เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 80 เทอร์ราฟอร์มา 💸

แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 80 เทอร์ราฟอร์มา 💸

แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 80 เทอร์ราฟอร์มา 💸


แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 80 เทอร์ราฟอร์มา

“บ้าเอ๊ย จบกัน!” ซิเรียสคำราม นั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นรวมกริฟฟินดอร์

มีแต่แก๊งตัวกวนอยู่ในห้อง เพราะเกือบเที่ยงคืนแล้ว และคนอื่นหลับหมดแล้ว

“เอาไงต่อดี?” ปีเตอร์ถาม ทุกคนหันไปมองเจมส์อัตโนมัติ เพราะเขามักจะมีทางออกเสมอ

วันนี้พวกเขาไปดูเรือนกระจกทุกหลัง แต่เมล็ดมีจำกัด ขโมยไม่ได้โดยอาจารย์ไม่รู้ตัวแน่ พวกเขาลองไปห้องลับและขอเมล็ด แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ห้องไม่ตอบสนองคำขอ สงสัยขอเยอะเกินไป

“อืม . . .” เจมส์กำลังคิดหาวิธีอื่นที่จะเขียนตัวอักษรยักษ์บนสนามหญ้า ทุกคนมองเขาอย่างคาดหวัง

“บางที หาคาถาขุดดินแล้วจัดทรงหญ้าดูไหม ให้เหลือแต่ดินสีน้ำตาลตรงที่เป็นตัวอักษร” เขาตอบหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ไอเดียดี คาถาอะไรล่ะ?” ซิเรียสถามอย่างใจร้อน

“ไม่รู้” เจมส์ตอบ เขาไม่ได้เรียนคาถาแบบนั้น เพราะไม่มีประโยชน์ในการต่อสู้

“ไปหาที่ห้องสมุดไหม” โทบี้เสนอ

“ไม่ ไปห้องต้องประสงค์ดีกว่า ถ้าขอมันก็จะให้หนังสือมา ประหยัดเวลาได้เยอะ” ลูปินบอก

ทุกคนพยักหน้า วิธีขอหนังสือได้ผลจริง พวกเขามุ่งหน้าไปที่ห้องลับที่ตั้งชื่อว่า ห้องต้องประสงค์ เพราะมันตอบสนองความต้องการได้ระดับหนึ่ง

เจมส์ใช้วิธีเดินกลับไปกลับมาสามรอบ คราวนี้ขอคาถาเกี่ยวกับเวทมนตร์ธาตุดินในใจ พอเข้าไปในห้อง พวกเขาเห็นชั้นหนังสือธรรมดาที่มีหนังสืออยู่หลายเล่ม โต๊ะกาแฟกลมเล็ก ๆ และโซฟา

“ลงมือกันเถอะ สุภาพบุรุษ คืนนี้ยังอีกยาวไกล” ซิเรียสพูด หยิบหนังสือเล่มแรกมาเริ่มอ่าน

สองชั่วโมงผ่านไป อ่านกันคนละเล่ม โชคร้ายที่ไม่มีใครเจอคาถาที่มีประโยชน์เลย ไม่ธรรมดาไปก็ซับซ้อนไป

ขณะที่ซิเรียสกำลังจะบ่น โทบี้ก็พูดขึ้น “ฉันว่าฉันเจอแล้ว”

ทุกคนรีบเข้ามาดูหนังสือที่เขาอ่าน คาถาเขียนว่า

[เทอร์ราฟอร์มา: คาถานี้มีความยากระดับปานกลาง ช่วยให้จอมเวทย์ปรับเปลี่ยนพื้นดินผิวเผินได้ ส่งผลเฉพาะชั้นบนของดิน หลีกเลี่ยงการขุดลึก เพื่อให้รูปร่างที่สร้างขึ้นคงอยู่ พ่อมดต้องร่ายคาถาเพิ่มเติมหลังจากปรับแต่งพื้นดินแล้ว คาถานี้จะผนึกรูปแบบดินและป้องกันไม่ให้กลับคืนสภาพหญ้าเดิมเป็นระยะเวลาที่กำหนด

คำเตือน: การใช้มากเกินไปหรือไม่เหมาะสมอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของดิน ผู้ใช้ควรระมัดระวังและคำนึงถึงผลกระทบเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายถาวร

การตวัดไม้กายสิทธิ์ : . . .]

