- หน้าแรก
- แฮร์รี่ พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์
- แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 65 พระจันทร์เต็มดวง 💸
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 65 พระจันทร์เต็มดวง 💸
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 65 พระจันทร์เต็มดวง 💸
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 65 พระจันทร์เต็มดวง
วันที่ทุกคนคิดว่าจะจบลงเหมือนวันธรรมดา ๆ กลับกลายเป็นวันที่วุ่นวาย ห้องนั่งเล่นรวมสลิธีรินปนเปื้อนด้วยกลิ่นเหม็นเน่าและเต็มไปด้วยควันสีน้ำตาล
เนื่องจากรูปภาพเปิดอยู่ กลิ่นจึงลอยออกมาที่ระเบียงทางเดินที่ทุกคนมุงดูอยู่ หลายคนนิ่วหน้ากับกลิ่นเหม็นและเอามือปิดจมูก โชคดีที่ศาสตราจารย์แอนเทนเน่ใช้ไม้กายสิทธิ์เสกกระแสลมพัดกลิ่นออกไปทางหน้าต่างที่เปิดอยู่
นักเรียนสลิธีรินหลายสิบคนตาแดง คลื่นไส้ และเวียนหัวจากการอยู่ใจกลางดงกลิ่นเหม็น มาดามพ็อมพรี่ย์และอาจารย์คนอื่น ๆ ช่วยกันพาพวกเขาไปห้องพยาบาล
โชคดีที่เจมส์ไม่เห็นเกวนและเอมิลี่ในกลุ่มนั้น ดูเหมือนพวกเธอจะรอดมาได้ แต่เขาเห็นราบาสแตนที่หน้าซีดเผือดและมีอาเจียนคาปาก เพื่อนของเขา มัลซิเบอร์และเอเวอรี่ ก็สภาพไม่ต่างกัน
ซิเรียสอยากจะหัวเราะเยาะ แต่ตัดสินใจเงียบไว้และไม่ทำตัวเด่น เพราะรู้ว่าถ้าโดนจับได้เรื่องใหญ่แน่
จากนั้นเหล่าอาจารย์และดัมเบิลดอร์ก็ร่ายคาถาสร้างฟองอากาศครอบหัวและร่างกาย แล้วเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นรวมสลิธีริน
สิบนาทีต่อมา พวกเขาออกมาพร้อมนักเรียนหญิงสลิธีรินจำนวนมาก รวมถึงเกวนและเอมิลี่ ซึ่งมีฟองอากาศครอบตัวป้องกันกลิ่นเหม็น
กลุ่มเด็กผู้หญิงพวกนี้หนีเข้าไปหลบในห้องนอนได้ทัน จึงรอดพ้นจากการโจมตีด้วยระเบิดอึ
“ทำได้ดีมากทุกคน ไม่มีนักเรียนตกค้างอยู่ข้างในแล้ว” ดัมเบิลดอร์กล่าวเสียงเรียบ
“ทีนี้เรากลับเข้าไปข้างในแล้วทำให้ห้องนั่งเล่นรวมกลับมาเหมือนใหม่กันเถอะ” เขาเสริม แล้วเดินนำอาจารย์คนอื่น ๆ เข้าไปทางรูปภาพ
พวกเขาใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงข้างใน ร่ายคาถาทำความสะอาดและอื่น ๆ เพื่อพยายามกู้คืนสภาพห้องนั่งเล่นรวมสลิธีรินให้กลับมาใช้งานได้ เป็นงานยาก เพราะกลิ่นซึมลึกเข้าผนังและเฟอร์นิเจอร์
