บทที่ 17 พยาบาลคนใหม่
บทที่ 17 พยาบาลคนใหม่
บทที่ 17 พยาบาลคนใหม่
.
ฉันเบิกตากว้าง ตัวแข็งทื่อ และเกือบสงสัยว่าตัวเองได้ยินผิดไปหรือเปล่า?
หมายความว่าอะไร?
ให้ฉันอยู่ห่างจากผู้หญิงคนนั้น ไม่งั้นฉันจะจบลงแบบเขา?
“อยู่ให้ห่างจากใคร” ฉันถามอย่างรีบเร่ง
“อยู่ให้ห่างจากเธอ เธออันตรายมาก…”
“หลิวปิน คุณ…”
บี๊บ บี๊บ บี๊บ…
โทรศัพท์ถูกตัดสายไปแล้ว
จู่ๆ ก็โทรมา จู่ๆ ก็วางสาย
หลิวปินเป็นเหมือนผีที่โผล่มาและหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ไม่ ไม่ใช่แค่เป็นเหมือน ตอนนี้เขาเป็นผีจริงๆ!
ฉันทรุดลงบนพื้น ด้วยหัวใจที่สับสนไปหมด
ผู้หญิงคนนั้นที่หลิวปินขอให้ฉันอยู่ห่าง มีความเป็นได้สูงที่จะหมายถึงเฉิงเซียวหยาน
แต่ทำไมล่ะ?
ทำไมเขาถึงบอกให้ฉันอยู่ให้ห่างจากเฉิงเซียวหยาน?
นอกจากนี้เขายังบอกว่า เฉิงเซียวหยานอันตรายมาก อันตรายอะไร?
มันจะหมายถึงการที่โรคของเธอติดต่อได้หรือไม่?
ฉันไม่เชื่อว่าหลิวปินจะโทรมาหาฉันโดยเฉพาะ เพียงแค่บอกให้ฉันระวังจะติดโรคจากเธอ
สิ่งต่างๆ เริ่มแปลกประหลาดขึ้นเรื่อยๆ
หากจะพูดถึงการเสียชีวิตของหลิวปินครั้งก่อน มันก็เกี่ยวข้องกับอาคาร D เท่านั้น แต่ตอนนี้ดูเหมือนมันจะเกี่ยวข้องกับเฉิงเซียวหยานด้วย
บี๊บ บี๊บ…
โทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง
ฉันตื่นตระหนกจนผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก็พบว่ามันไม่ใช่หลิวปิน แต่เป็นพี่ซุน
“จื่อหยง คืนนี้จะมาทำงานหรือเปล่า?”
“ไปครับ”
“อย่ามาสายล่ะ”
หลังจากวางสาย ฉันก็รู้สึกหงุดหงิดอย่างอธิบายไม่ถูก
หลังจากพักผ่อนมาทั้งวัน จู่ๆ ฉันก็ไม่อยากไปตึก D เลยจริงๆ ฉันกลัวคนไข้ที่อยู่ที่นั่น แต่กลัวบรรยากาศที่นั่นมากกว่า
ฉันเดินไป จุดบุหรี่สูบไป และสูบไปหลายมวนติดต่อกัน แล้วจู่ๆ ฉันก็คิดว่าจะลาออกดีไหม?
ไม่ใช่ว่าลาออกแล้วจะหางานที่มีค่าตอบแทนสูงไม่ได้สักหน่อย
กรณีเลวร้ายที่สุด ฉันคงไปทำงานในสถานที่ก่อสร้างที่ยากลำบากที่สุด ต้องทำงานล่วงเวลาทั้งวันทั้งคืน ยังไงซะ ฉันก็อายุยังน้อย การทำเงินเดือนละหมื่น มันก็ไม่น่าจะยากใช่ไหม? และถ้าไม่ทำงานแบบนั้น ฉันยังสามารถไปทำงานที่ไนท์คลับได้ ก็เหมือนเดิมยังไงซะฉันก็อายุยังน้อย ใช้ความพยายามสักหน่อย รักษาตัวให้ดีสักนิด บางทีฉันอาจทำงานหนักได้เป็นสิบปี…
ความคิดแปลกๆ เหล่านี้ปรากฏขึ้นทีละอย่าง แต่ทั้งหมดก็ถูกปัดทิ้งทั้งหมด หลังจากไปพบแม่ที่วอร์ด
เมื่อเร็วๆนี้ ผิวพรรณของแม่ดีขึ้นมาก ฟังจากหมอที่ดูแลพูด มันเป็นเพราะยาพิเศษได้ผล ตอนนี้หากได้รับยาพิเศษชนิดนี้ตรงเวลาทุกวัน ด้วยการรักษาง่ายๆ ไม่ต้องพูดถึงการรักษาที่สมบูรณ์ อย่างน้อยก็ 1-2 ปีจากนี้ไป ความหวังที่จะกลับเป็นเหมือนคนปกติก็เป็นไปได้
ก่อนที่หมอจะจากไป เขาก็ตบไหล่ฉันและกล่าวอย่างมีความหมายว่า บอสบอกว่าช่วงนี้คุณทำผลงานได้ดี จงทำดีต่อไป ยาพิเศษชนิดนี้มีไม่มากนัก โดยทั่วไปจะให้ความสำคัญกับผู้ป่วยที่ชำระเงินก่อน แต่ท้ายที่สุดแล้ว คุณก็เป็นคนของโรงพยาบาลของเรา ถ้าโรงพยาบาลไม่ช่วยคุณ แล้วใครจะช่วยคุณ?
