- หน้าแรก
- แฮร์รี่ พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์
- แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 80 เทอร์ราฟอร์มา 💸
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 80 เทอร์ราฟอร์มา 💸
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 80 เทอร์ราฟอร์มา 💸
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 80 เทอร์ราฟอร์มา
“บ้าเอ๊ย จบกัน!” ซิเรียสคำราม นั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นรวมกริฟฟินดอร์
มีแต่แก๊งตัวกวนอยู่ในห้อง เพราะเกือบเที่ยงคืนแล้ว และคนอื่นหลับหมดแล้ว
“เอาไงต่อดี?” ปีเตอร์ถาม ทุกคนหันไปมองเจมส์อัตโนมัติ เพราะเขามักจะมีทางออกเสมอ
วันนี้พวกเขาไปดูเรือนกระจกทุกหลัง แต่เมล็ดมีจำกัด ขโมยไม่ได้โดยอาจารย์ไม่รู้ตัวแน่ พวกเขาลองไปห้องลับและขอเมล็ด แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ห้องไม่ตอบสนองคำขอ สงสัยขอเยอะเกินไป
“อืม . . .” เจมส์กำลังคิดหาวิธีอื่นที่จะเขียนตัวอักษรยักษ์บนสนามหญ้า ทุกคนมองเขาอย่างคาดหวัง
“บางที หาคาถาขุดดินแล้วจัดทรงหญ้าดูไหม ให้เหลือแต่ดินสีน้ำตาลตรงที่เป็นตัวอักษร” เขาตอบหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ไอเดียดี คาถาอะไรล่ะ?” ซิเรียสถามอย่างใจร้อน
“ไม่รู้” เจมส์ตอบ เขาไม่ได้เรียนคาถาแบบนั้น เพราะไม่มีประโยชน์ในการต่อสู้
“ไปหาที่ห้องสมุดไหม” โทบี้เสนอ
“ไม่ ไปห้องต้องประสงค์ดีกว่า ถ้าขอมันก็จะให้หนังสือมา ประหยัดเวลาได้เยอะ” ลูปินบอก
ทุกคนพยักหน้า วิธีขอหนังสือได้ผลจริง พวกเขามุ่งหน้าไปที่ห้องลับที่ตั้งชื่อว่า ห้องต้องประสงค์ เพราะมันตอบสนองความต้องการได้ระดับหนึ่ง
เจมส์ใช้วิธีเดินกลับไปกลับมาสามรอบ คราวนี้ขอคาถาเกี่ยวกับเวทมนตร์ธาตุดินในใจ พอเข้าไปในห้อง พวกเขาเห็นชั้นหนังสือธรรมดาที่มีหนังสืออยู่หลายเล่ม โต๊ะกาแฟกลมเล็ก ๆ และโซฟา
“ลงมือกันเถอะ สุภาพบุรุษ คืนนี้ยังอีกยาวไกล” ซิเรียสพูด หยิบหนังสือเล่มแรกมาเริ่มอ่าน
สองชั่วโมงผ่านไป อ่านกันคนละเล่ม โชคร้ายที่ไม่มีใครเจอคาถาที่มีประโยชน์เลย ไม่ธรรมดาไปก็ซับซ้อนไป
ขณะที่ซิเรียสกำลังจะบ่น โทบี้ก็พูดขึ้น “ฉันว่าฉันเจอแล้ว”
ทุกคนรีบเข้ามาดูหนังสือที่เขาอ่าน คาถาเขียนว่า
[เทอร์ราฟอร์มา: คาถานี้มีความยากระดับปานกลาง ช่วยให้จอมเวทย์ปรับเปลี่ยนพื้นดินผิวเผินได้ ส่งผลเฉพาะชั้นบนของดิน หลีกเลี่ยงการขุดลึก เพื่อให้รูปร่างที่สร้างขึ้นคงอยู่ พ่อมดต้องร่ายคาถาเพิ่มเติมหลังจากปรับแต่งพื้นดินแล้ว คาถานี้จะผนึกรูปแบบดินและป้องกันไม่ให้กลับคืนสภาพหญ้าเดิมเป็นระยะเวลาที่กำหนด
คำเตือน: การใช้มากเกินไปหรือไม่เหมาะสมอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของดิน ผู้ใช้ควรระมัดระวังและคำนึงถึงผลกระทบเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายถาวร
การตวัดไม้กายสิทธิ์ : . . .]
