- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 490 จุดจบที่ไม่เหนือความคาดหมาย 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 490 จุดจบที่ไม่เหนือความคาดหมาย 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 490 จุดจบที่ไม่เหนือความคาดหมาย 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 490 จุดจบที่ไม่เหนือความคาดหมาย
“มีอะไรหรือเปล่า?” เฉินอิ่งเปิดหน้าต่างให้เจ้าจินน้อยกระโดดเข้ามา
“ฉัน . . . ฉันอยากไปจากที่นี่สักพัก” เจ้าจินน้อยนั่งบนโต๊ะ เงียบไปนานกว่าจะเอ่ยปาก
“ขอถามได้ไหมว่าทำไมถึงอยากไป? ทะเลาะกับจินหยาหรือฉันทำอะไรผิดหรือเปล่า?”
“เปล่า คือ . . . คือว่าฉันคิดว่าจินหยามีลูกของตัวเองได้นะ”
“ลูกของตัวเอง?”
อาจเพราะประโยคแรกหลุดออกไปแล้ว หรือคำพูดเหล่านี้อัดอั้นอยู่ในใจเจ้าจินน้อยมานาน มันเลยพรั่งพรูออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
“จินหยาชอบเด็กมาก เธอคงอยากมีลูกของตัวเอง ฉันเลยคิดว่าจะให้เธอไปมีลูกกับตัวผู้ตัวอื่น พวกนั้นคงไม่อยู่ช่วยเลี้ยงหรอก แต่ฉันช่วยเลี้ยงได้ แต่ . . . แต่จินหยาไม่ยอม แถมยังด่าว่าฉันโง่อีก”
เจ้าจินน้อยเดินวนไปวนมาอย่างร้อนรนหยุดไม่ได้ พลางกางเล็บขูดโต๊ะอย่างแรง
เห็นรอยขูดบนโต๊ะ เส้นเลือดที่ขมับเฉินอิ่งเต้นตุบ ๆ สองสามที
“แกโง่หรือเปล่า? ถ้าจินหยาอยากมีลูกจริง ๆ แกคิดว่าจะห้ามเธอได้เหรอ?”
สัตว์ไม่เหมือนคน พวกมันแค่สนว่าต้องการหรือไม่ ไม่ใช่ว่าทำได้หรือไม่
เจ้าจินน้อยเกาหัวอย่างหงุดหงิด เหมือนมีเมฆหมอกดำปกคลุมหัวขนฟู ๆ ของมัน
เฉินอิ่งทนไม่ไหว ใช้นิ้วจิ้มหัวมัน
“นี่แกอยู่กับคนมากไปหรือเปล่าเนี่ย? ของดี ๆ ไม่จำ จำแต่เรื่องไร้สาระ จินหยาเป็นเด็กตรงไปตรงมา อยากได้อะไรหรือไม่เอาอะไรก็แสดงออกชัดเจน แกนั่นแหละคิดมากไปเอง”
เฉินอิ่งคิดว่าเจ้าจินน้อยคงฟังนิยายน้ำเน่ามากไป สมองเลยมีแต่เรื่องขยะ
เจ้าจินน้อยผู้ถูกปฏิเสธเดินคอตกออกไป แทบจะไปไม่ถึงประตู ก่อนจะกระโดดขึ้นต้นไม้ เกือบตกกิ่งไม้ด้วยความตกใจเมื่อเจอจินหยานั่งยอง ๆ อยู่บนนั้น
