- หน้าแรก
- แฮร์รี่ พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์
- แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 145 ห้องอาจารย์ใหญ่ 💸
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 145 ห้องอาจารย์ใหญ่ 💸
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 145 ห้องอาจารย์ใหญ่ 💸
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 145 ห้องอาจารย์ใหญ่
ตามคาด เจมส์ถูกเรียกไปพบอาจารย์ใหญ่หลังจากเหตุการณ์ที่เขาน็อคนักเรียนสองคนและทำให้บาดเจ็บเล็กน้อย
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลหน้าเครียดพาเขาไปที่ห้องอาจารย์ใหญ่
ห้องอาจารย์ใหญ่อยู่บนยอดหอคอย ทางเข้าอยู่ที่ระเบียงทางเดินที่มีรูปปั้นการ์กอยล์บนชั้นสอง ปลายทางเดินมีรูปปั้นการ์กอยล์ทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่
มักกอนนากัลยืนหน้าการ์กอยล์ บอกรหัสผ่าน รูปปั้นขยับเปิดทางให้เห็นบันไดวน พวกเขาเดินขึ้นบันไดไปถึงห้องดัมเบิลดอร์ที่รออยู่แล้ว
เจมส์เห็นห้องอาจารย์ใหญ่เป็นครั้งแรก กว้างขวางและน่าตื่นตาตื่นใจกว่าห้องอาจารย์ประจำบ้านมาก เขาเคยไปแค่ห้องมักกอนนากัลและซลักฮอร์น
ห้องเป็นวงกลมขนาดใหญ่ สวยงาม เต็มไปด้วยเสียงแปลก ๆ มีรูปเหมือนของอดีตอาจารย์ใหญ่และอาจารย์หญิงเต็มผนัง มีโต๊ะทำงานขาเป็นกรงเล็บขนาดใหญ่ บนชั้นวางหลังโต๊ะมีหมวกพ่อมดเก่า ๆ สกปรก ๆ วางอยู่ หมวกคัดสรรนั่นเอง
มีชั้นหนังสือมากมายพร้อมหนังสือสะสม เพนซีฟ และแม้แต่นกฟีนิกซ์เกาะคอนอยู่ด้านบน มองดูผู้มาเยือน ก่อนจะหมดความสนใจและหลับตาลง
“โอ้ มาแล้ว เชิญ เข้ามา นั่งก่อนสิ” ดัมเบิลดอร์พูดเสียงนุ่ม เงยหน้าจากหนังสือ
เจมส์ตามมักกอนนากัลไปนั่งเก้าอี้ตรงข้ามอาจารย์ใหญ่ เป็นครั้งแรกที่เผชิญหน้ากับดัมเบิลดอร์ พ่อมดที่แข็งแกร่งที่สุด เขาอดประหม่าไม่ได้
โชคดีที่ดัมเบิลดอร์ดูเหมือนชายชราใจดี สีหน้าอ่อนโยนและไม่ดูโกรธเลย
อาจารย์ใหญ่สวมแว่นตารูปพระจันทร์เสี้ยว ดวงตาสีฟ้าสดใสจ้องมองเจมส์อย่างสนใจ เขารู้เรื่องเหตุการณ์และสนใจในตัวเจมส์ พอตเตอร์ มาก
“ลูกอมไหม?” ดัมเบิลดอร์เสนอ ยื่นโถลูกอมหลากสีห่อกระดาษใสให้
“ครับ ขอบคุณครับ” เจมส์หยิบลูกอมสีแดง แกะห่อ แล้วเอาเข้าปาก รสสตรอว์เบอร์รี่
“เข้าเรื่องกันเถอะค่ะ” มักกอนนากัลเริ่มหมดความอดทนกับท่าทีสบาย ๆ ของดัมเบิลดอร์ เรื่องที่เกิดขึ้นในลานกลางไม่ใช่เรื่องเล็ก
“ได้สิ รู้ไหมว่าทำไมถึงถูกเรียกมา เจมส์?” ดัมเบิลดอร์ถาม น้ำเสียงไม่โกรธ
