- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 570 ช็อก!! เหยี่ยวต่างสายพันธุ์ จะญาติดีกันได้ไง 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 570 ช็อก!! เหยี่ยวต่างสายพันธุ์ จะญาติดีกันได้ไง 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 570 ช็อก!! เหยี่ยวต่างสายพันธุ์ จะญาติดีกันได้ไง 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 570 ช็อก!! เหยี่ยวต่างสายพันธุ์ จะญาติดีกันได้ไง
เสียงใสมาก น่าจะเป็นสาวน่ารัก
เฉินอิ่งรอให้แนะนำตัว แต่เธอกลับถามว่าจะมาเมื่อไหร่
มา? ไปไหน? แม่หนู ฉันคนซื่อนะ!
“อ๊ะ! ขอโทษค่ะ ขอโทษ ครูเกาไม่ได้บอกเหรอคะ?”
เหล่าเกา? เจ้านั่นไม่ติดต่อมาหลายเดือนแล้ว ช่วงนี้ประจำอยู่ภูเขาเกาลี่กง ทำวิจัยร่วมกับสถาบันมหาวิทยาลัยประเทศเพื่อนบ้าน ยุ่งเหมือนพระเจ้าหยู[1]ไม่กลับบ้านเป็นปี
“สงสัยเหล่าเกายุ่งจนลืม มีอะไรเหรอ?”
“คืออย่างงี้ค่ะคุณเฉิน ก่อนหน้านี้คุณถามเรื่องลิงจมูกเชิดสีทองใช่ไหมคะ? พอดีเป้าหมายสังเกตการณ์ของเรา เหยี่ยวเพเรกรินดูเหมือนจะมีเรื่องกับฝูงลิงเร็ว ๆ นี้ ปรากฏการณ์นี้หายากมาก และทั้งสองฝ่ายดูจะ ‘สู้ตาย’ เราอยากขอความช่วยเหลือดูว่ามีวิธีแก้ไหม”
เหยี่ยวเพเรกรินเป็นนกล่าเหยื่อขนาดกลาง ยาว 35-80 เซนติเมตร ปีกกว้าง 74-120 เซนติเมตร อาหารหลักคือนกขนาดกลาง ไม่ทับซ้อนกับอาหารลิงจมูกเชิดสีทอง
อีกอย่างตัวหนึ่งบินบนฟ้า อีกตัววิ่งในป่า พื้นที่หากินไม่ทับกัน
การปะทะกันต้องเป็นอุบัติเหตุที่หายากมาก ๆ
คนดูนกห่วงเหยี่ยว แต่เฉินอิ่งห่วงลิงจมูกเชิดสีทองแสนดี
แผนคือส่งลูกลิงกลับสถานีฉุกเฉินสังเกตการณ์สักสองสามวันค่อยหาญาติ แต่ตอนนี้อีกฝ่ายเร่งและเฉินอิ่งห่วงลิงบาดเจ็บหรือตายเพิ่มเลยตกลงทันที
เขามาโดยติดรถอินลี่ แต่คราวนี้ต้องขึ้นเขา สถาบันวิจัยนกเลยประสานงานคนขับรถรับจ้างท้องถิ่นพาขึ้นไป
“คุณเฉิน ขอโทษจริง ๆ ที่รบกวนให้มา เราหมดหนทางแล้ว เห็นพวกมันสู้กันดุเดือดแล้วปวดใจ”
“คุณเฉิน ดูสิ ยังสู้กันอยู่เลย ตอนนี้นกอื่นก็มาร่วมวงด้วย”
ตอนแรกหนึ่งต่อกลุ่ม ตอนนี้กลายเป็นตะลุมบอน วงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ มนุษย์ที่ไม่เข้าใจและทำอะไรไม่ได้ ได้แต่นั่งกลุ้ม