จากนั้นหนังสือก็อธิบายการเคลื่อนไหวของไม้กายสิทธิ์ การออกเสียงที่ถูกต้อง และเคล็ดลับเพิ่มเติมในการร่ายคาถาให้ถูกต้อง

“นี่แหละที่เราตามหา!” ซิเรียสตะโกนอย่างตื่นเต้น

“ห้องต้องประสงค์ช่วยประหยัดเวลาได้เยอะเลย” ลูปินเปรย ถ้าไปห้องสมุดคงใช้เวลาเป็นวัน ๆ ถ้ามีห้องนี้ตอนทำภารกิจระเบิดอึ 100 ลูก คงไม่ต้องเสียเวลาหาหนังสือปรุงยานานขนาดนั้น

. . .

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม 1972

อีกสามวันจะถึงแมตช์กริฟฟินดอร์ ปะทะ ฮัฟเฟิลพัฟ และอีกประมาณสิบวันจะถึงแมตช์สลิธีริน ปะทะ เรเวนคลอ ซึ่งเป็นแมตช์สุดท้ายของปี

ฤดูร้อนใกล้เข้ามาทุกที อากาศร้อนขึ้น แดดแรงขึ้น และใกล้สอบเข้ามาทุกที ตอนนี้นักเรียนส่วนใหญ่กำลังอ่านหนังสือทบทวนบทเรียน

วิลเลียม กัปตันทีมกริฟฟินดอร์ สภาพดูเหมือนมัมมี่ นอกจากจะซ้อมแทบตาย เขายังอยู่ในชั้นปีที่สำคัญมากของฮอกวอตส์ และยากกว่าปีก่อน ๆ มาก

ดูเหมือนลิลลี่ เอฟวานส์ จะเพิ่มชั่วโมงอ่านหนังสือ เพราะเธอขลุกอยู่ในห้องสมุดหรือห้องนั่งเล่นรวมกริฟฟินดอร์ตลออดเวลา อ่านสมุดจดหรือหนังสือ แม้แต่ตอนกินมื้อเช้า เจมส์ยังเห็นเธออ่านหนังสือเลย

โทบี้ ปีเตอร์ และลูปิน ก็เริ่มตั้งใจเรียนมากขึ้น เหลือเวลาให้แค่แผนแกล้งครั้งใหญ่ครั้งสุดท้ายเท่านั้น

เจมส์มีเวลาจำกัดกว่าเดิม นอกจากเรียน เขาต้องฝึกซ้อมและอ่านหนังสือขั้นสูงเพื่อให้เก่งขึ้น ยังมีซ้อมควิดดิชอีก และสุดท้ายต้องเหลือเวลาว่างไว้สำหรับแผนแกล้ง เขาจัดการเวลาได้ยังไงไม่รู้ ส่วนใหญ่คือทิ้งการเรียนไปเลย เพราะเขาฉลาดมากและรู้ว่ายังไงก็ผ่าน

คนเดียวที่ดูไม่รู้ร้อนรู้หนาวคือซิเรียส ที่เอาแต่พูดเรื่องแผนแกล้งทั้งวัน เขามั่นใจในความฉลาดของตัวเองมากและรู้ว่าสอบผ่านแน่ เลยเอาเวลาไปทุ่มกับแผนแกล้ง

“ฟังนะเจมส์ เราต้องเสกคำสาปใส่หญ้าหรืออะไรสักอย่าง . . . อ้อ รู้แล้ว! ทำให้หญ้าเหม็นเน่าไปเลย พวกมันจะได้ไม่มีสมาธิ แล้วทำแต้มได้น้อย ๆ” ซิเรียสกระซิบข้างหูเจมส์พร้อมรอยยิ้มชั่วร้าย