ความหมายคือ ถ้าฉันยังเป็นยามกะกลางคืนต่อไปก็จะมียาพิเศษชนิดนี้ต่อไป แต่ถ้าไม่…ยาพิเศษนี้ก็จะหยุดทันที
โน้มน้าวใจ แต่ก็คุกคามเล็กน้อยเช่นกัน
ฉันเงียบไปสองสามวินาทีแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม: ขอบคุณครับ
วินาทีนั้น ฉันก็ตัดสินใจทันที ต่อให้ตายก็ต้องตายในตึก D
……
เมื่อฉันไปทำงานที่อาคาร D ฉันก็ได้ยินเสียงทะเลาะกันดังมาแต่ไกล
น่าจะเป็นวอร์ด 108
ฉันรีบเดินเข้าไปดูก็พบว่า เป็นพยาบาลอ้วนชุดสีชมพูกำลังดุคนไข้หญิงวัยกลางคน
ดูเหมือนทั้งคู่จะทะเลาะกันเรื่องการเปลี่ยนยา
“ยาตัวนี้ช่วยฉันไม่ได้เลย ฉันอยากเปลี่ยนยา ฉันต้องการเปลี่ยนยาทันที!” คนไข้หญิงกล่าวอย่างร้อนรน
“เปลี่ยนผายลมสิ! เป็นแค่คนยากจนไม่สามารถจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้ ดีแค่ไหนแล้วที่ได้กินยาราคาถูกที่นี่ ไม่รู้สึกขอบคุณ ยังมาโต้เถียงกับฉันอีก จะให้ฉันบอกว่าหล่อนน่ะมันราคาถูกใช่ไหม?” พยาบาลอ้วนดุพร้อมกับจิ้มไปที่ศีรษะของคนไข้หญิง
(ผู้แปล – ราคาถูกที่ใช้กับคน หมายถึง สถานะต่ำ นอกจากนี้ยังใช้เป็นคำกริยาแสดงความดูถูกอีกด้วย)
“คุณพูดแบบนี้ได้ยังไง? ฉันเป็นคนไข้ที่นี่นะ!”
“คนไข้อะไร? คนไข้เป็นพ่อหรือไง? ขอบอกนะ คนในคลินิกผู้ป่วยนอกอื่นๆ คือคนไข้ ส่วนคนที่อยู่ที่นี่คือสัตว์ร้าย! ไม่ เลวร้ายยิ่งกว่าสัตว์ร้ายซะอีก!”
“แก แกบอกว่าฉันเป็นสัตว์ร้ายงั้นรึ! ฉันจะไปร้องเรียนแกกับทางโรงพยาบาล แค่ก แค่ก…”
ใบหน้าของหญิงวัยกลางคนซีดลงด้วยความโกรธ เปลือกตาของเธอกลอกขึ้นเพราะโกรธมาก และไอออกมา
“หยุดเสแสร้งทำเป็นว่ากำลังจะตายรีบมาดูแลหน่อยสักที ฉันไม่บริการคนอย่างหล่อนหรอก!” พยาบาลอ้วนเท้าสะเอวด่า
ฉันทนไม่ไหวแล้วจริงๆ จึงเดินเข้าไปและพูดด้วยความโกรธ: “เธอเป็นคนป่วย คุณพูดแบบนี้กับเธอได้ยังไง?”
“ไอ้สารเลวแกเป็นใคร?”
พยาบาลอ้วนมองฉันอย่างดูถูก
“ผมเป็นยามกะกลางคืนที่นี่!” ฉันพูดอย่างเย็นชา
“โอ้ เป็นเจ้าเด็กนั่นเองเหรอ? ยามกะกลางคืนอะไรกัน? มันก็แค่ตัวตายตัวแทนคนต่อไปมากกว่า” พยาบาลอ้วนยิ้มเยาะ
ตัวตายตัวแทน?
จู่ๆ ฉันก็วิตกกังวลขึ้นมาทันที และรีบถามเธอว่า ตัวตายตัวแทนหมายความว่าไง?