“ครับ เพราะผมทำร้ายนักเรียนสองคนในลาน” เจมส์ตอบ เคี้ยวลูกอมตุ้ย ๆ
“ทำไมถึงทำแบบนั้น?” ดัมเบิลดอร์ถาม ทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว
“พวกเขาล้อเลียนการตายของคุณปู่ครับ ต้องให้เกียรติคนตายสิครับ” เจมส์ตอบ
มักกอนนากัลหน้าเบ้นิด ๆ ดัมเบิลดอร์พยักหน้าเหมือนเห็นด้วยกับประโยคสุดท้าย
“ได้ยินมาแล้ว นักเรียนทุกคนที่เห็นเหตุการณ์พูดเข้าข้างเธอ” ดัมเบิลดอร์บอก
“ปกติของเด็กกริฟฟินดอร์ครับ ช่วยเหลือกัน” เจมส์บอก
เขาป๊อปปูลาร์ในบ้าน ไม่แปลกที่เพื่อนจะช่วยแก้ต่างให้ เพราะหลายคนเห็นเด็กสลิธีรินล้อเลียนการตายของปู่เจมส์จริง ๆ
“ไม่ใช่แค่เด็กกริฟฟินดอร์ ฮัฟเฟิลพัฟและเรเวนคลอก็ด้วย พวกเขาบอกว่าเธอทำไปเพราะพวกเขาดูถูกคุณปู่เธอ ขอให้วิญญาณท่านไปสู่สุคติ” ดัมเบิลดอร์บอก
“จริงเหรอครับ?” เจมส์แปลกใจ ไม่คิดว่าเด็กบ้านอื่นจะเข้าข้าง
ดัมเบิลดอร์พยักหน้ายิ้ม ๆ
“เสียใจไหมที่โจมตีนักเรียนที่ไม่มีไม้กายสิทธิ์?” อาจารย์ใหญ่ถาม รอคำตอบเงียบ ๆ
เจมส์ไม่คิดว่าจะโดนถามคำถามแปลก ๆ นึกว่าจะโดนทำโทษแล้วส่งกลับหอนอน ข่าวลือที่ว่าดัมเบิลดอร์เพี้ยนคงจะจริง
“ไม่ครับ” เจมส์ตอบ เขาไม่รู้สึกผิดสักนิดที่โจมตีอนาสตาเซียที่ไม่มีไม้กายสิทธิ์
“แม้ว่าจะโดนไล่ออกงั้นเหรอ?” ดัมเบิลดอร์ถามหน้าเครียดขึ้น
“ครับ” เจมส์ยืนยัน
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง บรรยากาศตึงเครียด รอยยิ้มก็ปรากฏบนหน้าดัมเบิลดอร์
“ไม่ต้องห่วง ครั้งนี้แค่ทำโทษ ขัดชุดเกราะหนึ่งเดือน และหักคะแนนบ้านนิดหน่อย” ดัมเบิลดอร์กลับมาทำหน้าใจดี
“แค่นั้นเหรอครับ?” เจมส์แปลกใจ เขารู้ว่าจะไม่โดนไล่ออก แต่คิดว่าจะโดนหนักกว่านี้
“แค่นั้น รับไม่ได้ที่นักเรียนจะล้อเลียนการตายของพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่อย่าง เฮนรี่ พอตเตอร์ นักเรียนหลายคนเป็นพยานว่ามีการล้อเลียนจริง ดังนั้นการกระทำของเธอไม่ถึงขั้นไล่ออก แต่อย่าให้มีครั้งต่อไป” ดัมเบิลดอร์สรุปเสียงเข้มในตอนท้าย
“เข้าใจแล้วครับ” เจมส์รับคำ
“กลับหอนอนได้ พรุ่งนี้เริ่มทำโทษนะ” ดัมเบิลดอร์บอก เจมส์ลาทั้งคู่แล้วออกจากห้อง
“แล้วตระกูลน็อตต์กับแคร์โรว์ล่ะคะ? พวกเขาคงไม่พอใจกับบทลงโทษแค่นี้แน่” มักกอนนากัลถามเมื่อเจมส์ออกไปแล้ว
สองคนที่เจมส์ทำร้ายคือ อนาสตาเซีย น็อตต์ และเด็กชายตระกูลแคร์โรว์ ซึ่งก็อยู่ใน 28 ตระกูลศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน
“เดี๋ยวฉันจัดการเอง ตระกูลพอตเตอร์ควรได้รับความเคารพ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ยากลำบากแบบนี้ พวกน็อตต์กับแคร์โรว์ควรสอนลูกหลานให้ดีกว่านี้” ดัมเบิลดอร์ตอบเสียงเย็น ต่างจากเมื่อกี้ลิบลับ
แม้เจมส์จะโจมตีและทำร้ายนักเรียนจนสลบ แต่พยานจำนวนมากยืนยันว่าอนาสตาเซียและพรรคพวกล้อเลียนการตายของเฮนรี่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ใครในตระกูลพอตเตอร์ก็ยอมไม่ได้
“เข้าใจแล้วค่ะ ฉันแปลกใจกับการกระทำของเด็กคนนั้นจริง ๆ” มักกอนนากัลเปรย หมายถึงเจมส์ บางครั้งเด็กพอตเตอร์ก็เปลี่ยนบุคลิกเป็นคนเย็นชาและก้าวร้าวกว่าที่เห็นเวลาอยู่กับเพื่อน
“อัจฉริยะที่แปลกประหลาด” ดัมเบิลดอร์พูด ตาเป็นประกายครุ่นคิด เขาไปร่วมงานศพเฮนรี่และเห็นผู้พิทักษ์ของเจมส์กับตา
ตั้งแต่การดวลที่เจมส์ฉีกหน้าราบาสแตน ดัมเบิลดอร์ก็จับตามองเจมส์มากขึ้น
ท่าทีของเด็กพอตเตอร์ทำให้เขาสับสน ส่วนใหญ่จะดูผ่อนคลายและใจเย็นกับเพื่อน แต่ถ้าโดนจี้จุด เขาจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เย็นชา หยิ่งยโส และดูถูกศัตรู
ดัมเบิลดอร์นึกถึงอัจฉริยะอีกคนที่เขาเคยสอนเมื่อหลายปีก่อนตอนยังเป็นอาจารย์
‘อัจฉริยะเหมือนกัน แต่ต่างกันโดยสิ้นเชิง’ ดัมเบิลดอร์คิดอย่างโล่งใจ เขาอ่านอารมณ์เจมส์ออก และนั่นทำให้เขาสบายใจ เจมส์เป็นแบบนั้นเมื่อครอบครัวถูกดูถูกหรือล้อเลียน แสดงว่าเป็นคนรักและปกป้องคนที่รัก ต่างจากเด็กคนนั้น
มักกอนนากัลลาอาจารย์ใหญ่และออกจากห้อง ดัมเบิลดอร์ยังคงนั่งนิ่งจมอยู่ในความคิด
. . .
เจมส์ไม่ได้กลับห้องนั่งเล่นรวมกริฟฟินดอร์ เขาไปที่ระเบียงลับชั้นสี่ที่เกวนเคยพาไป
เป็นที่ที่น่าจะอยู่คนเดียวได้มากที่สุด และเขาอยากอยู่คนเดียว เขากดปุ่มที่รูปภาพและก้าวออกไปที่ระเบียง นั่งมองวิวสวยงามเงียบ ๆ
ยี่สิบนาทีผ่านไป เจมส์ยังคงนั่งท่านเดิม เหม่อมองออกไป สีหน้าไม่เปลี่ยน ทันใดนั้นประตูก็เปิดออก หันไปมองเห็นเกวน
“เกวน ขอโทษที่ไม่ได้ตอบจดหมาย” เจมส์ขอโทษ
เกวนไม่ตอบ วิ่งเข้ามากอดเจมส์แน่นจนเขาเกือบล้ม
“ตาบ้า จะขอโทษทำไม?” เกวนกระซิบ กอดเจมส์แน่น
เจมส์ทำหน้าประหลาดใจเล็กน้อย
‘เป็นอะไรของยัยนี่?’ เจมส์คิดอย่างประหม่า คนและสถานการณ์ที่ทำให้เขาประหม่าได้มีน้อยมาก เกวนเป็นหนึ่งในนั้น ด้วยเหตุผลบางอย่างที่เจมส์ไม่เข้าใจ เขาจะรู้สึกประหม่าที่อธิบายไม่ถูกเวลาอยู่กับเธอ
ความสัมพันธ์ของพวกเขาดีขึ้นมาก และสนิทกันกว่าเดิม เจมส์ไม่ใช่คนโง่ เขารู้ว่าเพื่อนปกติไม่จับมือกันบ่อย ๆ หรือซบไหล่กันหรอก
