำลังมึนได้ที่เลยหลุดปากไปว่า "นายน่ะไม่มี แต่เมียนายน่ะมีนะเว้ย..."
ตอนนี้ซ่งจื่อฉีอยากจะตบปากตัวเองสักสองสามทีจริงๆ
ตอนที่เจียงหลินบอกว่าจะหย่า ซ่งจื่อฉีก็เคยเตือนแล้วว่าเรื่องรักแรกอะไรนั่นมันอาจจะผ่านไปนานแล้วก็ได้ ไม่เห็นต้องจริงจังขนาดนั้น
แต่เจียงหลินยืนยันว่านั่นไม่ใช่สาเหตุทั้งหมด แล้วทำไมจู่ๆ วันนี้ถึงมาถามเรื่องนี้อีกล่ะ?
ซ่งจื่อฉีกลืนน้ำลายลงคอ "ฉันเป็นคนพูดเองแหละ ข่าวกรองนี้ชัวร์ปึก!"
ก็เคอม่งอวิ๋นเป็นคนบอกเองนี่นา!
"ถ้างั้นทำไมไม่บอกล่ะว่ารุ่นพี่คนนั้นน่ะคือฉัน?" ท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์ที่กำลังดังกระหึ่ม เสียงอุทาน "อ้าว!" ของซ่งจื่อฉีฟังดูตลกมาก
ซ่งจื่อฉีไม่รู้เรื่องนี้เลยจริงๆ!
เจียงหลินเห็นท่าทางของเขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ "นายน่ะ ไปเอาข่าวนี้มาจากไหน?"
"เคอม่งอวิ๋นบอกมา..." ซ่งจื่อฉีลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมรับเสียงเบา "พี่หลิน อย่าโกรธนะ ผมก็แค่... ผมไม่คิดว่าข่าวนี้จะมั่วขนาดนี้นี่หว่า"
เคอม่งอวิ๋น เพื่อนสนิทของโจวรั่วหาน และเป็นรุ่นน้องของเจียงหลินกับซ่งจื่อฉี
สมัยมัธยมเธอเคยเป็นรักแรกของซ่งจื่อฉี ถึงแม้จะคบกันได้เพียงเทอมเดียวก็เลิกกันไป
สาเหตุเพราะฝ่ายหญิงมองว่าซ่งจื่อฉีไม่ตั้งใจเรียน ส่วนเธอชอบคนเรียนเก่ง
และเธอก็เป็นแสงจันทร์ขาวในใจซ่งจื่อฉีมาตลอดหลายปี
"พวกนายไม่ได้เลิกติดต่อกันไปตั้งนานแล้วเหรอ? แล้วพวกนายคุยอะไรกันบ้าง?" เจียงหลินเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า เมื่อวานในใจของโจวรั่วหานบอกว่าตัวเขาชอบผู้หญิงที่เย็นชาและดูมีความรู้...
เจียงหลินเพิ่งจะรู้เหมือนกันว่าตัวเองชอบแนวนี้ด้วยเหรอ?
เขาไม่ได้ชอบแนวนี้เลยสักนิด ทั้งดูดีและมีความรู้... ทั้งพี่สาวเขากับแม่เขาก็เป็นแนวนี้กันหมด!
เขาไม่ได้มีรสนิยมพิเศษอะไรแบบนั้นเสียหน่อย!
ตอนนี้เขาจ้องมองซ่งจื่อฉีด้วยสายตาที่ดูเป็นอันตราย เขารู้สึกได้เลยว่าเรื่องเข้าใจผิดของโจวรั่วหานต้องเกี่ยวข้องกับซ่งจื่อฉีและเคอม่งอวิ๋นแน่นอน
"มันก็... ไม่ได้คุยอะไรมากหรอก แค่คุยเรื่องสเปกผู้หญิงที่นายชอบอะไรทำนองนั้น เรื่องอื่นไม่ได้พูดจริงๆ นะ!" ซ่งจื่อฉีรีบรับรอง "ก็ตอนที่นายไปดูตัว นายบอกว่าประทับใจเธอมากไม่ใช่เหรอ?"