“ตัวตายตัวแทนก็คือตัวตายตัวแทน ยามกะกลางคืนหลายคนก่อนหน้านี้ ทั้งหมดต่างก็ไม่พอใจกันทั้งนั้น แต่นายที่ไม่รู้ว่าจะตายช้าตายเร็วกลับภาคภูมิใจมาก” พยาบาลอ้วนเบะปากจิกกัด
ฉันตกตะลึง
จริงหรือที่มีบางอย่างเกิดขึ้นกับยามกะกลางคืนคนก่อนหน้า
ในเวลานั้นหลิวปินก็กล่าวถึงสิ่งนี้โดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ แต่เขาก็รีบเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว
และไม่นานหลังจากที่ฉันมาที่นี่ หลิวปินก็เสียชีวิตเช่นกัน
การตายของเขานั้นก็ทั้งแปลก ทั้งน่าสังเวช
หรือว่า คนต่อไปจะเป็นฉัน?
พยาบาลอ้วนเห็นว่าการแสดงออกของฉันผิดปกติ จึงอดไม่ได้ที่จะได้ใจ: ไง กลัวขนาดนั้นเลยเหรอ? ขยะ!
ฉันมองหน้าเธอ แล้วพูดว่า: มันไม่สำคัญว่าผมจะกลัวหรือไม่ ถ้าทัศนคติของคุณต่อคนไข้ยังเป็นแบบนี้ ก็อย่าโทษว่าผมแจ้งทางโรงพยาบาลล่ะ
“เชอะ จะฟ้องเรอะ ไปฟ้องเดี๋ยวนี้ได้เลย!” พยาบาลอ้วนยิ้มแทนที่จะโกรธ แล้วชี้นิ้วมาที่จมูกของฉันจนแทบจะเป็นจิ้ม
เมื่อเห็นท่าทางเย่อหยิ่งของเธอ มันราวกับซ้อนทับกับอาจารย์ใหญ่เวรคนนั้น ความโกรธในใจของฉันก็แผดเผาราวกับไฟ
ถ้าฉันไม่กังวลเรื่องงาน ฉันก็คงทุบตีเธออย่างแน่นอน
“เอาล่ะ ฉันจะไปนอนแล้ว ถ้าไม่มีอะไรก็อย่ามารบกวนฉัน”
พยาบาลอ้วนตบประตู หันหลัง บิดก้นเดินจากไปอย่างอวดดี
ความอวดดีนี้ ทำให้ฉันสงสัยว่าเธอคงมีคนหนุนหลังอยู่ในโรงพยาบาลใช่ไหม?
“หมอเถียน ฉันต้องการเปลี่ยนยา ถ้าไม่เปลี่ยนยาฉันจะตาย…”
คนไข้หญิงวัยกลางคนเดินมาหาและคุกเข่าตรงหน้าฉันอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยน้ำตา และพูดกับฉันด้วยสีหน้าวิงวอน
ฉันรีบช่วยเธอให้ลุกขึ้น
เธอผอมแห้ง ผิวพรรณซีดเซียว ดูเหมือนเธอจะมีอายุ 50 กว่าๆ แต่เส้นผมกลับเป็นสีขาวไปครึ่งหัวแล้ว
ฉันคิดถึงแม่ขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ได้ และได้แต่ลอบถอนหายใจ
น่าเสียดายที่โรงพยาบาลไม่ใช่สถานที่ที่เหมือนจินตนาการ มันเป็นของจริงมาก หากไม่จ่ายเงิน การเปลี่ยนยาก็เป็นไปไม่ได้เลย
เป็นที่เข้าใจได้ว่าโรงพยาบาลเอกชนก็ต้องหาเงินเช่นกัน
ไม่มีทางเลือก ฉันทำได้เพียงอึดอัดใจ เมื่อเห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยสิ้นหวังของผู้ป่วยเหล่านี้เท่านั้น
ฉันทำได้เพียงปลอบเธอว่า ให้อดทนและอย่าพูดอีกเลย ตอนนี้ไม่ว่ายาจะไม่ได้ผลแค่ไหน ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย เพื่อความอยู่รอด อย่าเรียกร้องเกินไป…
เธอเงียบไปและไม่ได้พูดอะไรอีก
ความจริงเราต่างเข้าใจดีว่า มันเป็นไปไม่ได้ที่ทางโรงพยาบาลจะเปลี่ยนยาให้โดยไม่ได้รับการชำระเงิน
การทะเลาะกันเมื่อครู่เป็นเพียงวิธีการระบายความเจ็บปวดเท่านั้น
บี๊บ บี๊บ…
ในเวลานั้นเอง โทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้น เป็นเฉิงเซียวหยานที่โทรมา
ฉันรับสายด้วยความรู้สึกผิด คิดว่าเธอโทรมาตำหนิฉันที่ไม่ไปพบเธอ แต่สิ่งที่ทำให้ฉันตกใจก็คือ เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวของเธอที่มาตามสาย:
“จื่อ… จื่อหยง ช่วยฉันด้วย!!”