โชคดีที่กรงเล็บคมช่วยไว้ บวกกับงับกิ่งไม้เล็ก ๆ ไว้ได้ทันในวินาทีสุดท้าย
เจ้าจินน้อยห้อยต่องแต่งบนต้นไม้เหมือนชิงช้า มองจินหยาที่ลุกขึ้นยืนอยากจะพูดอะไรบาองย่าง แต่พอคลายปากนิดเดียวก็รู้สึกจะร่วง เลยรีบงับไว้แน่น
จินหยากระโดดลงจากต้นไม้และหายวับไปในป่าอย่างรวดเร็ว
เจ้าจินน้อยคลายปาก ร่วงลงมากลิ้งบนพื้นหนึ่งตลบ วิ่งตามไปสองก้าวแล้วหยุด นั่งคุดคู้อยู่ใต้ต้นไม้เหมือนหมาหงอย
มองดูพวกมันจากห้องอยู่พักหนึ่ง เฉินอิ่งปิดหน้าต่างแล้วเข้านอน
วันรุ่งขึ้น เขาลงเขาไปที่สำนักงานป่าไม้และทุ่งหญ้าเพื่อรับเอกสาร และถามไถ่เรื่องการสำรวจครั้งล่าสุด
“เสือดาวหิมะตัวใหญ่ตัวนั้นอยู่บนยอดเขามาอย่างน้อยสามสี่ปีแล้ว ทุกปีเราตรวจสอบตัวอย่างชีวภาพเพื่อยืนยันว่ามันแข็งแรง ไม่แก่มาก ไม่มีสัญญาณเจ็บป่วยหรือแก่ตาย”
“ตอนขึ้นไปเดือนเมษาและพฤษภาเราไม่เห็นมัน แต่เราเจอเสือดาวหิมะที่ช่วยคนเลี้ยงแกะบนทุ่งหญ้าอัลไพน์อาณาเขตพวกมันทับซ้อนกันเยอะ เราเลยคิดว่าบางทีมันอาจไปลาดตระเวนที่อื่น”
“เดือนกรกฎาเราขึ้นไปอีก แต่คราวนี้ไม่เห็นแม้แต่เสือดาวหิมะตัวเล็กกล้องอินฟราเรดก็ไม่จับภาพร่องรอยเสือดาวหิมะได้เลย”
ปรากฏการณ์นี้ผิดปกติมาก ต่อมาเราพยายามขึ้นไปอีก แต่ต้องกลับกลางทางเพราะพายุ
เฉินอิ่งไล่ดูรูปถ่ายตั้งแต่เมษาถึงกรกฎา แกะภูเขา, กระต่ายหนู และสัตว์ที่ราบสูงอื่น ๆ ปรากฏในเฟรม และแม้แต่เสือดาวก็โผล่มาสามครั้งช่วงวันแรงงาน แต่หลังจากเสือดาวตัวนั้น ก็ไม่มีการปรากฏตัวของเสือดาวหิมะอีกเลย
ครั้งสุดท้ายที่ลูกเสือดาวหิมะที่เคยถูกช่วยไว้ปรากฏตัวคือสิ้นเดือนเมษา ห่างจากเสือดาวตัวนั้นแค่วันเดียว
เฉินอิ่งดูรูปเสือดาวหิมะตัวน้อยซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้ทำไม แต่เขารู้สึกว่าสีหน้ามันดูแปลก ๆ
“โอเคครับ มะรืนนี้ผมจะขึ้นไปดูสถานการณ์บนยอดเขาด้วยตัวเอง”
อินลี่เดินมาหาหลังจากคุยธุระห้องอื่นเสร็จ และดูรูปถ่ายช่วงเวลานั้นด้วย
“ฉันคิดไปเองหรือเปล่า? ทำไมรู้สึกว่าเสือดาวหิมะตัวน้อยดูเศร้า ๆ?”
