เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 485 การแก้แค้นจากแมวเหมียว 💸

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 485 การแก้แค้นจากแมวเหมียว 💸

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 485 การแก้แค้นจากแมวเหมียว 💸


ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 485 การแก้แค้นจากแมวเหมียว

ผ่านจุดที่ล่าไก่ฟ้าวันนั้น เดินต่ออีกประมาณสิบนาที ใกล้หน้าผา ต้าเหมยเหริน เสือลายเมฆสาวก็หยุด เงยหน้าขึ้น และร้องเมี๊ยวสองที

เสียงร้องของแมวป่าต่างจากเสียงอ้อนของแมวบ้าน มันมีความดิบเถื่อนแฝงอยู่

ตอนออกมาเฉินอิ่งหยิบไฟแคมป์ปิ้งติดมือมาด้วย แม้จะเปิดสว่างสุดก็ส่องได้แค่รอบเท้า รัศมีประมาณหนึ่งเมตร ไกลกว่านั้นก็เลือนราง

ไม่นานเสือลายเมฆตัวใหญ่กว่าสองตัวก็กระโดดลงมา แต่ละตัวคาบลูกแมวไว้ในปาก

เฉินอิ่งเหลือบมองแล้วตกใจ

แมวพวกนี้ไม่ได้ป่วย แต่มันบาดเจ็บสาหัส

แต่เจ็บขนาดนี้ยังรอดมาได้ ใจสู้ชะมัด

ข้อดีอย่างหนึ่งของเฉินอิ่งคือสมาธิ พอเห็นสภาพลูกแมว เขาเข้าสู่โหมดทำงานทันที

หลังจากจัดการบาดแผลภายนอกอย่างรวดเร็ว มีหลายจุดที่ต้องเย็บ แต่แค่เย็บไม่พอ ต้องดมยาสลบด้วย

ขณะที่เฉินอิ่งกำลังรักษาลูกแมวอย่างเคร่งเครียด ต้าเหมยเหรินและแมวตัวใหญ่กว่าอีกตัวก็ประคองแม่แมวผอมโซลงมาอย่างระมัดระวัง

ได้ยินเสียงเฉินอิ่งเลยเงยหน้าขึ้น หยุดมือ หยิบผ้าปูผ่าตัดจากกล่องปฐมพยาบาลปูลงบนพื้น

ต้าเหมยเหรินฉลาดมาก ใช้หางชี้บอกให้แมวตัวโตวางแม่แมวที่ป่วยลงบนผ้า จากนั้นแมวแข็งแรงสี่ตัวก็นั่งล้อมเป็นครึ่งวงกลม เฝ้าดูพวกเขา

หลังจากทำแผลภายนอกให้ลูกแมวสองตัว เฉินอิ่งละลายยากู้ชีพแล้วใช้เข็มฉีดยาหยดใส่ปากพวกมัน

ยากู้ชีพใกล้หมดแล้ว!

เขานั่งคุกเข่ากับพื้นเพื่อคลายความเมื่อยล้าที่หลังจากการก้มเป็นเวลานาน พร้อมหยิบโทรศัพท์โทรหาเต้าเหมยฮวา

“สะดวกไหมครับ? ช่วยจัดส่งอุปกรณ์กับตู้อบสัตว์ ICU สองตู้ไปที่หมู่บ้านเจ๋อทงที่ลูกพี่ลูกน้องคุณพักเติมเสบียงหน่อยได้ไหมครับ?”

เหตุผลที่โทรหาเต้าเหมยฮวาเพราะเธอรู้อุปกรณ์ที่ต้องใช้ดีกว่า ถ้าโทรหาลูกพี่ลูกน้อง ต้องอธิบายยาว

หลังจากอธิบายสถานการณ์คร่าว ๆ เฉินอิ่งถ่ายรูปส่งให้เต้าเหมยฮวา

เห็นเสือลายเมฆร่อแร่สามตัวบนพื้น และอีกสี่ตัวมองเฉินอิ่งตาแป๋ว เต้าเหมยฮวาใจหายวาบ เธอตอบกลับทันทีว่าจะเอาของไปส่งที่หมู่บ้านด้วยตัวเอง