จากนั้นหนังสือก็อธิบายการเคลื่อนไหวของไม้กายสิทธิ์ การออกเสียงที่ถูกต้อง และเคล็ดลับเพิ่มเติมในการร่ายคาถาให้ถูกต้อง
“นี่แหละที่เราตามหา!” ซิเรียสตะโกนอย่างตื่นเต้น
“ห้องต้องประสงค์ช่วยประหยัดเวลาได้เยอะเลย” ลูปินเปรย ถ้าไปห้องสมุดคงใช้เวลาเป็นวัน ๆ ถ้ามีห้องนี้ตอนทำภารกิจระเบิดอึ 100 ลูก คงไม่ต้องเสียเวลาหาหนังสือปรุงยานานขนาดนั้น
. . .
วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม 1972
อีกสามวันจะถึงแมตช์กริฟฟินดอร์ ปะทะ ฮัฟเฟิลพัฟ และอีกประมาณสิบวันจะถึงแมตช์สลิธีริน ปะทะ เรเวนคลอ ซึ่งเป็นแมตช์สุดท้ายของปี
ฤดูร้อนใกล้เข้ามาทุกที อากาศร้อนขึ้น แดดแรงขึ้น และใกล้สอบเข้ามาทุกที ตอนนี้นักเรียนส่วนใหญ่กำลังอ่านหนังสือทบทวนบทเรียน
วิลเลียม กัปตันทีมกริฟฟินดอร์ สภาพดูเหมือนมัมมี่ นอกจากจะซ้อมแทบตาย เขายังอยู่ในชั้นปีที่สำคัญมากของฮอกวอตส์ และยากกว่าปีก่อน ๆ มาก
ดูเหมือนลิลลี่ เอฟวานส์ จะเพิ่มชั่วโมงอ่านหนังสือ เพราะเธอขลุกอยู่ในห้องสมุดหรือห้องนั่งเล่นรวมกริฟฟินดอร์ตลออดเวลา อ่านสมุดจดหรือหนังสือ แม้แต่ตอนกินมื้อเช้า เจมส์ยังเห็นเธออ่านหนังสือเลย
โทบี้ ปีเตอร์ และลูปิน ก็เริ่มตั้งใจเรียนมากขึ้น เหลือเวลาให้แค่แผนแกล้งครั้งใหญ่ครั้งสุดท้ายเท่านั้น
เจมส์มีเวลาจำกัดกว่าเดิม นอกจากเรียน เขาต้องฝึกซ้อมและอ่านหนังสือขั้นสูงเพื่อให้เก่งขึ้น ยังมีซ้อมควิดดิชอีก และสุดท้ายต้องเหลือเวลาว่างไว้สำหรับแผนแกล้ง เขาจัดการเวลาได้ยังไงไม่รู้ ส่วนใหญ่คือทิ้งการเรียนไปเลย เพราะเขาฉลาดมากและรู้ว่ายังไงก็ผ่าน
คนเดียวที่ดูไม่รู้ร้อนรู้หนาวคือซิเรียส ที่เอาแต่พูดเรื่องแผนแกล้งทั้งวัน เขามั่นใจในความฉลาดของตัวเองมากและรู้ว่าสอบผ่านแน่ เลยเอาเวลาไปทุ่มกับแผนแกล้ง
“ฟังนะเจมส์ เราต้องเสกคำสาปใส่หญ้าหรืออะไรสักอย่าง . . . อ้อ รู้แล้ว! ทำให้หญ้าเหม็นเน่าไปเลย พวกมันจะได้ไม่มีสมาธิ แล้วทำแต้มได้น้อย ๆ” ซิเรียสกระซิบข้างหูเจมส์พร้อมรอยยิ้มชั่วร้าย
เจมส์ที่มีเวลาว่างนิดหน่อยตัดสินใจเล่นตามน้ำกับซิเรียส
“ไอเดียดี! ติดต่อโจ๊กเกอร์อีกดีไหม?” เจมส์กระซิบตอบ พวกเขาซื้อระเบิดอึได้เพียบเลยตอนนี้ เพราะมีเงินรวมกันกว่า 100 เกลเลียน
ทั้งสองคุยแลกเปลี่ยนไอเดียต่าง ๆ ที่ไม่มีทางทำจริง พร้อมหัวเราะคิกคัก
ลูปินเงยหน้าจากหนังสือแล้วกลอกตา “ไม่อ่านหนังสือกันหรือไง?”