เฉินอิ่งไม่ค่อยศึกษาเรื่องนก แต่พอแยกประเภทพื้นฐานได้ คือเหยี่ยวเพเรกรินและเหยี่ยวบินผ่านหน้าผาและป่าโปร่งฝั่งตรงข้าม
“มีเหยี่ยวที่นี่ได้ไง?” วางกล้องส่องทางไกล เฉินอิ่งมองผู้สังเกตการณ์สาวสองคนอย่างแปลกใจ
“เดิมทีมีแค่เพเรกริน รังอยู่บนหน้าผาติดป่า เหยี่ยวตัวนั้นเพิ่งมาร่วมบ่ายนี้ ตอนแรกดูอยู่บนหิน พอฉันโทรหาคุณ มันก็ร่วมวงแล้ว”
ไม่งั้นพวกเธอคงไม่ร้อนรนเรียกเฉินอิ่งมาช่วย
ผู้หญิงความอดทนต่ำกว่าในสถานการณ์แบบนี้ ปกติเพราะผู้หญิงมักมีความเห็นอกเห็นใจสูงกว่า
เฉินอิ่งดูสักพัก ไม่เห็นทางหยุดการต่อสู้ระหว่างลิงและนกฝั่งตรงข้าม คิดดูแล้ว ไปดูเองดีที่สุด
มีทางเชื่อมระหว่างสองเขา แต่อันตราย
ไม่ก็ลงหุบเขาแล้วปีนขึ้น ซึ่งคงขยับได้พรุ่งนี้ ไม่งั้นถึงก้นตอนมืดปีนกลับไม่ไหวแน่ หรือใช้ทางเสี่ยง โหนสลิงข้ามส่วนที่แคบที่สุด
เฉินอิ่งเคยโหนสลิงข้ามหุบเขากับเพื่อนบ่อย ๆ ตอนเด็ก โตขึ้นโอกาสน้อยลง แต่ทักษะยังอยู่
สลิงที่นี่ทิ้งไว้นับสิบปี ใช้สมัยยังไม่ย้ายถิ่นฐาน ตอนนี้อาจมีแค่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าใช้บ้าง
หลังยืนยันความปลอดภัยสลิงกับสถานีพิทักษ์ป่า เฉินอิ่งเอาสายรัดออกจากโพรงหินที่ยึดสลิงมาตรวจ
เห็นเฉินอิ่งหยิบอุปกรณ์เตรียมร่อนไปฝั่งตรงข้าม สองสาวหน้าซีด
“คุณเฉิน พรุ่งนี้ค่อยไปดีกว่าไหมคะ ดูไม่ปลอดภัยเลย”
“ไม่เป็นไร ปลอดภัยน่า” เฉินอิ่งยิ้มให้สองสาว “ไม่ต้องห่วง ผมถามแล้ว สลิงนี้ตรวจทุกหกเดือนถี่กว่าที่บ้านอีก”
พูดจบ เฉินอิ่งถีบตัว พุ่งเหมือนลูกศรไปฝั่งตรงข้าม
สองฝั่งไม่ไกลกัน ยี่สิบกว่าเมตร พริบตาเดียวก็ถึง
เฉินอิ่งเก็บสลิงเข้าที่ ต้องใช้อีกขากลับ
จุดยึดสลิงไม่ไกลจากที่ฝูงลิงอยู่ จุดนี้สะดวกดูนกและดูลิงด้วย คงเพราะงี้ สลิงเลยถูกรักษาและซ่อมบำรุงประจำปี
ผู้สังเกตการณ์สาวคนโตมองการกระทำเฉินอิ่งตลอด รวมถึงตอนโหนสลิงไป
ตอนนี้เธอดูตัดสินใจได้ ตบไหล่สาวรุ่นน้องเบา ๆ “ถงถงรออยู่นี่ พี่จะข้ามไปดู”
เธอหยิบสายรัดอีกชุดจากถ้ำ ใส่เก้ ๆ กัง ๆ ลองหลายที กว่าจะล็อคสำเร็จ
เฉินอิ่งกำลังจะไป เห็นคนโตพยายามข้ามมา เลยยืนรอรับที่ปลายทาง และอธิบายจุดสำคัญการโหนสลิง
