- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 465 ในคืนเดือนมืดลมแรง โจรขโมย 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 465 ในคืนเดือนมืดลมแรง โจรขโมย 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 465 ในคืนเดือนมืดลมแรง โจรขโมย 💸
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น ตอนที่ 465 ในคืนเดือนมืดลมแรง โจรขโมย
ด้วยสัญชาตญาณการหลบหลีก เฉินอิ่งทิ้งตัวลงกับพื้น และเมื่อตั้งสติได้ เขาเห็นร่างงูสีดำ
แม้จะไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับงู แต่เขาจำได้ทันทีว่าเป็น งูหัวกะโหลกขาว
แต่งูหัวกะโหลกขาวมักอาศัยอยู่ตามซอกหินที่มีโพรงในเขตภูเขา ถ้าใกล้เมือง มักจะเคลื่อนที่ตามถนน ทุ่งนา หญ้า และเขตที่อยู่อาศัย
ประเด็นคือมันเป็นงูพื้นดิน เมื่อกี้มันกำลังจะเหาะขึ้นมาฟาดหางใส่หน้าเขาเหรอ?
เฉินอิ่งมองไปรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง จนเจอตันเหตุ
นกตัวหนึ่งซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางกิ่งไม้!
พอนกสบตากับเขา มันก็ร้องจิ๊บ ๆ คาบกิ่งไม้ยาว ๆ บินหนีไป
เมื่อเฉินอิ่งก้มลงมองอีกครั้ง งูดำยาวที่เกือบจะมอบจูบดูดดื่มแบบฝรั่งเศสให้เขาก็หายตัวไปแล้ว
งูหัวกะโหลกขาวไม่ได้ดุร้ายมากนัก และการเกือบถูกมันจับกินคงทำให้เลือดเย็น ๆ ของมันเดือดพล่าน พอตกถึงพื้น มันก็รีบหาที่ซ่อนทันที
หลังจากสงบสติอารมณ์ เฉินอิ่งกำลังจะลุกขึ้นเดินต่อ ก็ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวบนกิ่งไม้เหนือหัว
เขารีบสวมหมวกและเงยหน้าขึ้นมองเบา ๆ พบลิงจมูกเชิดสีทองตัวสีขาวอุ้มลูกลิงมองเขาอย่างอยากรู้อยากเห็น
แม้จะเรียกว่าขาวล้วนได้ไม่เต็มปาก แต่เฉินอิ่งสงสัยว่ามันมีแนวโน้มภาวะเผือก เพราะขนที่คอและหน้าอกยังมีสีทองจาง ๆ แซมอยู่ โดยรวมขาวกว่าลิงตัวอื่นมาก มองไกล ๆ ก็ดูเหมือนลิงขาว
เฉินอิ่งไม่แน่ใจว่าคนอื่นเคยเห็น “ลิงขาว” ตัวนี้ไหม แต่เขาวางแผนจะล่อมันลงมาเพื่อเก็บขนและตัวอย่างชีวภาพอื่น ๆ กลับไปตรวจสอบ
ลิงขาวระวังตัวแจ แม้ลิงตัวอื่นจะปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์บ้าง แต่มันรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยเสมอ
วันนี้ที่มันเข้าใกล้เฉินอิ่งขนาดนี้ เพราะมันได้กลิ่นหอม ๆ จากตัวเขา และเพื่อลองเชิง มันค่อย ๆ ไต่ลงมาสองก้าวหยุดดูท่าที พิจารณาว่าจะติดต่อกับเฉินอิ่งดีไหม ทันใดนั้นเสียงก็ดังออกมาจากตัวเขา