เฉินอิ่งเงียบ คิ้วขมวดแน่น
หลังจากก๊อปปี้วิดีโอและรูปถ่าย ทั้งสองเตรียมอุปกรณ์จำเป็นแล้วกลับขึ้นเขา
“แน่ใจนะว่าไม่ให้ฉันไปด้วย? คุณหนูเต้าบอกให้รออีกสองวันไม่ใช่เหรอ? เธออยากขึ้นไปดูด้วย”
การหายตัวไปของเสือดาวหิมะอาจเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่ก็ได้ ในฐานะสมาชิกกลุ่มพันธมิตร M เต้าเหมยฮวาบอกว่าจะติดต่อขอความช่วยเหลือถ้าจำเป็น
“เธอไม่มีประสบการณ์บนภูเขาหิมะ และดูจากอากาศ พายุหิมะน่าจะมาแน่ อย่าเลย”
นอกจากเฉินอิ่ง สำนักงานป่าไม้ฯ จัดเจ้าหน้าที่สามคนไปกับพวกเขา และยังมีตำรวจป่าไม้อีกนายหนึ่ง
อินลี่ดูรูปพวกนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า สุดท้ายตัดสินใจฝืนคำคัดค้านของเฉินอิ่งขอขึ้นเขาไปด้วย
“ถ้าฉันตัดสินใจย้ายกลับมาหลังปีใหม่ การกระทำนี้จะเป็นผลดีกับฉัน อย่าห้ามเลย ฉันตัดสินใจแล้ว”
พูดจบ เขาเดินออกไปโทรหาพี่สาวให้เธอและสามีไปรับแม่ที่ต้นแม่น้ำ
ทันทีที่ได้ยินพี่สาวรู้เลยว่าน้องชายวางแผนจะกลับมาทำงานที่บ้านเกิด และรีบตอบตกลงทันที สามีเธอก็จองตั๋วรถไฟให้โดยที่ยังไม่วางสาย
ในเมื่ออินลี่ตัดสินใจแล้ว เฉินอิ่งก็ไม่เซ้าซี้ต่อ
มีเสี่ยวเซินและเหมิงเหมิงอยู่ที่สถานีช่วยเหลือ ก็ไม่มีอะไรต้องห่วง
เตรียมตัวสองวัน คณะหกคนก็ออกเดินทาง และพาสมาชิกอย่างไม่เป็นทางการมาด้วยหนึ่งตัว
“จินหยา เธอโกรธเจ้าจินน้อยจริง ๆ เหรอ?”
อากาศหนาวขนาดนี้จะไปยอดเขาหิมะ เจ้าจินน้อยไปไม่ไหวแน่ ๆ ได้แต่มองจินหยาจากไปพร้อมเฉินอิ่งและคณะตาละห้อย
เจ๊เสือดาวและเฮียเสือดาวนอนกอดกันกินเมล็ดพืช ไม่ยอมให้ลูกลิงซ์ตามไปเหมือนกัน
“แม่จินหยาของหนูกำลังโกรธ อย่าไปกวนใจแม่เลย เดี๋ยวป้าสอนวิธีจับกระต่ายกับนกใหญ่ในหิมะให้นะ”
เจ๊เสือดาวเลียหูลูกลิงซ์ตบหัวมันเบา ๆ “พ่อเจ้าจินน้อยของหนูมันโง่ อย่าไปจำอย่างมันนะ”
ลูกลิงซ์มองเจ๊เสือดาวและเฮียเสือดาวตาแป๋ว ในใจจุดเทียนไว้อาลัยให้พ่อเจ้าจินน้อยหนึ่งแถว
พออากาศเริ่มหนาว ผู้เฒ่าเสือย้ายกลับมาที่สถานีช่วยเหลือ
ซาซ่าพาลูก ๆ ไปแถวโพรงไม้เก่าเพื่อหลบหนาว และฝึกทักษะการเอาตัวรอดกลางแจ้ง ซึ่งรอช้าไม่ได้
เพื่อให้สอดคล้องกับการสอนของซาซ่า เฮียเสือดาวและเจ๊เสือดาวไม่ค่อยไปแถวนั้นช่วงนี้ ต่อให้ไปก็จะแกล้งทำให้เจ้าก้อนแป้งสองก้อนตกใจ เพื่อให้รู้ว่าโลกภายนอกโหดร้าย และสัตว์ร้ายอื่น ๆ ก็เป็นอันตรายถึงชีวิตได้