สลิงดูง่าย และก็ง่ายจริง แต่คนไม่เคยอาจติดกลางทาง ไปไม่กลับหลับไม่ตื่น
โชคดี เธอฟังคำแนะนำ ข้ามมาได้อย่างราบรื่น
เธอเลียนแบบเฉินอิ่งผูกสายรัดนิรภัยรอบเอว ทั้งสองรีบไปที่ฝูงลิง
ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายพักรบ แต่บนพื้นกิ่งไม้หัก ขนและขนนกกระจายเกลื่อน
“คุณเฉิน รอเดี๋ยวค่ะ ฉันเจออะไรบางอย่าง”
ผู้สังเกตการณ์สาวหยิบกล้องซูมถ่ายรูปสองสามรูป
“คุณเฉิน ดูนี่ รังนก รังที่พัง มีเปลือกไข่ข้างใน”
เนื่องจากเป็นผู้เชี่ยวชาญนก เธอดูออกทันทีว่าเป็นรังเหยี่ยว
ในธรรมชาติ เหยี่ยวมักเลือกโพรงหินหน้าผาหรือยอดไม้สูง คราวนี้รังร้างที่เจออยู่บนยอดไม้รับแดดริมหน้าผา
เฉินอิ่งคิดเร็ว ๆ ดูจากพฤติกรรมฝูงลิง รังร้างนี้น่าจะเกี่ยวกับพวกมัน
อย่างไรก็ตามต่างจากลิงกังและลิงทิเบต ลิงจมูกเชิดสีทองไม่กินไข่นก กินมังสวิรัติล้วน ระบบย่อยอาหารเหมาะกับไฟเบอร์สูง ไม่มีเอนไซม์ย่อยโปรตีนสัตว์
แต่ลิงขี้สงสัย แม้แต่ลิงจมูกเชิดสีทองสายธรรมะยังอดสงสัยไม่ได้ อยากปีนไปดูว่าไข่นกหน้าตาเป็นไง
ขณะคุย ลูกลิงจมูกเชิดสีทองที่ซ่อนในเป้สั่งทำพิเศษอกเฉินอิ่งตื่น ร้องจี๊ด ๆ สองที มุดออกมา
“เจี๊ยก เหมือนเคยมาที่นี่?” ลูกลิงขยี้ตา มองรอบ ๆ “เจี๊ยก นี่บ้านหนู!”
ลูกลิงดิ้นรูดซิปเสื้อ ด้วยหัวพันผ้าพันแผล ปีนขึ้นไหล่เฉินอิ่ง นั่งลง กำผมเขาแน่น
เสียงลูกลิงอาจเรียกความสนใจลิงแถวนั้น ไม่นานลิงจมูกเชิดสีทองตัวใหญ่สองตัวโผล่มาใกล้ ๆ
ลูกลิงเหมือนรู้สึกอะไรบางอย่าง อยากเข้าไปหาแต่กลัว ลังเลไม่กล้าห่างเฉินอิ่ง
สุดท้ายเฉินอิ่งทนไม่ไหวอุ้มลูกลิง ส่งสัญญาณให้เพื่อนรอ ค่อย ๆ เข้าหาลิงใหญ่สองตัว
เห็นเฉินอิ่งมา ลิงหนุ่มกว่าหน่อยระวังตัว ก้าวร้าวนิด ๆ แต่อีกตัวดูเหม่อลอย
“จี๊ด~” ขณะลิงหนุ่มจะโจมตี ลิงแก่ตบมันร่วง พุ่งหาเฉินอิ่ง จับมือ ดมฟุดฟิดเหมือนโรคจิต ทำเอาผู้สังเกตการณ์สาวหน้าซีด
เฉินอิ่งเหมือนนึกได้ วางลูกลิงบนไหล่ เอามือลูบหูลิงแก่ ที่แหว่งขนาดนิ้วโป้ง ขนหาย มีแผลเป็นจากการเย็บ
“เสี่ยวซาง? นายเองเหรอ เสี่ยวซาง!” เฉินอิ่งดีใจ นั่งยอง ๆ กอดลิงแก่ “ไม่นึกว่าจะได้เจอกันอีก”
เสี่ยวซางตื่นเต้นร้องดังกอดเฉินอิ่งจะลากเข้าป่า
“อย่ารีบสิ ลิงจมูกเชิดทองเฮ้ นี่ลูกหลานเผ่านายหรือเปล่า?”