ลิงขาวตกใจกอดลูกแน่นปีนหนีขึ้นที่สูง เมินเฉยต่อความพยายามรั้งตัวของเฉินอิ่ง หายวับไปจากสายตาในพริบตา
เขาถอนหายใจหยิบวิทยุสื่อสารออกมา ไต้หวังเรียกเขาบอกว่าได้รับข่าวว่าเจอร่องรอยลิงขาวที่สถานีสังเกตการณ์สระมังกรเก่า หัวหน้าทีมวางแผนจะส่งคนล่วงหน้าไปก่อน ถามเฉินอิ่งว่าจะตามทัพหน้าไป หรือรอเข้าพร้อมกลุ่มใหญ่ทีหลัง
เฉินอิ่งมองไปทางที่ลิงขาวหนีไป “ผมจะเข้าไปพร้อมพวกคุณครับ”
“ได้ครับ อาจารย์บอกให้เราขับรถตรงไปที่สระมังกรเก่าพรุ่งนี้เช้าเลย มีลานจอดรถรอบนอก จอดรถแล้วเดินเท้าเข้าไปครับ”
เฉินอิ่งบอกว่าไม่มีปัญหา ถามว่าจะค้างที่นี่คืนนี้หรือกลับไปโฮมสเตย์ก่อน
“เราวางแผนจะค้างคืนอีกคืนครับ กลับไปก็ไม่มีอะไรทำ นอกจากตอนกลางคืนจะหนาวหน่อย อย่างอื่นที่นี่ก็โอเคครับ”
อากาศที่นี่ดีกว่าร่องหุบเขาเจียมู่ ยิ่งเทียบกับต้นแม่น้ำ ยิ่งคนละเรื่อง
อุณหภูมิต่ำสุดตอนกลางคืนประมาณสิบสองสิบสามองศา ด้วยถุงนอนหนาและแผ่นความร้อน บวกกับเต็นท์กันลมกันหนาว การนอนค้างคืนในป่าก็อุ่นสบาย
แถมเงื่อนไขที่นี่ยังดีกว่าต้นแม่น้ำ แค่เตาแก๊สกระป๋องก็พอต้มน้ำทำอาหารได้แล้ว
เขายัดวิทยุสื่อสารกลับเข้ากระเป๋า ปีนต้นไม้ ค้นหาจุดที่ลิงขาวเกาะอยู่อย่างละเอียด หวังว่าจะเจอขนร่วงหล่นบ้าง
น่าเสียดายลิงคงไม่ได้เครียด ขนเลยไม่ร่วงสักเส้น
หลังจากปีนป่ายกว่าชั่วโมง ในที่สุดเขาก็ถึงจุดพักนอนของฝูงลิง
ที่นั่นมีตัวอย่างชีวภาพที่ลิงทิ้งไว้เพียบ น่าเศร้าที่เขาแยกแยะไม่ออก ทำได้แค่ถ่ายรูปและบันทึกพิกัด GPS คร่าว ๆ
กลับมาที่จุดเดิมที่เจอลิงขาว รออยู่พักใหญ่ไม่เห็นวี่แววมันกลับมา เขาจึงจำใจข้ามลำธารเล็ก ๆ และปีนเขากลับไปฝั่งตรงข้าม
“ทีมไต้หวังจะค้างคืนทางโน้นเหรอคะ แล้วเราจะไปพรุ่งนี้เช้าเหมือนกันใช่ไหม?”
“ครับ เมื่อกี้ผมเห็นลิงขาวฝั่งตรงข้าม แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นลิงจมูกเชิดสีทองเผือกตัวที่มีบันทึกไว้ไหม ขนมันไม่ขาวล้วน มีสีทองจาง ๆ ที่คอ”
เป็นไปได้มากว่าแต่ละตัวอาจแสดงอาการสังเคราะห์เมลานินไม่สมบูรณ์ หรืออาจเกิดจากโรคหรืออายุที่มากขึ้น ทำให้สีขนเปลี่ยนไป
พวกเขาไม่ใช่นักวิจัยมืออาชีพ เลยฟันธงไม่ได้ว่าเป็นสัตว์เผือกไหม ต้องรอจนกลับถึงโฮมสเตย์ แล้วแชร์ข้อมูลในกลุ่มให้อาจารย์ระบุ
ตกเย็น ฝูงลิงกลับมาที่พัก ลิงแก่ แม่ลิง และลูกลิง ยึดพื้นที่สูงบนยอดไม้ ส่วนลิงรุ่นและตัวเต็มวัยกระจายตัวอยู่รอบนอก ปกป้องพวกอ่อนแอไว้ตรงกลางอย่างปลอดภัย
จนพระอาทิตย์จะตกดิน เฉินอิ่งก็ยังไม่เห็นร่องรอยของลิงขาว มันไม่ได้พักนอนกับฝูงเหรอ?