เจมส์ที่มีเวลาว่างนิดหน่อยตัดสินใจเล่นตามน้ำกับซิเรียส

“ไอเดียดี! ติดต่อโจ๊กเกอร์อีกดีไหม?” เจมส์กระซิบตอบ พวกเขาซื้อระเบิดอึได้เพียบเลยตอนนี้ เพราะมีเงินรวมกันกว่า 100 เกลเลียน

ทั้งสองคุยแลกเปลี่ยนไอเดียต่าง ๆ ที่ไม่มีทางทำจริง พร้อมหัวเราะคิกคัก

ลูปินเงยหน้าจากหนังสือแล้วกลอกตา “ไม่อ่านหนังสือกันหรือไง?”

“อย่าขัดคอกันสิ ลูปิน สอบอีกตั้งนาน นายสบายอยู่แล้ว” ซิเรียสบอก ส่วนโทบี้กับปีเตอร์ เขาคิดว่าดีแล้วที่เริ่มอ่านหนังสือตั้งแต่ตอนนี้ เพราะพวกนั้นไม่ได้หัวดีเหมือนพวกเขา

“ถ้าได้เกรดไม่ดี แม่นายจะส่งจดหมายกัมปนาทมาอีกนะ” ลูปินขู่

“ชิ จริงของนาย” ซิเรียสฮึดฮัด ลุกขึ้นหยิบหนังสือจากกองข้างลูปินมาอ่าน

“นายจะไปไหน?” ลูปินถาม มองเจมส์ที่ทำหน้าครุ่นคิด

“อืม ไปเดินเล่นแป๊บ” เจมส์บอก และลุกขึ้นโบกมืออย่างเกียจคร้านเดินไปทางออกห้องนั่งเล่นรวม เขาอ่านหนังสือป้องกันตัวจากศาสตร์มืดเล่มยากจบแล้ว เรื่องสอบเขาไม่กังวล

เดินเล่นที่ว่าคือไปชมรมดราก้อน แต่เขาไม่ได้บอกตรง ๆ เพราะสังเกตเห็นว่าแก๊งตัวกวนเริ่มไม่พอใจที่เขาใช้เวลาที่ชมรมเยอะเกินไป

‘ในที่สุดก็ได้อ่านหนังสือเงียบ ๆ สักที’ ลูปินคิด ก้มลงมองหนังสือและสมุดจดต่อ

เมื่อมาถึงชมรม เจมส์เห็นคนไม่เยอะ ปกติก็เป็นแบบนี้เพราะไม่มีตารางเวลาแน่นอน ความสัมพันธ์ของเขากับสมาชิกในชมรมไม่ได้พัฒนาขึ้นเท่าไหร่

เขาคุยแค่กับเอริกา เกวน และบ็อบ เด็กฮัฟเฟิลพัฟปีสาม ที่คุยกันบ้างและซ้อมดวลกันนิดหน่อย พอเดินเข้าโถงหลัก เขาเห็นนาร์ซิสซา แบล็ก โชคร้ายชะมัด

‘ทำไมยัยนี่ต้องอยู่ตลอดเลยนะ?’ เจมส์คิดหน้าเบ้ ทุกครั้งที่เขาอ่านหนังสือในห้องสมุดชมรมหรือห้องปรุงยา เขามักจะรู้สึกถึงสายตาเย็นชาของลูกพี่ลูกน้องซิเรียสเสมอ

บนโต๊ะที่นาร์ซิสซานั่งอยู่มีหนังสือและกระดาษหนังกองพะเนิน เธอกำลังอ่านหนังสือสอบ

เจมส์เดินไปห้องสมุด เด็กผู้ชายเรเวนคลอคนหนึ่งกำลังอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะเดี่ยว และอีกโต๊ะริมหน้าต่าง เกวนกำลังอ่านหนังสืออยู่