เสี่ยวซางเหลือบมองลูกลิง ส่งให้ลิงหนุ่มอุ้มแบบขอไปที
“เจี๊ยก นี่ลูกฉัน ตัวแสบที่สุด นึกว่าตายแล้ว”
เฉินอิ่งเข้าใจเสี่ยวซาง แต่ไม่รู้สึกถึงความเศร้าเลย เจ้านี่ไม่ทุ่มเทกับลูกแน่ ๆ
แต่ไม่ใช่เวลาเถียง เห็นชัดว่าอยากแนะนำลิงตัวอื่นในเผ่าให้รู้จัก เผ่านี้ใช่กลุ่มที่เคยอยู่ใกล้สถานีฉุกเฉินไหม?
แต่ตอนนั้นเฉินยืนยันว่าลิงจมูกเชิดสีทองแถวหุบเขาดอกไม้ย้ายไปลึกเข้าไปในร่องหุบเขาเหนือเก่า ที่สูงกว่าและไม่มีคนรบกวนเหมาะกว่า
เดินเข้าป่าสามสิบเมตร ต้นไม้หนาแน่น กันนกขนาดกลางถึงใหญ่ โดยเฉพาะนกล่าเหยื่อความเร็วสูง
ลิงตัวเมียผอมโซกำลังให้ลิงแก่ตัวหนึ่งหาเห็บ บรรยากาศฝูงดูซึม ๆ
“จี๊ด จี๊ด จี๊ด!” ลิงหนุ่มอุ้มลูกลิงวิ่งไปหาตัวเมีย ยังไม่ทันนั่ง แม่ลิงแย่งลูกไป
แม่ลิงตื่นเต้นสุดขีดที่ลูกกลับมา ตัวสั่น กอดลูกแน่น ปีนต้นไม้หายไปในพริบตา
เห็นลูกลิงกลับสู่อ้อมอกแม่ เฉินอิ่งโล่งอก หันกลับมาเจอหน้าลิงคุ้นเคยตรงหน้า
“พี่ลิง? ใช่ไหม พี่ลิง?”
ลิงตัวผู้ล่ำบึ้กตัวใหญ่กว่าเดิม ความเป็นเด็กหายไป เพิ่มความสุขุม
ใช่ ลิงคุ้นเคย เฉินอิ่งกอดพี่ลิงอีกครั้ง นั่งลงให้พี่ลิงสางผม คุยสัพเพเหระท่ามกลางสายตาอึ้ง ๆ ของผู้สังเกตการณ์สาว
“พวกนายโดนลูกหลงเหรอ? ตัวการคือหนูยักษ์ แต่พวกนายรับเคราะห์? ไม่สมเหตุสมผล หนูที่ไหนกล้ามาให้กิน?”
“เจี๊ยก หนูหน้าตาแปลก ๆ ไปที่รังนกขโมยไข่ แล้วหนี ลิงเด็กบางตัวอยากรู้อยากเห็นตามไปดู เลยโดนจับได้”
โดยทั่วไปตอนเหยี่ยวกกไข่จะไม่ทิ้งรังนาน แต่กกไข่ใช้เวลานานต้องขยับบ้าง ทุกวันจะมีช่วงสั้น ๆ ที่ตัวเมียออกจากรัง ช่วงนี้ไข่อันตรายสุด
หนูนิรนามขโมยไข่ตอนนั้นพอดี ไม่รู้ว่าดักรอหรือเปล่า
ลิงไปดูด้วยความอยากรู้ แต่โดนแม่นกที่กลับมาจับได้คาหนังคาเขา และในความวุ่นวายลิงเตะรังนกคว่ำ
ไข่จะเหลือเหรอใต้รังคว่ำ!
แม่นกไม่รู้สาเหตุ รู้แค่ลิงสองตัวนี้พังบ้านฆ่าลูก!
สงสัยแค้นฝังหุ่น!
เฉินอิ่งปวดหัวตุบ ๆ “พี่ลิง ย้ายไหม? สถานีช่วยเหลือข้างหลังโอเคอยู่นะ พอนกพวกนี้ไปค่อยกลับมา”
พี่ลิงลังเลนิดหน่อย ลิงจมูกเชิดสีทองก็มีอารมณ์นะ แม้จะใจดี
แต่เฉินอิ่งเคยดีลกับพี่ลิง รู้จุดอ่อน
“ดูสิ ลูกน้องนายเจ็บเพียบ พอกลับไป ต้องตรวจทีละตัวว่าโอเคไหมถึงจะไปไหนมาไหนได้ ถ้ามีปัญหาต้องรีบรักษา เกิดเป็นอะไรหนักขึ้นมาล่ะ?”