แต่การเข้าออกอาณาเขตฝูงลิงแสดงว่าฝูงยอมรับมันเป็นสมาชิก ทำไมถึงไม่กลับบ้านตอนกลางคืนล่ะ?
ด้วยความสงสัยนี้ พวกเขาเข้านอนแต่หัวค่ำ วางแผนจะตื่นแต่เช้ามาดูอีกรอบ
กลางดึก เฉินอิ่งได้ยินเสียงกุกกัก ค่อย ๆ รูดซิปประตูเต็นท์เปิดดู พบว่ารอบ ๆ ปกติ
เขาใช้กล้องมองกลางคืนส่องดูไม่พบแขกไม่ได้รับเชิญ หรือเสียงนั่นจะมาจากความฝันตอนสะลึมสะลือ?
เฉินอิ่งครุ่นคิด ปิดกล้องมองกลางคืน แล้วล้มตัวลงนอนต่อ
สองสามนาทีหลังจากปิดหน้าจอโทรศัพท์ หัวขนาดใหญ่ก็โผล่มาจากหลังก้อนหินใหญ่ใกล้ ๆ
ใต้แสงจันทร์สลัว สัตว์ขนาดใหญ่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกมาจากหลังหิน มันย่องเข้ามาใกล้เต็นท์ หมอบตัวลง ดมฟุดฟิด แล้วตรงมาที่เต็นท์ของเฉินอิ่ง
มันเดินวนรอบเต็นท์ครึ่งรอบเจอช่องประตูเต็นท์ที่ปิดไม่สนิท และค่อย ๆ ยื่นมือเข้ามาข้างใน
เฉินอิ่งยังไม่หลับ แค่รอให้สิ่งที่ซ่อนตัวอยู่เผยตัวออกมา แต่เขาไม่ได้เตรียมใจเลยว่ามันจะยื่นมือเข้ามาในเต็นท์ตรง ๆ แบบนี้
หลังจากควานหาอยู่พักหนึ่งและไม่เจออะไร มือก็ชักกลับไป
ภายใต้แสงจันทร์กระจ่าง เฉินอิ่งเห็นเงาสัตว์ร่างสูงใหญ่นอกเต็นท์
เขาบอกไม่ได้ว่าเป็นภาพลวงตาหรือเปล่า แต่สิ่งมีชีวิตนี้ดูสูงอย่างน้อยหนึ่งเมตรแปดสิบ
มันไม่ยอมแพ้โดยไม่ได้อะไรติดมือ ค้นหาไปรอบ ๆ อีกครั้ง และเจอกล่องเก็บอาหารเข้าจนได้
อาหารเกือบหมดแล้ว เหลือแค่มันฝรั่งสองหัว แครอทสามสี่หัว กับกะหล่ำปลีหนึ่งหัว ยังมีผลไม้กระป๋อง เนื้อกระป๋อง และถุงซิปล็อคใส่ข้าวสารนิดหน่อย
ขณะตั้งใจค้นของ มันไม่ทันสังเกตกล้องที่ทำงานอยู่ตรงช่องประตูเต็นท์
หลังจากกัดมันฝรั่งแล้วโยนทิ้ง มันหยิบแครอทขึ้นมากัดคำหนึ่งพบว่าหวาน อร่อยแฮะ!