“เหลือกลิ่นจาง ๆ อยู่นิดหน่อย เดี๋ยวก็หายไปเองในสองสามวัน” มักกอนนากัลพูดหน้าบึ้งขณะก้าวออกมา
“เราต้องหาตัวคนทำผิดให้ได้! เหตุการณ์นี้ยอมรับไม่ได้!” ซลักฮอร์นตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด ซึ่งหาได้ยาก ปกติเขาเป็นคนอารมณ์ดี แต่ก็สมเหตุสมผล เพราะเขาเป็นอาจารย์ประจำบ้านสลิธีริน และห้องนั่งเล่นรวมของเขาก็โดนบอมบ์ด้วยระเบิดอึ
“ต้องตรวจค้นทุกบ้านนะดัมเบิลดอร์!” ซลักฮอร์นหันไปบอกอาจารย์ใหญ่ชราที่ดูเหมือนจะอยู่ในโลกส่วนตัวขณะพิจารณาวัตถุบางอย่างในมือ
“ซลักฮอร์น ไม่ว่าใครทำ มันต้องเป็นเด็กสลิธีรินแน่ ไม่งั้นใครจะรู้รหัสผ่าน?” มักกอนนากัลแย้ง
“ทำไมเด็กสลิธีรินจะโจมตีบ้านตัวเองให้เละเทะขนาดนี้ล่ะ มิเนอร์ว่า!” ซลักฮอร์นเถียงอย่างหงุดหงิด
มักกอนนากัลเงียบไป อาจารย์ปรุงยาพูดมีเหตุผล แม้หอนอนหญิงจะรอด แต่หลายคนก็โดนลูกหลงเพราะนั่งอ่านหนังสือหรือคุยกับเพื่อนในห้องนั่งเล่นรวม ไม่สมเหตุสมผลเลยถ้าจะเป็นเด็กสลิธีริน เพราะทำห้องนั่งเล่นรวมตัวเองเหม็นเน่าไปหลายวัน
“แต่ถึงอย่างนั้นสมมติว่าพวกเขาได้รหัสผ่านไป พวกเขาจะเข้าไปข้างในโดยไม่มีใครเห็นและเริ่มโจมตีได้ยังไง?” มักกอนนากัลถามอย่างสงสัย เป็นเรื่องยากมากที่นักเรียนต่างบ้านจะเข้าไปในห้องนั่งเล่นรวมของคนอื่นโดยไม่ถูกจับได้ทันที เพราะมันผิดกฎ
“มีตั้งหลายวิธีที่จะหลบเลี่ยงสายตาได้ เช่น คาถาพรางตา” ซลักฮอร์นแย้ง
“ถ้าใช้ฟูมอสหรือเนบูลัส ก็เป็นไปได้ที่จะลงมือโจมตี” แอนเทนเน่เสริม
“นั่นไง! เราต้องสอบสวนบ้านอื่น!” ซลักฮอร์นยืนกราน
“ใจเย็น ๆ เพื่อนร่วมงาน” ดัมเบิลดอร์ปราม สีหน้าของเขายังคงเดิม ไม่หงุดหงิดหรือโกรธเคือง
“ดูสิฉันเจออะไร” ชายชราเสริมด้วยความขบขันเล็กน้อย พลางยื่นมือให้อาจารย์ดู ในมือดัมเบิลดอร์มีลูกบอลสีน้ำตาลขนาดเล็ก
“นั่นสินค้าของซองโก้นี่นา” ซลักฮอร์นพูดอย่างรังเกียจเมื่อเห็นระเบิดอึ
“ใช่ สงสัยจังว่าต้องใช้กี่ลูกถึงจะสร้างเมฆพิษขนาดนั้นได้” ดัมเบิลดอร์เปรยพร้อมรอยยิ้มแปลก ๆ
“เราควรแบนสินค้าซองโก้ให้หมด!” ฟิลช์ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ เสนอ นักเรียนตัวแสบชอบใช้ของเล่นซองโก้สร้างความเดือดร้อนให้เขาและแมวอยู่เรื่อย
. . .
วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม 1972
หลายวันผ่านไปนับตั้งแต่เหตุการณ์ระเบิดอึ และมันก็เป็นหัวข้อสนทนาเดียวในห้องโถงใหญ่ ระเบียงทางเดิน และแม้แต่ในห้องเรียน จนอาจารย์ต้องสั่งลงโทษให้นักเรียนเงียบเสียง
นักเรียนสลิธีรินสิบกว่าคนที่ถูกพาไปห้องพยาบาลอาการดีขึ้นแล้ว พักฟื้นแค่วันเดียวก็หาย เพราะไม่ได้เป็นอะไรมาก
ยังจับมือใครดมไม่ได้ หลักฐานชิ้นเดียวที่ทิ้งไว้คือระเบิดอึลูกเล็ก ๆ ที่ด้านเพราะเสีย นอกนั้นไม่มีร่องรอยอะไรเลย
นักเรียนสลิธีรินหลายคนโกรธแค้น โดยเฉพาะพวกผู้หญิงที่ต้องอาบน้ำหลายรอบกว่ากลิ่นเน่าจะหาย หลายคนมาจากครอบครัวร่ำรวย ตั้งรางวัลเป็นเงินเกลเลียนให้คนที่ให้เบาะแสคนร้าย
ปีเตอร์และโทบี้กลัวจนหัวหดว่าจะโดนจับได้ แต่โชคดีที่ไม่โดน และกระแสความโกรธก็เริ่มซาลง
ยิ่งเวลาผ่านไป ซิเรียส หนึ่งในตัวการหลัก ก็ยิ่งหยิ่งผยองขึ้นเมื่อได้ยินข่าวลือมั่วซั่วเกี่ยวกับพวกเขา ถึงขั้นมีแฟนคลับ ซึ่งยิ่งทำให้เขาได้ใจ
“เรามีแฟนคลับด้วย! ฉันควรสมัครเข้าไหมเนี่ย?” ซิเรียสถาม นอนแผ่บนเตียงอย่างเกียจคร้านพร้อมรอยยิ้มกว้าง
“อย่าไปตะโกนเรื่องพวกนี้ข้างนอกนะ” ลูปินเตือนหน้าเครียด
“รู้แล้วน่า ยังไงก็ไม่มีใครคิดว่าเป็นพวกเราหรอก ทุกคนคิดว่าเป็นรุ่นพี่ที่ใช้คาถายาก ๆ ผ้าคลุมล่องหนคืออาวุธที่ดีที่สุดของเรา” ซิเรียสหัวเราะคิกคัก
ลูปินถอนหายใจอย่างรำคาญ เขาอารมณ์ไม่ดี และการคุยกับซิเรียสยิ่งทำให้แย่ลง ถ้าทำตามแผนของซิเรียสเข้าไปในห้องนั่งเล่นโดยไม่ใช้น้ำยาหรือคาถาฟูมอส ป่านนี้คงโดนจับได้และโดนกักบริเวณหรือไล่ออกไปแล้ว
“จะไปไหนน่ะ?” ซิเรียสถามเมื่อเห็นลูปินเดินไปที่ประตู
“กินข้าว” เขาตอบห้วน ๆ และรีบเดินออกจากห้องไป ปิดประตูดังปัง
“เป็นอะไรของมัน?” ซิเรียสทำหน้างง
“เฮ้ย เพื่อน ไปกินข้าวเย็นกัน” ซิเรียสพูด ปาหมอนใส่หน้าเจมส์เต็ม ๆ
เจมส์กำลังอ่านหนังสือ พลังมืด : คู่มือป้องกันตนเอง เขาไม่อยากพลาดคาถาที่มีประโยชน์อย่างฟูมอสอีก
ส่วนเรื่องแกล้งคน เขาไม่ได้ตื่นเต้นเท่าซิเรียส เขาไม่ชอบที่มีนักเรียนต้องไปห้องพยาบาลเยอะขนาดนั้น แม้จะแค่วันเดียวก็ตาม เขาคิดว่ามันเกินเลยไปหน่อย
เจมส์ไม่ได้คำนวณว่ากลิ่นผสมของระเบิดอึ 100 ลูกจะรวมตัวกันสร้างสิ่งที่เลวร้ายกว่าเดิม จนทำให้เด็กผู้ชายสลิธีรินหลายคนเวียนหัวและคลื่นไส้ อีกอย่างคนที่เขาไม่ชอบหน้ามีแค่ราบาสแตนและพรรคพวก ยังมีเด็กคนอื่นที่เขาไม่รู้จัก และไม่ได้มีอคติด้วย
เกวนและเอมิลี่เป็นเพื่อนเขา และทั้งคู่ก็อยู่สลิธีริน ดังนั้นอาจจะมีคนนิสัยดีในบ้านนั้นที่ไม่เหมือนราบาสแตนก็ได้