เขาหยิบหนังสือชื่อ ‘คู่มือแก้คำสาปฉบับปรับปรุง’ จากชั้นวาง แล้วเดินไปนั่งตรงข้ามเกวน เปิดหนังสือหน้าที่อ่านค้างไว้แล้วเริ่มอ่านเงียบ ๆ

สิบห้านาทีต่อมา เกวนเงยหน้าขึ้น มองเจมส์แล้วพูดว่า “เดี๋ยวนี้ไม่ทักทายกันแล้วเหรอ?”

“เห็นเธอมีสมาธิกับหนังสือน่ะ” เจมส์ตอบ พลิกหน้าถัดไป เขาค่อนข้างมั่นใจว่าถ้าขัดจังหวะ เกวนก็ต้องหงุดหงิดอยู่ดี

“หนังสือเล่มนั้นไม่ใช่ของปีหนึ่งนี่ นายควรอ่านหนังสือสอบไม่ใช่เหรอ?” เกวนถาม

“ฉันอ่านทันแล้ว ตอนนี้อ่านเป็นงานอดิเรก” เจมส์ตอบ

“ถ้าว่างขนาดนั้น ถอดรหัสข้อความบนกำไลได้หรือยัง?” เกวนถาม มองเจมส์ตาหรี่

ได้ยินดังนั้น เจมส์ก็หน้าเจื่อนนิดหน่อย เขาลืมเรื่องนั้นไปสนิทเลย หลายวันมานี้เกวนคอยถามเรื่องถอดรหัสข้อความบนกำไลเงินที่เธอให้ตลอด

เขาไม่มีเวลาว่างพอจะมานั่งเรียนรู้อักษรรูนโบราณหรอก

ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงด่าเปิงไปแล้ว แต่กับเธอทำไม่ได้

“กำลังทำอยู่ ยากกว่าที่คิดแฮะ เธอเก่งจังที่เขียนข้อความแบบนั้นได้” เจมส์โกหก พยายามยอเธอเพื่อไม่ให้จับได้

“โกหก” เกวนพูด ไม่หลงกลคำชม

“หยาบคายจัง” เจมส์แกล้งทำเสียงขุ่นเคือง

“งั้นมองหน้าฉันสิ” เกวนสั่ง เพราะเจมส์กำลังมองวิวออกไปนอกหน้าต่าง

เจมส์หันมาสบตาเธอ

“เวลานายโกหก นายจะไม่มองหน้าฉัน แถมนิ้วมือขวาก็จะเคาะโต๊ะเบา ๆ ด้วย” เกวนอธิบายเหตุผลที่จับได้ว่าเจมส์โกหก

‘อะไรวะเนี่ย?’ เจมส์ตกใจกับความจริงข้อนี้ แม้แต่เขายังไม่รู้ตัวเลยว่าเคาะโต๊ะเวลาโกหก

“ฉันพูดถูกใช่ไหมล่ะ?” เกวนยิ้มอย่างผู้ชนะเมื่อเห็นสีหน้าตกใจของเจมส์

“รู้ได้ไง?” เจมส์เลิกคิ้วถาม

“ก็สังเกตนายไง จะมีอะไรอีกล่ะ? ไม่ใช่ประเด็น! รีบไปหาความหมายของกำไลซะ” เกวนสั่ง

“ครับ ๆ จะรีบทำเดี๋ยวนี้แหละ” เจมส์รีบรับคำ เขาทำได้แค่ถอยเมื่อคำโกหกถูกเปิดเผย

“เฮ้ เจมส์!” เสียงทักทายดังขึ้น เมื่อหันไปมองก็เห็นว่าเป็น บ็อบ เด็กฮัฟเฟิลพัฟปีสามนั่นเอง

จบบทที่ แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 80 เทอร์ราฟอร์มา 💸

คัดลอกลิงก์แล้ว