ฝูงลิงจมูกเชิดสีทองไม่มีลำดับชั้นเข้มงวดเท่าลิงกังและลิงทิเบต มักรวมกลุ่มใหญ่จากครอบครัวย่อย แม้พี่ลิงเป็นราชาลิง แต่สั่งทุกตัวไม่ได้เสมอไป
โชคดีหลายตัวในฝูงเล็กนี้อยู่กับพี่ลิงมาแต่เด็กยอมตาม พอพี่ลิงสั่ง ฝูงเริ่มอพยพ
“พี่ลิง พาเมียและลูกไปก่อน ลูกลิงนั่นหัวเจ็บต้องเปลี่ยนยา อย่าช้าเข้าใจไหม? ฉันจะกลับไปฝั่งโน้นกับสัตว์สองขานั่น ยังมีงานต้องทำ”
พี่ลิงพยักหน้าส่ง ๆ คุ้นเคยกับสถานีช่วยเหลือ ถ้าไม่ใช่เพราะเฉินอิ่งไม่อยู่สองปีนี้และมีสัตว์สองขาแปลกหน้ามา พี่ลิงคงไม่พาฝูงย้ายมานี่
ใครจะรู้พอจะไป ลูกลิงงอแงอีก ไม่ยอมตามแม่ จะเกาะเฉินอิ่ง แถมแยกเขี้ยวใส่แม่
เห็นลูกลิงจะโดนตี เฉินอิ่งชิงอุ้มลูกลิงจากอกแม่ วิ่งหนีท่ามกลางสายตาโกรธเกรี้ยวของแม่ลิง
แม่ลิงจะตาม แต่พี่ลิงและลิงตัวเมียแก่อีกตัวห้ามไว้ ร้องเจี๊ยก ๆ คุยอะไรกันไม่รู้
เฉินอิ่งอุ้มลูกลิง ลากผู้สังเกตการณ์สาวไปต้นไม้ริมหน้าผา ทำเครื่องหมาย
“สถานีดูนกมีรังนกเทียมไหม? ลิงทำรังพัง ชดใช้ให้หนึ่งรัง ผูกมิตรดีกว่าสร้างศัตรู หวังว่าเห็นแก่รังใหม่ พวกมันจะเลิกแค้น”
ส่วนทำไมเหยี่ยวที่นาน ๆ ทีผ่านมาถึงช่วยเพเรกรินสู้กับลิง ให้เป็นเรื่องนักวิจัยนกไปหาคำตอบ
“มีค่ะ ไปเอาไหม?”
“ไม่ต้อง โทรบอกเพื่อนให้เตรียมทันที ผมจะไปเอา ฟ้ายังสว่าง รีบทำให้เสร็จ คู่รักจะได้มีที่นอน”
ปีนี้คู่รักเพเรกรินคงไม่มีลูก หวังว่าจะทำหน้าที่สืบพันธุ์ปีหน้า
พลบค่ำ รังนกติดตั้งแน่นหนา
คราวนี้ด้วยความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า พวกเขาติดรังเทียมในเวิ้งผา ใส่ฟางจากรังพังลงไป หวังดึงดูดคู่รักเหยี่ยว
อย่างไรก็ตามหนึ่งสัปดาห์ต่อมา สองผู้สังเกตการณ์ยืนยันว่าตัวผู้ไปแล้ว แต่ตัวเมียยังอยู่ ลองเชิงสามสี่วันก่อนยอมอยู่ในรังใหม่ เลิกตามหาเรื่องฝูงลิง
ที่น่าประหลาดใจคือเหยี่ยวที่ควรจะแค่ผ่านมาดันอยู่ต่อ ยึดรังร้างบนหน้าผาใกล้ ๆ มันแวะมาเยี่ยมรังเพเรกรินตัวเมียประจำ บางทีคาบหนูหรือนกเล็กมาฝาก
“พระเจ้า สองตัวนี้ปิ๊งกันเหรอ?” ผู้สังเกตการณ์สาวรุ่นน้องช็อกเสียงหลง
[1] กษัตริย์ในตำนานจีนที่แก้ปัญหาน้ำท่วมจนไม่เข้าบ้าน