ลูกแมวบาดเจ็บ ส่วนตัวแม่ดูเหมือนจะเป็นโรคหัวใจ

หลังจากตรวจดูสักพัก เฉินอิ่งอยากป้อนยาให้ แต่แม่แมวดิ้น ไม่ยอมกลืน

เฉินอิ่งห่อตัวมันด้วยผ้า กอดไว้ในอ้อมแขนแล้วปลอบ “ฟังนะ ฉันจะพยายามสุดความสามารถเพื่อช่วยพวกมัน ฉันเพิ่งขอให้เพื่อนเอาของมาให้ วางใจเถอะ ฉันจะช่วยให้ถึงที่สุด แต่แกก็ต้องสู้นะ ไม่งั้นถ้าลูกรอดแต่แม่ตาย พวกมันจะอยู่ยังไง?”

ดวงตาขุ่นมัวของแม่แมวที่ผอมจนเห็นกระดูกจ้องมองเฉินอิ่ง

เฉินอิ่งไม่หลบสายตา พยักหน้าอย่างจริงจัง “จริง ๆ นะ ฉันไม่ได้โกหก ฉันรับประกันไม่ได้ว่าจะรอด แต่ฉันจะทำเต็มที่”

เสียง “เมี๊ยว” แหบพร่าแทบไม่ได้ยินลอดออกมาจากลำคอแม่แมว เมื่อป้อนยาอีกครั้ง แม้จะกลืนยาก แต่มันก็ฝืนกลืนลงไป

ชั่วโมงครึ่งต่อมา เฉินอิ่งใช้เสื้อโค้ททำเป็นเป้อุ้มแม่แมวไว้ข้างหลัง มือหนึ่งถือกล่องปฐมพยาบาล อีกมือถือตะกร้าเถาวัลย์ที่ทำขึ้นง่าย ๆ

ตะกร้ารองด้วยใบไม้ พับด้วยผ้าไม่ทอเป็นทรงสี่เหลี่ยม ลูกแมวถูกวางข้างในและคลุมด้วยผ้ากอซ

“ฉันต้องพาพวกมันไปหมู่บ้านข้างล่างเพื่อเตรียมผ่าตัด แกจะไปด้วยหรือรออยู่ที่นี่?”

“พวกนั้นไม่ไป แต่ฉันไปกับนาย” ต้าเหมยเหรินสะบัดหางเดินนำหน้า “ถ้าไม่มีฉันนำทาง นายหาพวกเดียวกันไม่เจอหรอก”

ฉลาดขนาดนี้ จบปริญญาตรีได้เลยนะเนี่ย!

มีต้าเหมยเหรินนำทาง สะดวกจริง ๆ ไม่นานพวกเขาก็กลับถึงแคมป์

ทุกคนเก็บของรอเขากลับมาแล้ว วางแผนจะออกเดินทางหลังมื้อเช้า

“จะไปเลยเหรอครับ?”

“ใช่ครับ อาการสามตัวนี้แย่มาก ผมต้องพาไปผ่าตัดก่อน ผมบอกเหมยฮวาแล้ว เธอรอผมอยู่ที่หมู่บ้านข้างล่าง”

“ตกลง งั้นให้เหล่าเปี้ยนพาคุณลงไป ไม่ต้องถืออะไรไปนะ เดี๋ยวเราขนของตามไปให้”

ไม่พิธีรีตอง เหล่าเปี้ยนดื่มน้ำร้อนชามหนึ่ง คว้าเป้ตัวเองและของเฉินอิ่งแล้วออกเดิน ส่วนเต็นท์ทิ้งไว้ให้คนอื่นช่วยเก็บ

พวกเขาไม่แวะพักระหว่างทาง และถึงหมู่บ้านตีนเขาอย่างรวดเร็ว

เต้าเหมยฮวามาถึงแล้วและกำลังสั่งคนทำความสะอาดห้องและติดตั้งอุปกรณ์

“นี่เคยเป็นห้องพยาบาลหมู่บ้าน ทาสีเมื่อปีที่แล้ว ไม่มีของข้างใน ฉันให้ฆ่าเชื้อยี่สิบนาทีแล้ว เข้าได้ปลอดภัยค่ะ”