เมินตุนเอ๋อร์ก็กลับมาครั้งหนึ่ง และตัดสินใจตั้งรกรากทางฝั่งตะวันตกของหุบเขาหมีเก่าใกล้ริมแม่น้ำ ตรงข้ามอาณาเขตแพนด้าตัวผู้พอดี สองตัวนี้มักคำรามใส่กันข้ามแม่น้ำ
เมินตุนเอ๋อร์ฝีปากกล้า แพนด้าตัวผู้เถียงไม่ทันเลยอยากข้ามน้ำไปตบ พอสู้ไม่ได้ ก็วิ่งไปฟ้องซาซ่า หมีหนัก 300 ปอนด์นอนกลิ้งกับพื้นนี่มันตลกชะมัด
นักเลงข้างถนนนาน ๆ ทีก็มาสู้กับแพนด้าตัวผู้ทั้งสองรู้ลิมิตไม่เอาถึงตาย คงเห็นการต่อสู้เป็นการระบายพลังงาน
ต่างจากวันสบาย ๆ ที่สถานีช่วยเหลือ ทริปภูเขานี้มีเป้าหมายชัดเจน พวกเขาไม่รีรอ ถึงยอดเขาในเวลาแค่สองวันครึ่ง
จุดตั้งแคมป์คือที่เดิม มีโขดหินบังลมฝน และสะดวกต่อการก่อไฟ
หลังจากตั้งแคมป์ นอกจากอินลี่และตำรวจป่าไม้ที่อยู่เฝ้าค่าย เฉินอิ่งและอีกสี่คนแยกเป็นสองทีมเพื่อเช็คถ้ำเสือดาวหิมะและลูกเสือดาวหิมะ
“พี่อิ่ง ไม่มีอะไรเลยครับ ถ้ำถูกทิ้งร้างมานานแล้ว”
สองคนที่เช็คพื้นที่ลูกเสือดาวหิมะติดต่อเฉินอิ่งผ่านวิทยุสื่อสาร
ในขณะเดียวกันเฉินอิ่งค้นพบอีกอย่าง “แม่เสือดาวหิมะตัวนี้น่าจะเพิ่งมาปีนี้ไม่เคยเห็นมาก่อน ผมขึ้นเขามาเมื่อเดือนกรกฎา มั่นใจว่าไม่เห็นตัวนี้แน่”
เฉินอิ่งเม้มปาก นอนราบกับโขดหินใช้เลนส์กล้องสังเกตถ้ำเสือดาวหิมะ
ถ้ำกว้างขวางมีเจ้าของใหม่แล้ว แม่เสือดาวหิมะตัวอวบอ้วนและลูกสองตัว
ดูจากขนาดลูกเสือดาวหิมะน่าจะอายุประมาณสี่เดือน กำลังเล่นซุกซนในถ้ำ
“แม่เสือดาวหิมะน่าจะคลอดที่อื่น แล้วเพิ่งย้ายมาที่นี่ช่วงสิงหาหรือกันยา”
ถ้ำนี้กว้างแต่ไม่เหมาะกับการคลอดลูก
เดือนกรกฎาคม พวกมันน่าจะเพิ่งเกิด อายุไม่ถึงเดือน การไม่เห็นตอนนั้นก็ปกติ
การมีนักล่าสูงสุดตัวใหม่ในภูเขาหิมะนี้เป็นเรื่องดี แต่สำหรับเสือดาวหิมะเจ้าถิ่นอาจเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
วันนี้เย็นมากแล้ว พวกเขาเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ต้องการพักผ่อนเพื่อฟื้นพลัง พรุ่งนี้ค่อยหาดูรอบ ๆ ถ้าไม่เจอ ก็ต้องปล่อยวาง
การอพยพของสัตว์ในธรรมชาติเป็นเรื่องปกติ อายุ ความเจ็บป่วย บาดเจ็บ ล้วนทำให้พวกมันรักษาอาณาเขตไม่ได้
เมื่อรักษาอาณาเขตไม่ได้ ก็ต้องระเห็จไปหาทางรอดในพื้นที่ที่แย่กว่า
นี่คือกฎธรรมชาติ กฎแห่งป่าที่ต้องปฏิบัติตาม
หลังจากสังเกตการณ์สักพัก เฉินอิ่งและทีมก็กลับแคมป์
“เป็นไงบ้าง? เจออะไรไหม?”