ไม่กี่นาทีต่อมา มันก็วิ่งหนีไปพร้อมแครอทและกะหล่ำปลี
เฉินอิ่งรออีกพักใหญ่ก่อนจะเปิดไฟแคมป์ปิ้ง
แม้วิดีโอจะไม่ชัดเป๊ะ แต่ก็พอบอกตัวตนผู้มาเยือนได้
ในคลิปลิงร่างสูงหันหลังให้พวกเขากำลังคุ้ยกล่องอาหาร
ลิงจมูกเชิดสีทองตัวไม่ใหญ่ ตัวผู้ทั่วไปยาวประมาณ 70 เซนติเมตร แต่ลิงตัวนี้นั่งยอง ๆ ก็สูงกว่าเมตรแล้ว
เฉินอิ่งดูอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกเย็นวาบไปถึงหัว
หรือเจ้าตัวโตนี่จะเป็น เยติแห่งเสินหนงเจี้ย[1]ในตำนาน? แต่ทางการสรุปแล้วว่าไม่มีมนุษย์ป่าที่นี่
จากด้านหลังมองไม่เห็นลักษณะเด่นชัดเจน แม้แสงจันทร์จะสว่าง แต่ก็ไม่พอจะเห็นรายละเอียดถี่ยิบ
เฉินอิ่งถอนหายใจ ก้าวออกไปสำรวจกล่องเก็บอาหาร
โชคดีที่เสบียงเหลือน้อย หลังถูกรื้อค้นแครอทหายเกลี้ยง เหลือมันฝรั่งที่มีรอยกัดทิ้งไว้ในกล่อง ถุงข้าวสารฉีกขาด ข้าวหกกระจายก้นกล่อง
ผลไม้กระป๋องและเนื้อกระป๋องถูกขยับ แต่เปิดไม่ได้ เลยถูกโยนทิ้งกลับลงกล่อง
โชคดีที่เป็นกล่องโฟม กระป๋องเลยไม่แตก
คิดครู่หนึ่ง เฉินอิ่งเก็บมันฝรั่งที่มีรอยกัดใส่ถุงตัวอย่าง วางแผนหาคนตรวจสอบ หวังว่าจะเจออะไรบ้าง
เขาไม่เคยได้ยินว่ามีชะนีที่นี่ เพราะลิงจมูกเชิดสีทองเสินหนงเจี้ยเป็นไพรเมตพื้นเมืองชนิดเดียว และลิงในคลิปเบลอ ๆ ก็น่าจะเป็นลิงจมูกเชิดสีทองที่สูงผิดปกติ
มนุษย์ยังมีคนที่สูงเป็นพิเศษได้ ลิงก็น่าจะมีตัวอย่างประหลาดได้เหมือนกัน
บางทีตำนาน “มนุษย์ป่า” เหล่านั้น อาจรวมถึงการปรากฏตัวพิเศษของลิงจมูกเชิดสีทองตัวสูงนี้ด้วยก็ได้
การเคลื่อนไหวของเฉินอิ่งปลุกเต้าเหมยฮวาตื่น ทั้งสองวิเคราะห์วิดีโอกันอยู่นาน ยืนยันได้แค่ว่าเป็นสัตว์ตระกูลไพรเมต แต่ไม่รู้อะไรเพิ่ม
หกโมงเช้าวันรุ่งขึ้น เฉินอิ่งและเต้าเหมยฮวาสังเกตฝูงลิงฝั่งตรงข้าม ก็ยังไม่เจออะไร
ไม่รอช้าพวกเขาเก็บของ ทำความสะอาดแคมป์ ขนขยะช่วงสองสามวันที่ผ่านมากลับไปด้วย และรีบกลับไปสมทบกับไต้หวัง
“อ้อ คุณเฉิน พวกคุณก็ถ่ายได้เหรอครับ ผมกับไต้หวังก็ถ่ายรูปได้เหมือนกัน ผมบอกว่าเป็นลิงจมูกเชิดสีทองแปลก ๆ แต่ไต้หวังบอกว่าผมตาฝาด”
อีกฝ่ายหยิบรูปออกมาเทียบกับวิดีโอของเฉินอิ่ง รูปร่างคล้ายกัน แต่ของเธอถ่ายตอนพลบค่ำ แสงในป่าสลัว เห็นแค่เงาร่างแวบผ่านในป่า
ในรูปถ่ายต่อเนื่องรูปหนึ่ง เห็นเสี้ยวหน้าด้านข้างดูเหมือน “คน” ที่มีขนหน้าดกหนาเป็นพิเศษ
[1] มนุษย์ป่า