ถึงอย่างนั้นเขาก็ประหม่าเวลาจับมือเกวนหรืออยู่ใกล้ ๆ กัน แต่ก็รู้สึกดี สับสนชะมัด
“ทำไมจู่ ๆ ถึงกอดล่ะ?” เจมส์ถาม พยายามดันตัวออก
“ก็ฉันอยากกอด ไม่ได้เหรอ?” เกวนถาม มองหน้าเจมส์
“ดะ . . . ได้สิ” เจมส์ทำหน้าแปลก ๆ เกวนเป็นคนตรงไปตรงมาเสมอ แก้มแดงระเรื่อของเธอทำให้เธอดูน่ารักขึ้นและปฏิเสธยาก
“ขอโทษนะที่ไปร่วมงานไม่ได้ งานศพน่ะ” เกวนบอกเสียงเศร้า จับมือเจมส์ที่สั่นเล็กน้อย ปกติเกวนไม่จับมือหรือกอดเขากะทันหันแบบนี้
“ช่างเถอะ เธอควบคุมไม่ได้นี่นา” เจมส์บอก ดึงมือออกและนั่งลงพิงกำแพง
“ปล่อยฉันอยู่คนเดียวได้ไหม? อารมณ์ไม่ค่อยดี” เจมส์บอก ไม่สบตาเกวน
เกวนไม่โกรธเหมือนปกติที่เจมส์เลี่ยงการจับมือและกอด เธอนั่งลงข้าง ๆ ใกล้มาก และมองเขา
“ไม่ ฉันเจอที่นี่ก่อน ฉันมีสิทธิ์อยู่ที่นี่” เกวนยืนกราน
“ก็ได้” เจมส์เสียงอ่อน ไล่คนหัวดื้อแบบนี้ไปก็เปล่าประโยชน์
เกวนซบหัวลงบนไหล่เจมส์ และคว้ามือเขาไปจับแน่น ประสานนิ้วเข้าด้วยกันไม่ให้หนี
‘ยัยนี่’ เจมส์คิด ยอมให้จับมือ เหลือเชื่อจริง ๆ แรงเยอะชะมัดเวลาบทจะเอาจริง
“ไม่โกรธเหรอ?” เจมส์ถาม
“ทำไม?” เกวนถามกลับ
“ฉันซัดเพื่อนสนิทเธอปลิวสลบเหมือดนะ” เจมส์ตอบ
“ทำดีแล้ว ฉันเลิกคบกับอนาสตาเซียแล้ว ยัยนั่นน่ารังเกียจ” เกวนพูดอย่างโกรธแค้น บีบมือเจมส์แน่นขึ้น พอนึกถึงคำพูดของอนาสตาเซีย เธอก็ยิ่งโกรธ
เจมส์รู้สึกอบอุ่นในใจ ดีใจที่เกวนเลือกเขาและตัดขาดกับเพื่อนสนิท แม้ด้วยนิสัยแย่ ๆ ของอนาสตาเซีย มันจะไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเลิกคบก็ตาม
“โอเคไหม?” เกวนถามหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง
“อือ” เจมส์โกหก
เกวนไม่พูดอะไร เธอรู้ว่าเจมส์ดื้อเหมือนเธอ ถ้าไม่อยากพูดก็คงไม่พูด เธอแค่นั่งเงียบ ๆ ข้าง ๆ จับมือเขาและซบไหล่
หนังตาเจมส์เริ่มหนักอึ้งเมื่อเวลาผ่านไป การอยู่ข้างเกวนทำให้เขาผ่อนคลาย ค่อย ๆ หลับตาลงและผล็อยหลับไป
เวลาผ่านไป จนกระทั่งเจมส์ลืมตาขึ้น เห็นหน้าเกวนจากมุมล่าง หัวเขาหนุนตักเธออยู่ และเกวนก้มมองเขาพลางลูบผมเบา ๆ
“เผลอหลับเหรอ? กี่โมงแล้ว?” เจมส์ถามขยี้ตา เขาหลับไม่สนิทมาหลายวัน แต่คราวนี้หลับเหมือนตาย หลับสั้น ๆ แต่สดชื่น
“ดึกแล้ว ทุกคนน่าจะกินข้าวเย็นกันอยู่” เกวนตอบ
‘เวร หลับจริงด้วย’ เจมส์คิด ลุกขึ้นและช่วยพยุงเกวน
“โทษที” เจมส์ขอโทษ เกาหัว
“ช่างเถอะ ไปกัน” เกวนยิ้มบาง ๆ เดินนำไปที่ห้องโถงใหญ่