อินลี่รินชานมร้อนให้ จิบทีเดียวอุ่นไปทั้งตัว
“ไม่เจออะไร ร่องรอยหน้าถ้ำเก่านานแล้ว แต่ขากลับเราเจอมูลสด สงสัยว่าเป็นของเสือดาวที่เคยเห็นสองสามครั้ง มีรอยกรงเล็บบนต้นไม้ข้าง ๆ ด้วย”
เฉินอิ่งเหลือบมองโดยไม่พูดอะไร รู้สึกไม่สบายใจลึก ๆ
หลังมื้อเย็น ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลง
วันนี้ทั้งวันไม่เห็นจินหยาเลย ไม่รู้หายไปไหน
อินลี่สังเกตว่าเฉินอิ่งอารมณ์ไม่ดี เลยถามเงียบ ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น
“ไม่รู้สิ ฉันรู้สึกสังหรณ์ใจว่าอาจเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น” เขาพูดแล้วเงียบไปครู่หนึ่ง “พรุ่งนี้เช้าฉันจะไปดูอีกที ตอนแม่เสือดาวออกล่าเหยื่อ ฉันจะลองหาเบาะแสดู”
“ได้ พรุ่งนี้ฉันไปกับนาย”
เฉินอิ่งพยักหน้าส่ง ๆ ตามองรูปถ่ายถ้ำไม่วางตา
คืนแรกของการเฝ้ายาม เฉินอิ่งและอินลี่ไม่ได้เข้าเวร เพราะรู้ว่าพรุ่งนี้ต้องออกไปตามหาร่องรอยเสือดาวหิมะแน่ ๆ งานหนักต้องใช้แรงกายเยอะ ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ
ตำรวจป่าไม้และเพื่อนร่วมงานจากแผนกอุปกรณ์งานเบากว่าหน่อย และงีบหลับตอนกลางวันได้เลยถูกจัดให้เข้าเวรกะแรก
ประมาณตีห้า จินหยากลับมาพร้อมกระต่ายหิมะ
ทันทีที่ทิ้งกระต่ายลง เธอรีบตะกุยเต็นท์เฉินอิ่ง ส่งเสียงร้องสั้น ๆ
เฉินอิ่งสะดุ้งตื่น รูดซิปเต็นท์ ส่วนจินหยารีบมุดเข้ามาทันที
“แย่แล้ว สัตว์สองขา แย่แล้ว ฉันรู้เรื่องเจ้าตัวโตนั่นแล้ว”
“ไม่ต้องรีบ ค่อย ๆ เล่า”
“เมื่อวานฉันออกไปสืบข่าว ได้ยินจากเสือดาวข้างล่างนั่นว่า เจ้าตัวโตตัวก่อนตายแล้ว! มันมาตอนอากาศยังร้อน แล้วลงเขาไปพักนึง เพิ่งขึ้นมาเมื่อไม่กี่วันก่อน กะจะยึดอาณาเขตนี้”
คำอธิบายของจินหยาฟังดูสับสน เฉินอิ่งต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะจับใจความได้
“หมายความว่า เสือดาวหิมะอันธพาล ตายแล้วเหรอ? รู้ไหมตายยังไง?”
จินหยาหัวสั่นหัวคลอน “ไม่รู้ ฉันถามเจ้านั่น มันก็ไม่รู้เหมือนกัน มันได้ยินจากสัตว์อื่นมาอีกที”
เฉินอิ่งนั่งไม่ติด รีบเก็บของเตรียมไปถามแม่เสือดาวหิมะให้รู้เรื่อง
อินลี่ไปด้วย แต่ไม่เข้าใกล้มาก หยุดห่างออกไปยี่สิบเมตรพร้อมจินหยา
การเข้าใกล้ของเฉินอิ่งทำให้แม่เสือดาวหิมะยืนระวังภัยที่ปากถ้ำ จ้องเขม็ง
เฉินอิ่งไม่เข้าไปใกล้กว่านั้น พยายามสื่อสารความเป็นมิตร
“ผมมาถามอะไรหน่อย” เฉินอิ่งพูดช้า ๆ สังเกตสีหน้าแม่เสือดาวหิมะ “ผมอยากถามว่า เสือดาวหิมะตัวผู้ที่เคยอยู่ที่นี่ มันไปจากที่นี่แล้วเหรอ?”