“อย่าขัดคอกันสิ ลูปิน สอบอีกตั้งนาน นายสบายอยู่แล้ว” ซิเรียสบอก ส่วนโทบี้กับปีเตอร์ เขาคิดว่าดีแล้วที่เริ่มอ่านหนังสือตั้งแต่ตอนนี้ เพราะพวกนั้นไม่ได้หัวดีเหมือนพวกเขา
“ถ้าได้เกรดไม่ดี แม่นายจะส่งจดหมายกัมปนาทมาอีกนะ” ลูปินขู่
“ชิ จริงของนาย” ซิเรียสฮึดฮัด ลุกขึ้นหยิบหนังสือจากกองข้างลูปินมาอ่าน
“นายจะไปไหน?” ลูปินถาม มองเจมส์ที่ทำหน้าครุ่นคิด
“อืม ไปเดินเล่นแป๊บ” เจมส์บอก และลุกขึ้นโบกมืออย่างเกียจคร้านเดินไปทางออกห้องนั่งเล่นรวม เขาอ่านหนังสือป้องกันตัวจากศาสตร์มืดเล่มยากจบแล้ว เรื่องสอบเขาไม่กังวล
เดินเล่นที่ว่าคือไปชมรมดราก้อน แต่เขาไม่ได้บอกตรง ๆ เพราะสังเกตเห็นว่าแก๊งตัวกวนเริ่มไม่พอใจที่เขาใช้เวลาที่ชมรมเยอะเกินไป
‘ในที่สุดก็ได้อ่านหนังสือเงียบ ๆ สักที’ ลูปินคิด ก้มลงมองหนังสือและสมุดจดต่อ
เมื่อมาถึงชมรม เจมส์เห็นคนไม่เยอะ ปกติก็เป็นแบบนี้เพราะไม่มีตารางเวลาแน่นอน ความสัมพันธ์ของเขากับสมาชิกในชมรมไม่ได้พัฒนาขึ้นเท่าไหร่
เขาคุยแค่กับเอริกา เกวน และบ็อบ เด็กฮัฟเฟิลพัฟปีสาม ที่คุยกันบ้างและซ้อมดวลกันนิดหน่อย พอเดินเข้าโถงหลัก เขาเห็นนาร์ซิสซา แบล็ก โชคร้ายชะมัด
‘ทำไมยัยนี่ต้องอยู่ตลอดเลยนะ?’ เจมส์คิดหน้าเบ้ ทุกครั้งที่เขาอ่านหนังสือในห้องสมุดชมรมหรือห้องปรุงยา เขามักจะรู้สึกถึงสายตาเย็นชาของลูกพี่ลูกน้องซิเรียสเสมอ
บนโต๊ะที่นาร์ซิสซานั่งอยู่มีหนังสือและกระดาษหนังกองพะเนิน เธอกำลังอ่านหนังสือสอบ
เจมส์เดินไปห้องสมุด เด็กผู้ชายเรเวนคลอคนหนึ่งกำลังอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะเดี่ยว และอีกโต๊ะริมหน้าต่าง เกวนกำลังอ่านหนังสืออยู่
เขาหยิบหนังสือชื่อ ‘คู่มือแก้คำสาปฉบับปรับปรุง’ จากชั้นวาง แล้วเดินไปนั่งตรงข้ามเกวน เปิดหนังสือหน้าที่อ่านค้างไว้แล้วเริ่มอ่านเงียบ ๆ
สิบห้านาทีต่อมา เกวนเงยหน้าขึ้น มองเจมส์แล้วพูดว่า “เดี๋ยวนี้ไม่ทักทายกันแล้วเหรอ?”