‘ก็นะ ทำอะไรไม่ได้แล้วนี่’ เจมส์คิด มองไปที่ซิเรียส
“ดึกป่านนี้แล้วเหรอ?” เจมส์ถาม ปิดหนังสือแล้วปาหมอนคืนใส่เพื่อน
“อือ ไปกันเถอะ” ซิเรียสลุกขึ้นจัดทรงผม
“แล้วคนอื่นล่ะ?” เจมส์ถาม สังเกตว่าเหลือแค่เขากับซิเรียสในห้อง
“. . .” ซิเรียสมองเจมส์แปลก ๆ เพราะลูปินเพิ่งปิดประตูใส่หน้าไปหยก ๆ ส่วนโทบี้กับปีเตอร์กำลังทำการบ้าน
หลังมื้อเย็นแสนอร่อย พวกเขากลับไปที่หอนอน ยกเว้นลูปินที่บอกว่าไม่สบายอีกแล้วและมุ่งหน้าไปห้องพยาบาล เจมส์และคนอื่น ๆ จะไปเป็นเพื่อน แต่เขาปฏิเสธเสียงแข็งและหงุดหงิด พวกเขาเลยปล่อยไป
“เป็นแบบเดิมอีกแล้วเหรอ?” ปีเตอร์ถามขณะเดินกลับห้องนั่งเล่นรวมกริฟฟินดอร์พร้อมคนอื่น ๆ
“วันนี้ทั้งวันหน้าตาเขาดูแย่มาก แถมอารมณ์บูดสุด ๆ คงไม่สบายจริง ๆ แหละ” ซิเรียสเดา ไม่ค่อยมั่นใจนัก
เมื่อถึงห้องนั่งเล่น เจมส์และซิเรียสต้องรีบปั่นการบ้านสำหรับวันจันทร์พรุ่งนี้ ส่วนปีเตอร์และโทบี้ทำเสร็จแล้ว เลยนั่งเล่นหมากรุกพ่อมดกัน
หลังจากเขียนม้วนกระดาษไปกว่าสองม้วนเต็ม เจมส์ก็เข้านอน ลูปินยังไม่กลับมา แต่พวกเขาก็ชินแล้ว เลยไม่มีใครพูดถึง
เจมส์นอนหลับสบายบนเตียงนุ่ม จนกระทั่งจู่ ๆ เขาก็ลืมตาตื่นขึ้นมากลางดึก
“ฟู่ว แค่ฝันร้าย” เขาพึมพำ เปิดม่านกำมะหยี่สีแดงเข้มออก ฝันร้ายคือเขาพบว่าตัวเองอยู่ในคฤหาสน์รอธส์ไชลด์และใช้ชีวิตตามตารางที่เอลิซาเบธ แม่คนเก่าบงการอีกครั้ง
ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาฝันแบบนี้ ปกติเขาจะเริ่มฝันเมื่อต้องห่างจากพ่อแม่
รู้สึกคอแห้งเล็กน้อย เขาเลยหยิบแก้วน้ำจากโต๊ะหัวเตียงมาดื่มเงียบ ๆ พลางมองออกไปนอกหน้าต่าง ยังคงมืดอยู่
‘วันนี้พระจันทร์เต็มดวง’ เจมส์คิด มองดวงจันทร์กลมโตสีขาวนวล
‘เดี๋ยวนะ พระจันทร์เต็มดวง!’ เจมส์วางแก้วกระแทกโต๊ะหัวเตียงดังปัง แล้วหันไปมองดวงจันทร์นอกหน้าต่างอีกครั้ง
ความคิดบ้า ๆ ผุดขึ้นมาในหัว ลูปิน เพื่อนของเขา หายตัวไปทั้งคืนเดือนละครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่แก๊งตัวกวนสงสัยมาก ไม่ว่าจะถามยังไง ลูปินก็บอกว่าป่วยและไปห้องพยาบาล
วันรุ่งขึ้นลูปินจะปรากฏตัวด้วยใบหน้าซีดเซียวและดูสุขภาพแย่เหมือนคนหมดแรง อาการจะเป็นแบบนั้นอยู่สองสามวันจนกว่าจะกลับมาเป็นปกติ
แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาให้เจมส์เห็นเตียงว่างเปล่าของลูปินที่เปิดม่านทิ้งไว้
‘อย่าบอกนะว่าลูปิน . . .’ เจมส์คิดด้วยสีหน้าตกใจ ‘เขาเป็นมนุษย์หมาป่า?’