เต้าเหมยฮวาไม่ได้ตรวจดูแมวสามตัว “ฉันเอาทีมแพทย์มาด้วย ผู้ช่วยแพทย์หนึ่ง พยาบาลสอง”

“ขอบคุณครับ ไม่เกรงใจนะ ต้องผ่าตัดเดี๋ยวนี้”

เต้าเหมยฮวาเม้มปากยิ้ม พยักหน้า “ฉันรอข้างนอกนะ ขาดเหลืออะไรบอกได้เลย”

อาการแม่แมวยังประคองได้ ตราบใดที่ลูกแมวปลอดภัย มันก็น่าจะรอด

หลังเข้าห้องผ่าตัด เฉินอิ่งอธิบายสถานการณ์ให้ผู้ช่วยสามคนฟังคร่าว ๆ

ทั้งสามเป็น ‘มนุษย์เครื่องมือ[1]’ ที่ชำนาญงาน ทำความเข้าใจสถานการณ์แล้วเริ่มงานตามคำสั่งเฉินอิ่งทันที

แม่แมวและต้าเหมยเหรินถูกพาไปห้องข้าง ๆ ก่อนผ่าตัด แม่แมวได้รับน้ำเกลือเพื่อเติมสารอาหารให้ร่างกาย

ต้าเหมยเหรินเฝ้าอยู่ข้างแม่ หางใหญ่พาดบนตัวแม่แมว นอนนิ่ง ๆ ให้แม่หนุนแขน

ลูกแมวตัวน้อยมีแผลฉีกขาดเป็นหลัก แต่โชคดีที่อวัยวะภายในไม่ได้รับบาดเจ็บ

ยิ่งไปกว่านั้นมีร่องรอยสมุนไพรพอกตัวพวกมันอยู่ แม้จะดูหยาบ ๆ เหมือนเคี้ยวแล้วพอกลงไปที่แผลดื้อ ๆ แต่มันได้ผลดีมาก พอที่จะยื้อชีวิตลูกแมวไว้ได้

ทำความสะอาด เย็บแผล พันแผล . . .

ขณะรักษาต้องคอยดูออกซิเจนและระดับยาสลบไปด้วย

โชคดีที่เต้าเหมยฮวาพาผู้ช่วยมาสามคน ไม่อย่างนั้นถ้ามีแค่เฉินอิ่งคนเดียว อย่างน้อยก็ต้องมีอีกสองมือถึงจะประคองการผ่าตัดให้สำเร็จได้แบบทุลักทุเล

“หมอเฉินครับ การเต้นของหัวใจลูกแมวกลับมาปกติแล้ว แต่อุณหภูมิร่างกายยังสูงนิดหน่อย เราตรวจเลือดที่นี่ไม่ได้ จะส่งไปโรงพยาบาลเลยไหมครับ?”

เฉินอิ่งครุ่นคิดครู่หนึ่ง หันไปหาต้าเหมยเหริน แล้วสั่งให้คนพาลูกแมวสองตัวในตู้อบ ICU ย้ายมาห้องนี้ด้วย

“แผลจัดการเรียบร้อยแล้ว แต่ที่นี่ไม่มีเครื่องมือ เลยไม่รู้ว่ามีอาการบาดเจ็บภายในไหม และยังต้องตรวจเลือดดูอาการแฝงอื่น ๆ ผมเลยแนะนำให้ส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจละเอียด”

เฉินอิ่งเหลือบมองแม่แมวที่หลับเพราะฤทธิ์ยา “จะอยู่ที่นี่เพื่อบอกข่าวเพื่อน ๆ หรือจะไปโรงพยาบาลพร้อมพวกเรา?”