“เห็นเธอมีสมาธิกับหนังสือน่ะ” เจมส์ตอบ พลิกหน้าถัดไป เขาค่อนข้างมั่นใจว่าถ้าขัดจังหวะ เกวนก็ต้องหงุดหงิดอยู่ดี
“หนังสือเล่มนั้นไม่ใช่ของปีหนึ่งนี่ นายควรอ่านหนังสือสอบไม่ใช่เหรอ?” เกวนถาม
“ฉันอ่านทันแล้ว ตอนนี้อ่านเป็นงานอดิเรก” เจมส์ตอบ
“ถ้าว่างขนาดนั้น ถอดรหัสข้อความบนกำไลได้หรือยัง?” เกวนถาม มองเจมส์ตาหรี่
ได้ยินดังนั้น เจมส์ก็หน้าเจื่อนนิดหน่อย เขาลืมเรื่องนั้นไปสนิทเลย หลายวันมานี้เกวนคอยถามเรื่องถอดรหัสข้อความบนกำไลเงินที่เธอให้ตลอด
เขาไม่มีเวลาว่างพอจะมานั่งเรียนรู้อักษรรูนโบราณหรอก
ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงด่าเปิงไปแล้ว แต่กับเธอทำไม่ได้
“กำลังทำอยู่ ยากกว่าที่คิดแฮะ เธอเก่งจังที่เขียนข้อความแบบนั้นได้” เจมส์โกหก พยายามยอเธอเพื่อไม่ให้จับได้
“โกหก” เกวนพูด ไม่หลงกลคำชม
“หยาบคายจัง” เจมส์แกล้งทำเสียงขุ่นเคือง
“งั้นมองหน้าฉันสิ” เกวนสั่ง เพราะเจมส์กำลังมองวิวออกไปนอกหน้าต่าง
เจมส์หันมาสบตาเธอ
“เวลานายโกหก นายจะไม่มองหน้าฉัน แถมนิ้วมือขวาก็จะเคาะโต๊ะเบา ๆ ด้วย” เกวนอธิบายเหตุผลที่จับได้ว่าเจมส์โกหก
‘อะไรวะเนี่ย?’ เจมส์ตกใจกับความจริงข้อนี้ แม้แต่เขายังไม่รู้ตัวเลยว่าเคาะโต๊ะเวลาโกหก
“ฉันพูดถูกใช่ไหมล่ะ?” เกวนยิ้มอย่างผู้ชนะเมื่อเห็นสีหน้าตกใจของเจมส์
“รู้ได้ไง?” เจมส์เลิกคิ้วถาม
“ก็สังเกตนายไง จะมีอะไรอีกล่ะ? ไม่ใช่ประเด็น! รีบไปหาความหมายของกำไลซะ” เกวนสั่ง
“ครับ ๆ จะรีบทำเดี๋ยวนี้แหละ” เจมส์รีบรับคำ เขาทำได้แค่ถอยเมื่อคำโกหกถูกเปิดเผย
“เฮ้ เจมส์!” เสียงทักทายดังขึ้น เมื่อหันไปมองก็เห็นว่าเป็น บ็อบ เด็กฮัฟเฟิลพัฟปีสามนั่นเอง