ซ่งจื่อฉีเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูมีเหตุผลมากขึ้น "ฉันก็เลยคิดว่า ในเมื่อเคอม่งอวิ๋นมาถาม แสดงว่าโจวรั่วหานเองก็น่าจะมีใจให้นายเหมือนกัน ในเมื่อชอบกันทั้งคู่ ฉันก็เลยบอกสเปกที่นายชอบให้เธอรู้ไป มันคือการช่วยทำแต้มไม่ใช่เหรอวะ?"
ช่วยทำแต้มได้ดีมาก วันหลังไม่ต้องนะ
เจียงหลินก็นึกอยู่แล้ว ตอนไปดูตัวครั้งแรกเขารู้สึกว่าโจวรั่วหานก็ไม่ได้เย็นชาขนาดนี้ ถึงจะพูดน้อยแต่เธอก็ยิ้มเก่งและยิ้มสวยมากด้วย
แต่พอหลังจากจดทะเบียนสมรสกันแล้ว เจียงหลินกลับเห็นโจวรั่วหานไม่ค่อยยิ้มเลย ประกอบกับเรื่องเข้าใจผิดตอนแตะเอวนั่นอีก มันเลยทำให้เขาคิดไปเองว่าโจวรั่วหานคงจะอึดอัดเวลาอยู่กับเขาจริงๆ
ที่แท้ปัญหาหลักมันอยู่ที่นี่เองเหรอ?
เจียงหลินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อนบ้านอื่นเขาเป็นกุนซือช่วยทำแต้ม แต่เพื่อนเขานี่มันคือตัวอะไรกันแน่เนี่ย?
"แล้วนายไปบอกเธอว่าฉันชอบผู้หญิงแนวไหน?" น้ำเสียงของเจียงหลินดูนุ่มนวลผิดปกติ
"ก็แนวสง่างาม ดูมีความรู้ เป็นสาวมั่นมาดนิ่งแบบดอกฟ้าผู้สูงส่งไง" ซ่งจื่อฉีตอบอย่างเป็นธรรมชาติ
"แล้วนายไปเอาความคิดนั้นมาจากไหน?" เจียงหลินถามต่อ
"ก็ตอนที่นายปฏิเสธคำสารภาพรักของรุ่นน้องสายแบ๊วคนหนึ่งไง นายบอกว่านายไม่ชอบพวกที่ร่าเริงเกินเหตุ นายชอบคนที่เป็นตัวของตัวเอง นิ่งๆ ดูมีความรู้..." ซ่งจื่อฉีพูดไปพลางสังเกตเห็นหน้าเจียงหลินที่เริ่มมืดมนลงเรื่อยๆ
เสียงของเขาค่อยๆ เบาลง... นี่เขาจำผิดเหรอวะ?
แต่ตอนนั้นเขาอยู่ในเหตุการณ์ด้วยนี่หว่า! จำได้แม่นเลยนะ!
เจียงหลินยื่นมือไปล็อคคอซ่งจื่อฉีแล้วกัดฟันพูดว่า "นายนี่มันเป็นเพื่อนรักของฉันจริงๆ เลยนะ! แยกไม่ออกหรือไงว่าอันไหนเรื่องจริงอันไหนข้ออ้างน่ะฮะ!"
ซ่งจื่อฉีพยายามแกะแขนเขาออก "ผมผิดไปแล้วพี่! ก็พี่ไม่ค่อยมีแฟนนี่หว่า! ตอนมหาวิทยาลัยเราก็เรียนคนละที่ ผมจะไปรู้ได้ไงว่าที่พี่พูดน่ะเรื่องจริงหรือเรื่องหลอก!"
เขานึกว่าเจียงหลินเป็นพวกตาถึงระดับเทพจนมาตรฐานสูงปรี๊ดเสียอีก!
(จบแล้ว)