ต้าเหมยเหรินคิดอย่างจริงจัง “เดี๋ยวนะ ขอฉันไปบอกพี่น้องฉันก่อน แล้วฉันจะไปกับนาย”

การคุยกับต้าเหมยเหรินให้ความรู้สึกเหมือนคุยกับคนจริง ๆ เสมอ

เจ๊เสือดาว และจินหยาถือว่าฉลาดมาก และซาซ่าก็ไอคิวไม่ต่ำ แต่เวลาเฉินอิ่งเผชิญหน้ากับพวกมัน เขายังรู้สึกได้ว่าพวกมันคือสัตว์ วิธีคิดต่างจากมนุษย์พอสมควร

แต่ต้าเหมยเหรินต่างออกไป เหมือนวิญญาณมนุษย์มาสิงอยู่ในร่างแมว

“โอเค รีบไปรีบมานะ เราจะจัดของแล้วเตรียมออกเดินทางเร็ว ๆ นี้”

ต้าเหมยเหรินพยักหน้า ก้มลงเลียขนหน้าผากแม่แมว กระโดดลงจากโต๊ะ แล้ววิ่งออกประตูไป

เต้าเหมยฮวากำลังจะเดินเข้ามา เห็นมันวิ่งสวนออกไป ก็นึกว่าจะกลับเข้าป่า

“มันจะไปกับเราครับ น่าจะกลับไปบอกลาก่อน มีแมวอีกสองสามตัวมากับมันด้วย”

หลังจากเติมยาฟื้นฟูให้แม่แมวอีกหน่อย เฉินอิ่งหันไปหาเต้าเหมยฮวา

“ขอบคุณนะที่วางมือจากธุระมาช่วยผม”

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ ทางฉันก็ใกล้เสร็จแล้ว เหลือแค่เก็บงานนิดหน่อย”

เธอมองแม่แมวและลูกแมวสองตัว ถามอย่างสงสัยว่าไปตีกับชะนีมาเหรอ?

“ไม่น่าใช่พวกชะนีครับ แต่ต้องเกี่ยวข้องแน่ ๆ ผมดูแผลลูกแมวแล้ว เป็นแผลฉีกขาด”

เฉินอิ่งหยุดคิดครู่หนึ่ง งุนงงเล็กน้อย “ชะนีคิ้วขาวที่ผมรู้จักค่อนข้างรักสงบ กินพืชเป็นหลัก นาน ๆ ทีจะกินแมลงหรือไข่นกใบเล็ก ๆ ไม่เคยได้ยินว่าล่าสัตว์มีกระดูกสันหลังกินนะ”

“ขัดแย้งกันเรื่องอาหารหรือเปล่าคะ?”

เต้าเหมยฮวาศึกษาข้อมูลเสือลายเมฆและชะนีคิ้วขาวมาบ้าง ทั้งคู่เป็นสัตว์อาศัยบนต้นไม้ แต่เสือลายเมฆมักหาซอกหินหน้าผาเพื่อคลอดลูก ในขณะที่ชะนีใช้ชีวิตเกือบทั้งหมดบนต้นไม้

ต้าเหมยเหรินกลับมาเร็วมาก เฉินอิ่งและทีมงานเพิ่งเก็บของเสร็จ มันก็กลับมาแล้ว

“ฉันบอกพวกนั้นแล้ว แค่รอฉันพาแม่กลับมาก็พอ”

ต้าเหมยเหรินเดินวนบนโต๊ะสองรอบ นั่งลงมองเฉินอิ่ง “นายช่วยแม่ได้ใช่ไหม?”

ด้วยความเคยชิน เฉินอิ่งเอื้อมมือไปลูบหัวมัน “ฉันบอกแล้วว่าจะทำให้ดีที่สุด แต่รับปากร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้”

ต้าเหมยเหรินทำหน้าเหมือนขมวดคิ้ว ถอนหายใจ “โอเค ๆ พวกเขาก็บอกว่าถ้านายทำไม่ได้ ก็ไม่มีสัตว์สองขาหน้าไหนทำได้แล้ว ฉันจะเชื่อใจนายไปก่อนละกัน”

“พวกเขา? พวกเขาไหน?”