แม่เสือดาวหิมะไม่พูดอะไร จ้องเขาอยู่อย่างน้อยห้านาที ก่อนจะค่อย ๆ เดินออกมา จมูกขยับฟุดฟิดเหมือนพยายามแยกแยะกลิ่นเขา
หยุดห่างประมาณสามเมตร แม่เสือดาวหิมะหยุดเดิน
“เขาตายแล้ว”
“ถามได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น? ผมนัดไว้ว่าจะมาหาเขาทุกปี”
แม่เสือดาวหิมะเดินไปมาสักพัก ก่อนจะหมอบลง หางสะบัดมาพันรอบอุ้งเท้า
“ฉันรู้จักนาย เราเคยเจอกัน” เสียงแม่เสือดาวหิมะต่ำพร่า “เขาตกลงมาตอนล่าเหยื่อกระแทกหินตายไปพร้อมเหยื่อ”
เฉินอิ่งอึ้งไม่อยากจะเชื่อ “บ้าน่า เป็นไปได้ไง เสือดาวหิมะจะตกเขาตายได้ไง”
“ทำไมจะไม่ได้?” แม่เสือดาวหิมะสงบนิ่งจนดูเย็นชา “แม่ฉัน แล้วก็แม่ของแม่ฉันต่างก็ตกเขาตาย สักวันฉันก็อาจตกเขาตายเหมือนกัน”
เฉินอิ่งพูดไม่ออก
ความจริงเขารู้ว่า 80% ของซากเสือดาวหิมะที่พบในธรรมชาติตายจากการตกที่สูง ท้ายที่สุดวิธีล่าเหยื่อริมหน้าผาของเสือดาวหิมะก็น่ากลัวจริง ๆ เขาเคยดูสารคดีที่เสือดาวหิมะกอดแกะภูเขากลิ้งตกหน้าผาสูงหลายสิบเมตร
แม้เสือดาวหิมะจะมีความสามารถในการทรงตัวขณะเคลื่อนที่ที่ยอดเยี่ยม แต่แค่มุมผิดนิดเดียวตอนลอยตัว หินแข็ง ๆ ก็ไม่หลบให้หรอก
เฉินอิ่งอ้าปากค้าง ไม่รู้จะพูดอะไร เมื่อข้อสงสัยกลายเป็นความจริง แม้แต่คนนิ่ง ๆ อย่างเขาก็ยากจะทำใจ
แม่เสือดาวหิมะจ้องเขาตลอด สุดท้ายถามอย่างสงสัย “นายเศร้าเหรอ? ทำไมล่ะ?”
เฉินอิ่งปาดน้ำตาที่หางตาและสูดจมูก “เพราะเขาเป็นเพื่อน ผมบอกว่าจะมาหาเขาทุกปี แต่ผมผิดสัญญา”
แม่เสือดาวหิมะเงยหน้าขึ้น มองกลับไปที่ถ้ำข้างหลัง
ลูกเสือดาวหิมะสองตัวเบียดกันตรงซอกหินปากถ้ำ แอบมองพวกเขา
“จริงสิ แล้วเสือดาวหิมะอีกตัวล่ะ ตัวที่เด็กกว่า?”
“มันไปแล้ว” แม่เสือดาวหิมะไม่ปิดบัง “ไม่นานหลังจากเจ้าตัวโตตายมันก็ไป ก่อนไปมันมาหาฉันหวังให้ฉันย้ายขึ้นมา บอกว่าอาณาเขตนี้จะเป็นของลูก ๆ ฉัน”
หางตาเฉินอิ่งกระตุกเล็กน้อย ความคิดหนึ่งแวบเข้ามา
“ขอถามหน่อย ใครเป็นพ่อของลูก ๆ คุณ?”
“เจ้าตัวโตนั่นแหละ” แม่เสือดาวหิมะสะบัดหาง “แม้เขาจะตายเพราะการล่า แต่เขาก็ยังเป็นเสือดาวหิมะที่เกรียงไกรที่สุดในย่านนี้ พ่อของลูกฉันต้องเป็นเขาอยู่แล้ว!”