“เยอะแยะ นกบิน สัตว์น่ารังเกียจพวกนั้นที่เราแย่งที่กัน แล้วก็ พี่เบิ้ม”

อาจเพราะอาการแม่แมวคงที่แล้ว อารมณ์ต้าเหมยเหรินเลยไม่หนักอึ้งนัก นอนคุยเล่นกับเฉินอิ่งระหว่างรอออกเดินทาง

“เมื่อก่อนฉันไม่รู้หรอก แต่ตอนนายคุยกับหนูยักษ์ ฉันถึงรู้ว่าเป็นนาย”

หนูยักษ์? เฉินอิ่งนึกอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจำได้ว่าตอนเขาซุ่มดูไก่ฟ้าแว่นสีเทา เขาเจอกระรอกท้องแดงตัวหนึ่ง เจ้าตัวเล็กห้อยหัวลงมาพยายามกินอาหารแล้วเกือบตกลงมาใส่หัวเขา

เฉินอิ่งรับมันไว้และช่วยให้มันใช้ตัวเขาเป็นฐานปีนกลับขึ้นต้นไม้

เจ้าตัวเล็กนั่นกตัญญูรู้คุณ พอเจอเฉินอิ่งอีกครั้ง ก็เอาของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ มาให้

ช่วงเวลาที่รอเบื่อ ๆ เฉินอิ่งก็คุยเล่นกับมัน

น่าเสียดายที่กระรอกน้อยใช้ชีวิตสันโดษ นอกจากหาอาหาร ก็แทบไม่สุงสิงกับเผ่าพันธุ์เดียวกัน เฉินอิ่งเลยไม่ได้ข้อมูลอะไรที่มีประโยชน์จากมัน

ไม่นึกเลยว่าเฉินอิ่งจะไม่ได้ข้อมูล แต่ต้าเหมยเหรินกลับยืนยันตัวตนเขาได้จากการปฏิสัมพันธ์กับกระรอกน้อย

เจ้านี่น่าจะไปเรียนต่อปริญญาโทได้เลยนะเนี่ย

เหตุการณ์ต่อมาก็อย่างที่เฉินอิ่งเจอเมื่อคืน พอรู้ว่าแม่มีโอกาสตาย ต้าเหมยเหรินก็ตัดสินใจขอความช่วยเหลือทันที

“แมวที่มากับเธอ เป็นพี่น้องแท้ ๆ เหรอ?”

“เปล่า มีแค่พี่ชายที่ใช่ ที่เหลือเป็นเพื่อน”

พี่ชายที่ต้าเหมยเหรินพูดถึง น่าจะเป็นแมวตัวโตแข็งแรงที่ปกป้องแม่แมวลงมาจากหน้าผา

“ปกติเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน ถิ่นฉันอยู่บนเขาขึ้นไปอีก จากตรงนี้ไปถึงแหล่งน้ำในหุบเขาเป็นถิ่นพี่ชาย และถิ่นของเพื่อนคนอื่นก็อยู่ติด ๆ กัน พี่ชายแข็งแรงมาก อาณาเขตกว้าง เดินตรวจตราทุกวัน พอแม่มีน้องใหม่ ก็ไม่ยอมให้ฉันกับพี่ชายเข้าใกล้”

ต้าเหมยเหรินไม่รู้ว่าแม่กับน้องสองตัวไปสู้กับพวกหน้าเกลียดได้ยังไง มารู้ก็ตอนที่น้องสองตัวร่อแร่แล้ว

อย่างไรก็ตามเธอทั้งฉลาดและสวย เพื่อนเยอะ พอส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ แมวหลายตัวก็มาช่วย

พี่ชายโกรธมาก พาเพื่อน ๆ ไปปิดล้อมพวกเด็ก ๆ ของแก๊งหน้าเกลียด

ตอนแรกกะจะฆ่าสักตัวแล้วจบกันไป แต่ดันไปเจอตัวใหญ่สองตัว เลยกลายเป็นศึกนองเลือดที่เลี่ยงไม่ได้

“พวกเราไม่เจ็บตัวเพราะมีพี่เบิ้มช่วยไว้”

ต้าเหมยเหรินไม่รู้จะอธิบายยังไง ทำท่าทางอยู่นานก็ส่ายหัว “อธิบายไม่ถูก ครั้งหน้ากลับมา เดี๋ยวจะแนะนำให้รู้จัก”

เฉินอิ่งก็อยากรู้เหมือนกันว่าอะไรที่นับว่าเป็น “พี่เบิ้ม” ในภูเขาเกาหลีกงได้

ทีมที่นำโดยเต้าเหมยฮวาทำงานรวดเร็ว คุยกันไม่นาน รถก็พร้อม

รถกู้ภัยที่ดัดแปลงจากรถบ้าน เป็นก้าวกระโดดที่ทำให้บ้านนอกอย่างเฉินอิ่งถึงกับอ้าปากค้าง

ส่วนกลางที่เดิมออกแบบเป็นเตียงและโซฟา ถูกเปลี่ยนเป็นห้องผ่าตัดเล็ก ๆ รองรับคนผ่าตัดได้สองคน

ด้านหลังรถมีกรงขนาดใหญ่หนึ่งกรงและกรงเล็กสองกรงสำหรับยึดสัตว์บาดเจ็บ ป้องกันการกระแทกจากแรงภายนอกระหว่างขนย้าย

ประตูตู้แต่ละบานติดตั้งอุปกรณ์น้ำเกลือเฉพาะ มีกระทั่งระบบหยดน้ำเกลืออัจฉริยะ

รถติดตั้งระบบอากาศบริสุทธิ์ ฆ่าเชื้อและอบเชื้อได้อย่างรวดเร็ว เก็บเครื่องมือผ่าตัดและยาในตู้ที่มีประตูปิดมิดชิดบนล่าง แถมมีตู้เย็นเก็บยาโดยเฉพาะ

“คันนี้ฉันสั่งทำพิเศษ เพิ่งใช้ครั้งแรก ไม่รู้จะดีแค่ไหน ถือว่าลองขับดูละกัน มาค่ะ เข้าไปดูกัน”

เฉินอิ่งพาแม่แมวและต้าเหมยเหรินเข้ากรงใหญ่ ส่วนตู้อบ ICU สองตู้ใส่เข้าไปในช่องเล็กและยึดให้แน่น มีโต๊ะกลมเล็ก ๆ พร้อมม้านั่งวางอยู่ระหว่างกรงทั้งสาม ช่วยให้พยาบาลที่เดินทางไปด้วยเฝ้าดูอาการสัตว์ได้สะดวก

ตรงข้ามห้องผ่าตัดมีที่นั่งซ่อนอยู่สองที่ พับเก็บได้เมื่อไม่ใช้เพื่อประหยัดพื้นที่ กดปุ่มเดียวก็กางออกอัตโนมัติ

ที่นั่งคนขับด้านหน้ากว้างขวาง ปรับเป็นเตียงชั่วคราวได้ถ้าจำเป็น

เตียงเดี่ยวหน้ารถยังคงไว้ สะดวกสำหรับค้างคืนเวลาออกนอกสถานที่

นอกจากคันนี้ ยังมีรถอีกสองคันออกเดินทางไปด้วยกัน แต่อุปกรณ์ผ่าตัดและฆ่าเชื้อแบบง่ายที่เต้าเหมยฮวาจัดหามาให้ก่อนหน้านี้ถูกทิ้งไว้ ล็อกประตูเก็บไว้พร้อมใช้เมื่อจำเป็น

ผู้ช่วยแพทย์และพยาบาลดมยาไปอีกคัน ส่วนเฉินอิ่ง เต้าเหมยฮวา และพยาบาลดูแลหลังผ่าตัดนั่งรถผ่าตัดไป

เดินทางเกือบสามชั่วโมง ก็มาถึงโรงพยาบาลสัตว์ฉุกเฉินของตระกูลเต้า

ทีมแพทย์สองทีมรออยู่แล้ว ลูกแมวถูกพาเข้าห้องตรวจทันทีเพื่อเช็คละเอียด

การจัดทีมยังเหมือนเดิม ผู้ช่วยแพทย์นำพยาบาลสองคน เน้นการตรวจและรักษาสัตว์ต่าง ๆ ส่วนการผ่าตัดจัดโดยศัลยแพทย์เฉพาะทาง

หลังจากจัดการที่ทางให้ต้าเหมยเหรินและแม่แมวเสร็จ เฉินอิ่งก็ไปหาศาสตราจารย์ไป๋ ถ่ายทอดข้อสันนิษฐานของเขาให้อาจารย์ฟัง

[1] ผู้ช่วยมืออาชีพ

จบบทที่ ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 485 การแก้แค้นจากแมวเหมียว 💸

คัดลอกลิงก์แล้ว